เรื่องราวที่ทุกท่านกำลังจะอ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวจากการเดินทางไปท่องเที่ยวของนายเจ๋งและทีมงานรีวิวเชียงใหม่ ที่ได้เดินทางไปเพื่อพักผ่อนกันเมื่อช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ ที่ผ่านมา ดังนั้นเนื้อหาข้างในอาจจะยืดยาวแต่ในเรื่องของข้อมูลต่างๆ รวมถึงความสนุกสนานผมก็มีให้ท่านผู้อ่านอยู่อย่างเต็มเปี่ยมเหมือนเดิม ถ้าพร้อมแล้วก็เตรียมตัว จัดกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปกับพวกเรากันดีกว่าครับ

คลิปตัวอย่างเกริ่นเข้าเรื่อง ลองดูกันนะเพื่อเพิ่มอรรถรส

“แม่ออน” เป็นอำเภอขนาดเล็กในจังหวัดเชียงใหม่ สามารถออกเดินทางได้โดยการใช้ทางเส้น ทางหลวงหมายเลข 1317 เส้นเชียงใหม่ – แม่ออน อ.แม่ออนอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตรด้วยกัน เส้นทางนั้นเป็นถนนลาดยางอย่างดี ดังนั้นในเรื่องของการขับรถบนท้องถนนก็สบายใจได้ส่วนหนึ่งแล้วล่ะ ตลอดการเดินทางถ้าหากเป็นในวันที่อากาศดี มีแดด เราจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของ ท้องฟ้าสีฟ้าสวยงามกับนาข้าวสีเขียว สีเหลือง สลับกับ ทิวเขา มากมายที่เรียงรายอยู่ตลอดข้างทาง


View พาเที่ยว เส้นแม่ออน เชียงใหม่ in a larger map

ในการเดินทางครั้งนี้ต้องบอกว่าเป็นโอกาสดีมากเพราะนอกจากจะได้เดินทางไปเที่ยวเพื่อพักผ่อนจากการทำงานหนักแล้ว ผมยังได้มีโอกาสทดลองขับรถ Ford ECO SPORT ที่ว่ากันว่าเป็นสุดยอด Mini SUV คันแรกของประเทศไทยด้วยแหละ งานนี้ผมต้องขอขอบคุณ ศูนย์ฟอร์ด อเมริกัน มอเตอร์ (เชียงใหม่) สาขาช้างเผือก ที่ให้ผมนำรถ Ford ECO SPORT มาทดลองขับในถนนจริงเหมือนใช้ในชีวิตประจำวัน มา ณ ที่นี้ ด้วยครับ
ว่าแล้วทีมงานเราก็เริ่มออกเดินทางกันไปตาม ทางหลวงหมายเลข 1317 ซึ่งบนเส้นทางนี้ก็มีสถานที่น่าสนใจอยู่หลายๆ ที่ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น  ก๋วยเตี๋ยวเป็ดบ้านทุ่ง, นาซิ จำปู๋ และ น้ำพุร้อนสันกำแพง แต่ในวันนี้เรามีจุดหมายแรกอยู่ที่ “Log of Paradis” หรือ สรวงสวรรค์บนท่อนซุง ซึ่งที่นี่ก็จะมีให้บริการหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็น การให้บริการในเรื่องของอาหารการกิน กิจกรรมการขี่ม้า ยิงธนู หรือ เรื่องของที่พักที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 500 – 3,000 บาท ก็มีด้วยเช่นกัน แต่ว่าการมาเยือนของเราในครั้งนี้จุดประสงค์ของพวกเราไม่ได้อยู่ที่การเข้าพักแต่อย่างใด แต่อยู่ที่เรื่องของอาหารต่างหากล่ะครับ เพราะมีหลายคนมาบอกผมว่าไปแม่ออนทั้งที ไม่ต้องรีบออกสายๆ แล้วก็ไปแวะกินข้าวเที่ยงที่ Log of Paradis นี่แหละเยี่ยมเลย มาถึงแล้วก็ขอจอดรถถ่ายรูปซะหน่อย

ไปด้วยกัน มันส์ให้สุด พาเที่ยววันหยุด เส้นอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

Log of Paradis

เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 21:30
เบอร์โทร : 081 751 5127 , 089 429 2992 , 053 880 999
เมื่อมาถึงแล้วคณะการเดินทางของเราเดินเล่น แล้วเก็บภาพบรรยากาศบางส่วนมาให้กับท่านผู้ท่านได้ดูกัน เริ่มต้นด้วยบรรยากาศวิวภูเขาทุ่งหญ้า ม้าและฟ้าเปิด จากโต๊ะกินข้าวซะเลย

พาเที่ยววันหยุด เส้นอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ไปด้วยกัน มันส์ให้สุด พาเที่ยววันหยุด เส้นอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

ทางเข้าที่พักแบบซุ้มกระโจมอินเดียแดง

ไปด้วยกัน มันส์ให้สุด พาเที่ยววันหยุด เส้นอ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

มาถึงแล้วก็ต้องขี่ม้าสิครับ!! ลองขี่กันดูได้ครับสนุกๆ สามารถขี่กันได้ทั้งเด็ก และ ผู้ใหญ่ ในราคา 50 บาทเหมือนกัน สำหรับท่านที่จะให้ลูกหลานตัวน้อยๆ ขี่ม้านั้นในเรื่องความปลอดภัยก็ไม่ต้องกังวลไปครับเพราะว่า จะมีคุณลุงคอยดูแลให้อย่างดีเยี่ยมเลย จากนั้นคุณลุงก็จะจูงม้าพาเดินเล่น 1 รอบสนามครับ งานนี้บอกเลยว่าเด็กๆ ชื่นชอบกันมากครับ

ขี่ม้าที่อ.แม่ออน

สำหรับในส่วนของผู้ใหญ่คุณลุงเค้าจะสอนเราตั้งแต่การขึ้นม้า การจับเชือก และ คำสั่งต่างๆ (สอนไปสอนมาเหมือนจะโดนดุยังไงก็ไม่รู้) จากนั้นแกก็จะลองให้เราสั่งม้าให้เดิน และ บังคับเลี้ยวดูเองครับ ถ้าขี่ได้ก็ขี่เองเลย 1 รอบสนาม แต่ถ้ากลัวมากไม่กล้าให้ม้าเดินเลย ก็คงต้องนั่งขี่สวยๆ ถ่ายรูปแล้วก็ลงแบบ  อีฟซี่ พาตะลุย นี่แหละครับ (นางกลัวจนเกร็ง แต่พอเห็นกล้องปุ๊บ ยิ้มร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นี่แหละ The Show Must Go On)

รายนี้ก็เกร็งไม่ต่างกัน ทำได้แค่เก็กให้ถ่ายรูปหล่อๆ มาเฉยๆ

ขี่ม้ากันเสร็จแล้วก็ได้เวลาของอาหารเที่ยงแล้วล่ะครับ พอพวกผมเดินกลับมาถึงโต๊ะเท่านั้นแหละถึงขั้นตะลึงเพราะว่า จัดมาหลายเมนูเต็มโต๊ะเลย ไม่ว่าจะเป็น “ไส้กรอกเยอรมันรวม” ที่กรอบ หอม อร่อย จานนี้ แป๊บเดียวหมดครับ

ไส้กรอกเยอรมันรวม 210.-

“ผักโขมอบชีส” จานนี้เด็ดครับบอกเลยว่า เหมาะกับเป็นจานเรียกน้ำย่อยมาก ชีสหอมๆ ผักโขมที่อบกับครีมซอสสูตรเด็ด ตักกินกันแป๊บเดียวหายอีกแล้วครับจานนี้ ต่อกันด้วยของกินเล่นอีกซักจานกับ

ผักโขมอบชีส 89.-

“หอยแมลงภู่อบชีส” หอยแมลงภู่ตัวใหญ่ๆ นูนๆ โปะหน้าด้วยชีสและเนยกระเทียมก่อนที่จะนำไปอบจนสุก ส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งโตีะ เป็นอีกจานที่แนะนำว่า ควรสั่งมาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย หรือ ทานเล่นครับ

หอยแมลงภู่อบชีส 159.-

กินเล่นกันมาเยอะแล้วได้เวลากินแบบจริงๆ จังๆ กันบ้างแล้วล่ะ มาเริ่มต้นกันที่ “ทีโบน สเต๊ก” สเต๊กเนื้อติดกระดูกชิ้นใหญ่ ที่ย่างจนได้ความสุกของเนื้อตามความต้องการของแต่ละคน จานนี้นุ่มดีครับ กินคู่กับน้ำเกรวี่ซอสและเครื่องเคียง บอกเลยว่าเยี่ยมครับ

ทีโบน สเต๊ก 320.-

มาปิดท้ายกันด้วยเมนูขวัญใจมวลชนอย่าง “สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าซอสครีม” ที่นำเอาเส้นสปาเก็ตตี้ไปผัดกับซอสครีม ชีส และ ไข่ ให้เข้ากันจนเป็นสีขาวนวลๆ ส่งกลิ่นหอมอย่างรุนแรงระดับ 10 เรียบร้อยแล้วก็ทำการโรยหน้าด้วยเบคอนทอดกรอบ ที่หั่นมาเป็นชิ้นเล็กๆ แบบให้พอแย่งกันกันสนุกสนาน จานนี้เหมือนจะหมดเร็วที่สุดท้ายทั้งๆ ที่มาเป็นจานสุดท้ายแล้ว

สปาเกตตี้คาโบนาราซอสครีม 99.-

เมื่อกินเสร็จแล้วก็ได้เวลาขนย้ายขบวนทีมงานทั้งหลายออกจากสถานที่นี้เพื่อออกเดินทางไปยังสถานที่ต่อไปแล้วล่ะ ว่าแล้วก็มาถ่ายรูปหมู่ (Selfie) เป็นที่ระลึกกันหน่อย

 ว่าแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางกันต่อแล้วโดยจุดหมายต่อไปนั้นอยู่ที่ “ธารทองลอด์จ” ที่พักในหุบเขาที่ทำให้เราได้เข้าใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นในระหว่างทางนั้นเจอฝนด้วยเล็กน้อย แต่ว่าด้วยความเจ๋งของรถคนนี้ที่มีทั้งเรื่องที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ เมื่อ Sensor ตรวจจับได้ว่าที่กระจกหน้านั้นเปียกมากก็จะทำการปัดน้ำฝนเองทันทีโดยที่เราเองไม่ต้องเอามือไปปรับแต่อย่างใด และปุ่มควบคุมการฟังเพลงทั้งด้วยระบบนิ้วกด และ การสั่งการด้วยเสียง ที่อยู่ที่พวงมาลัยก็ทำให้ขับสะดวกและเพลินดีด้วยครับ ซึ่งในจุดนี้ผมว่าช่วยลดอุบัติเหตุได้ในระดับหนึ่งเลยนะเพราะว่าไม่ต้องคอยเอื้อมมือไปกดนั่น กดนี่ ทั้งวิทยุ และ ที่ปัดน้ำฝน

เมื่อขับไปต่อไปอีกซักพักก็จะเห็นได้ว่าตลอดสองข้างทางก่อนขึ้นที่ธารทองลอด์จจะมีจุดที่ขายต้นไม้ต่างๆ อยู่ทั้งสองข้างทางเลย หากใครต้องการจะซื้อแนะนำว่าซื้อขากลับนะครับ เพราะว่าจะได้ไม่หนักรถ

หลังจากที่ขับผ่านมาหลายโค้งทั้ง ซ้าย และ ขวา และ ซ้าย และ ขวา ผมก็มาถึงยังสถานที่เป้าหมายแล้วที่ “ธารทองลอด์จ” เมื่อจอดรถแล้วผมก็ไม่รอช้าครับที่จะรีบปลดภาระทุกอย่างไว้ที่รถก่อนที่จะรีบย่ำเท้าเดินไปตามทางที่ปูไว้ด้วยหิน จนเข้ามาถึงบริเวณสวนขนาดใหญ่ ซึ่งผมเองได้ตั้งชื่อไว้ให้แล้วว่า “สวนสวรรค์ของกระต่าย มุ้งมิ้งๆ” เพราะว่าในสวนนี้เป็นบริเวณเปิดกว้างให้กระต่ายภายในรีสอร์ทสามารถที่จะวิ่งไปมาได้อย่างอิสระ เมื่อนับๆ ดูแล้วก็น่าจะมากกว่า 20 ตัวล่ะครับ ดังนั้นท่านที่เอาสัตว์ชนิดอื่นมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นหมา หรือ แมว ขอความกรุณางดปล่อยลงวิ่งในสวนนะครับ เพราะอาจจะเกิดเหตุทำร้ายร่างกายเจ้ากระต่ายน้อยขึ้นมาก็ได้

กระต่ายน้อยยยย มุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้ง มากกก อร๊ายยยย ทูนหัวของบ่าว > <

ในส่วนของบ้านพักพวกเราเลือกบ้านหลังนี้ครับ “บ้านไทรงาม” 1 หลังสามารถพักได้ ไม่เกิน 6 คน แบ่งเป็นห้องนอนเตียงคู่ส่วนตัวพร้อมห้องน้ำ 2 ห้องตรงชั้นล่าง

ชั้น 2 จะเป็นเตียงคู่ติดระเบียง และ เตียงเดียวพร้อมมุ้งแบบเก๋ๆ และ เตียงเสริมอีกอย่างละ 1 เตียง

ห้องน้ำในบ้านพักถือว่า หรูหรา น่าประทับใจพอสมควรครับ ใหญ่ดี พร้อมอ่างอาบน้ำ บอกเลยว่า งานนี้ปลื้มครับ

หลังจากที่ขนของไว้ในบ้าน และ พักผ่อนกับพอประมาณแล้ว ก็ได้เวลาของอาหารเย็นกันแล้ว ในรอบเย็นนี้ น้องบูบี ของเราก็สั่งมาจัดแบบอลังการอีกแล้วววว ><” ในมื้อเย็นนี้อาหารบนโต๊ะของเราก็ประกอบไปด้วย ของเรียกน้ำย่อยอย่าง “ส้มตำไทย” และ “ปีกไก่ทอดน้ำปลา”

ส้มตำไทย 65.-

ปีกไก่ทอดน้ำปลา 90.-

เมื่อของกินเล่นหมดก็ได้เวลาเข้าสู่ของกินจริง จานแรกยกมาวางดัง..ปั้ง !! ใหญ่มากจานนี้กับ “ปลาทับทิมทอดสมุนไพร” ที่นำเอาปลาทับทิมทั้งตัวไปทอดกับเครื่องสมุนไพรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หอมแดง, พริกไทยสด, กระเทียม, กระชาย, ใบมะกรูด จนสุก กรอบ จากนั้นก็ใส่ลงมาในจานเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมกับน้ำจิ้มสามรส ทานพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ นี่เยี่ยมครับ

ปลาทับทิมทอดสมุนไพร 180.-

“ผักเชียงดาผัดไข่” จานนี้เป็นเมนูทางเหนือครับ ที่ทำกันแบบง่ายๆ แต่อร่อยมากๆ โดยการนำเอาไข่ไปผัดในน้ำมันร้อนๆ แล้วก็ขยี้ๆๆจนแตกเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็ใส่ผัดเชียงดา พริก และเครื่องปรุงต่างๆ จากนั้นก็คลุกให้เข้ากันก็เป็นอันเสร็จแล้วกับเมนูนี้ถ้าใครไม่เคยกินแนะนำให้ลองกินนะ แล้วจะติดใจ !!

ผักเชียงดาผัดไข่ 75.-

ตบท้ายด้วยเมนูน้ำซักอย่างหนึ่งกับ “ต้มส้มไก่ใส่ยอดมะขาม” หม้อนี้รสชาติถึงพริก ถึงขิง ดีทีเดียวครับ สั่งมาซดระหว่างกินข้าวช่วยให้หายคอแห้งได้เป็นอย่างดี

ต้มส้มไก่ใส่ยอดมะขาม 150.-

กินเสร็จแล้วทำยังไง …. คำตอบคือ พักผ่อนครับ นั่งเล่น เอาเท้าจุ่มน้ำ หรือจะนอนเล่นกับพื้นก็ได้ไม่มีใครว่า งานนี้ทีมงานของเราจัดเต็มครับ น้องกระต่ายก็มาวิ่งเล่นด้วยไต่ไปมาตามโขดหิน และ วิ่งเล่นตามสวนหญ้า อร๊ายยยย ทูนหัวของบ่าว…. รอบ่าวด้วยยยยย !!! :3

หลังจากที่สนุกสนาน เฮฮา กันจนเต็มที่มาเมื่อคืนที่ผ่านมาแล้วตอนเช้าก็ได้เวลาของการออกเดินทางกันแล้วครับ เป้าหมายต่อไปของการเดินทางก็คือ “โครงการหลวงตีนตก” ซึ่งเลยขึ้นไปไม่ไกลนักประมาณ 2 กิโลเมตรจากธารทองลอจ์ด ที่นี่เค้ามีบริการอาหารเช้าตั้งแต่เวลา 07:00 – 09:30 และ อาหารปกติก็มีบริการไปเรื่อยๆ จนถึงเวลา 1 ทุ่มตรง ด้วยความสงสัยเราก็เลยถามเจ้าหน้าที่ของโครงการหลวงไปว่าทำไมที่นี่ถึงมีชื่อเรียกว่า “ตีนตก” ก็ได้รับคำตอบมาว่า “ที่ตรงนี้เมื่อก่อนเป็นเส้นทางเดินเท้าค้าขายระหว่างเชียงใหม่ ลำปาง เมื่อเดินทางไปมาระหว่างสองจังหวัดผ่านเส้นทางนี้ เมื่อมาถึงจุดนี้ก็จะเป็นช่วงพระอาทิตย์ตกดินพอดี พ่อค้าเมื่อก่อนจึงเรียกว่า ตีนตก ซึ่งก็จะหมายความถึงประมาณว่า กว่าจะเอาตีนมาเหยียบตรงนี้ พระอาทิตย์ก็ตกดินแล้ว” อะไรประมาณนี้ครับ

Credit ภาพ : Facebook ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก

โครงการหลวงตีนตก

เวลาเปิด-ปิด : 07:00 – 19:00
เบอร์โทร : 053 318 316 , 093 146 7726
Google Maps : 18.866905, 99.322498
หลังจากที่ถามเรื่องที่เราสงสัยต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาของอาหารเช้าแล้วล่ะครับ อาหารเช้าของที่นี่เราจัดมาอยู่สองแบบได้แก่ “ข้าวต้มเห็ดหอม” ที่เป็นอาหารเช้าในแบบไทยเรา และ ชุดอาหารเช้าแบบ ” American Breakfast” ชอบแบบไหนสามารถสั่งทานได้ตามใจชอบเลยครับ

American Breakfast 120.- / ลาเต้ร้อน 50.-

นั่งกินข้าวต้มร้อนๆ ในเช้าที่ฝนพรำ ในบรรยากาศแบบธรรมชาติพร้อมฟังเสียงน้ำตก ฟินจะตายยย ไม่เชื่อดูหน้าของน้องทีมงานของเราสิครับ พริ้มเลย

ข้าวต้มเห็ดหอม 80.- / สมูทตี้เสาวรสโยเกิร์ต 90.-

หลังจากที่กินข้าวเช้า จิบกาแฟ เติมพลังกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็เริ่มออกเดินทางไปสู่จุดหมายต่อไปของเรากันที่ “The Giant Chiang Mai Thailand” หรือที่หลายๆคนรู้จักกันกันในชื่อ ร้านกาแฟบ้านต้นไม้บ้าง ร้านกาแฟ The Giant บ้างนั่นแหละครับ หากใครที่จะมาที่นี่ ผมต้องบอกให้ทราบก่อน 3 เรื่องใหญ่ๆ เลยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา 1. ตอนนี้ในส่วนของร้านกาแฟนั้นเปิดให้บริการเฉพาะ แขกที่มาพักผ่อนที่โรงแรม The Giant Chiang Mai Thailand เท่านั้นครับ ถ้าไม่ได้พักก็หมดสิทธิ์ 2. เส้นทางค่อนข้างลำบากสำหรับคนขับรถไม่ค่อนแข็งนะครับ มีทางชันบ้าง เป็นดินแดงบ้าง หลุมบ้าง ดังนั้นหากอยากที่จะเดินทางมาพักที่นี่ ต้องเตรียมรถและพลขับให้อยู่ในสภาพพร้อมนะครับ เพื่อความปลอดภัย 3. ถ้าจะมาพักที่นี่เตรียมใจเรื่องการตัดขาดจากโลกภายนอกได้เลยครับ เพราะว่าที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ !! (แต่มีWi-Fi ให้ใช้นะ)

The Giant Chiang Mai Thailand

เวลาเปิด-ปิด : Check-in 1 pm. – 10 pm. / Check-out 7 am. – 12 pm.
เบอร์โทร : 053 317 677 / 080 6712313 / 086 7762946
Google Maps : 18.892274, 99.352039
ถึงแล้วครับ The Giant Chiang Mai Thailand กับมุมที่เป็นมุมมหาชน ถ่ายสะพานแขวน กับ โรงแรมบ้านต้นไม้ การเดินข้ามสะพาน เดินได้เพียงครั้งละ 2 คนครับ ห้ามเล่นอะไรที่อันตรายบนสะพานนะครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

ตอนนี้บรรยากาศของที่นี่จะค่อนข้างเงียบและสงบครับ เพราะว่า จะมีเพียงแขกของโรงแรมเท่านั้นที่ใช้บริการร้านกาแฟได้ ส่วนทีมงานของเราได้รับสิทธิพิเศษครับ ไม่ต้องพักก็กินได้ พอรู้แค่นี้แหละสั่งมา 1 ชุดให้หายอยากสมกับระยะทางที่บุกตะลุยมา

มาทั้งทีก็ต้องหาข้อมูลให้ท่านผู้อ่านกันหน่อยล่ะงานนี้ เดี๋ยวจะน้อยใจว่าไม่มีอะไรมาฝากจากบ้านต้นไม้ ซึ่งของฝากจากที่นี่คือ ข้อมูลเรื่องที่พักครับ ที่พักของที่นี่จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ห้อง เป็นห้องใหญ่ 3 ห้อง และ ห้องเล็ก 2 ห้อง ห้องเล็กจะสามารถนอนได้ 2 คน ในราคา 3,500 บาท ส่วนห้องใหญ่ราคาจะอยู่ที่คืนละ 5,000 บาท พักได้ 2คน แต่สามารถเพิ่มเตียงพิเศษได้ ห้องละ 2 เตียง รวมเป็น 4 คน ในราคานี้ของทุกห้องจะรวมอาหารเช้า และ อาหารเย็นมาให้ด้วยเลย

ห้องพักเล็ก 3,500.-

ห้องพักใหญ่ 5,000.-

นอกจากนี้แขกที่มาพักยังมีกิจกรรมให้เข้าร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปไหว้พระที่วัดด้วยกัน  และ การเดินเที่ยวในป่าช่วงกลางวัน (มีค่าใช้จ่าย) ซึ่งเราจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ได้ แล้วแต่ความสมัครใจของเราเลย อาหารเย็นของที่นี่ก็จะจัดให้มาเป็นชุดครับ 1 ชุดมีอาหาร 4 อย่างด้วยกันอย่างในชุดนี้ ก็ประกอบไปด้วย “แกงเขียวหวานไก่” ที่รสชาตินุ่มกำลังดี หวานมันกะทิ “ต้มยำกุ้ง” ถ้วยนี้มารสชาติแบบกลางๆครับ ไม่เผ็ดมาก กุ้ง 3 ตัวเนื้อแน่น มันกุ้งเพียบ “ผัดผักรวม” ผักแบบว่าสดมาก หวานมาก และ กรอบมากครับ และ “หมูแดดเดียว” จานนี้ผมและทีมงานลงความเห็นว่ามันอร่อยฝุดๆ เมื่อกินทั้งหมด โดยรวมบอกเลยว่ามาตรฐานของอาหารที่นี่ดีครับ ไม่แพ้ที่พักหลายๆ ที่ในเมืองเลย วัตถุดิบเค้าสดโดยเฉพาะผัก

ชุดอาหารเย็น

บรรยากาศตอนที่ทานข้าวก็สวยดีครับ ที่นี่หลังจากที่ฝนตกแล้วจะมีหมอกมาเต็มเลยคือ… มันเยอะมากอ่ะ เหมือนเราอยู่บนสวรรค์เลย แต่ตอนนี้ ดูแบบไกลๆ ไปก่อนนะครับ

ในเส้นทางขากลับนี้ มีร้านอาหารอยู่ 2 ร้านที่น่าสนใจอยากจะแนะนำให้แวะทานกันครับ ร้านแรกคือร้าน “นาซิ จำปู๋” ซึ่งท่านผู้อ่านสามารถตามไปอ่านรายละเอียดได้ที่เรื่อง “9 ร้านอาหารพื้นเมืองเชียงใหม่ ก่อนจากไป ต้องได้กิน !!” เลยนะครับ ส่วนอีกร้านนึงคือร้าน “เฮือนใจ๋ยอง” ร้านอาหารเมืองที่มีจุดเด่นในเรื่องของรสชาติอาหารแบบดั้งเดิม ตัวร้านที่เป็นบ้านไม้แบบโบราณที่ให้บรรยากาศการทานอาหารแบบคนเมืองจริงๆ หากเดินทางมาที่นี่ตอนขากลับร้านจะอยู่ทางซ้ายมือครับ เลยสี่แยกที่มีร้าน นาซิ จำปู๋ และ ทางเข้าสนามกอล์ฟอัลไพน์ มา

อาหารเมืองของที่นี่มีก็มีให้เลือกกว่า 40 เมนูด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกจิ้น, ไส้อั่ว, แคบหมู, จอผักปั๋ง, ส้มตำหน่อไม้, คั่วโฮ๊ะ, แกงคั่วไก่, แกงผักหวานป่าปลาป่นแห้ง, ลาบต่างๆ เป็นต้น

ชุดอาหารเมือง


ท่านใดมีร้านเส้นแม่ออนที่น่าสนใจ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

  • บริการรถพร้อมคนขับ ไปไหนไปกันหวานมันส์ฉันและเธอ Tel. 064-961-5978

ฝากความคิดเห็น ...