เดินป่าเชียงใหม่

ดอยหัวหมู เดินป่าหน้าฝน ยอดดอยปุย ดอยสุเทพ

ดอยหัวหมู เดินป่าหน้าฝน กับโบ้เซเลบ – ช่วงวันหยุดยาวของวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา เชียงใหม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยจากหลายพื้นที่ ทยอยหลั่งไหลกันเข้ามามากมาย ตามสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง อาทิ ห้วยตึงเฒ่า วัดพระธาตุดอยสุเทพ และที่อื่นๆ ทั้งในและรอบนอกเมือง จึงหนาตาไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ 

เส้นทางศึกษาธรรมชาติ บรรยากาศป่าหน้าฝนชุ่มฉ่ำสดชื่น วันนี้ฝนตกพรำไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อคืนวาน ทำให้ยอดดอยสุเทพในเช้าวันนี้ มีเมฆก้อนโตบดบัง ไม่เห็นภูเขาตลอดทั้งแถบของฝั่งทิศตะวันตก ฝนยังคงตกพรำปรอยๆ ยอดดอยข้างหน้าเชื้อเชิญให้ขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติข้างบน

ทริปเดินป่าหน้าฝนของเราวันนี้ จึงเลือกที่จะขึ้นไปยอดดอยปุย ไปเดินป่าบนเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ผ่านจุดชมวิวดอยหัวหมู และลงไปกินข้าวเที่ยงกันที่ร้านชงหว่า ภายในหมู่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน โดยมีเพื่อนสี่ขา สองสามตัว ขอร่วมทริปไปกับเราด้วยความสนิทสนมและเป็นมิตร  

สมาชิกเดินทางกันด้วยรถยนต์ ส่วนเราขอติดรถขึ้นไป โดนจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ที่วังบัวบาน ตลอดทางบนถนนศรีวิชัยผ่านโค้งและจุดชมทิวทัศน์ ผ่านดอยสุเทพ ดูชุ่มฉ่ำไปด้วยไอหมอกและสายฝนปรอยๆ มีรถวิ่งสวนขึ้นลงตลอด บางช่วงมีหมอกปกคลุมจนมองไม่เห็นทาง เราผ่านบริเวณหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพ และไปหยุดจอดพักรับประทานอาหารเช้ากันที่ร้านค้าบริเวณหน้าพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ช่วงเช้ารถรายังไม่มาก นักท่องเที่ยวดูบางตา และร้านบางส่วนก็ยังไม่เปิด มีร้านอาหารตามสั่งอยู่สองสามร้าน และร้านคุณป้าขายมันปิ้ง ไข่ปิ้ง ข้าวโพดนึ่ง เราได้มันปิ้งมาสามหัว ป้าเขาใจดีแถมให้อีกหนึ่งหัว 

บริเวณที่จอดรถ มีสุนัขสองสามตัวเดินมากระดิกหางส่ายเอว ต้อนรับทักทาย ในจำนวนนั้นมีสุนัขเซเล็บชื่อ เจ้าแบล็ค และ น้องลูซี่ รวมอยู่ด้วย เขาดูเหมือนจะเป็นขวัญใจมหาชนในหมู่นักวิ่งเทรล ที่คอยวิ่งนำร่วมทางไปกับเราจนถึงปลายทางแล้ววิ่งกลับ เล่าไปก็ทำให้นึกถึง พี่เตี้ย มช. ขึ้นมาทันที  

เจ้าแบล็ค เรียกตามชื่อที่มีขนสีดำทั้งตัวสวมถุงเท้าขาวทั้งสี่ข้าง ดูอายุค่อนข้างมาก และดูจะวางตัวเป็นผู้อาวุโสที่ชอบกร่างกับสุนัขตัวอื่น แต่อ่อนโยนน่ารักกับผู้คน และดูจะไม่ชอบวิ่ง อาจเป็นเพราะความผิดปรกติของเท้า 


ส่วนน้องลูซี่ สุนัขเพศเมียสีน้ำตาล หน่วยก้านดี เหมือนผ่านการเล่นโยคะ ด้วยลีลาท่าทางที่ปราดเปรียวและการวิ่งที่เร็วอย่างงดงามคล้ายกับนักวิ่งเทรล 

ทั้งสองตัว เราเชื่อว่านักวิ่งที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ น่าจะรู้จัก พบเจอ ทักทายและซื้อขนมมาฝากอยู่บ่อยๆ  

ยิ่งขึ้นไปยิ่งสวย จนเราร้องว้าวตลอดทาง คงไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงใหม่

เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยปุย ไปยังจุดชมทิวทัศน์ดอยผาหมู ระยะทางไม่ไกลมาก แต่หากลงไปยังหมู่บ้านมุ้งขุนช่างเคี่ยน ไป-กลับก็ราวๆ 8 กม. เริ่มจากเส้นทางดูนกไปยังศาลาพัก สมาชิกเราเตรียมอุปกรณ์ต้มกาแฟมาบริการให้เราทุกครั้งไป เราหยุดพักจิบกาแฟ หยิบขนมว่างที่สมาชิกต่างเตรียมกันมากินร่วมกัน มีบรรยากาศฝนตกปรอยๆ และหมอกเคลื่อนตัวผ่านไปด้วยแรงลมที่พัดผ่านเป็นระลอก 

ฝนพรำก็ไม่ใช่อุปสรรค เพราะเราตั้งใจมาเดินเหยียบเมฆตากฝนบนยอดดอย ทริปนี้เรามีสมาชิกเป็นเด็กหญิงตัวน้อยมาร่วมเดินด้วย บอกแล้วไงว่าเดินสบาย เด็กๆ เดินได้ สุนัขเดินดี มีบางช่วงที่เป็นทางลาดชัน เพราะสภาพพื้นดินที่ชื้นแฉะจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินลง 


เท้าที่ก้าวย่ำบนพื้นดิน ที่เต็มใบไม้และใบสนทับถมชุ่มแฉะ ความรู้สึกสุดแสนวิเศษ ยากเกินจะบอกเล่า คล้ายเดินย่ำอยู่บนผืนพรมของพงไพร และความรู้สึกแบบนี้ จะถูกเติมเต็มอย่างสม่ำเสมอ หากเรายังหลงรักป่าและเขา 

จากศาลาพัก เราเดินผ่านฝ่าสายหมอกไปยังจุดชมทิวทัศน์ยอดดอยหัวหมู แม้ในวันนี้จะมองไม่เห็นวิวทิวเขา แต่ความงามสีเทาของหมอกหนาที่กั้นเป็นฉากบังก็งดงามแตกต่างกันจากวันที่ฟ้าใส 

เราฝากมื้อเที่ยงไว้ที่ร้าน “ชงหว่า” ร้านประจำในหมู่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน ก่อนเดินทางกลับ

  • พิกัด: ยอดดอยปุย / จุดชมวิวดอยหัวหมู / หมู่บ้านม้งขุนช่างเคี่ยน

อ่านรีวิวอื่นๆ ที่นี่

Relate Posts :