info.บ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน

“ตีห้าเดี๋ยวผมมาปลุกพี่นะ”

“แมน” หนุ่มวัย 19 หลานชายพ่อหลวงบ้านปาง บอกผมไว้แบบนั้นก่อนจะพากันไปเข้านอนในค่ำคืนวันที่ 19 กุมภา เพื่อเช้ามืดวันต่อมา เราทั้งสองมีนัดหมายกันที่ทุ่งนากลางป่า ตรงห้วยแม่ปางบก บ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

ภารกิจระดับชาติของเราทั้งสองคือการออกตามล่าหานกยูงกลุ่มสุดท้ายที่กำลังจะสูญพันธุ์ในอำเภอลี้ โดยมีกล้องเอาไว้ไปเก็บภาพนิ่งและวิดีโอ เพื่อยืนยันและนอนยันว่าพวกมันยังคงอาศัยอยู่แถวนี้

หัวถึงหมอนไม่ทันไร เสียงเคาะประตูสลับกับเสียงเรียกปลุกผม รบเร้าจนทำเอาผมสะดุ้ง แหกขี้ตา จัดการธุระส่วนตัว ก่อนซ้อนท้ายแมงกะไซค์ มีแมนเป็นคนขับ พาไปยังจุดหมาย

รถออกจากกลางหมู่บ้านปาง ไปตามทางมุ่งหน้าเข้าป่าไปตรงห้วยแม่ปางบก อากาศในยามเช้ามืดตีห้ากว่าๆในช่วงปลายหน้าหนาว ยังพอสะกิดให้เย็นยะเยือกจนร่างกายสะทกสะท้าน เพื่อบ่งบอกว่าอากาศเย็นยังไม่หนีไปไหน

ระหว่างทางขับรถเต็มไปด้วยป่าหนาบางสลับกันไป นี้ถ้าใครไม่เคยลุยป่าหรือพาตัวเองมาป่วนเปี้ยนในยามนี้ มีอันต้องขวัญหนีดีฝ่อ ผวาแน่ กับความน่ากลัวในความมืดและเงียบสงัดท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร

ผมกับแมนถึงกระท่อมภายในระยะเวลา 20 นาทีแห่งการเดินทาง ก่อนที่ผมจะรีบลงมาสังเกตล้อยางมอเตอร์ไซค์ว่า เมื่อกี้มาได้ยังไง ทางออกจะโหดปานนั้น ทั้งลูกรัง และหินก้อนยักษ์ ลงห้วยขึ้นเข้าสลับกันไป

แม่เจ้า! นี่มันฮอนด้าเวฟใส่ยางมอเตอร์ไซค์วิบากนี่หว่า มิน่ามันถึงพาเรามาถึงนี้ได้

จัดแจงเตรียมกล้อง กระดกน้ำใส่ปากไปสองอึกดับกระหาย เป็นอันได้เวลานั่งเฝ้าทอดสายตาไปยังทุ่งหนาตรงหน้า เพื่อจับตามองดูนกยูงลงมาหาอะไรกินในตอนเช้า

จากคำบอกเล่าของแมน แมนบอกผมว่าปกติจะเจอมันตรงทุ่งนาเวลามาหาของกิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวและข้าวโพด อาหารจานโปรดของพวกมัน แต่ถ้าเป็นช่วงนี้ก็ต้องลุ้นกันเหนื่อยหน่อยถ้าจะเจอ

นั่งเฝ้ากันตรงแถวคันนาจนเกือบสว่าง ได้ยินแค่เสียงนกยูงร้องส่งเสียงจากบนยอดเขาทั้งสองฟากฝั่งที่โอบรอบล้อมกระท่อม พวกเราเลยพากันเปลี่ยนเป้าหมาย ออกเดินลาดตระเวนแทนในช่วง 6 โมงเช้า

แมนพาผมเดินไปตามทางที่ชาวบ้านใช้เที่ยวเข้าออกในป่า โดยระหว่างทางมีไร่ข้าวโพดซึ่งคาดว่าน่าจะเก็บเกี่ยวกันไปนานแล้ว สลับกันไปกับป่าที่ถูกบุกรุกเพื่อทำไร่เลื่อนลอย

เดินบ้าง สลับกับหยุดบ้างเป็นระยะ เพื่อสอดส่ายสายตามองหานกยูง แต่ก็ไร้วี่แวว เท่าที่เห็นและได้ยินมีแต่เสียงสารพัดนกในป่ายามเช้าที่พากันมาออกหากิน แบบนานๆทีค่อยมีเสียงนกยูงโผล่เข้ามากระแทกหูเป็นระยะ

แมนเรียกผมมาดูรอยเท้าของพวกมันสองสามรอยบนถนน ก่อนจะเล่าให้ฟังว่า

“นี่มันรอยเท้านกยูงพี่ แต่ตัวมันเรายังไม่เห็น ผมว่าลำบากเลยล่ะงานนี้ เจอมันยาก เพราะข้างล่างไม่มีอะไรให้พวกมันกินเหมือนช่วงเก็บเกี่ยวข้าว ถ้าอยากจะเจอตัวมันจริงๆ ผมว่าต้องลงทุนหน่อย เราต้องเดินเข้าไปในป่าลึก ขึ้นเขามากกว่านี้ พักค้างแรมซัก 2-3 คืน หาอาหารมาล่อพวกมัน รับรองได้เลยว่าได้ภาพแน่ๆ แต่ถ้าเราเดินลาดตระเวนแบบนี้ โอกาสน้อย แถมยังไม่รู้ว่าจะเจอกันรึเปล่า ยิ่งสายมาไม่ต้องพูดถึง พวกมันกลับรังแล้วเรียบร้อย จะโผล่หัวกันอีกทีก็ตอนเย็น”

ผมถามต่อว่าเอาไงต่อดี เพราะถ้าเราเดินเข้าป่าลึกกว่านี้ คงไม่เจอเพราะตอนนี้ก็สามโมงเช้าแล้ว เอาเป็นว่ากลับไปแถวทุ่งนาที่เดิมกับไร่ข้าวโพดข้างๆ เผื่อพวกมันจะโฉบลงมาหาอะไรกิน

กลับไปได้ซักพักก็ไร้วี่แววกันเช่นเคย ผมหยิบขนมปังมาใส่ปากดับความหิวยามมื้อเช้าแก้เซ็งที่อดเจอนกยูง

สุดท้ายเราตกลงพากันกลับเคหะสถานหาอะไรกินในมื้อเช้าช่วงสาย ก่อนจะสอบถามแมนไปเรื่อยว่า คราวหน้าเราต้องทำไงดีถึงจะเจอพวกมัน

แมนบอกมีทางเดียวอย่างที่เคยเล่าไปก่อนหน้านี้ พี่ต้องขึ้นเขาไปนอนค้างแรม หาอะไรไปล่อมันเท่านั้น อย่างที่เราไปแบบวันนี้ยากครับ แต่บางทีผมขับรถมาคนเดียว พวกมันก็บินโฉบผ่านหัว 2-3 ตัว

นอกจากแมนแล้ว ผมสอบถามเพื่อนบ้านข้างๆแมนก็ได้ความว่า บางคนก็ไปเจอตอนไปหาของป่า ตอนไปทำไร่ ทำนาบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะลงเสียงเหมือนกันเลยว่า ต้องมาในช่วงเก็บเกี่ยวข้าวอย่างเดียว เพราะพวกมันจะลงมาเป็นฝูงมากินข้าว

เป็นอันว่าภารกิจไม่ถึงกับล้มเลิกหรือล้มเหลวอะไร อย่างน้อยได้ภาพรอยเท้า ภาพถ่ายจากพ่อหลวง และจากปากคำของชาวบ้านปาง ก็พอจะทำให้รู้ว่าพวกมันยังคงอยู่ในที่แห่งนี้ ยังไม่ได้หนีไปไหน แม้ใกล้จะสุญพันธุ์กันเต็มทีก็ตาม

ที่เหลือจากนี้ไปคือการมาบุกเบิกเส้นทางท่องเที่ยวในอำเภอลี้ โดยมีวัดบ้านปาง สถานที่รวบรวมทุกอย่างอันสำคัญเกี่ยวกับครูบาศรีวิชัยเอาไว้ เพื่อรอจะพ่วงกันกับสถานที่ดูนกยูง ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมกัน

ว่าแต่ว่าหน่วยงานไหนล่ะจะจัดการเรื่องนกยูง ให้มันเป็นรูปเป็นร่างซักทีล่ะ?


ดู บ้านปาง อ.ลี้ จ.ลำพูน ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

 

ฝากความคิดเห็น ...