บินตรงเชียงใหม่ไปกินที่ฮ่องกง – รวม 15 ร้านแนวสตรีทกินง่ายสบายกระเป๋า

ด้วยความที่เป็นคนชอบกินกับรู้มาว่าอาหารที่ฮ่องกงนี่อร่อยมาก มีร้านระดับ Michelin Star เยอะแยะมากมายเป็นสววรค์ของคนรักอาหารกันเลยทีเดียว (แต่เราก็อยากลองไปบ้าง) ว่าแล้วก็จัดแจงแพ๊คกระเป๋าจองตั๋วแบบประหยัด กับ Air Asia เขาซะเลยตอนนี้มีเปิดบินตรง เชียงใหม่-ฮ่องกง แล้วนะสะดวกมากๆไม่ต้องไปต่อเครื่องที่กทม. ประหยัดทั้งเงินทั้งเวลา
หลังจากหาข้อมูลสรุปว่าร้านมีดาวทั้งหลายเราคงไม่ได้ไป แผนการกินของเรามีลักษณะดังนี้ คือ เดินเที่ยว เรด้าจับสังเกตุว่าชาวบ้านคนท้องถิ่น พนักงานร้านค้า เที่ยงมา-เย็นเค้าเดินไปไหนกันก็เดินตามเค้าไป กินไปเรื่อยๆ กินตามแหล่งที่พักอาศัย ตามตลาด ร้านข้างทาง ไม่ได้กินตามไกด์บุ๊คนะจ๊ะ แบบนั้นคนเขาเขียนเยอะแล้ว เราอยากกินและไปร้านธรรมดาที่ชาวบ้าน (ฮ่องกง) ทั่วไปเขากินกัน เรียกว่าเดินได้โล่อิ่มตามรายทาง  บางร้านที่ดังก็เดินไปเจอเพราะแถวต่อคิวยาวทะลุไปสองซอย สรุปคิดอดร้านติดดาว (แนะนำว่าให้จองก่อนถ้าใครเข้าร้านแนวนี้)
ที่พักที่เราจองไว้อยู่ย่าน Sheung Wan เป็นพื้นที่หนึ่งตั้งอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะฮ่องกง อยู่ติดกับเขตใจกลางเมืองอย่าง Central, SOHO สามารถเดินไปได้หรือขึ้นรถไฟเพียงหนึ่งสถานี เขตนี้เป็นย่านที่ไม่พลุกพล่านมากนักเป็นเขตที่พักอาศัย มีร้านอาหารเก่าแก่ข้างทางท่าทางน่าอร่อยหลายร้าน มีร้านขายพวกของทะเลตากแห้งเยอะ ร้านขายรังนกสมุนไพร โสม ย่านนี้บรรยากาศยังคงกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม คนสูงยังอาศัยอยู่มาก
นอกจากร้านของกินข้างทาง ย่านนี้เขายังมีตึก Food Center อยู่ชั้น 2 (ที่จริงชั้น3แต่คนที่นี่เรีกยชั้น1ว่าชั้น G) ตึก SHEUNG WAN MUNICIPAL SERVICES BUILDING เป็นฟู๊ดคอร์ทที่ดูเมามัน เอาจริงเอาจังมาก บรรยากาศเหมือนตลาดนัดวุ่นวายแต่ดูสนุกสนาน อาหารมีให้เลือกเยอะทั้งแบบเป็นจานเดียว อาหารกินกับข้าวต้ม บะหมี่ก๋วยเตี๋ยว ติ่มซำ แน่นอนว่าเมนูเป็นภาษาจีนล้วน สั่งไม่เป็นก็ชี้บอกเขาเอาได้ สนนราคาก็ปกติทั่วไปไม่แพง
ตึกนี้เป็นทั้งตลาดสด (ชั้นสอง) และฟู๊ดคอร์ท (ชั้นสาม)
บรรยากาศคล้ายตลาดสดบ้านเราแต่อยู่ในตึก พ่อค้าที่นี่หน้าดุจังกลัวแล้วจ้า หนีขึ้นชั้นสามดีกว่า
หนีมาชั้นสามก็มาเจอกับพนักงานพักเที่ยงมานั่งกันแน่นไม่มีที่ว่างเลย
บรรยากาฟคึกคักยามเที่ยง โต๊ะเก้าอี้นั่งให้ตรงกับร้านที่เราจะกิน นั่งมั่วไม่ได้
ไม่ได้กินขอได้ดูก็ยังดี บรรยากาศวุ่นวายกินกันจริงจังมาก
เห็นคนสั่งชานมใส่ขวดกันแทบทุกโต๊ะ
———————————————–

– อาหาร –

1. ร้านไม่รู้ชื่อ

(เป็นภาษาจีน) ขายข้าวหน้าเป็ดหมูแดงหมูกรอบไข่เค็มกุนเชียง
  • ที่ตั้ง: ร้านอยู่ใกล้โรงแรม LBP, Sheung Wan Sta. ระหว่างทางเดินไปสถานี MTR ใกล้กับร้านขายผักผลไม้มุมตึก Fook Sing Shopping Arcade
  • ราคา: 30$-60$
ลืมภาพวิญญาณหมูกรอบหมูแดงแบบบ้านเราไปได้เลย ร้านนี้ราคาเริ่มต้นที่ 30$ (1$HK ประมาณ 4.2 บาทในวันที่ไปเดือน ธค. 2557) ทดลองสั่งหมูแดงหมูกรอบหนึ่งจาน อีกจานสั่งแบบรวมทุกอย่างแปลกดีได้ไข่เค็มและอะไรสักอย่างคล้ายกุนเชียงผสมไส้กรอก ข้าวแต่ละจานใหญ่พอสมควรถ้าเป็นคนกินน้อยสั่งจานเดียวกินได้สองคน ตอนเสิร์ฟมีน้ำราด น้ำจิ้ม(เค็มๆมันๆไม่เผ็ด) และน้ำซุปให้คนละหนึ่งถ้วย หมูกรอบอร่อยมาก
เป็ดไก่หมูกรอบที่ห้อยในตู้ ดึงดูดให้เท้าเราก้าวเข้าไป
โต๊ะนั่งมีน้อยต้องแชร์โต๊ะกับคนอื่นๆ อาหารหน้าตาแบบนี้อร่อยนะ
ร้านอยู่เลยร้านขายผักผลไม้ไปหน่อยเดินผ่านไปเจอเลย

———————————————–

2. บะหมี่เกี๊ยว Hong Kong Style

  • ที่ตั้ง: ตรงข้าม Middle Land Plage ใกล้สถานี Sheng Wan ออกประตู A2 เดินมาเรื่อยๆ
  • ราคา: เริ่มต้นที่ 19$
มาฮ่องกงมันต้องลองบะหมี่เกี๊ยวเดี๋ยวจะมาไม่ถึง จริงๆเขาเรียกว่า Wonton Noodle Soup หน้าตาก็ไม่เหมือนบะหมี่เกี๊ยวบ้านเรา เกี๊ยวเขาตัวใหญ่กว่ามากไส้เป็นกุ้งสับผสมกับหมูสับ เส้นบะหมี่ก็ไม่เหมือน เสิร์ฟมาแบบร้อนมากๆซดซุปไม่เป่าก่อนลิ้นพองแน่นอน เครื่องปรุงมีน้อยที่ใส่ได้คือพริกหน้าตาคล้ายพริกเผา ขนาดชามโดยรวมถือว่าได้เยอะอยู่นะ ราคาร้านข้างทางประหยัดมากเพียง 20$ เท่านั้น
หน้าหนาวมันต้องบะหมี่เกี๊ยวร้อนๆน้ำซุปอุ่นๆซดคล่องคอ

———————————————–

3. Sun Yuen Hing Kee – Restaurant  

ร้านข้าวหน้า4อย่าง Fantastic Four, รางวัล Michelin Guide
  • ที่ตั้ง: ใกล้สถานี Sheng Wan ออกประตู A2 เดินมาเรื่อยๆทาง West
  • ราคา: เริ่มต้นที่ $30-40 ต่อคน
  • Opening Hours: Mon to Sun – 08:00am – 19:45pm
กำลังเดินจะกลับที่พัก สะดุดตากับร้านนึงท่าทางเก๋าเกม ประกอบกับฝนกำลังปรอยลงมาอากาศก็เย็นเลยตัดสินใจเข้าร้านนี้ดู มองดูที่ตู้พบว่ามีสติ๊กเกอร์ Michelin Guide ติดต่อกันถึงห้าปี ร้านนี้ดีมีเมนูภาษาอังกฤษให้ ลองสั่งที่มันพิศดารดูบ้างชื่อว่า Fantastic Four คือข้าวหน้าสี่อย่างได้แก่ เป็ด ไส้กรอก หมูกรอบ และไข่เค็ม โป๊ะมาบนข้าวเปล่าและน้ำซุปหนึ่งถ้วย อร่อยดีแต่น้ำราดให้น้อยไปนิดมันฝืดคอครับเฮีย อ้อร้านนี้ฟรีน้ำชา
หน้าตาแบบนี้ ข้าวหน้าสี่อย่าง Fantastic Four
ของที่ห้อยแต่ละอย่างน่ากินทั้งนั้น
สติ๊กเกอร์ Michelin Guide 5 ปีติดต่อกัน

———————————————–

4. 忠記粥品 Chung Kee

  • ที่ตั้ง: ซอย Gilman’s Bazaar ระหว่างย่าน Sheng Wan – Central ข้างร้าน Sugo Sushi
  • ราคา: 20$
  • เปิด 07:00 – 23:00
ระหว่างทางเดินไป Central ลองแวะเข้าซอกซอยดูเผื่อจะมีอะไรน่าสนใจ ไปเจอร้านโจ๊กที่อ่านชื่อไม่ออกอีกแล้ว คนนั่งเต็มร้านหลบหนาว คนที่นี่จะแชร์กันนั่งคือถ้ามีเก้าอี้ว่างทุกคนก็ไปนั่งได้หมด ไม่มีจองที่ไม่มีเอาเก้าอี้มาวางของ รอสักพักโต๊ะไม่มีทีท่าจะว่างเลยบอกเขาว่าเอาใส่ถุง ปาท่องโก๋ตัวใหญ่สะใจหนึ่งตัวกินได้สองคน เดินไปกินไปเพลินเลย โจ๊กแบบฮ่องกงแท้แน่นอนว่าต้องมีไข่เยี่ยวมาอย่างแน่นอน เนื้อโจ๊กละเอียดนุ่มนวลมาก ดูด้วยตาเหมือนไม่มีอะไรที่จริงคือเครื่องมันอยู่ข้างล่างหมดเลย เอาปาท่องโจ๋จิ้มกินอร่อยดี
หน้าร้านโจ๊กเป็นที่โชว์และเก็บปาท่องโก๋
เข้าคิวรอกินโจ๊กกัน แต่ละคนเฉลี่ยนั่งไม่เกิน 10 นาที
ปาท่องโก๋ยักษ์ตัวเดียวกินสองคนไม่หมด กินกับโจ๊กฮ่องกงอร่อยมาก

———————————————–

5. AH SAY

Fast Food Hongkonk Style
  • ที่ตั้ง: G/F, 21 Lock Road, Tsim Sha Tsui
  • ราคา: 37$-58$
เดินเที่ยวเยอะแล้วร้านบ้านๆก็เยอะแล้วขอลองอะไรใหม่ๆบ้าง เจอร้านนี้บอกอาหารจานด่วนฮ่องกงสไตล์ วิธีการกิน เข้าไปเลือกเมนูที่ต้องการ –> เดินไปบอกเจ๊คนที่นั่งคิดเงิน –> จ่ายเงินแล้วจะได้รับบัตรคิวเป็นเหรียญสีเหลืองมีตัวเลขติด → นั่งรอเรียกตามคิว (ปัญหาคือเราฟังไม่ออก ต้องคอยมองเอาว่าอันนี้น่าจะเป็นของเรา) → เดินไปรับอาหารพร้อมช้อนส้อมตะเกียบ → นั่งกินอย่างเรียบร้อยไม่ควรนั่งนานเพราะนี่คือร้านฟาสต์ฟู๊ด อาหารที่ลองกินมีสองอย่างคือ ข้าวหน้าแกงกะหรี่เนื้อ ส่วนอีกจานเป็นก๋วยเตี๋ยวบะหมี่รวมใส่ทุกอย่าง ให้เยอะจานใหญ่ตามเคย รสชาติโอเคไม่ดีเลิศอะไร กินๆไปถึงพบว่า ถ้าสั่งอาหารเป็นชุดรวมเครื่องดื่มด้วยราคาจะได้ส่วนลด โธ่เอาอีกแล้ว น้ำดื่มแพงเสียด้วยสิ แนะนำ Milk Tea อร่อยดี
บรรยากาศร้าน Fast Food แบบฮ่องกง

ข้าวหน้าเนื้อแกงกะหรี่ 38$

———————————————–


6. ปลาหมึก+ไส้ต้ม

หน้า Langham Place, Mongkok Sta.
  • ที่ตั้ง: Mongkok Station ออกประตู Langham Place ร้านอยู่หน้า H&M
  • ราคา: 8-10$ each
ได้เวลา Hongkong Street Food กันแล้ว ร้านแบบนี้พบเห็นได้ทั่วไปตามแหล่งที่ผู้คนพลุกพล่านย่านสถานีต่างๆ มองเผินๆเหมือนร้านขายลูกชิ้นทอดบ้านเราแต่ไปดูใกล้ๆที่เราเห็นมันเป็นของต้มมากกว่า ลองสั่งมาสองไม้ นึกว่าปลาหมึกเห็นสีแดงๆมันคือไส้ครับไส้อ่อนๆ กับอีกไม้เป็นปลาหมึกหน้าตาเหมือนหมึกย่างบ้านเรา สั่งแล้วเขาจะเอาไปต้มๆจุ่มๆน้ำสีข้นๆแล้วก็ใส่ถุงให้เรา ลองกินดูมันแปลกๆต้องการน้ำจิ้มสามรสอย่างมากพูดเลย
ป้าๆขายกันสนุกสนานเลย
สีแดงๆนั่นคือไส้ (น่าจะไส้ไก่) ทางขวาคือปลาหมึก ราคาไม้ละ 7-10$
เดินไปเจอร้านขายของชำข้างทางอื่นๆ ก็คล้ายบ้านเราอยู่เหมือนกันนะ
เดินไปเจอกุนเชียงอาหารยอดนิยมคนฮ่องกง เห็นแล้วอยากซื้อมาฝากแม่ที่เชียงใหม่

———————————————–

7. Sea View Congee Shop,

ร้านโจ๊ก+ปาท่องโก๋ แถว Goldish Market, Mong Kok
  • ที่ตั้ง: Mong Kok Goldfish Market
  • ราคา: 30$-40$
ลองโจ๊กแถว Central ไปแล้วยังติดใจขอมาลองแถว Mong Kok ดูบ้างว่าชานเมืองจะต่างจากในเมืองมั้ย ร้านนี้อ่านชื่อไม่ออกตามเคยเมนูไม่มีภาษาอังกฤษเราใช้วิธีจิ้มเอา ได้โจ๊กไข่เยี่ยวม้ากับโจ๊กหมู พร้อมปาท่องโก๋ เหมือนอย่างเคยคือชามใหญ่ไปไหน ยิ่งมาเจอปาท่องโก๋ยักษ์อีก อร่อยแต่จุกครับงานนี้
โจ๊กฮ่องกงจุดเด่นอยู่ที่ความเนียนนุ่มของเนื้อโจ๊กและเครื่องจัดเต็ม แน่นอนมีไข่เยี่ยวม้า
หน้าร้าน Sea View ดูดีทีเดียว พนักงานเป็นผู้หญิงล้วนใส่ชุดสีน้ำเงินทุกคน

———————————————–

8. ข้าวกระเพราไก่สูตรหม่อมหลวงน้อย

  • ที่ตั้ง: บนเครื่องบินสายการบิน Air Asia
  • ราคา: 150-200 บาท อาจปรับเปลี่ยนได้
ไม่ได้คิดจะกวนแต่เราประทับใจว่ามันอร่อยจริงๆ คือเครื่องออกเวลาหกโมงเช้า ดังนั้นเราต้องไปถึงสนามบินตั้งแต่ตีสี่ กว่าจะไปถึงฮ่องกงหมดโอกาสในการกินอาหารเช้าแน่นอน ทางเดียวคือต้องกินบนเครื่อง ตอนจองตั๋วก็จัดแจงสั่งไปด้วยจะได้ราคาถูกกว่าซื้อบนเครื่อง อากาศเย็นๆบนเครื่อง ซัดข้าวกระเพราไก่ร้อนๆเข้าไปหนึ่งกล่อง อิ่มท้องปุ๊ปก็หลับยาวไปถึงฮ่องกงเลยทีเดียว
เสิร์ฟมาแบบนี้ ระวังร้อนนะครับ ร้อนมากๆเลย
กินบนฟ้าจะไม่ให้อร่อยได้ยังไงกัน

———————————————–

-ของหวาน/ขนม

9. Kam Wah Cafe, Goldfish Market, Mongkok

  • ที่ตั้ง: Mongkok Goldfish Market
  • ราคา: 20$ – 30$ Each
กาแฟร้านดังการันตีด้วยรางวัลเรียงรายตามผนัง เพ่งมองดูพบว่าร้านนี้เขาเด่นเรื่องชานม (Milk Tea) กับขนมปังอะไรสักอย่างเรียกกันว่า Polo Bun (หลายแห่งชมว่าเป็น Best Polo Bun of Hong Kong กันเลยทีเดียว) แรกทีเดียวผมอิ่มมากเลยไม่สั่งเราไปกันสองคน แต่เขาบอกว่าถ้าไม่สั่งอะไรเลยจะต้องเสียค่านั่งนะจ๊ะเพราะคุณจะมานั่งเฉยๆไม่ได้ ก็เลยต้องลองชานมร้อนตามระเบียบ ส่วนคู่หูเขาลองกาแฟกับขนมปังที่ว่า ก็อร่อยหอมดีสมกับที่ได้รางวัลมา ร้านคนเยอะมากๆ
รางวัลมากมายการันตีความอร่อย
ชุดสุดแจ่ม Polo Bun + Hot Milk Tea 32$

———————————————–

10. ไอศกรีม Mister Softee 

  • ที่ตั้ง: เป็นรถขายตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป วันนั้นซื้อแถว The Honk Kong Observation Wheel
  • ราคา: 8-9$
จะเดินปนั่งชิงช้าสวรรค์สายตาดันไปเจอ รถขายไอศกรีมคันเล็กคอยส่งความสุขให้คนทั่วไป หากเจอรถจิ๋วนี้รู้ได้เลยว่าความอร่อยได้มาหาคุณแล้ว ไอติมมีสองแบบคือแบบถ้วยกับแบบโคน ลองสั่งแบบโคนราคา 9$ เนื้อไอศกรีมเป็นครีมรสวนิลานุ่มหอมอร่อยดี โคนเป็นขนมปังกรอบเข้ากัน กินเล่นระหว่างเดินเที่ยวเพลิดเพลินนักแล
ได้มาแล้วไอติมในตำนาน อร่อยหอมดี
อะไรที่มันอร่อยคิวก็มักจะเป็นแบบนี้

———————————————–

11. Egg Waffle 

  • ที่ตั้ง: ข้างตึก Western Market, Sheng Wan
  • ราคา: 10$
ร้านนี้เจอโดยความบังเอิญระหว่างจะหาทางเดินลัดตึก Western Market เป็นร้านเล็กขนาด 1.5*1.5 เมตรถ้วน มีขนมขายหลายอย่างแต่เรามาติดใจตรงขนมหน้าตาคล้ายรังไข่ กลมสวยน่ากินเชียว ลองจัดมาหนึ่งชิ้นราคา 10$ รสชาติพอไปได้ครับ จืดๆเคี้ยวเอาเพลิน
Egg Waffle หน้าตาเป็นแบบนี้
หน้าร้านมีทั้งฝรั่ง ทั้งฮ่องกง ทั้งไทย (เราเอง) ยืนต่อคิวซื้อวาฟเฟิล
ร้านอยู่ในซอกข้างตึก Western Market แห่งนี้เลย

———————————————–


12. Jenny Bakery  

คุ๊กกี้ที่ต้องต่อคิว มหากาพย์ซื้อถึงได้กิน
  • ที่ตั้ง: ร้านคุ๊กกี้ ข้างๆสถานี MTR Tsim Sha Tsui exit N5, อยู่ใต้ตึก Mirador Masion, ย่าน Tsim sha tsui ใจกลางฮ่องกง ที่เต็มไปด้วยโรงแรม เกสเฮ้าส์ แหล่งชอปปิ้ง
  • เปิด  9am – 6:30pm *Store may close earlier if goods are sold out*
คุ๊กกี้ที่ว่ากันว่าจะนำพายุคทองของฮ่องกงคุกกี้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง และมันก็ได้เกิดขึ้นแล้วเราไปเห็นกับตาที่ย่านจิมชาจุ่ยนี่เอง ออกประตู N5 มาเห็นคนเข้าแถวยาวมากๆขดสองรอบก็ยังยาวดูด้วยตาแถวยาวสักสองร้อยเมตรได้ ทุกคนรออย่างใจเย็นกดมือถือไปเรื่อย ถามดูได้ความว่ารอซื้อ Jenny Cookie นี่เอง เราก็เข้าแถวบ้างโดยส่งคู่หูไปดูว่าอีกยาวแค่ไหน หน้าร้านมันเป็นยังไง คู่หูหายไปห้านาทีแถวเรายังไม่ขยับไปไหน เดินมาบอกว่า ไปกันเถอะ แถวขยับช้ามากถ้ารอคงเป็นชั่วโมงแน่ๆ ร้าน Jenny นั้นเล็กนิดเดียวแถมอยู่ในซอกตึกอีกต่างหาก แถมไม่รู้ว่าจะเหลือมาถึงเรามั้ยเขาบอกว่าหมดแค่ไหนแค่นั้น งั้นก็ได้เลยฝากไว้ก่อนเถอะ Jenny!
คุ๊กกี้เป็นกล่องแบบนี้ที่คนเข้าคิวกันยาวเหยียด
หน้าร้าน Jenny เล็กนิดเดียว แถมหมดแล้วหมดเลย ปิดร้านทันที

———————————————–

เครื่องดื่ม

13. LULU

  • ที่ตั้ง: G/F, Podium Plaza, 5-7 Hanol Road, Tsim Sha Tsui
  • ราคา: 100-200$ each
แดดร่มลมตกได้เวลาหาร้านน่านั่ง ในย่านนี้ต้องไม่พลาด LULU ร้านแนวบาร์จำหน่ายเบียร์, Craft Beer, Cocktail ต่างๆ ราคาปกติก็พอสมควร Craft Beer ขวดละ 70$ แต่ที่เราต้องการคือ Happy Hour เริ่ม 03.00 PM – 09.00 PM นั่นคือนาทีทองเบียร์ที่ว่าลดลงมาเหลือเพียง 50$ ช่วงเวลาดังกล่าวคนจะเพียบเต็มร้านไปหมด ร้านนี้มีทีเด็ดอีกอย่างคือบาร์เทนเดอร์จะทำหน้าที่คล่องแคล่วว่องไวนั่งดูเพลินๆเหมือนดูโชว์ ราคายังไม่รวม Service Charge 10% นะจ๊ะ
Xavier บอกว่าใครๆชอบเรียกเค้าว่า Expat บาร์เทนเดอร์ลูกครึ่งฝรั่งเศสฮ่องกง  ลีลาการทำคอกเทลเค้าเด็ดมาก มีสเน่ห์หน้าเคาน์เตอร์

———————————————–

14. Fatt’s Place

ที่ตั้ง: 2 Hart Avenue, Tsim Sha Tui
ราคา: 100$ Each
อยากตั้งชื่อร้านนี้ว่า ร้านถั่ว ครับฟังไม่ผิด คือเดินเข้าไปเปลือกถั่วลิสงเต็มพื้นร้านเลย เต็มนี่คือเต็มจริงๆเต็มไปหมด เดินย่ำตรงไหนก็มีแต่เปลือกถั่ว ร้านนี้เป็นบาร์นั่งดื่มชิลๆย่านจิมชาจุ่ย แน่นอนว่าต้องมี Happy Hour คนถึงได้แน่นอแบบนี้ ราคาเบียร์เฉลี่ยแก้วละ $50 ทันทีที่นั่งเขาจะเสิร์ฟถั่วทันทีไม่ว่าท่านจะอยากกินหรือไม่ (พอมันวางตรงหน้าก็กินนะ) มีฟรี WIFI เด็กเสิร์ฟ(แก่แล้ว) บริการดีชวนพูดคุย ราคายังไม่รวม Service Charge นะจ๊ะตัวเอง
บรรยากาศร้าน Fatt’s Place
พื้นร้านมีแต่เปลือกถั่วจริงๆนะไม่ได้โม้

———————————————–

15. Beer-Wine @ 7-11 near LBP

  • ที่ตั้ง: ใกล้โรงแรม LBP, Sheng Wan
  • ราคา: เบียร์ 5$ ไวน์ 70$
ก่อนจะนอนลงไปสำรวจราคาเบียร์กับไวน์ของเมืองฮ่องกงสักหน่อย พบว่าเบียร์มีให้เลือกไม่มากนักส่วนมากจะเป็นเบียร์จีน เบียร์ที่มีราคาแพงของที่นี่คือเบียร์ชิงเต่า (Tsingtao) เป็นเบียร์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเบียร์แห่งชาติเพียงยี่ห้อเดียวของจีน ซึ่งผมลองแล้วก็พบว่าจืดไปนิดสู้เบียร์บ้านเราไม่ได้ เบียร์อื่นๆก็รสชาติคล้ายๆกันคือจืดๆซ่าๆ ส่วนไวน์นั้นพบว่าราคาถูกจนน่าใจหาย เริ่มต้นเพียงขวดละสามร้อยกว่าบาทเท่านั้น ถ้าลองขวดละพันบาทขึ้นไปนี่คือได้ของอย่างดีเลย ฮ่องกงเหมาะเป็นสวรรค์ของคนรักไวน์โดยแท้

———————————————–

Tips การตะลุยกินเมืองฮ่องกง

– 7-11 และร้านขายของ Conveniece Store ทั่วไปรับบัตร Octopus ได้ส่วนลดเพิ่มเล็กน้อย
– น้ำดื่มแพง ไวน์และเบียร์ราคาถูก อย่าลืมดูแบบแพ็คคู่จะได้ถูกกว่า
– ร้านอาหารไม่มีทิชชู่ ไม้จิ้มฟันให้ ต้องเอาไปเอง
– ร้านอาหารไม่เสิร์ฟน้ำดื่มฟรี ต้องซื้อราคาเริ่มต้นแก้ว/ขวดละ 10$

แผนที่ตามลายแทงความอร่อย *สีแดงคือที่กิน สีฟ้าคือที่เที่ยวนะจ๊ะ

Relate Posts :