หากใครได้มาเที่ยวเชียงใหม่ โดยเฉพาะทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ 1 ทุ่มไปจนถึง 4-5 ทุ่ม บริเวณถนนคนเดินวัวลายและถนนคนเดินท่าแพ ในระหว่างที่เราเดินเล่นเพลิดเพลินจับจ่ายสินค้าของกินของใช้บนถนน หูอาจแว่วยินเสียงไวโอลินลอยแผ่วมาไกลๆ จากน้องโฮปสาวน้อยนักไวโอลิน หลายคนคงคุ้นเคย หลายคนคงไม่รู้จักและหลายคนตั้งใจที่จะกลับมา

DSC_0078
…ท่ามกลางความพลุกพล่าน จอแจของผู้คนหลากวัย หลากเชื้อชาติ เขาเหล่านั้นอาจเป็นเพียงแค่คนผ่านมาและผ่านไป บริเวณพื้นที่เกาะกลางระหว่างสองฝั่งถนน สาวน้อยผู้มีรอยยิ้มบนใบหน้า ยืนเดี่ยวไวโอลินบรรเลงบทเพลง ส่งสายตาและรอยยิ้มใสๆ หยอกล้อให้กับผู้คน โดยไม่ยี่หระกับเสียงรบกวนต่างๆ รอบตัว หลายคนประทับใจในรอยยิ้มนั้นเช่นเดียวกับบทเพลงที่เธอบรรเลง.

DSC_0016
…ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน เด็กน้อยวัย 9 ขวบ หิ้วไวโอลินออกจากโบสถ์วันอาทิตย์ ไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน พลันสายตาเหลือบไปเห็นแหวนพลาสติก ความอยากได้แต่ไม่มีเงิน จึงกลับไปยืนเล่นไวโอลินเปิดหมวกหาเงินบริเวณหน้าโบสถ์ ได้เงินมาสองสามร้อยบาท ประสบการณ์หาเงินครั้งแรกในตอนนั้น ทำให้เธอกล้าและมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่เธอชอบและรักนั่นคือฝึกฝนไวโอลินให้ชำนาญ เพื่อเดินบนเส้นทางสายดนตรี มาถึงวันนี้ร่วมสิบปี จากเด็กน้อยวัย 9 ขวบ ปัจจุบันน้องโฮปอายุ 20 ปีและยังคงเล่นไวโอลินที่ถนนคนเดินเพื่อส่งเสียตัวเองร่ำเรียน ในคณะมนุษย์ศาสตร์ สาขาปรัชญา ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พร้อมกับยังคงฝึกฝนพัฒนาทักษะฝีมือตัวเอง ด้วยการฟังและจำเสียงจากบทเพลงต่างๆ นอกจากนั้นเธอยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นหลังๆ อีกหลายคนที่ติดตาม.


โฮปเป็นคนเชียงใหม่ และเริ่มต้นสนใจเล่นดนตรีตอนอายุเท่าไร?
เป็นคนเชียงใหม่ค่ะ แต่พูดภาษาเมืองไม่ค่อยได้  ชอบพูดปนเมือง ปนกลางแต่ฟังภาษาเมืองรู้เรื่องเข้าใจ (หัวเราะ)
โฮปเริ่มเล่นและจับไวโอลินตอนประมาณ 9 ขวบ โฮปเป็นคริสเตียนและก็อยู่ที่โบสถ์ พอดีมีอาจารย์ที่สอนไวโอลินในโบสถ์จะเปิดรอบให้เด็กเรียนฟรี 1 เดือน เริ่มเล่นไวโอลินตัวเล็กสำหรับเด็ก ไม่มีใครบังคับให้เล่น เราแค่อยากลอง รู้สึกมันแปลกและไพเราะดี ก็สนใจเรียนอาทิตย์ละครั้ง จนหมดคลาสก็อยากเรียนต่อ แต่ทางบ้านไม่มีเงิน โฮปก็ตัดประเด็นที่อยากเรียนไวโอลินออกไปก่อน

DSC_0114

แต่วันหนึ่งเป็นจุดเริ่มต้น คือวันนั้นมีถนนคนเดินที่ท่าแพ แล้วโบสถ์อยู่ตรงกลางเวียงพอดี ชื่อโบสถ์ความหวัง ตอนนี้เขาย้ายไปที่อื่นแล้ว วันนั้นโบสถ์เลิกตอนเย็นๆ น้องคนหนึ่งอ่อนกว่าโฮปประมาณ 3-4 ปีบอกพี่โฮปไปเดินถนนคนเดินกัน เราก็ไม่มีเงินติดตัว ยังเป็นเด็ก เดินไปเห็นแหวนพลาสติกราคา 10 บาท แล้วเราก็อยากได้ จะทำยังไงดี? น้องคนที่มาด้วยบอกว่า “พี่โฮปก็เล่นไวโอลินสิ” โฮปก็บอก “ เห้ย พี่ยังเล่นไม่ได้เลย เล่นได้แต่เพลง A B C กับเพลงหนูมาลีลูกแมวเหมียว” เล่นได้แค่สองเพลงนี้จริงๆ น้องเขาก็บอก
“พี่โฮปเล่นเลยๆ เดี๋ยวหนูยืนเป็นเพื่อน” ก็เลยกลับไปเล่นเปิดหมวกหน้าโบสถ์ แล้วก็ได้เงินประมาณสองสามร้อย ดีใจ๊ ดีใจ ดีใจมาก เป็นครั้งแรกที่เราหาเงินได้ พอเล่นเสร็จ เราก็ลืมเรื่องแหวนและไม่ได้กลับไปซื้อแหวนนั่นเลย” (หัวเราะ)
กลับไปเล่าให้แม่ฟังว่าเล่นไวโอลินได้เงินมาสองสามร้อย แม่ก็ตกใจและสนับสนุน หลังจากนั้นก็เริ่มเล่นไวโอลินมาเรื่อยๆ มาจริงจังตอนช่วง ป.5-ป.6
ทางบ้านมีปัญหาทางการเงิน แม่ก็ไม่มีเงินส่งโฮปเรียนไวโอลิน โฮปเลยต้องไปเล่นไวโอลินเปิดหมวก เปิดหมวกเพื่อจะเอาเงินไปเรียนไวโอลิน ชั่วโมงละ 300 บาท ในตอนนั้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว สำหรับเราถือว่าแพงมาก ส่งตัวเองเรียนไวโอลินได้ประมาณ 10 กว่าชั่วโมง หลังจากนั้นก็ไม่ได้เรียนไวโอลินต่อ

DSC_0022

เรียนไวโอลิน 10 ชั่วโมงกว่า?
อาทิตย์ละ1 ชั่วโมงก็ประมาณ 2-3 เดือน เรียนพื้นฐานมากๆ ตั้งแต่อ่านโน้ตหูฟังและไล่สเกล สเกลแบบเด็กๆ เลย หลังจากนั้นก็ไม่มีเงินไปเรียน อยู่บ้านจนไม่ได้พัฒนาตัวเองมาระยะหนึ่ง จึงเริ่มฟังเพลงแล้วแกะเพลงเอง แม่จะช่วยฟังว่าโฮปเล่นถูกโน้ตไหม แม่ไม่ได้เล่นไวโอลินแต่ใช้การฟังแล้วแกะเพราะแม่เป็นคนชอบฟังเพลง แม่ก็จะถามว่าเล่นเพลงนี้ได้ไหม? ส่วนมากก็จะเป็นเพลงรุ่นแม่  หลังจากนั้นโฮปก็ฝึกมาเรื่อยๆ พอเริ่มมีพวกเทคโนโลยีเข้ามา มีคอมพิวเตอร์  มีมือถือมี YouTube จึงมาฟังเพลงจาก YouTube

DSC_0089
เครื่องดนตรีชิ้นแรกก็คือไวโอลีน?
ตอนนั้นใช้ไวโอลินตัวเล็กสำหรับเด็ก ขนาด 1/4 แล้วขยับมาเป็น 3/4เลย เพราะ 2/4 ตอนนั้นยังไม่มีเงินซื้อ ส่วนไวโอลิน 4/4 ตัวนี้ฝรั่งเขาให้มา เขามาเจอโฮปที่ถนนคนเดินแล้วเขามาบอกว่า “I want to give this for you” โฮปก็ไม่รู้จักเขา ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้ว่าเป็นใคร อยู่ดีๆเขาก็มายื่นให้ โฮปเห็นเขาสองอาทิตย์ อาทิตย์แรกเขาสะพายไวโอลินเดินมากับแฟน อาทิตย์ที่สองเขาก็สะพายไวโอลินเดินวนไปวนมา แล้วโฮปสังเกตเห็นว่าตรงกล่องไวโอลินมีโบว์สีทองติดอยู่ แล้วอยู่ดีๆ เขาก็เดินเอามาให้ ตกใจและตื่นเต้นมาก

ถือว่าเป็นของขวัญจากพระเจ้า?
เหมือนเลยค่ะ เพราะว่าตอนนั้น โฮปไม่มีเงินซื้อไวโอลิน โฮปโตมากทีจะมาใช้ขนาด 3/4 ตัวเดิม ตอนนั้นอยู่ ม.2 แขนเราก็เริ่มยาว จริงๆต้องใช้ขนาด 4/4 สำหรับผู้ใหญ่ ก็อธิษฐานว่าอยากได้ไวโอลินใหม่ อยากได้ในราคาที่ไม่แพงมาก แล้วก็ดีแต่สุดท้ายได้ฟรี อยู่ดีๆ ฝรั่งก็เอามาให้ (ตัวที่ใช้ปัจจุบัน) มันเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่คิดไม่ฝัน (หัวเราะ)

DSC_0042

มุมมองและความรู้สึกต่อดนตรี
โฮปคิดว่า เวลาที่เราดนตรี เล่นมันทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เหมือนได้ระบายหลายๆ เรื่องออกมา ตอนเรารู้สึกไม่สบายใจ เราก็จะเล่นเพลงที่มันสบายๆ เราก็จะรู้สึกผ่อนคลายไปกับมันด้วย อยากรู้สึกสนุกสนาน เราก็หาเพลงสนุกๆ เล่น คือถ้าเรารู้สึกสนุกจริงๆ ดนตรีมันก็จะออกมาสนุก ไม่ใช่ว่าเราเล่นแล้วจะไพเราะทุกครั้ง คือต้องมีอารมณ์ร่วมกับมันด้วย ถ้าเราเล่นโดยไร้ความรู้สึก มันก็เหมือนเส้นตรงๆ ทื่อๆ แต่ถ้าเราใส่ความรู้สึกไปกับเพลง  ยิ่งรู้ story ของเพลงด้วย ใส่อารมณ์ร่วมลงไป อย่างสมมติว่าถ้าเป็นเพลงเศร้า มันก็จะเศร้ามากถ้าเรารู้ที่มาของเพลง

ได้ยินโฮปเล่นเพลง Canon บ่อยๆ?
ใช่ค่ะ เป็นเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจให้คน ฟังแล้วรู้สึกดีขึ้นมา เป็นเพลงที่โฮปชอบเล่นมากๆ เป็นเพลงโปรดเลย มันมีหลายจังหวะทั้งช้าในท่อนแรกช่วง Intro และสนุกในช่วงท้ายๆ จังหวะมันคล้ายๆ ชีวิตคน

DSC_0111
แนวเพลงที่ชอบ Pop-Jazz-Classic หรืออื่นๆ ?
ไม่ยึดค่ะ เราอยากเล่นอะไรเราก็เล่น อย่างเพลงพื้นเมือง, เพลงยุคเก่าเช่นวง Pink Panter รักฉันนั้นเพื่อเธอ ได้มาจากตอนที่โฮปฝึกกับแม่ แล้วก็เล่นเพลงบรรเลงด้วย โฮปจะฟังเพลงเยอะมาก ถ้าชอบเพลงไหนพิเศษก็จะลองแกะและเล่น

รวมเวลาแล้วเล่นไวโอลินเปิดหมวกมากี่ปี เพราะอะไร?
เพราะว่าด้วยความที่ครอบครัวโฮปไม่ได้ร่ำรวยมาก ก็เลยต้องส่งตัวเองเรียน ซึ่งรายได้ตรงนี้โฮปก็ต้องเก็บออมมาส่งตัวเองเรียน อยากได้อะไร เราก็ซื้อเอง คือตั้งแต่วันที่โฮปเล่นเปิดหมวกเองตอน 9 ขวบถึงตอนนี้ร่วม 10 ปี โฮปไม่เคยขอตังค์พ่อ-แม่อีกเลย เราต้องบังคับตัวเอง คือทุกคนมันมีความขี้เกียจอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเด็ก ยิ่งขี้เกียจ บางวันโฮปก็ขี้เกียจไม่อยากไปเล่น ไม่อยากไปทำงาน แต่เราอยากได้อันนี้นะ เราต้องทำ เราต้องส่งตัวเองเรียนนะ และที่โฮปไปเล่นไวโอลิน เพราะโฮปชอบด้วย เวลาเราไปเล่น คนจะชอบมาถ่ายรูป เข้ามาทักทาย เราก็มีความสุข มันเป็นอีกสังคมหนึ่ง

DSC_0049
ขณะที่เล่นไวโอลิน จะเห็นโฮปยิ้มตลอด
(หัวเราะ) มันร้อนด้วย คนก็เยอะ แต่ว่าขณะเล่นไวโอลิน มันลืมทุกอย่าง มันสนุกอยู่กับเพลง ไม่ได้ใส่ใจว่ามันจะร้อน แล้วเวลาคนมาถ่ายรูป คนมายืนดู เราจะยิ่งมีความสุข (หัวเราะ) เฮ้ย! เขามาดูเราอยู่น้า เราต้องทำให้ดีที่สุด ให้เขาประทับใจในการแสดงนี้ โฮปจะเล่นตั้งแต่ 1 ทุ่มจนถึง 4-5 ทุ่ม พัก 15 นาทีทุกๆ หนึ่งชั่วโมง ไม่งั้นแขนหลุด (หัวเราะ)

เราได้เตรียมเพลงมาไหม?
ส่วนมากจะเล่นรวมๆกัน อย่างสมมติว่าช่วงนี้เห็นฝรั่งเดินอยู่ก็จะเล่นเพลงบรรเลง แต่ถ้าเป็นคนสูงอายุหน่อย คุณยาย คุณตาเดินผ่านมา ก็จะเล่นเพลงไทย ก็ต้องดูว่าคนที่เดินเป็นกลุ่มไหน เราควรจะเล่นเพลงอะไร สังเกตดูคนที่เขาดูเราอยู่ ว่าเขาอยากฟังอะไร ไม่ต้องรอให้เขามาขอ บางคนเขาก็ไม่กล้าเข้ามาขอ เพราะกลัวจะขัดจังหวะเรา
DSC_0056
เคยรู้สึกเหนื่อยหรือท้อจนคิดอยากจะเลิกเล่นไวโอลินไหม?
ไม่มีค่ะ มันอยู่ข้างใน มันเป็นครึ่งหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ถ้าเหนื่อยหรือท้อก็พัก 15 นาที แล้วก็เล่นต่อ (หัวเราะ) มีบ้างชอบเถียงกับแม่ มันต้องมีสักเรื่องที่เก็บมาแต่เช้า รู้สึกวันนี้อารมณ์ไม่ดีมากๆ แต่ว่าตอนไปเล่นไวโอลิน คือลืมทุกอย่าง เราอยู่ตรงนี้ เราต้องทำตรงนี้ ส่วนเรื่องเมื่อเช้า ช่างมัน ไว้ค่อยมาคิดทีหลังก็ได้ ตอนนี้ทำงานก่อน เล่นก่อน ต้องแยกออกจากกัน เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว ถ้าเราทำหน้าบึ้งขณะเล่น คนเห็นเขาก็ไม่ประทับใจ คนเขาคงไม่อยากจะเห็นคนที่ทำหน้าบึ้งเล่นดนตรี ถ้าเราอารมณ์ไม่ดีแล้วมาเล่นไวโอลิน มันจะออกมาเป็นเพลงที่ไม่ไพเราะที่สุด คือถ้าเรารู้สึกว่าหงุดหงิดจริงๆ โฮปจะเริ่มยิ้ม ไม่ว่าอะไรก็ช่างเถอะ ถ้ายืนอยู่ตรงนั้น โฮปจะต้องยิ้ม ยิ้มปุ๊ป คนอื่นจะยิ้มกลับมาให้เรา หรือเห็นเขายิ้ม เราก็จะยิ้มตอบ เป็นคนบ้าจี้ บางทีเห็นคนเดินสะดุด เราก็ขำ แอบหัวเราะ ส่วนไวโอลินก็บรรเลงไป หรือไม่ว่าเราจะเครียดจากอะไรก็ตาม แต่เมื่อไปยืนตรงนั้น ถือไวโอลินแล้ว หน้าที่ของเราคือยิ้มแล้วก็เล่นให้คนฟัง แค่นั้นเอง

DSC_0046

ความตั้งใจในอาชีพหรือแผนการณ์เร็วๆนี้?
แพลนในเร็วๆนี้ อยากจะเปิด Channel .ใน YouTube เล่นลง YouTube เหมือนกับที่เราเคยฟังเขาเล่นแล้วก็เอามาเล่น ตอนนี้เราอยากจะเล่น แกะเพลงเองให้คนเข้ามาดูบ้าง ซึ่งมันก็อาจเป็นช่องทางในอาชีพสายนี้ด้วย

ทุกๆวันโฮปฝึกฝนพัฒนาทักษะไปในตัว?
ใช่ค่ะ ฟังเพลง หาเพลงใหม่ ส่วนมากจะเป็นเพลงบรรเลง แต่ตอนนี้กำลังจะฝึกเพลงวัยรุ่น เพลงที่เขาชอบกัน เพลงที่มีเนื้อร้อง เราก็ต้องตามกระแสบ้าง ก็เลยว่าจะลองเล่นแนวนั้นดู ซึ่งเป็นแนวใหม่ โฮปไม่ค่อยได้เล่น โฮปจับไวโอลินวันละ2ชั่วโมงเอง ไม่เคี่ยวเข็ญตัวเองหนักเกินไป อย่างบางเพลงนี่ยาก เราก็พยายามแล้ว แต่ว่ามันยังไม่ได้ คือสมอง บางทีมันใช้งานหนักๆ หัวมันจะทึบไปหมด มันคิดอะไรไม่ออก เราก็บอกไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยต่อก็ได้ ไม่กดดันตัวเอง หรือว่าต้องมากำหนดชั่วโมง นักไวโอลินอาชีพ ส่วนใหญ่เขากำหนดฝึกซ้อมวันละ 8 ชั่วโมง ซึ่งโฮปไม่สามารถทำแบบนั้นได้ (หัวเราะ)

DSC_0004
เหนื่อยไหมที่ต้องหาเงินส่งตัวเองเรียน?
มันก็เหนื่อยบ้างค่ะ แต่ เราก็ต้องรู้จักอดออมด้วย เล่นไวโอลินก็เก็บเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับเรียน ส่วนหนึ่งสำหรับสิ่งที่ตัวเองอยากได้อย่างพวกเสื้อผ้าของใช้ผู้หญิง เลยไม่รู้สึกหนักหนาเกินไป หาเงินมาได้ก็แบ่งเป็นส่วนๆ จะได้ไม่ต้องมาบ่นว่าเหนื่อยทำไมหาเงินไม่ได้และตอนนี้โฮปมีหน้าที่ดูแลแม่ด้วย ต้องเลี้ยงแม่ จ่ายค่าบ้าน จ่ายค่าเรียน

อุปสรรคขณะเล่นเปิดหมวกที่ถนนคนเดิน?
อุปสรรคก็คือเสียงรอบข้าง คือเสียงดังมากกกก.. แต่เราต้องโฟกัสที่เพลง ตามองที่คน แล้วยิ้มให้คนตลอดเวลา ต้องตัดเสียงรอบข้างออกให้หมด บางทีมีเสียงกลองที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามา อย่างสมมติเราเล่นเพลงช้า แต่เขาตีเพลงเร็ว โฮปก็ โฮะ! เราต้องคุมจังหวะดีๆ ไวโอลินโฮปไม่ได้ต่อไมโครโฟน เสียงเราเบามาก เวลาเราเล่นเสียงมันก็จะแข่งตีกัน แล้วเสียงโฮปจะแพ้ตลอด (หัวเราะ) เสียงกลอง ตุ้มๆๆๆ มันก็มีสักครั้งสองครั้งที่หลงตามจังหวะกลอง แต่ก็ต้องคุมจังหวะ หรือถ้าดังจริงๆ เราก็ต้องหยุดเล่น ยืนพักก่อน ไม่งั้นเราเล่นไปเรื่อยเปื่อย จังหวะเพี้ยนแน่นอน (หัวเราะ)

DSC_0023

อยากฝากอะไรถึงคนที่ตั้งใจกลับมาดูเราหรือกลุ่มแฟนคลับที่ติดตามเราไหม?
สำหรับบางคนที่เห็นโฮปเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เขา เราก็รู้สึกดี เราไม่รู้ตัวว่าเราเป็นแรงบันดาลใจให้กับเขา(หัวเราะ) ก็ฝากติดตามผลงานกันนะคะ เร็วๆ นี้โฮปว่าจะเปิด Channel ใน YouTube เล่นเพลงสากล และเพลงที่ตามกระแสก็จะลองเล่นดู


น้องโฮปหยิบไวโอลินขึ้นมาบรรเลงเพลง Canon เพลงโปรดของเธอให้ฟังบรรยากาศรอบอ่างแก้วไม่พลุกพล่านจอแจ บทเพลงที่เธอบรรเลง จึงกรีดพลิ้วหวิวไหวดั่งสายลมที่พัดแผ่วหนักเบาตามจังหวะกลมกลืนงดงามไปกับธรรมชาติรอบอ่างแก้ว

DSC_0133
ในบางมุมมองความคิดของเด็กวัยยี่สิบ มันก็มีอะไรบางอย่างให้เรากลับมามองและพิจารณาตัวเอง
จะมีสักกี่คนที่เจอและทำในสิ่งที่เราชอบและรักตั้งแต่วัยเยาว์
ใครจะรู้ว่าวันนั้นของเด็กหญิงวัย 9 ขวบ วันที่เธออยากได้แหวนพลาสติกราคาวงละ 10 บาท โดยมีเด็กรุ่นน้องวัย 6 ขวบยุยงเป็นกำลังใจ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เธอสลัดความกลัวทิ้งลง และกล้าทำในสิ่งที่เธอรักและมีอยู่ในตัว หากวันนั้นเธอปิดโอกาสให้กับตัวเอง เราก็จะไม่รู้ว่าบทบาทของโฮปในวันนี้จะเป็นแบบไหน ทุกอย่างคล้ายถูกกำหนดจากใครบางคนและบางบทเราก็สามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง เป็นความสามารถที่อยู่ในตัว ในสายเลือด เสมือนพรวิเศษที่ได้รับจากพระเจ้า หากแต่ว่าเธอไม่ได้เพียงแค่นั่งอธิษฐานขอพร แต่เธอลงมือทำและบังคับความรู้สึกที่ขัดแย้งระหว่างหัวใจกับความคิด เพื่อสร้างวินัยให้กับตนเองให้เดินบนเส้นทางสายดนตรีนี้อย่างมั่นคง.

ขอบคุณสถานที่
ร้าน Coffee Man อ่างแก้ว / อ่างแก้ว มช / คณะวิจิตรศิลป์ มช

 

ฝากความคิดเห็น ...