เป็นเรื่องธรรมดาที่พอมีงานอะไรซักอย่างที่จัดขึ้น เกิดความไม่ปกติ หูตาย่อมต้องสอดส่ายเสาะหา อยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดา

ช่วงค่ำในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ เลี้ยงดูปากท้องตัวเองเสร็จสิ้นอย่างอิ่มหมีพลีมันกับอาหารมื้อค่ำ ก็ได้เวลาไปสำรวจหน้าประตูท่าแพซักหน่อยว่ามีอะไรสนใจบ้าง

โดยปกติทั่วไปในวันอาทิตย์แบบนี้ ตรงประตูท่าแพจะมีถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินกันขวักไขว่ มากหน้าหลายตา เรียกว่าเยอะแยะมากมายกันเลยทีเดียว

เมื่อเยอะกันขนาดนี้อย่าหวังซะให้ยากเลยว่าผมจะเผลอเดินเข้าไป เพราะแทนที่จะได้ดูของนู้นนี้นั้นกลับต้องไปเดินต่อแถวกันแบบเท้าต่อเท้าแบบเสียเวลา และกว่าจะพาตัวเองออกมาจากที่นั้นได้ก็กินเวลากันไปเยอะ ประหนึ่งว่าเราได้หลุดเข้าไปในเขาวงกตแล้วหาทางเจอไม่ออกนั้นแหละครับ

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วไซร้ ก็ดูมันตรงประตูท่าแพนี่แหละมามีอะไรบ้าง คนถึงได้แห่กันมาเยอะขนาดนี้

พอเดินไปดูก็ถึงบางอ้อว่า มันมี เออ ผมควรจะเรียกมันว่าอะไรดี โคมไฟก็ไม่ใช่ เพราะมันใหญ่เกินไป บอกไปแล้วกันว่ามันเป็นแบบจำลองสถานที่สำคัญต่างๆทั่วโลกที่ส่องแสงไฟประดับประดาออกมาสวยงาม เป็นฉากหลังให้นักท่องเที่ยวได้มายืนกดชัตเตอร์เล่น เพื่อรอต้อนรับเทศกาลงานยี่เป็ง

ก็ไล่ไปตั้งแต่ หอเอนปิซา ทัชมาฮาล สนามกีฬากรุงโรมสมัยโบราณ หรือ Colosseum of Rome หอไอเฟล พระราชวังแวร์ซายส์ ประสารทหินนครวัด และอื่นๆอีกก็ว่ากันไป

ไฮไลท์ตรงด้านหน้าประตูท่าแพนอกจากแบบจำลองสถานที่พวกนี้แล้ว สิ่งที่ดึงดูดความสนใจไม่แพ้กันคือการแสดงเต้นกับหุ่น 2 ตัวของกระทาชายผิวคล้ำ

ต้องปรบมือให้ถึงความยอดเยี่ยมในความคิดสร้างสรรค์ ที่เอาหุ่นสองตัว มาโยงกับตัวเองทั้งหน้าและหลัง แล้วเปิดเพลงโยกตาม จังหวะในการโยกย้ายส่ายสะโพกแลดูเป็นอันหนี่งอันเดียวอย่างสนุกสนานตามเสียงเพลง ด้วยทีมเวิร์กอันยอดเยี่ยมประหนึ่งซ้อมด้วยกันมาเป็น 10 ปี

นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศเทศต่างซูฮกให้กับโชว์ จนอดไม่ได้ที่ให้เงินเป็นสินน้ำใจในการแสดงของเขา

ส่วนอีกฝากฝั่งนึง ก็มีโชว์จากชายหนุ่มผู้คลั่งไคล้ในโลกลูกหนัง เขาวางเป้สะพาย เปิดเป้ออก วางซีดีโชว์ทักษะลูกหนังของตนเองเรียงรายเป็นตับๆ ก่อนจะหยิบลูกบอล แล้วก็เริ่มโชว์ทันที

เริ่มจากการเดาะบอลด้วยเท้าต่อด้วยหัว แล้วค่อยๆนั่งลงในขณะที่บอลยังโหม่งอยู่บนหัวอยู่ แล้วจากนั้นก็ค่อยๆนอนราบกับพื้นเดาะต่อไป

ถือว่าทักษะยอดเยี่ยมพอตัวครับกับโชว์ของพี่คนนี้ ชนิดที่ว่าเล่นฟุตซอลได้สบายบรื๊อไปเลย

ที่เหลือหมดจากโชว์สองอย่างนี้ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมครับ จะมีก็แค่ฝรั่งบางคนที่แอบมาปล่อยโคม ทั้งๆที่ตรงนี้เป็นที่ห้ามปล่อยโคม ซึ่งเขาอาจจะรู้หรือไม่รู้ก็ได้

ถึงแม้คนไทยบางคนรวมทั้งผมจะรู้ว่าตรงนี้ห้ามปล่อยโคมกัน แต่ก็ไม่ยักกะมีใครซักคนที่ค่อยตักเตือน เห็นจะมีแต่ละคนเตรียมหยิบกล้องมาลั่นชัตเตอร์กันซะมากกว่าแหละครับ

ในเมื่อไม่มีอะไรให้ดู ค่ำคืนวันอาทิตย์ก่อนงานยี่เป็งของผมก็จบลงอย่างเอวังด้วยประการฉะนี้

ใครเจ๋งก็มาดิ้นกับผมได้เลย

แต่แรกๆก็ยืนเดาะ

หลังๆมาชักเมื่อยนอนก็แล้วกัน

ไปเถิดทั้งคู่ไปสู่ประตูสวรรค์

สนามกีฬากรุงโรมสมัยโบราณ ส่วนอันที่เหลือข้างล่างจะไม่บอกนะจ๊ะว่าเป็นอะไร แต่จะให้ใช้วิชาสังคมนึกกันเอา


 

ฝากความคิดเห็น ...