“แม่ฮ่องสอน” หรือที่ใครต่อใครรู้จักกันในชื่อ “เมืองสามหมอก” เมืองเล็กๆที่ยังคงความมีเสน่ห์ของวิถีชีวิตชาวไทใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติสวยงามในอ้อมกอดของขุนเขา มีคนเคยบอกว่า หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวตัวจริง แม่ฮ่องสอน ควรจะเป็นหนึ่งจังหวัดที่คุณไม่ควรพลาดไปเยือน เพราะเมืองสามหมอกแห่งนี้เป็นเมืองเล็กๆที่มีเอกลักษณ์ชวนน่าหลงใหลจนใครต่อใครต่างอยากทิ้งความศิวิไลซ์ในเมืองใหญ่ไปใช้ชีวิตแบบ Slowlife กันที่นี่ การเดินทางครั้งนี้เป็นทริปสั้นๆเพียง 2 วัน 1 คืน โดยเจ๋งเลือกบินตรงจากเชียงใหม่ถึงแม่ฮ่องสอนกับ สายการบินกานต์แอร์ ใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 30 นาทีก็ถึงที่หมาย ทริปนี้จึงสะดวกสบายสุดๆ ว่าแต่ว่าแม่ฮ่องสอนมีจุด Check – in ไหนที่น่าสนใจ ตามเจ๋งมา!

1. สายการบินกานต์แอร์ – เดินทางแค่  30 นาที

ราคา : โปรโมชั่นเริ่มต้น 990 บาท
เบอร์โทร :  02-5516111
ลืมภาพการเดินทางสู่แม่ฮ่องสอนด้วยระยะทางที่แสนลำบากอยากเย็นผ่านหลายพันโค้งไปได้เลย เพราะ กานต์แอร์ สายการบินสัญชาติไทย ได้เปิดเส้นทางสู่เมืองในหุบเขาอย่างแม่ฮ่องสอนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สายการบินแห่งนี้บินตรงจากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอนทุกวันในช่วงเวลา 11.00 น.  และ 15.55 น.  ส่วนวันจันทร์จะบินเช้าเป็นพิเศษคือไฟล์ท 08.10 น. ราคาโปรโมชั่นเริ่มต้น 990 บาท อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.kanairlines.com/web/

ก่อนขึ้นเครื่องต้องไปรอที่ Gate 12 ซึ่งอยู่ชั้นล่างของสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อรอขึ้นรถตู้ไปขึ้นเครื่องอีกที

เครื่องบินที่ใช้เป็นเครื่อง ATR72-500 ลำเล็ก จุได้ 70 ที่นั่ง ได้การรับรองว่าปลอดภัย บนเครื่องมีแอร์สาวสวยคอยให้บริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม

เครื่องดื่มและอาหารว่างบนเครื่อง
ด้วยขนาดเครื่องที่เล็ก จึงสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ระหว่างทางเหมือนสัมผัสได้ด้วยตนเอง เรียกได้ว่าเป็น จุด Check – in แรกที่ใครๆต่างก็อิจฉา  เอ้า! ช้าอยู่ใน ถ่ายรูป Check – in กันสิครับพี่น้อง นอกจากนี้กานต์แอร์เขายังมีบริการรถให้เช่าในชื่อ กานต์คาร์เร้นท์ พร้อมเสร็จสรรพ ไม่ว่าจะเป็นรถขนาดเล็ก ขนาดกลางและขนาดเอนกประสงค์มีพร้อมให้บริการ ในราคาเริ่มต้น 350 บาท (ราคาเหมา 1-3 ชั่วโมง) พร้อมเจ้าหน้าที่ขับรถส่งตรงถึงสนามบิน การจองสามารถจองผ่าน Website ช่องทาง Booking จากนั้นรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่หรือสามารถโทร Confirm กับเจ้าหน้าที่ได้ด้วยตนเองที่เบอร์ 02-5516116

2. หมู่บ้านกระเหรี่ยงคอยาวห้วยเสือเฒ่า – อีกหนึ่งเป้าหมายของคนรักการเดินทาง

พิกัด : บ้านห้วยเสือเฒ่า ตำบลผาบ่อง อำเภอเมือง
หมู่บ้านกระเหรี่ยงที่เดินทางง่ายและใกล้เมืองที่สุดเพียง 12 กิโลเมตร แนะนำให้มาที่ บ้านห้วยเสือเฒ่า เป็นชุมชนเล็กๆของชาวกระเหรี่ยง (กะยันหรือปาดอง) อพยพมาจากประเทศพม่าและอาศัยอยู่ในหมู่บ้านในสอย จากนั้นได้อพยพมาที่บ้านห้วยเสือเฒ่าในเวลาต่อมาเนื่องจากปัญหาการสู้รบบ่อยครั้ง อาชีพหลักคือ ทำไร่ทำนา หากว่างเว้นจากการทำงานก็จะทอผ้า ภายในหมู่บ้านจึงมีสินค้าจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปฝากเพื่อนๆไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ กระเป๋า กำไรเงิน ผ้าคลุมเตียง ของเล่นไม้ ฯลฯ

ด้านในมีร้านค้าของชาวบ้านหลากหลายร้านให้เลือกซื้อ

หมู่บ้านกระเหรี่ยงที่นี่ยังคงมีการใส่ห่วงบ้าง แต่บางบ้านก็ไม่ได้ใส่แล้ว หลายท่านอาจจะสงสัยว่าจริงๆแล้วคอยาวจริงหรือเปล่า แท้จริงแล้วเกิดจากน้ำหนักของห่วงกดไหล่ให้ลดลง คอจึงดูยาวมากขึ้นนั่นเอง

สินค้าที่จำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าทอมือ ตะกร้าใส่ของที่คนที่นี่เขาจะนำมาคล้องหัว จึงดูสวยงามไปอีกแบบ

นอกจากนี้ยังมีสินค้าเกษตรขึ้นชื่อของเมืองแม่ฮ่องสอน ไม่ว่าจะเป็นถั่วลายเสือ (แนะนำให้ลอง) ข้าวลืมผัว งา แป้งทานาคา พริกกะเหรี่ยง จำหน่ายในราคาย่อมเยาว์

3. วังขัวเผิก – ที่มาของคำว่าแม่ฮ่องสอน

พิกัด : ถนนขุนลุมประพาส
หลายท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าที่ไปที่มาของคำว่าแม่ฮ่องสอน นั้นเพี้ยนมาจากคำว่า แม่ร่องสอน ในสมัยก่อนนั้นย่านนี้เป็นที่อาศัยของช้างป่าและพระเจ้ามโหตรประเทศ ผู้ครองนครเชียงใหม่ มีคำสั่งให้เจ้าแก้วเมืองมา นำไพร่พลออกไปจับช้างป่ามาใช้งาน และเมื่อเดินผ่านแม่น้ำสายนี้เห็นว่าเหมาะสมจึงตั้งเป็นหมู่บ้านร่องสอน หมายถึงร่องน้ำที่ใช้ฝึกสอนช้าง และได้เพี้ยนเป็น “แม่ฮ่องสอน” ในเวลาต่อมา หากใครที่อยากรู้ถึงประวัติความเป็นมาของจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างลึกซึ้งแนะนำให้มาที่นี่กันได้เลย

4. วัดพระนอน – อยู่ก่อนถึงพระธาตุดอยกองมู

พิกัด : เชิงพระธาตุดอยกองมู ถนนผดุงม่วยต่อ ตรงข้ามวัดก้ำก่อ ตำบลจองคำ
วัดพระนอน เป็นหนึ่งวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อวันปีพ.ศ. 2418 โดยพญาสิงหนาทราชา (นามเดิมว่า ชานกะเล เป็นชาวไทใหญ่ ) เจ้าเมืององค์แรกของแม่ฮ่องสอน วัดแห่งนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมพม่าผสมผสานกับไทใหญ่ รูปทรงหลังคาทั้งหมดใช้การสร้างแบบสองคอ สามชายและปานซอย สวยงามมากๆ ด้านในมีพระนอนองค์ใหญ่ ยาวกว่า 12 เมตร สไตล์ศิลปะไทใหญ่ประดิษฐานอยู่

วิหารด้านนอกโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบชาวพม่าและไทใหญ่ สวยงามแปลกตาอย่างมาก

นอกจากนี้อีกหนึ่งจุดที่ต้องไปถ่ายรูป Check -in คือ บริเวณทางขึ้นพระธาตุดอยกองมู มีสิงห์ขนาดใหญ่ 2 ตัว นั่งอยู่เคียงคู่กัน สร้างโดยพระยาสิงหนาทราชาและพระนางเมี๊ยะภริยาของพระองค์

5. วัดหัวเวียง – อยู่กลางเมืองแม่ฮ่องสอน

พิกัด : ถนนพาณิชย์วัฒนา ใกล้ตลาดสายหยุด
วัดหัวเวียง วัดแห่งที่สองของเมืองแม่ฮ่องสอน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2406 เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่คู่เมือง ที่มาของคำว่า หัวเวียงมาจากคำว่า หัวเมืองนั่นเอง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบไทใหญ่  ภายในวัดมีศาลาการเปรียญหลังใหญ่และโด่งดังในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหามุนีหรือพระเจ้าพลาละแข่ง จากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ที่เป็นที่เคารพสักการะของชาวแม่ฮ่องสอนอย่างมาก

อุโบสถและเจดีย์ ยังคงสร้างขึ้นตามแบบศิลปะพม่า มีความสวยงามสะดุดตาเป็นอย่างมาก

วิหารพระเจ้าพาราละแข่ง สร้างจากไม้ทั้งหลัง หลังคาเป็นแบบเรือนยอดปราสาทซ้อนกันหลายชั้น ฉลุลวดลายสังกะสีได้สวยงามตามแบบศิลปะไทใหญ่ หากใครที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมสวยงาม แนะนำให้มาที่วัดนี้รับรองไม่ผิดหวัง

6. วัดจองกลาง วัดจองคำ – วัดขวัญใจมหาชน

พิกัด : ถ.ชำนาญสถิตย์  ใกล้ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน
วัดจองกลาง วัดจองคำ เปรียบเสมือนวัดแฝดพี่แฝดน้อง เนื่องจากตั้งอยู่ในรั้วรอบขอบชิดเดียวกัน เมื่อมองจากด้านหน้าวัดจองคำจะอยู่ซ้ายมือ ส่วนวัดจองกลางจะอยู่ขวามือ โดดเด่นด้วยศิลปะไทยกลิ่นอายพม่าและมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองประดิษฐานอยู่จึงกลายเป็นศูนย์กลางการทำกิจกรรมทางศาสนาของพุทธศาสนิกชนชาวแม่ฮ่องสอนอีกด้วย
วัดจองกลาง อีกหนึ่งวัดที่โดดเด่นด้วยเจดีย์ประธานองค์ใหญ่สไตล์มอญ ยอดประดับฉัตรสามชั้น ในยามค่ำคืนจะมีแสงไฟสีทองเปล่งรัศมีสวยงาม ส่วนด้านในมีห้องพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาไม้แกะสลักและข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือนของคนสมัยก่อน รวมถึงภาพวาดเรื่องราวพระเวสสันดรชาดกและประวัติเจ้าชายสิทธัตถะบนแผ่นกระจกเขียนสี เขียนโดยช่างชาวพม่าจากกระจกด้านหลัง อีกหนึ่งความ Unseen ที่ต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตา

เจดีย์ประธานองค์ใหญ่สีเหลืองทองโดดเด่น ภาพเขียนกระจกสี หนึ่งความ Unseen ที่คุณไม่ควรพลาด (ขวาบน) และตุ๊กตาไม้แกะสลักในพิพิธภัณฑ์ (ขวาล่าง)

วัดจองคำหรือพระอารามหลวงวัดจองคำ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2340 เป็นวัดแรกของเมืองแม่ฮ่องสอน เหตุที่เรียกจองคำเพราะเสาวัดประดับด้วยทองคำ สร้างตามแบบศิลปะไทย โดดเด่นด้วยหลังคาทรงประสาท 9 ชั้น และวิหารหลังใหญ่ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปของหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ที่สุดในแม่ฮ่องสอน นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถของวัดจองคำ ในรูปแบบมณฑปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าดูสวยงามแปลกตา

มณฑปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านในมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่


7. พระธาตุดอยกองมู – สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแม่ฮ่องสอน

พิกัด : บนดอยกองมู อ.เมือง
วัดพระธาตุดอยกองมู วัดคู่บ้านคู่เมืองของแม่ฮ่องสอนที่แขกไปใครมาจะต้องแวะมาสักการะพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นมาอย่างสวยงามตามศิลปะพม่า ตั้งอยู่บนดอยกองมู ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1.6 กิโลเมตร เดินทางได้ทั้งรถยนต์และเดินบันไดขึ้น พระธาตุแห่งนี้มีชื่อเดิมว่า “วัดปลายดอย” ปัจจุบันเป็นวัดที่มีความสำคัญอย่างมากต่อพุทธศาสนิกชนชาวแม่ฮ่องสอน เนื่องจากเป็นสถานที่จัดงานสำคัญทางพุทธศนา ไม่ว่าจะเป็นประเพณีบูชาพระธาตุ วันขึ้นปีใหม่ งานสงกรานต์ วันวิสาขบูชา วันเข้าพรรษารวมถึงวันออกพรรษา

ด้านบนมีเจดีย์องค์ใหญ่สวยงามให้สักการะ 2 องค์ ซึ่งองค์นี้สร้างขึ้นโดยพระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก เมื่อปีพุทธศักราช 2417 เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการขึ้นครองราชย์

ส่วนองค์ที่ 2 (ด้านหน้า) สร้างโดย นายจองต่องสู่ (พ่อค้าชาวไทใหญ่)  เมื่อปีพุทธศักราช 2403 เพื่อใช้บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานเถระที่มาจากประเทศพม่า

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญนอกจากพระเจดีย์คือ จุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวเมืองแม่ฮ่องสอนได้แบบพาโนราม่า สวยงามตรึงใจตรึงตาสุดๆ


8. ก่อนตะวันลับแนวเหลี่ยมภูผา – ต้องหาเวลามาชมให้ได้

พิกัด : ลานจอดรถวัดพระธาตุดอยกองมู
เวลาเปิด – ปิด :  07.00 – 18.00 น. ทุกวัน
ร้านกาแฟที่ยกให้ในเรื่องของวิวสวยที่สุดในประเทศไทยนาทีนี้ต้องยกให้ ก่อนตะวันลับแนวเหลี่ยมภูผา หรือ  Before Sunset Coffee ตั้งอยู่ด้านหลังลานจอดรถพระธาตุดอยกองมู ซึ่งเป็นร้านที่สามารถมองเห็นวิวสวยๆของพระอาทิตย์ตกดินที่กำลังคลอเคลียไปกับยอดดอยสูงต่ำสลับกันไป ยิ่งมองยิ่งสวยจนแทบหยุดหายใจ เมนูมีหลากหลายทั้งชา กาแฟ เริ่มต้นแก้วละ 40-50 บาท อีกทั้งยังมีสินค้าแฮนเมดจำหน่ายด้วย

นาทีที่พระอาทิตย์กำลังคลอเคลียไปกับยอดดอยมันช่างสวยงามตรึงใจสุดๆ

วิวสวยๆเมื่อมองจากด้านหลังร้านกาแฟ แนะนำให้ขึ้นไปช่วงเวลา 17.00 -18.00 น.


9. พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต – เพื่อนคู่คิดนักเดินทาง

พิกัด : ถนนสิงหนาทบำรุง ต.จองคำ
เวลาเปิด – ปิด : 08:30 – 16:30 น.
โทร : 053-611944
หากอยากรู้ถึงที่ไปที่มาของเมืองแห่งนั้น หนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดคือ พิพิธภัณฑ์ เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่บอกเล่าถึงที่ไปที่มาของเมืองและวิถีชีวิตของชุมชนแม่ฮ่องสอนได้เป็นอย่างดี โดยมีทั้งเรื่องของภาษา วัฒนธรรม อาหารการกินและร้านอร่อยที่ไม่ควรพลาด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องไป Check – in หากเยือนถึงถิ่นแม่ฮ่องสอน

ด้านในมีเรื่องราวมากมายถึงที่ไปที่มาของเมืองนี้ พร้อมข้อมูลแบบรู้ลึกรู้จริง

ด้านหน้ามี 7-Eleven ที่ตกแต่งสไตล์ศิลปะพม่าที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย ดูโดดเด่นสวยงามไม่เหมือนใคร


10. สะพานซูตองเป้ – สะพานที่เกิดจากแรงศรัทธา

พิกัด : ณ สวนธรรมภูสมะ บ้านกุงไม้สัก ตำบลปางหมู อำเภอเมือง
“ซูตองเป้” สะพานไม้ไผ่สานยาวที่สุดในประเทศไทยกว่า 500 เมตร “ซูตองเป้” (Su – Tong – Pe) เป็นภาษาไทใหญ่ หมายถึง “ความสำเร็จ” ซึ่งมีที่มาจากคำว่า “ซูตอง” ในภาษาไทใหญ่ ความหมายถึง “อฐิษฐาน” และ “เป้” ความหมายถึง “ความสำเร็จ” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “สะพานอธิษฐานสำเร็จ”
สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นจากแรงศรัทธาของชาวบ้านกุงไม้สักที่ร่วมแรง ร่วมใจ บริจาคเงิน บริจาคเสาไม้บ้านเก่าที่ตนมีหลังละต้นสองต้น เพื่อนำมาตอกเป็นเสาสะพาน ดังนั้นเสาแต่ละต้นจึงสูงต่ำไม่เท่ากัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พระสงฆ์สามเณรที่จำวัดอยู่อีกฝั่งแม่น้ำสะงาได้ใช้ในการสัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้าน อีกทั้งชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาก็สามารถเดินข้ามเพื่อไปนมัสการ “พระเจ้าพาราซูตองเป้” หรือ “พระพุทธสามัคคีอธิฐานมหาจักรพรรดิ์” ได้เช่นกัน
สะพานทอดยาวพาดผ่านทุ่งนาของชาวบ้านที่ถวายผืนนาให้  ในช่วงฤดูฝนที่นี่จึงเขียวขจีไปด้วยข้าวที่กำลังออกรวง ดูสวยงามสบายตาเป็นอย่างมาก และในวันออกพรรษาของทุกปีจะมีงานแห่จองพารา (ปราสาทพระ) ทั่วเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งปีนี้จะมีงานแห่จากหมู่บ้านผ่านสะพานไปยังวัดในวันที่  27 ตุลาคม 2558 ใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศของมนต์เสน่ห์แห่งแม่ฮ่องสอนอย่าพลาดเชียว!

เมื่อเดินขึ้นมาถึงด้านบน นักท่องเที่ยวนิยมไปสักการะพระพทธรูปและเขียนป้ายอธิษฐานในสิ่งที่ตนคาดหวังไว้ว่าจะทำสำเร็จ

สะพานซูตองเป้ หนึ่งจุด Check – in ที่คุณไม่ควรพลาด


11. หมู่บ้านรักไทย – ครั้งหนึ่งต้องไปอีกสักครา

พิกัด :  หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง
บ้านรักไทย หรือ บ้านแม่ออ หมู่บ้านเล็กๆ ของชุมชนชาวจีนยูนนาน ตั้งอยู่กลางหุบเขาติดชายแดนไทย-พม่า ด้วยสภาพแวดล้อมที่รายล้อมไปด้วยทิวเขาสูงใหญ่ อากาศที่นี่จึงเย็นตลอดทั้งปี พืชผักที่นิยมปลูกคือ พืชเมืองหนาวและชาพันธุ์ดี ไม่ว่าจะเป็นชาอู่หลง ชาชิง ชิง ตามเนินเขาไกลสุดลูกหูลูกตา
ด้วยวัฒนธรรมที่สืบทอดมาหลายร้อยปี ที่นี่จึงโดดเด่นในเรื่องของวีถีชีวิตของชาวจีนฮ่อที่ยังคงมีกลิ่นอายให้เห็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภาษาพูด ภาษาเขียน บ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่นิยมทำจากดินเหนียวผสมฟางข้าว  อีกทั้งยังมีการเขียนลวดลายจีนบริเวณขอบประตูหน้าต่าง ยิ่งดูสวยงามไปอีกแบบ
และอีกจุด Climax ที่ห้ามพลาดคือ การนั่งจิบชาร้อนๆพร้อมชมวิวสวยๆของอ่างเก็บน้ำบ้านรักไทยในช่วงเช้า  นอกจากนี้ที่นี่ยังมีร้านอาหารจีนยูนนานต้นตำรับให้เลือกลิ้มลองหลายร้านไม่ว่าจะเป็น ลีไวน์รักไทย,ต้าเหล่าซือ,ชาสา  ฯลฯ

นั่งจิบชาร้อนๆ ท่ามกลางวิวสวยๆ เป็นอีกหนึ่งความสุขเล็กๆที่คุณต้องลองมาสัมผัส

และถ้าหากใครกำลังมองหาที่พัก ด้านบนมีรีสอร์ทท่ามกลางไร่ชาให้บริการในชื่อ ลีไวน์รักไทยรีสอร์ท มีบริการทั้งหมด 15 หลัง ลดหลั่นระดับกันไปในไร่ชาอย่างสวยงาม หากใครที่อยากมาสัมผัสแนะนำให้มาช่วงฤดูหนาว จะสวยงามที่สุดๆ ส่วนการเดินทางมาที่หมู่บ้านรักไทยสามารถไปได้ทั้งรถยนต์ เส้นทางแม่ฮ่องสอน – ปาย และรถโดยสารประจำทาง จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นขึ้นรถปิคอัพสองแถวสายแม่ฮ่องสอน – บ้านรักไทย (แม่ออ) บริเวณด้านหลังตลาดสายหยุด
เรียกได้ว่าเป็นทริปการเดินทางสั้นๆในวันหยุดสุดสัปดาห์สำหรับคนที่อยากพักผ่อนอย่างแท้จริง และเจ๋งต้องขอขอบคุณททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน โดยท่านผอ. สบธนา อั๋นประเสริฐ ที่กรุณาให้ความรู้และการดูแลตลอดทั้งทริป ใครที่อยากออกมาสัมผัสประสบการณ์สุดหรรษาเตรียมจองตั๋ว จองที่พัก เก็บกระเป๋าและออกเดินทางกันได้เลย!

ท่านใดมีสถานที่ Check -in ในแม่ฮ่องสอนเด็ดๆ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...