ใครที่ชอบทำกิจกรรมท้าทาย ต้องร้องว้าว! ใครที่ชอบการผจญภัยต้องร้องอู๊ว! วันนี้เราขอเสนอกิจกรรมแอดแวนเจอร์ชิคๆฮิปๆ ให้ไปออกทริปในสไตล์ใกล้ชิดธรรมชาติกัน นั่นก็คือ การปีนเขา!! นั่นเอง แต่เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวบางคนจะหาว่าเราบ้ารึเปล่า ร้อนๆแบบนี้ใครจะมาทำอะไรแบบนี้กันค๊า !! แต่เราท้าทายเลยค่ะ ลองสลัดความขี้เกียจ สลัดความงัวเงีย ลุกจากเตียง ตื่นให้เช้าขึ้นนิดหน่อย ถึงจะหน้าร้อนแต่อากาศในช่วงเช้าๆ นี่อากาศดี เย็น สบาย จนต้องกลับมาอีกแน่นอน
โดยเส้นทางธรรมชาติเราครั้งนี้ เราไปบุกกันที่ เส้นทางปีนเขาจาก “ห้วยแก้ว ถึง ดอยสุเทพ” เราแนะนำให้ขับรถ (ไปด้วยมอเตอร์ไซค์ดีที่สุด) ไปเส้นทางหลัง มช. ตรงไปทางด้านหลังของสวนสัตว์เชียงใหม่ จากนั้นก็ให้เลี้ยวขวา ขับตรงไปอีกเรื่อยๆ จะเห็นซอยให้เลี้ยวซ้าย  ขับจนสุดเส้นทางก็จะเห็นลานทางซ้ายมือให้จอดรถ และตรงนี้แหละค่ะเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการปีนเขา
เราและเพื่อนๆนัดพบกันที่ เซเว่นหลัง มช. เวลา 6 โมงเช้าครึ่ง  แนะนำให้หาอะไรกินรองท้องไปด้วยนะ อ่อ! ที่สำคัญ อย่าลืมพกน้ำดื่มใส่กระเป๋าติดตัวไปด้วย เวลา 7 โมงพวกเราจึงเริ่มออกเดินทางมุ่งสู่เป้าหมายกัน
ช่วงทางเดินช่วงแรกเป็นทางเดินสบายๆ ไม่ชันมากนัก ให้คุณได้โล่งใจไปก่อน ระหว่างเดินทางสิ่งที่เราพบปะบ่อยที่สุดในเส้นทางนี้คือ ชาวต่างชาติ และรอยยิ้มที่ส่งยิ้มทักทายให้กันอย่างเป็นมิตร ก่อนโบกมือลาให้คุณไปสู่ทางท้าทายข้างหน้า ที่ได้มาทริปวันนี้เราก็ได้รับคำแนะนำในการเดินทางเส้นทางจากชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งคนไทยบางคนที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่อาจจะไม่ทราบเส้นทางนี้ด้วยซ้ำ ก็เรียกได้ว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางปอปปูลาร์ของชาวต่างชาติเลยก็ว่าได้
คุณลุงมีไฟ ร่างกายแข็งแรง กับน้องหมาคู่ใจ ที่โชว์สัญลักษณ์ลิ้นห้อยเป็นนัยๆ ของความเหนื่อย
หลังจากที่เดินทางมาได้ซักครึ่งทาง เรากำลังจะเข้าสู่โหมดความชันกันแล้ว ต้นไผ่ก็ช่างเป็นใจงอโค้งมาเป็นอุโมงค์ให้เหมือนกับทางเข้า ประดุจว่าเรากำลังมุ่งหน้าสู่อีกมิติลับๆ
สิ่งที่เป็นผลพลอยได้ตลอดการเดินทางคือ ความสวยงามของธรรมชาติ ที่โอบล้อมไปด้วย ต้นไม้ และดอกไม้นานาพันธุ์ ที่ถูกรังสรรค์ให้สวยงามด้วยตัวของมันเอง สำหรับทริปนี้ใครที่ชื่นชอบการถ่ายรูปด้วย ก็ห้ามพลาดที่จะพกกล้องตัวเล็กๆ มาเก็บความประทับใจ
หลังจากที่เดินทางมาได้สักพัก พอให้เหงื่อตก กันนิสๆ เราจะพบทางออกช่วงที่หนึ่ง เป็นมุมลานหินคล้ายๆกับเป็นต้นสายของน้ำตก ให้เราได้พักชมวิว โดยมุมนี้นับว่าเป็นมุมดีที่เห็นพระอาทิตย์ค่อยๆขึ้นได้ชัดเจน
บนโซนลานหินนี้ เรายังพบกับ พระพุทธรูป งานปั้นปูนสีขาว ที่ดูคลาสสิค ยิ่งทำให้บรรยากาศละม้ายคล้ายกับเมืองลับแลไปเรื่อยๆ
หลังจากพักหายเหนื่อยกันพอประมาณเราจึงเริ่มออกเดินทางต่อ ในทางช่วงที่สองเส้นทางจะเริ่มชัน ขึ้นและบางทางค่อนข้างลื่นง่าย จึงความใช้ความระมัดระวังในการปีนป่ายเป็นพิเศษ เทคนิคลดแรงเหนื่อย อาจจะพกไม้ค้ำซักอันเพื่อช่วยยึดเกาะก็เป็นไอเดียที่ดี
เส้นทางค่อนข้างชันสูงขึ้นเรื่อยๆ
และในที่สุดเราก็มาถึงทางออกของครึ่งทางแรก โดยสุดทางออกจะเป็นราวกั้นถนน ให้เราใช้ความสามารถในการรอด ในการปีนป่าย สักหน่อย
เราและเดอะแกงค์จึงขอถ่ายรูป โชว์การกระโดดว่าพลังยังเหลือเฟือซักหน่อย
ในช่วงครึ่งทางเดินสุดท้าย ก่อนจะไปลงเอยที่ดอยสุเทพ เส้นทางนี้จะค่อนข้างชันตลอดการเดินทาง ถ้าเหนื่อยและไม่ไหวจริงๆ เราแนะนำให้หยุดพักก่อน ถ้าไหวแล้วก็ลุยกันต่อ เล๊ยย
เราใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที ก่อนจะถึงเป้าหมาย การเดินทางในช่วงนี้อาจใช้ระยะเวลาในการเดินทางช้าซักเล็กน้อยเนื่องจากความชันในการเดินทาง แต่อากาศจะเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ในโซนนี้จะมีต้นไม้เขียวชุกชุมมากกว่าครึ่งทางแรก
เย้ !!! ในที่สุดพวกเราก็พิชิตสำเร็จ เราและทุกคนในทีมกล้าพูดเลยว่าคุ้มค่ากับการตื่นเช้า ได้ทั้งชมวิว ออกกำลังกายแบบใหม่ ท่ามกลางอากาศสดชื่นยามหน้าร้อนจริงๆ  สุดท้ายนี้ เราขออำลาทริปวันนี้ไปด้วยการถ่ายรูปปิดท้ายสร้างแลนมาร์ค “เดอะผู้พิชิตดอยสุเทพ” กันซักหน่อย ก่อนจะเดินทางกลับก็อย่าลืมแวะซื้อน้ำเปล่าเพิ่ม หรืออาจเติมพลังด้วยสปอนเซอร์เย็นๆซักชวด ก็ชวนคึก ฮึดต่อดี โดยเส้นทางกลับจะเป็นเส้นทางเดิมแต่ระยะเวลาเดินทางเร็วขึ้น เพราะเส้นทางชันเดินลงเร็วกว่า แต่อย่ารีบเดินเร็วมากนะเดี๋ยวจะสไลเดอร์ไหลลงไปได้ ….  จบทริป !!ตะลุยเส้นทางปีนเขา ทริปต่อไปเราจะบุกตะลุยโซนไหนของเชียงใหม่ก็อย่าลืมแวะมาติดตามกันนะ
****
ตอนเดินขึ้นใช้เวลา เดินทาง 7.00-9.00 รวมเวลาแวะพักระหว่างทาง
ขากลับ 9.00-10.00 โดยประมาณ รวมเวลาพักระยะทาง

ฝากความคิดเห็น ...