วันนี้แอดอยากจะขอแนะนำร้านอาหารที่มีบรรยากาศสุดชิล และไม่เหมือนใครในเชียงใหม่อย่างแน่นอน

.

ยี่ปั๊ว Tapas and Jam Bar ร้านอาหารสไตล์ทาปัส ที่เสิร์ฟอาหารทั้งแบบราคาปลีกและราคาส่ง และมีสไตล์การตกแต่งร้านตามคอนเซ็ปต์ร้านขายส่ง มีกลิ่นอายเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และเป็นร้านแรกในเชียงใหม่ที่มีคอนเซ็ปต์แบบนี้

.

ทางร้านได้ยกทีมงานจากร้านอาหารชื่อดังอย่าง Allsixtotwelve และ Amontre Playroom and Brasserie จากกรุงเทพฯ มาสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยที่ได้รับการยกระดับให้มีความเป็นสากลมากขึ้นให้ชาวเชียงใหม่ได้ลิ้มลอง ด้วยบรรยากาศของร้านที่ใช้การตกแต่งแบบร้านขายส่ง และเล่นสีกับแสงไฟในตอนกลางคืน จะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูชิคสุดๆ ไม่ว่าจะมากันเป็นครอบครัว เด็กๆก็มากันได้ หรือมาเดี่ยวๆก็อินกับบรรยากาศชิลๆของทางร้านได้อย่างแน่นอน และยังมาจัดปาร์ตี้หรืองานเลี้ยงกันได้ด้วยนะ

.

ที่พิเศษสุดๆ คือเมื่อสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มตั้งแต่6รายการขึ้นไป ทางร้านจะคิดราคาอาหารสไตล์ยี่ปั๊ว นั่นก็คือจากราคาปลีก จะกลายเป็นราคาส่งทันที ซึ่งก็คือเราจะได้ทานอาหารในราคาที่ถูกลงนั่นเอง คอนเซปต์แบบนี้ทำให้เหมาะสำหรับการพาเพื่อนฝูงมานั่งชิลสุดๆไปเล้ยยยย

.

พิกัดของร้านจะอยู่ติดถนนมหิดล ตรงข้ามนิยมพานิช

มีที่จอดรถสะดวกสบาย

สามารถมานั่งชิลกันได้ ตั้งแต่  11:00-24:00 น.

โทร  053-282053

Facebook :Yeepua Tapas and Jam Bar


ยี่ปั๊ว

อาหารของทางร้านจะเป็นอาหารแบบทาปัสไทยโมเดิร์น มีเมนูหลากหลาย ปริมาณการเสิร์ฟพอดี เหมาะสำหรับการสั่งมาหลายๆเมนูเพื่อมาแชร์กัน เมนูจานเดี่ยวอิ่มท้องก็มีให้เลือกมากมายเช่นกัน บางเมนูก็ได้ผสมผสานกับเมนูอาหารเหนือ ซึ่งบางเมนูก็เป็นเมนูดังจากร้าน Allsixtotwelve

และ Amontre Playroom and Brasserie และแน่นอนว่าตามคอนเซปต์ของทางร้าน เมื่อสั่งมาครึ่งโหลก็จะได้เป็นราคาส่งไปเลย

ร้านอาหาร เชียงใหม่

การตกแต่งร้านจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตั้งแต่หน้าร้านเข้าไปเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการนำลังใส่ขวดน้ำมาประดับตกแต่งด้านหน้าและส่วนต่างๆของร้าน การใช้แสงจากหลอดไฟนีออนมาสร้างสีสันของร้าน ทำให้มีความโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นไปอีก

ยี่ปั๊ว

เมนูนี้คือสปาเก็ตตี้อ่องมันปู เป็นเมนูที่แอดอยากแนะนำให้ลองชิมถ้าได้มาทานอาหารที่นี่ ความกลมกล่อมของสปาเก็ตตี้ผัดซอสครีมชีสสไตล์คาโบนาร่า เพิ่มรสชาติน้ำริกอ่อง และมิโซะคานิ(มันปู)ลงไป มาพร้อมไข่กุ้งกรุบกรอบ และหอยเชลล์อเมริกาตัวใหญ่ๆ

ส่วนอันนี้คือเนื้อย่างแจ่ว คือเนื้อวัวที่นำมาย่างให้ได้ความสุกที่พอดี ทานกับน้ำจิ้มแจ่วสูตรเด็ดของทางร้าน สัมผัสที่ได้เคี้ยวเนื้อนุ่มๆนี่มันเป็นอะไรที่อธิบายยากสุดๆ เอาเป็นว่ามาลองเลย แล้วจะรู้ว่าแอดพูดจริงนะ อิอิ

ยี่ปั๊ว

และนี่คือพิซซ่าส้มตำไก่ย่าง น่าจะเป็นเมนูที่ทำให้เห็นภาพของความเป็นอาหารไทยโมเดิร์นได้ดีที่สุด ตัวพิซซ่าที่ท็อปด้วยไก่ย่างและชีส เสิร์ฟมาพร้อมกับส้มตำให้ทานคู่กันไปด้วย

อันนี้คือเมนูที่ดูจะธรรมดาๆ แต่จริงๆและซ่อนหมัดเด็ดเอาไว้ด้วย นั่นก็คือ!!! ข้าวผัดกระเพราไก่ย่างไข่ลูกเขย 

เราอาจจะได้ยินเมนูข้าวผัดกระเพราไข่ดาวอยู่บ่อยๆ แต่กระเพราจานนี้เป็นไก่ย่างที่จะมีซอสกระเพราเคลือบอยู่ ให้กลิ่นหอมรัญจวนใจ และจากไข่ดาวก็เปลี่ยนมาเป็นไข่ลูกเขย ที่จะมีรสชาติหวานนำ องค์ประกอบทุกอย่างในจานนี้พอทานด้วยกันแล้วมันไปด้วยกันได้ดีสุดๆ

นอกจากเมนูอาหารก็จะมีเมนูเครื่องดื่มอีกมากมาย ทั้งค็อกเทล และม็อคเทล ให้ทุกคนได้เลือกสั่งมาลองลิ้มรสกันได้อีกมากมาย

ยี่ปั๊ว

เมนูนี้คือค็อกเทลที่มีชื่อว่า ยี่ปั๊ว ซึ่งเป็นค็อกเทลซิกเนเจอร์ของทางร้าน มีการสมดูลทั้งรสชาติ และกลิ่นของเครื่องดื่มชนิดต่างๆได้อย่างลงตัวและมีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ทำให้แอดตื่นเต้นสุดๆ หลังจากที่ได้ลองชิมครั้งแรก

บรรยากาศภายในร้านตอนกลางคืนก็จะเน้นสีสันที่เกิดจากแสงของหลอดไฟนีออน ซึ่งจะมีความเร่าร้อนอยู่ในตัว แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ยี่ปั๊ว

บนชั้นสองก็จะมีการประดับตกแต่งด้วยลังสินค้าที่สามารถพบได้ตามร้านขายปลีกทั่วๆไป ที่ช่วยเน้นย้ำคอนเซปต์ของคำว่า “ยี่ปั๊ว” ไปอีก โดยชั้นสองนี่จะมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าด้านล่าง ถ้าใครมากันเป็นหมู่คณะแล้วอยากจะได้ความเป็นส่วนตัวก็สามารถสำรองที่นั่งกับทางร้านก่อนได้นะ

มุมสบายๆบนชั้นสองของทางร้าน

ยี่ปั๊ว

บรรยากาศภายในร้านที่ตกแต่งด้วยไฟนีออนเกือบทั้งหมด

ยี่ปั๊ว

แน่นอนว่าในตอนกลางวันทุกคนก็สามารถมาทานอาหารที่ร้านนี้ได้ พนักงานร้านนี้เป็นกันเอง และดูแลเอาใจใส่ลูกค้าดีมากๆจ้า

ถ้าทางลูกค้าชอบที่นั่งโล่งๆ โปร่งๆสบายๆ ทางร้านก็มีที่นั่งโซนด้านนอกบรรยากาศดีๆให้นั่งด้วยเช่นกันจ้า 

 

ฝากความคิดเห็น ...