สัปดาห์แห่งความรู้สึก

สัปดาห์แห่งความรู้สึก Week / weak ผมกำลังจะขึ้นเครื่องในเย็นวันศุกร์ หลังจากที่สอบเสร็จเพื่อกลับเชียงใหม่ บ้านเกิดที่คุ้นเคยเพื่อพบปะครอบครัวรวมไปถึงเพื่อนฝูงที่นัดรวมตัวกันในช่วงเทศกาล ผมมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่ผมจะไปเรียนต่อ ด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ทำให้พลังกายและพลังใจ นั้นเหลือน้อยเต็มที โดยความคาดหวังกับการกลับบ้านครั้งนี้ คือการกลับไปชาร์จกายใจตัวเอง เพื่อให้พร้อมต่อการกลับเข้าไปในความวุ่นวาย ในเมืองหลวงที่ไม่เคยหลับไหล ผมไม่แม้แต่ที่จะคิดวางแผน ว่ากลับไปทำอะไรบ้าง รู้เพียงแต่ว่าทุกการกระทำที่นั่น ผมจะทำเพื่อกอบโกยความสุขให้แน่นหนาพอที่จะกลับไปรับความกดดันต่อที่นั่นได้ —————————————————————————————————— “ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้เครื่องบินได้ถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพแล้ว” เมื่อผมได้ก้าวออกจากสนามบิน  เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  “เห้ยมึง คืนนี้ร้านเดิม” แล้วสายก็ตัดไปในทันที เวลานั้นไม่คอยท่าผมเลยจัดการตัวเองเรียบร้อยเพื่อที่จะไปพบปะเพื่อนๆให้มันชื่นใจ ไม่นานผมก็ไปถึงร้านประจำที่คุ้นเคย พร้อมกับบรรยากาศเก่าๆ กับเรื่องราวที่ของวันวานในความทรงจำก็กลับกลายเป็นเรื่องจริงอีกครั้ง เมื่อความคิดถึงของเราทุกคนได้ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง ความสนุกสนานจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว  ซึ่งใครจะสนกันหล่ะ ในเมื่อพวกเขาที่คุณคิดถึงได้มารวมตัวกันอยู่ภายหน้าคุณแล้ว —————————————————————————————————— “จบท่อนนี้ หมดแก้ว!!!” ความบันเทิงยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงเวลาห้าทุ่มกว่า ซึ่งนั่นก็คือเวลาพีคที่สุดของค่ำคืนแล้ว สำหรับร้านที่ปิดเที่ยงคืน ไม่โต๊ะไหนก็ต่างร้องตะโกนในบทเพลงร่วมสมัย ที่ใครต่อใครต่างก็ร้องตามได้ ทุกคนในโต๊ะต่างก็ต่างคึกครื้นในบรรยากาศและเสียงเพลง โดยต่างก็มีบรรดารุ่นพี่รุ่นน้องคนรู้จักต่างก็เข้ามาทักทายกันข้ามโต๊ะไปมา ทั้งๆที่เมื่อเจอหน้ากันส่วนในเวลากลางวันก็เรามักทำแค่ทักทายกันผ่าน หรืออาจจะยิ้มให้กันเป็นมารยาทของคนที่รู้จักกัน แต่ด้วยค่ำคืนนี้ ที่มีเครื่องดื่มเย็นๆเป็นตัวกระตุ้นในการทักทายผู้คนและพบปะกัน ทำให้ช่องว่างระหว่างกัน ที่ถูกคั่นโดยความเขินอาย นั้นทะลายหายไปทันที ทันใดนั้นผมก็มีโอกาสได้รู้จักกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นรุ่นน้องในคณะของเพื่อนร่วมโต๊ะ ทำให้เราได้มีโอกาสรู้จักกัน […]

MidnightMessageBox

June 24, 2020

#รีวิวด่วน – Love, Simon (2018) เมื่ออีเมลป่วนชีวิตไซมอน

หนังที่ทำท่าว่าจะไม่ได้เข้าฉายที่เชียงใหม่ แต่หลังจากมีกระแสเรียกร้อง (น่าจะจากเพจ ชาวเชียงใหม่ต้องการดูหนังเรื่องนี้) ก็ทำให้ทางโรงหนังทั้งสองค่ายได้นำหนังมาฉายจนได้ในอาทิตย์ต่อมา ทำไมคนถึงอยากดูกันขนาดนั้นกับหนังเล็กๆดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ ก่อนอื่นลองดูคะแนนหนังกันก่อน ตามที่เห็นนั่นแหละครับ หนังได้รับคะแนนถล่มทลายทั้งจากฟากผู้ชมและนักวิจารณ์ คะแนนสุดติ่งขนาดนี้ใครๆก็อยากดูแหละว่ามันจะซักแค่ไหนกันคะแนนถึงพุ่งไปได้แบบนี้ หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร หนังเป็นเรื่องราวชีวิตเด็กมัธยมปลายปีสุดท้ายที่กำลังนับถอยหลังวันจบการศึกษา ชีวิตอยู่ในช่วงกำลังก้าวจากวัยรุ่นเล็ก ไปสู่วัยรุ่นใหญ่ ก่อนจะก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ในช่วงปลายของมหาวิทยาลัย เป็นชีวิตช่วงที่กำลังรู้สึก กำลังเริ่มจะค้นพบตัวเองและหนังก็พาเราไปดูว่าเมื่อค้นพบตัวเอง ความต้องการของตัวเองแล้ว การจัดการกับมันไม่ได้ รวมถึงปัญหาที่จะตามมาภายหลังอีก ชีวิตวัยรุ่นน้อยๆนี้จะทำยังไง จะหาทางออกได้อย่างไร ความเห็นของผม เป็นหนังที่ดีเรื่องนึง แต่ไม่ถึงขนาดกับคะแนนที่ได้รับ โดยเฉพาะคะแนนจากเว็บมะเขือเน่าที่ให้กันถึง 92% คะแนนตามความเห็นผมน่าจะอยู่ที่ราวๆ 82-85% ก็เพียงพอแล้ว หนังพยายามทำซึ้งกับปัญหาชีวิตของวัยรุ่น พยายามจะเรียกน้ำตาอยู่หลายฉาก แต่นอกจากน้ำตาจะไม่ไหลแล้วยังรู้สึกว่านี่ตั้งใจเรียกน้ำตามากไปนะ ทั้งกับครอบครัวที่อบอุ่นเกินจริงของไซมอนทำให้รู้สึกว่ามันเว่อร์ไปไม่สมจริง ใช่ละ หนังมันดีแต่มันเว่อร์ไป มันไม่ค่อยจริง ชีวิตมันดีเกินไป ไม่มีดาร์คเลย สรุปว่า ควรไปดู แน่นอน ถ้าหนังยังไม่ออกโรงคุณๆที่อ่านอยู่นี่ควรไปดูให้ได้ หนังสอนอะไรเรามากมายหลายอย่าง ว่าที่จริงผมแนะนำให้คนที่เป็นพ่อแม่ทั้งหลายควรต้องไปดู โดยเฉพาะพ่อแม่คนไทยที่มักจะรับอะไรนอกกรอบที่ตัวเองเรียนรู้มาไม่ค่อยได้ ไปดูซะแล้วกลับไปบอกลูกว่า “ไม่ว่าลูกจะเลือกตัดสินใจอะไรยังไง ลูกก็ยังเป็นลูกที่รักของพ่อแม่เหมือนเดิม”

itong2go

June 6, 2018