พิกัด : ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ (ศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาบ้านไทยบุญ)
โทรศัพท์ : 081-9519320, 053-496264

ถ้าให้ถามผมว่ารู้จักอะไรเกี่ยวกับไทลื้อบ้าง?  ผมคงใช้เวลาหลายนาทีในการเปิดหาในกูเกิ้ล หรือแอบไปเปิดดูในหนังสือตามห้องสมุดและร้านหนังสือทั่วไป

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปเยือนศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยบ้านใบบุญ ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด ตามกำหนดเป้าหมายของชีวิตคือไปเรียนรู้วัฒนธรรมของชาวไทลื้อนั้นแหละ แต่เผอิญเข้าให้ว่า นอกจากวิถีชีวิตความเป็นอยู่อะไรแล้ว อาหารของไทลื้อก็ถือเป็นอีกอย่างที่ประทับใจจอร์ชเป็นอย่างมากครับ

ประทับใจจนผมต้องแยกย่อยเรื่องออกมาเป็นของกินกันเลย แต่แรกกะจะรวบใส่เป็นเรื่องกินเที่ยวศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยบ้านใบบุญ แต่เกรงว่าจะไม่มีเรื่องเขียน เฮ้ย แต่เกรงว่ามันจะสับสนกัน เลยแยกมันออกแบบนี้น่าจะเหมาะกว่า

อ้าว ไม่ต้องพูดพร่ำทำห่านอะไรให้มาก ประเดี๋ยวจะขี้หงุดหงิดรำคาญกันเอาซะเปล่า ลองไปดูทีละอย่างครับว่ามีอะไรน่าสนใจ

อย่างแรกเลย ส้มตำไทลื้อ แว่บแรกที่เห็นพี่แกตำ ผมเป็นอันต้องตะลึงกับครกไม้ขนาดใหญ่เขื่อง ชนิดที่ว่าถ้าตกใส่ขา คุณสามารถโทรหารถพยาบาลให้ไปรับเข้าเฝือกได้เลยทันที ครกใหญ่ไม่พอ สากกะเบือ ยังใหญ่อีกแม่เจ้า ผมคำนวณดูแล้ว นอกจากจะใช้ตำส้มตำ ยังสามารถเอาไปเป็นกระบองสำหรับ รปภ. ได้แบบสบายๆ ฉะนั้นใครคิดจะเป็นเขยไทลื้อ ขอเตือนไว้ก่อนว่า อย่าได้มีปากเสียงกับภรรยาของคุณเป็นอันขาด เพราะไม่เช่นนั้น สากขนาดเท่ากระบอง อาจลอยมาตกใส่หัวเอาได้ง่ายๆ

มาว่าเรื่องรสชาติส้มตำกันบ้าง ส้มตำไทลื้อวัตถุดิบในการตำหลักๆที่เห็นมี เส้นมะละกอ มะขามเปรี้ยวดิบฝักใหญ่ (มันใหญ่จริงๆ) น้ำปูที่เอาไว้ใส่แทนปลาร้า กลิ่นน้ำปูดูจะคล้ายๆกะปิครับ สีดำๆ ทำมาจากการตำปูนาตัวเป็นๆดิ้นได้ผสมกันกับใบขมิ้นและใบตระไคร้ ก่อนจะเอาไปละลายน้ำแล้วกรองเอาไปเคี่ยวจนเหนียวได้ที่ เก็บใส่กระปุกไว้ปรุงอาหาร

ทุกๆอย่างโขลกรวมกันลงไปทันทีเริ่มที่มะขามเปรี้ยวดิบ ซัดให้ละเอียดจากนั้นก็เหมือนกับใส่ส้มตำทั่วไป รสชาติพอชิมออกมาปรากฏว่า เจ๋งไปเลย อารมณ์ความรู้สึก เหมือนเรากินส้มตำผสมตำมะขามดิบเปรี้ยวยังไงยังงั้น มีทั้งเผ็ด เปรี้ยว ปนหวานนิดๆ กินกับข้าวเหนียวนึ่งหรือข้าวแคบได้อย่างอร่อยๆสบาย

อีกเมนูเป็นน้ำพริก เขาบอกว่าต้องกินกับข้าวเหนียวนึ่ง มันมีด้วย 2 ถ้วย ถ้วยแรกเป็นน้ำพริกน้ำผัก คือการเอาน้ำพริกที่ตำได้มาใส่น้ำผัก รสชาติพอเอาข้าวเหนียวจิ้มใส่ปากเสร็จจะออกเผ็ดธรรมดา มีกลิ่นของผักหลายชนิดลอยมาแตะจมูก ผมคิดในใจเลยว่า กินกับหมูปิ้งตอนเช้าคงจะเข้าท่าดี

ส่วนอีกถ้วยชื่อน้ำพริกน้ำปู ก็คือการตำพริกใส่น้ำปูลงไปด้วย ถ้วยนี้ไม่ค่อยเผ็ดเท่าไหร่นัก ออกจะเค็มนิดๆจากน้ำปูที่ใส่ลงไป เมื่อเทียบพิกัดกันกับถ้วยแรกแล้วต้องบอกว่า น้ำพริกน้ำผักดูจะเหนือกว่านิดๆในเรื่องรสชาติความระห่ำ

หน้าตาน่าทานแบบนี้ชื่อ ไข่ป่าม ป่ามไข่ หรืออ็อกไข่ ทำจากไข่ไก่ปรุงรสเทใส่ใบตองห่อเอาไปย่างไฟอ่อนๆ รสหอมทานอร่อยครับเมนูนี้

ข้าวจี่งา เกิดมาเคยกินแต่ข้าวจี่ทาเกลือ กับทากล้วยตอนเด็ก มาเจอแบบนี้ก็ดีอีกแบบ รสชาติของมันออกจะหอมจากงาและข้าวเหนียวที่เอามาจี่ กินกับไข่ป่ามก็แซบดีอีหลีครับ

เดินกินนู้นนี้นั้นไปเรื่อยที่ล่ะอย่าง สุดท้ายยังมียาสมุนไพรต้มมาแนะนำกันอีกครับ ถามลุงแก แกบอกว่ายานี้ดี กินแล้วหายไปจากโลก เฮ้ย ไม่ใช่แล้วกินแล้วหายจากอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้โรคกระเพาะ สมุนไพร ก็หาได้ตามบ้านเราเนี่ยแหละ ส่วนฮ่องกงฟุต คันตามนิ้วมือนิ้วเท้าเนื่องจากเชื้อรา คันในร่มผ้า กลากเกลื้อน  เชื้อราบนหนังศรีษะ อันนั้นโทนาฟนะครับ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันกับยาลุงแกหรอก

เป็นอันว่ามาศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยบ้านใบบุญ ผมล่ะอิ่มหนำสำราญกันเลย ของกินมีแต่อร่อยๆทั้งนั้น แหม ถ้าที่นี้เขามีรับสมัครเขยไทลื้อ คาดว่า ผมคงไปสมัครคนแรก เพราะเสน่ห์ ปลายจวักของแม่ครัวที่นี้  ขอบอกว่าเด็ดกันทุกคนครับ ใครอยากมาชิมแบบผม หลังจากอ่านรีวิวเสร็จแล้วน้ำลายหกรดแป้นคีย์บอร์ด ก็ตรงดิ่งไปศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยบ้านใบบุญ  เบอร์โทรศัพท์กริ๊งกร๊างโทรไปถามได้ที่ 081-9519320, 053-496264  ส่วน facebook ,twitter ,google+ ,line , instagram บ่มีเด้อซิบอกให้ อิอิ

เรื่อง/ภาพ : คนหูเหล็ก

 

ฝากความคิดเห็น ...