หนังที่ทำท่าว่าจะไม่ได้เข้าฉายที่เชียงใหม่ แต่หลังจากมีกระแสเรียกร้อง (น่าจะจากเพจ ชาวเชียงใหม่ต้องการดูหนังเรื่องนี้) ก็ทำให้ทางโรงหนังทั้งสองค่ายได้นำหนังมาฉายจนได้ในอาทิตย์ต่อมา ทำไมคนถึงอยากดูกันขนาดนั้นกับหนังเล็กๆดูเหมือนไม่มีอะไรน่าสนใจ ก่อนอื่นลองดูคะแนนหนังกันก่อน

Love, Simon (2018)

ตามที่เห็นนั่นแหละครับ หนังได้รับคะแนนถล่มทลายทั้งจากฟากผู้ชมและนักวิจารณ์ คะแนนสุดติ่งขนาดนี้ใครๆก็อยากดูแหละว่ามันจะซักแค่ไหนกันคะแนนถึงพุ่งไปได้แบบนี้

หนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับอะไร

หนังเป็นเรื่องราวชีวิตเด็กมัธยมปลายปีสุดท้ายที่กำลังนับถอยหลังวันจบการศึกษา ชีวิตอยู่ในช่วงกำลังก้าวจากวัยรุ่นเล็ก ไปสู่วัยรุ่นใหญ่ ก่อนจะก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ในช่วงปลายของมหาวิทยาลัย เป็นชีวิตช่วงที่กำลังรู้สึก กำลังเริ่มจะค้นพบตัวเองและหนังก็พาเราไปดูว่าเมื่อค้นพบตัวเอง ความต้องการของตัวเองแล้ว การจัดการกับมันไม่ได้ รวมถึงปัญหาที่จะตามมาภายหลังอีก ชีวิตวัยรุ่นน้อยๆนี้จะทำยังไง จะหาทางออกได้อย่างไร

ความเห็นของผม

เป็นหนังที่ดีเรื่องนึง แต่ไม่ถึงขนาดกับคะแนนที่ได้รับ โดยเฉพาะคะแนนจากเว็บมะเขือเน่าที่ให้กันถึง 92% คะแนนตามความเห็นผมน่าจะอยู่ที่ราวๆ 82-85% ก็เพียงพอแล้ว

หนังพยายามทำซึ้งกับปัญหาชีวิตของวัยรุ่น พยายามจะเรียกน้ำตาอยู่หลายฉาก แต่นอกจากน้ำตาจะไม่ไหลแล้วยังรู้สึกว่านี่ตั้งใจเรียกน้ำตามากไปนะ ทั้งกับครอบครัวที่อบอุ่นเกินจริงของไซมอนทำให้รู้สึกว่ามันเว่อร์ไปไม่สมจริง ใช่ละ หนังมันดีแต่มันเว่อร์ไป มันไม่ค่อยจริง ชีวิตมันดีเกินไป ไม่มีดาร์คเลย

สรุปว่า ควรไปดู

แน่นอน ถ้าหนังยังไม่ออกโรงคุณๆที่อ่านอยู่นี่ควรไปดูให้ได้ หนังสอนอะไรเรามากมายหลายอย่าง ว่าที่จริงผมแนะนำให้คนที่เป็นพ่อแม่ทั้งหลายควรต้องไปดู โดยเฉพาะพ่อแม่คนไทยที่มักจะรับอะไรนอกกรอบที่ตัวเองเรียนรู้มาไม่ค่อยได้ ไปดูซะแล้วกลับไปบอกลูกว่า

“ไม่ว่าลูกจะเลือกตัดสินใจอะไรยังไง ลูกก็ยังเป็นลูกที่รักของพ่อแม่เหมือนเดิม”

ฝากความคิดเห็น ...