องค์การท่องเที่ยวโลก (The World Tourism Organization :UNWTO) ได้กำหนดให้ วันที่ 27 กันยายนของทุกปี เป็น “วันท่องเที่ยวโลก” (World Tourism day)โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาคมโลกตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยว ที่มีต่อเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสิ่งแวด ล้อมของโลก และ ในวันที่29-30 กันยายนที่ผ่านมา ททท.สำนักงานเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมวันท่องเที่ยวโลก ปี 2555 ด้วยการนำเยาวชนรุ่นใหม่หัวใจอนุรักษ์ เดินทางไปดูแลช้างป่วย ปลูกป่าและพืชอาหารช้าง ทำโป่งช้าง ชมการแสดงจากช้างแสนรู้และรวมถึงการพาช้างไปอาบน้ำ  ซึ่งCMTT โชคดีได้มีโอกาสไปร่วมทำกิจกรรมนี้ และก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพบรรยากาศแห่งความสุขมาแบ่งปันท่านผู้อ่านได้ชมกันครับ

โดยการเดินทางครั้งนี้มีน้องๆผู้มีใจรักธรรมชาติร่วมเดินทางถึง 120ชีวิต ประกอบไปด้วยน้องๆจากมัธยมศึกษา และอุดมศึกษาลงชื่อเข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีมากครับ ที่ยังมีวัยรุ่นยุคใหม่อีกหลายคนยังมีจิตสำนึกรักที่ดี ยังไม่ทอดทิ้งธรรมชาติ สัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธ์

พังน้ำหวาน ลูกช้างที่เดินทางมาจากจังหวัดสุรินทร์ หลังคลอดออกมาแล้วแม่ช้างตายทันที ร่างกายจึงอ่อนแอลงและท้องเสียเหตุไม่ได้กินนมช้างด้วยกัน พังพุ่มพวง(เป็นแม่รับให้กับพังน้ำหวาน) จึงได้ให้พังน้ำหวานดูดนมและคอยดูแลพังน้ำหวาน โดยไม่ให้ช้างตัวอื่นมาทำร้าย ช้างเป็นสัตว์ที่น่าทึ่งครับ  แม้ไม่ใช่ลูกในไส้ แต่ช้างเพศแม่ก็สามารถผลิตน้ำนมให้ลูกช้างที่ถูกทอดทิ้งได้อีกด้วย

พาหนะที่ใช้ในการเดินทางสำหรับทริปนี้ น้องๆจิตอาสาขาลุยกันทุกคนครับ ไม่มีใครบ่นว่าร้อนแม้แต่คนเดียว

น้องๆช่วยกันสร้างโป่งเทียม โดยการขุดหลุมลึกประมาณ 30 – 50 ซ.ม. แล้วใช้แร่ธาตุใส่ลงไปเพื่อเติมสารอาหารลงดิน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อช้าง และสัตว์ป่า

มาตัดหญ้าบาน่าเพื่อนำไปเป็นอาหารให้ช้าง หญ้าพันธ์นี้สูงมาก ท่วมหัวกันเลยทีเดียวครับ

ถ่ายรูปสักแชะ! เป็นที่ระทึก

น้องๆช่วยกันขนหญ้าบาน่า มากองไว้อย่างขะมักเขม้น (พี่แว่นดำข้างหลังเลยขอแอ็คท่าซะหน่อย)

หลังจากตัดหญ้าเสร็จก็ถึงเวลารับประทานอาหาร ทีมงานก็คอยแจกจ่ายให้น้องๆนักอาสากัน และเนื่องจากเป็นทริปอนุรักษ์ธรรมชาติทีมงานจึงใช้ถุงกระดาษ ไม่ใช้ถุงพลาสติกนะครับ

นอกจากอาหารแล้ว ยังมีไอโฟนแจกให้ด้วย (ซะเมื่อไหร่)

จะหิวแค่ไหน น้องๆก็ไม่ลืมที่จะยิ้มสู้กล้องกัน 🙂

กินเสร็จก็ไม่ลืมที่จะคัดแยกขยะครับ จัดแบบเมนสตรีม อนุรักษ์ธรรมชาติตัวจริง ของจริงต้องดูไว้ครับ

ช่วงบ่ายก็มาสู้กันต่อครับ กับกิจกรรมปลูกป่า การพาไปทำกิจกรรมอย่างนี้ มันคือวิธีที่ทำให้คนตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม จากการเรียนรู้ เห็นและสัมผัสจากถานที่จริงครับ ทำให้คนตระหนักถึงคุณค่าของป่า ไม่ใช่ปลูกแค่ต้นไม้ แต่ปลูกความรู้สึกหวงแหนป่า ปลูกความหวงแหนในธรรมชาตินั่นเอง

ปลูกกันเป็นแพ็คเกจคู่รัก (ว่าแต่..น้องครับมองกล้องพี่บ้างสิครับ)

 

เสร็จจากปลูกป่าก็มานั่งฟังความรู้ และเรื่องราวดีๆ ของช้างกันบ้างครับ

โอยย ลุงไม่ไหวแล้วขอตัวนอนก่อนนะ

พี่ๆควาญช้าง ช่วยสอนวิธีการขึ้นขี่ช้างให้น้องๆ

สำเร็จแล้วลูก..พ่อทำได้แล้ว!

ถ้าพี่ควาญไม่ว่าอะไร คงขี่กลับเชียงใหม่ไปแล้ว

ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปหมู่ร่วมกับลุงๆช้าง

ลุงช้างบ่นเหนียวหลัง เลยขอพาไปอาบน้ำกันซะเลย ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าคนหรือช้างกันแน่ดีใจที่ได้ลงน้ำ

ซ้อนสามที่นี่ตำรวจไม่จับนะครับ หมวกกันน็อคก็ไม่ต้องใส่ freedomกันสุดๆ

สนุกสนานกับกิจกรรมรอบกองไฟยามค่ำคืนกับ “ชฮม. และเพื่อน”  พี่มือกีต้าร์หลับตาพริ้มได้ฟีลลิ่งมาก ณ จุดนี้เหมือนมีวิญญญาณ จิมมี่ เฮนดริกซ์ มาสิงร่างอยู่ เล่นกันแบบnon-stop เกือบ2ชั่วโมง (จนน้องคนถือไมค์มือเกือบจะเป็นตะคริว)

ดนตรีจบ ก็กางเต้นท์หลับกันท่ามกลางขุนเขาลำเนาไพรกันเลย ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

ยังไม่จบแค่นั้น วันรุ่งขึ้นก็ชมการแสดงช้างปิดท้ายกันสักหน่อย

 

ไม่พลาดที่จะมีน้องๆของเราขออาสาไปร่วมทำกิจกรรมเข้าจังหวะกับลุงช้าง

การที่เราได้ไปทำกิจกรรมอย่างนี้ มันคือวิธีที่ทำให้เรา และคนอื่นตระหนักได้จากการเรียนรู้ ได้เห็นและสัมผัสจาสถานที่จริง  ได้เข้าใจถึงคุณค่าของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  ไม่ใช่แค่ไปเที่ยวแล้วก็จบ แต่ต้องได้ความรู้สึกหรือจิตสำนึกรักที่เราได้รับมาจากธรรมชาติ   การท่องเที่ยวจึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว  แต่คือการปลูกหัวใจแห่งความรักในการท่องเที่ยวของตัวเรา ไปจนถึงคนรอบข้างนั่นเอง ต้องขอขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงใหม่จริงๆครับ ที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ และหวังว่าจะมีขึ้นอีกต่อไปเรื่อยๆนะครับ 🙂

[wpgmza id=”198″]

ฝากความคิดเห็น ...