เพลินฤดี แหล่งชิลเอ้าท์แห่งใหม่ที่จะพาคุณกลับไประลึกถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เคยโด่งดังเมื่อหลายปีก่อนอย่าง ตลาดไนท์บาซาร์ ย่านท่องเที่ยวชื่อดังในอดีต กาดนี้จึงเรียกได้ว่าเป็นการกระตุ้นหัวใจของไนท์บาซาร์ให้กลับมาเต้นอีกครั้ง โดยการนำ Concept รวมแหล่งของกินอร่อยมาไว้ที่เดียวกันโดยไม่ซ้ำประเภท และโดดเด่นด้วยการนำวัสดุเหลือใช้มาตกแต่งสถานที่แบบชิคๆ จึงเรียกได้ว่าเป็นการประยุกต์ความเก๋ เท่ให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัว
“ที่นี่เพิ่งเปิดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยเป็นพื้นที่รกร้าง เราจึงอยากใช้พื้นที่ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด บวกกับปิ๊งไอเดียที่อยากให้เป็นแหล่งรวมของกินชิคๆ เก๋ๆ จึงรวมเอาร้านของคนคนรุ่นใหม่เกือบ 30 ร้านและเน้นการตกแต่งด้วยวัสดุเหลือใช้ ทั้งถังเก่านำมาใช้เป็นโต๊ะ เอากองฟางมาทำเป็นเก้าอี้ และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มีแพลนจะเปิดเฟส 2 ซึ่งจะเป็นเหมือนการยกทุ่งนาจำลองมาไว้กลางกรุง ส่วนร้านก็จะเป็นแบบ Premium มากขึ้น” พี่นัฐ ผู้ดูแลตลาดบอกกับเรา
ทางเข้าตลาด อยู่บริเวณข้างลานจอดรถไนท์บาซาร์ หากมาจากฝั่งท่าแพ เลี้ยวเข้าถนนช้างคลาน จะผ่านธนาคารไทยพานิชย์มา 50 ม.เลี้ยวขวามือ

1. The Steak

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-24.00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 083-5781380
จากจุดเริ่มต้นด้วยร้าน Steak เล็กๆ สไตล์ Food Truck หลัง มช. ของเหล่าบัญฑิตหนุ่มไฟแรงจากรั้วม่วง จนขยับขยายมาเปิดสาขา 2 ที่นี่ โดยเมนูที่สาขานี้เรียกได้ว่าเหมือนกับสาขาแม่เป๊ะ แต่ในเรื่องของราคาจะขยับขึ้นมาเล็กน้อย เมนูมีหลากหลายทั้ง สเต็กหมู ไก่ ปลา เนื้อ ซึ่งเป็นสูตรพริกไทยดำ เน้นใช้วัตถุดิบคุณภาพ ราคาเฉลี่ย 69-89  บาท นอกจากนี้ยังมีสลัด เฟรนช์ฟรายด์ นักเก็ท ราคาเฉลี่ย 40-50 บาท

บรรยากาศหน้าร้านเน้นตกแต่งด้วยลายไม้สวยสะดุดตา

เนื้อนำไปหมักย่างจนหอม หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำก่อนเสิร์ฟให้ลูกค้า

Beef Steak เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำหอมพริกไทยดำ เสิร์ฟพร้อมผักสลัดและซอสสูตรเด็ดของทางร้าน ราคา 89 บาท


2. Juice Street Good Belly Cafe’ No.9

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-23.00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 080-0345670, 095-9644397
“No sugar No syrub” ร้านน้ำผลไม้ปั่นสดตามฤดูกาลหลากชนิดต้องที่ Juice Street จากจุดเริ่มต้นร้านเล็กๆบริเวณถนนนิมมานซอย 9 จากนั้นได้ขยับขยายย้ายไปย่านถนนวัวลาย และเพิ่มสาขามาที่นี่ เมนูที่จำหน่ายมีกว่า 30 ชนิดจากผลไม้ไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง แอปเปิ้ล สตรอเบอรี่ สับปะรด แก้วมังกร ราคาเริ่มต้นแก้วละ 35-50 บาท ราคาย่อมเยาว์เอาใจคนรักสุขภาพขนาดนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว

หน้าร้านโดดเด่นด้วยสีสันของผลไม้นานาชนิด

Mango Shake รสชาติมะม่วงเข้มเต็มพิกัดไม่หวานมาก 50 บาท

Stawberry Shake เปรี้ยวอมหวานสดชื่นถึงใจ 50 บาท

Dragon Shake แก้วมังกรปั่น เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี  70 บาท


3. Yummy Curry by ล้านคำที่เป็นสุข

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-24.00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 088-2686918 / 091-8588330
หากใครยังจำ ล้านคำที่เป็นสุข ร้านอาหารเล็กๆบริเวณเจ็ดยอดได้ ตอนนี้เขาผันตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าแกงกระหรี่แบบเต็มตัวแล้วกับแบรนด์ Yummy Curry By ล้านคำที่เป็นสุข เมนูที่นี่เป็น Homemade เกือบทุกขั้นตอน มีให้เลือกหลากหลายเมนู โดยตัวที่ชูแบรนด์คือ แกงกระหรี่ที่เจ้าของตำเครื่องแกงเอง เคี่ยวเอง จนรสชาติเข้มข้น ถึงขนาดที่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นเอ่ยปากชมว่า อร่อยกว่าที่ประเทศญี่ปุ่นเสียอีก

บรรยากาศในร้านดูสะอาดสะอ้านสบายตา

Omelet Katsu Kare น้ำแกงหอม รสชาติเข้มข้น หมูทอดกรอบนอกนุ่มใน รสชาติกลมกล่อม 90 บาทนอกจากนี้ยังมี Katsu Green Kare เป็นแกงกระหรี่เขียวหวานให้ได้ลองกันด้วย

ไข่กะทะ พร้อมเครื่องเคียงทั้งปูอัด แฮม เสิร์ฟพร้อมขนมปังกระเทียม ราคา 85 บาท


4. Burger Box

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-24.00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 095-5905510
“เนื้อๆ เน้นๆ เข้มเต็มคำ” คำจำกัดความนี้ต้องยกให้ Burger Box เจ้าพ่อเบอร์เกอร์เมืองเชียงใหม่ จากร้านเล็กๆในแบบ Food Truck หลัง มช.ที่เกิดจากความตั้งใจของเต๋า เบนซ์ และป่าน สามเพื่อนซี้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร บวกกับมีสูตรเบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันที่แม่ทิ้งไว้ให้ จึงเริ่มเปิดเมื่อสิบเดือนก่อน จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่เมนูเนื้อจะใช้เนื้อโคขุนคุณภาพดี กัดทีเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีหมู ไก่ ปลาให้เลือกด้วย

สะดุดตาด้วยตู้คอนเทนเนอร์สีดำพร้อมชายหนุ่มร่างกำยำคอยบริการอยู่

ย่างแบบสุกพอดี รสชาติกลมกล่อมอร่อยลงตัว

Original Cheese Burger เบอร์เกอร์เนื้อแน่นอัดไปด้วยชีสเต็มๆคำ 70 บาท

Chips กรอบนอกนุ่มใน เช็ตนี้ราคา 30 บาท


5. II Gusto

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-24.00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 084-6178800
“กรอบบางที่สุด” ต้องยกคำนี้ให้สำหรับร้านนี้ เพราะจุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของ Il Gusto Cafe คือแป้งพิซซ่าที่นวดจนบางเมื่อนำไปอบจึงมีความกรอบเฉพาะตัว ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นที่ติดอกติดใจของใครหลายคน พิซซ่าที่นี่มีให้เลือกกว่า 11 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็นฮาวายเอี้ยน, ทูน่า-ทูน่า, บาร์บีคิว, เห็ด, แซลมอน ฯลฯ ทั้งขนาดกลางและใหญ่ โดยขนาดใหญ่สามารถ Half ได้ โดยประเภท Deluxe ถาดเล็กราคาเริ่มต้น 145 บาท  Premium 245 บาท ส่วนถาดใหญ่ Deluxe 245 บาท Premium 345 บาท

หน้าร้านโดดเด่นด้วยแสงไฟตัดกับสีดำเข้มของร้านได้อย่างลงตัว

ร่อนกันให้ดูสดๆ

Veggie + Classic ที่สุดของความหลากหลายทั้งผักโขมและแฮม เมนูยอดฮิตของชาวต่างชาติ ถาดใหญ่ 245 บาท

Buffalo Wings ปีกไก่อบ 85 บาท อร่อยเคี้ยวเพลิน


6. โยกี

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-24.00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 099-2962499
โยกี หมายถึง ที่นี่ ในภาษาเกาหลี แน่นอนว่าสิ่งที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของร้านนี้ดีที่สุดคือ เมนูสไตล์เกาหลี๊เกาหลีอย่างข้าวหมูผัดพริกเกาหลีนั่นเอง ด้วยความชื่นชอบอาหารเกาหลีของคุณเก่งและคุณลูกกวาด จึงตัดสินใจไปเรียนทำอาหารและเปิดร้านนี้เมื่อ 2 เดือนก่อน เมนูมีทั้งหมูและไก่ วัตถุดิบล้วนส่งตรงมาจากเกาหลีเพื่อให้ชาวเชียงใหม่ได้ลิ้มลองกัน

โยกี ร้านเล็กๆ มีไม่กี่เมนูแต่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ

ปรุงกันสดใหม่จานต่อจาน

หมูผัดพริกเกาหลี หมูนุ่มเสิร์ฟพร้อมกิมจิ อร่อยลงตัว 65 บาท


7. Cowboy Satay

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-24.00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 095-6961555, 085-7167011
จากจุดเริ่มต้นในความชอบทำอาหารบวกกับความหลงใหลในสไตล์คาวบอย จึงเป็นที่มาของ Cowboy Satay ที่มีจุดเด่นในเรื่องความสดใหม่ เสิร์ฟจานต่อจาน มีทั้งหมู ไก่และซี่โครงหมูให้เลือก เนื้อไม่เหนียวเคี้ยวง่าย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดของทางร้าน และยังสามารถเลือกมันบดหรือขนมปังปิ้งได้ 1 อย่าง ราคาเช็ตละ 60 บาท หากยังไม่พอมีข้าวโพดปิ้ง มันบด และแซนวิชบริการเพิ่ม

แดน – ดอน สองพี่น้องหนุ่มรุ่นใหม่กำล้งขะมักเขม้นในการตระเตรียมของ

ปิ้งย่างกันสดๆ จานต่อจาน จึงต้องรอนานหน่อย

หมูสะเต๊ะ พร้อมน้ำจิ้มหวานรสเด็ดและมันเผา ชุดละ 60 บาท


8. Cocktail Car

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-24.00 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 086-7314223
Cocktail Car ร้าน Cocktial เล็กๆเน้นใช้ขวดและแสงไฟสีสันสะดุดตามาตกแต่งร้าน จากแนวคิดที่อยากทำเป็น Food Truck ของคุณบอย บุญเจริญ ศรีฟ้าเลื่อน ในช่วงแรกจึงเปิดอยู่บริเวณ ถนนราชภาคินัย ย่านกลางเวียง ต่อมาได้ย้ายมาที่นี่ แต่ก็ยังคงเน้น Concept เดิมอยู่ เมนูที่จำหน่ายมีมากกว่า 30 ชนิด ทั้ง Cocktail ที่พบได้ตามร้านทั่วไปและ Cocktail Signature สูตรเด็ดของทางร้านที่รังสรรค์ขึ้นมา เช่น Thai Bastard (เหล้าไทยผสมน้ำผลไม้สี่อย่าง) หรือ Mai Laos (คล้ายไหมไทยแต่มีการดัดแปลงเล็กน้อย) ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละชนิด เริ่มต้นที่ 100 – 120 บาท

หากสังเกตุเห็นรถคันเล็กพร้อมขวดสีสันสดใส นี่แหล่ะคือ Cocktail Car

Blue Hawaii 120 บาท

Tequila Sunrise 100 บาท


9. Mama Kitchen

เวลาเปิด – ปิด : 18.00-23.30 น. หยุดวันอาทิตย์
เบอร์โทร : 088-2601288
Mama Kitchen ร้านอาหารอินเดีย – ปากีสถานต้นตำรับมากว่า 20 ปี จากจุดเริ่มต้นที่ได้ไปฝึกวิทยายุทธในการทำอาหารจากแม่สามีของคุณนีน่า ในประเทศปากีสถาน จึงกลายมาเป็นชื่อร้าน Mama Kitchen ที่นี่จำหน่ายอาหารอินเดียกว่า 20 ชนิด วัตถุดิบทุกชนิดเน้นทำเองและใช้ผักออร์แกนิค ไม่มี GMOs  เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารที่แปลกใหม่และน่าเข้าไปลิ้มลองอย่างมาก

พี่นีน่า มาม่าประจำร้าน

ทำเองสดใหม่จานต่อจาน

Garlic Nan แป้งนานนุ่มๆ หอมกลิ่นกระเทียม กินได้แบบเพลินๆ 50 บาท

Chicken Kebab Shawama แป้งโฮลวีท เพิ่มไก่และผักแบบจัดเต็ม 60 บาท


นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารไทย อาหารมังสวิรัติ ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย อาหารญี่ปุ่น บาร์บีคิว ยำ เกี๊ยวซ่าและร้านนมให้บริการ ท่านใดมีร้านในตลาดที่น่าสนใจ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

 

ฝากความคิดเห็น ...