เที่ยวเชียงใหม่แบบ NEW NORMAL พายเรือคายัค ชมวิวริมน้ำปิง

สวัสดีทุกคนวันนี้เราจะมาแนะนำกิจกรรมเชิงท่องเที่ยวแนวใหม่ที่กำลังมาแรงมากในช่วงนี้ โดยเป็นกิจกรรมที่ทำกลางแจ้ง ไม่ต้องสัมผัสตัวกับใคร ทำกับเพื่อนได้และยังได้เห็นเชียงใหม่อีกมุมด้วย นั่นก็คือ การพายเรือคายัคชมวิวริมน้ำปิงนั่นเอง 

โดยจุดพายเรืออยู่ที่ “ท่าเรือคายัควัดฟ้าฮ่าม” ดังนั้น เพื่อนๆ ที่อยากจะมาพายเรือคายัคเล่น ไม่ว่าจะมาจากที่ไหนก็ปักหมุดใน Google Map “วัดฟ้าฮ่าม” ได้เลยนะ เรื่องเวลาเปิดปิดไม่แน่นอนนะ ถ้าอยากเช็คให้มั่นใจว่าเปิดปิดไหมโทรเบอร์นี้เลย 081-8831279 เบอร์โค้ชเบิ้มผู้ที่คอยดูแล จะบอกว่าไม่มีการจองคิวนะ เราต้องไปเช่าเรือหน้างานเท่านั้น แนะนำไปช่วง 15.30 น. ได้เรือชัวร์ ไปเย็นมากระวังเรือหมดนะจ๊ะ อิอิ (GPS : วัดฟ้าฮ่าม)

สำหรับเรื่องการแต่งตัวก็เลือกชุดที่คิดว่าพร้อมเปียกน้ำจะดีกว่าเพราะเวลาพายๆ อยู่บางทีอาจจะมีน้ำกระเด็นเข้ามาโดนเราได้ ถ้าก้นไม่เปียกถือว่ามาไม่ถึง 55555 

เรื่องการเดินทางจะขับรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ส่วนตัวมาก็ได้เพราะที่วัดมีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่จอด เมื่อจอดรถเสร็จให้เดินไปด้านหลังวัด มุ่งหน้าไปหาแม่น้ำ แล้วพยายามสังเกตซ้ายมือ จะเจอโรงเก็บเรือคายัคและพี่ๆ คอยให้บริการอยู่

เข้าวัดมาก็จะมีป้ายบอกว่าไปท่าเรือน้ำปิง เราก็เข้าไปด้านในเลยจ้า

เข้ามาก็จะเห็นเลยว่าที่จอดรถเยอะจริงๆ จอดรถเสร็จก็เดินเข้าไปเลย ถ้าใครอยากเข้าห้องน้ำก่อนก็ให้เดินไปทางด้านขวามือ สังเกตดีๆ จะมีต้นไม้ปลูกบังไว้เป็นแถวยาว เดี๋ยวจะเจอห้องน้ำเอง หลังใช้ห้องน้ำเสร็จแล้วก็อย่าลืมรักษาความสะอาดกันด้วยนะ 

พอเดินมาถึงท่าน้ำให้สังเกตขวามือก็จะเจอโรงเก็บเรือนะ จะมีพี่ๆ เขานั่งรออยู่ด้านใน เดินเข้าไปติดต่อได้เลยจ้า

ตอนเราไปถึงก็ติดต่อขอเช่าเรือได้เลย ดูดีๆ นะ ระวังจะไปตัดหน้าใครเข้าเพราะที่นี่ไม่มีบัตรคิว ดังนั้นก็เล็งดีๆ 5555 จะพายแยกกันหรือพายคนเดียวก็บอกพี่เขาไปเลย ค่าเช่าเรือตอนนี้ปรับขึ้นจากราคาเดิม 50 บาทต่อคนเป็น 100 บาทต่อคนแล้วนะ อัพเดทล่าสุดวันที่ 20 มิถุนายน 2563  พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าเงินทุกบาทบริจาคให้กับวัดหมดเลย ได้ทั้งทำบุญและสนุกด้วยนะ อิอิ

ในระหว่างที่พี่ๆ เขากำลังจัดเตรียมเรือให้เรา เราก็ไปเลือกเสื้อชูชีพเอง ตัวเลือกเรื่องสีมีไม่มากเพราะที่นี่มีสีเดียวนั่นคือ สีส้มเรืองแสง ดังนั้นถ้าใครคิดอยากจะได้รูปสวยๆ ก็หาชุดเก๋ๆ ให้เข้ากับสีเสื้อชูชีพสีส้มเรืองแสงนี้มานะ จะได้ถ่ายรูปปังๆ  จะว่าไปเสื้อสีขาวสีดำก็เปิงขนาดดดด (เปิง = เหมาะสม)

อันนี้เพื่อนเราเอง ชื่อหญิงโอ๊ต กำลังเลือกเสื้อชูชีพ อย่างที่บอกมีแต่สีส้มนะ 5555  แสบตาจริงๆ

วิธีเลือกเสื้อชูชีพอย่างแรกเลยก็เลือกขนาดตัวให้เข้ากับร่างที่เราเอามาวันนี้ก่อนนะ ตัวเล็กตัวใหญ่เอาให้พอดีเด้อ เมื่อได้ตัวที่เหมาะแล้วก็ปรับสายให้มันรัดตัวเราพอดี ไม่ต้องแน่นหรือหลวมจนเกินไป แน่นไปก็อึดอัด หลวมไปก็อาจจะหลุดได้

ปรับสายจ้า จะได้ปลอดภัย อิอิ

สัมภาระต่างๆ ที่เอามาแนะนำให้เอาติดตัวไปด้วย เอาไปเฉพาะที่สำคัญนะ เช่น กระเป๋าเงิน โทรศัพท์ กล้อง เราสามารถเอาใส่เรือไปกับเราได้ ในเรือมันจะมีที่ใส่ของให้เฉพาะเลย อันนี้ว้าวมาก 5555 

ตอนไปครั้งแรกคือแบบกังวลว่า อุ้ย ชั้นจะเก็บของไว้ที่ไหน ถ้าฝากไว้บนท่าเรือก็กลัวจะหายอีกเพราะคุณพี่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เฝ้าให้ตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ได้รู้ว่าในเรือมีที่เก็บของ ก็สบายใจได้ 

แนะนำเพิ่ม จะเห็นว่าเพื่อนเราใส่หมวกด้วยเพราะมีประสบการณ์จากครั้งแรกที่ร้อนจนหน้าไหม้ รอบนี้เลยเตรียมพร้อมเป็นพิเศษ พกหมวกมาด้วยผิวหน้าจะได้ไม่ดำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนางก็ลืมปลอกแขนอยู่ดี ก็คือแขนไหม้แทน 5555

โอเค ชุดพร้อม คนพร้อม กล้องพร้อม เราก็ลุยเลยดีกว่า อยากจะเตือนว่าตอนจะลงเรือก็ต้องระวังๆ หน่อยนะ เดี๋ยวจะตกน้ำ แต่ก็ไม่ต้องกลัวไป พี่ๆ เขาก็จะคอยช่วยจับเรือไม่ให้ขยับไปมาตอนที่เรากำลังจะขึ้นหรือลงเรือ ดังนั้นก็สบายใจได้ เอาตัวเองลงไปก่อนแล้วค่อยหยิบสัมภาระทีหลังนะ นั่งให้เรียบร้อยได้จุดที่สบายนะ จะได้ไม่ปวดก้น แต่ก่อนเราจะลงเรือพี่เขาก็จะเรียกเก็บค่าเช่าเรือ  แนะนำว่าให้เตรียมเงินมาให้เรียบร้อย เอาไปให้พอดีก็จะดีมากเพราะจะได้ไม่เสียเวลาทอนเงินกันอีก

อันนี้ท่าเรือนะทุกคน พี่เขาก็จะแบกเรือมาจากโรงเก็บเรือ มาเตรียมให้เราพายกัน

ตอนจะลงเรือคุณพี่เขาก็ดูแลอย่างดีเลย ปลอดภัยแน่นอน

เราไปมาสองรอบแล้วรอบแรกไปตอนสี่โมงเย็นคนเริ่มเยอะจนเกือบจะไม่มีเรือให้พายแต่บรรยากาศดีมาก เพราะแดดไม่ค่อยแรงและลมพัดเย็น รอบสองไปตอนบ่ายสองพายอยู่กับเพื่อนสองคนไม่มีใครแย่งแม่น้ำเลย 55555 แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไหม้เลยจ้ะ  ไหม้ไม่เหลือเลยจ้ะ ฮรือออ

แนะนำใครที่กลัวแดดเผาหรือแพ้แดด ให้พอกครีมกันแดดไปนะ 5555 เพราะเราจะโดนแดดเต็มๆ เลย หรือไม่ก็มาตอนเย็นๆ แต่ตอนเย็นก็เสี่ยงเรือหมดอดพาย 55555 เราไม่ค่อยแนะนำให้ใส่เสื้อคลุมมานะเพราะมันจะร้อนมากกว่าและเป็นความร้อนแบบชื้นๆ อ่ะ เดี๋ยวจะพายเรือไม่ม่วน (ไม่ม่วน = ไม่สนุก)

สำหรับเรื่องรองเท้า ใครจะถอดไว้บนฝั่งก็ได้หรือจะใส่ไปด้วยก็ได้นะ ตามสะดวกเลย ตอนเราไปรอบแรกถอดไว้บนฝั่งพอกลับมาก็พบว่าคนถอดตามๆ กัน แล้วเอามาวางไว้ทับกัน พอกลับมาหาคืองงเลยจ้ะ ไม่รู้คู่ไหนเป็นคู่ไหน มารอบสองเลยใส่ไปด้วยเลย แต่ก็ถอดวางไว้บนเรือนั่นแหละ 55555 

โอเค พอลงเรือปุ๊บ ก็เลือกเลยอยากไปทางไหนพายขึ้นเหนือหรือลงใต้ เราพายมาหมดแล้ว 5555 พบว่าลงใต้บรรยากาศริมแม่น้ำสวยกว่านะมีทั้งเมืองและป่าไม้ต้นไม้สลับกันไป แต่ถ้าขึ้นเหนือส่วนใหญ่จะเป็นป่าน่ะ เราเลยเก็บแต่บรรยากาศตอนที่พายลงใต้มาฝาก ผ่านกาดหลวง สะพานนวรัฐ ขัวเหล็กด้วยแหละ อึ้งล่ะสิ จากวัดฟ้าฮ่ามพายมาจนถึงขัวเหล็ก 55555 อย่างที่บอก ไหม้จ้ะ ไหม้

พายคนเดียวแบบเหงาๆ  กับพายแบบหวานฉ่ำเป็นคู่ 555555

ปล. เพื่อความปลอดภัยไม่แนะนำให้ถอดเสื้อชูชีพนะ เพื่อนเราเขาทนร้อนไม่ไหวเลยถอดน่ะ แต่ยังไงถ้าหากมากันก็ตัดสินใจให้ดีล่ะ ชีวิตเป็นของเรา รับผิดชอบเอาเอง

ใครขายาวตัวสูงกลัวว่าเรือจะไม่ยาวพอ ไม่ต้องกังวลไปเลยนะ อันนี้ขาเราเอง เห็นขาเล็กๆแบบนี้ เราสูง 170 กว่าๆ เลยนะ ยืดขาสุดยังเหลือพื้นที่ให้ยืดได้อีกเยอะเลย ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องงอขาให้เมื่อยหรือเปล่า เพราะถ้าจะเมื่อยก็คือเมื่อยแขนนะ พายจนปวดไหล่กันเลยทีเดียว 55555 

ส่วนเรื่องน้ำหนักตัวจะมีปัญหาไหมอันนี้เราก็ไม่แน่ใจ เพื่อนเรานางหนัก 100 กว่ากิโล ก็พายได้ชิวๆ นะเรือไหลชิวเลย จึงคิดว่าถ้าไม่เกินนี่ก็มาพายได้สบายๆ เลยแหละ แต่เพื่อนๆ คนไหนน้ำหนักอาจจะเยอะกว่านี้ก็ลองโทรมาถามพี่ๆ เขาก่อนก็ได้ตามเบอร์ที่ให้ไว้ตอนแรกเลย

บางคนอาจจะสงสัยว่าพายได้นานแค่ไหน จะบอกว่ามากี่โมงก็พายไปเลยไม่จำกัดเวลาแต่ต้องกลับมาคืนเรือก่อนสองทุ่ม จ่ายเงินไปแล้ว 100 บาท พายให้คุ้ม!  ตอนแรกที่เรามาพายแค่ 2 ชั่วโมงไปได้ไม่ถึงไหนก็ถอดใจเหนื่อยก่อน เลยตั้งใจมารอบสองเพื่อจะได้พายให้คุ้มที่สุด มาถึงพบว่าเขาขึ้นราคาอีก ทีนี้เลยต้องพายให้คุ้มไปอีก สรุปว่าพายตั้งแต่บ่ายสองยันหกโมงเย็น สุดๆ ไปเลยจ้า คุ้ม 100 บาท 555555 กลับมาก็คือไหม้ เปื่อย เมื่อย หมดแรง นอนนิ่งเลยจ้ะ 5555

เหนื่อยนักพักดื่มน้ำใต้สะพานเก๋ๆ 

ใต้สะพานมีคนมาพ่นสีไว้ ก็เลยเก็บภาพมาฝากกัน

ถ้าถามว่าคนพายไม่เป็นจะพายได้ไหม เราว่าได้ มันพายง่ายนะ น้ำในแม่น้ำปิงช่วงนี้ก็จะนิ่งๆ อย่างมากก็จะมีลมพัดเบาๆ เลยทำให้ไม่ดูน่ากลัวหรือพายยากอะไรมาก แล้วถ้าเรามากับเพื่อนก็อาศัยขึ้นเรือรำเดียวกับเขาให้เขาช่วยพาย (แอบกระซิบ เราเมื่อยแขนมาก เราไม่ได้โม้นะ พายได้สักครึ่งชั่วโมงเริ่มเมื่อย ฮรืออออ แอ๊บหยุดพายบ้างให้เพื่อนพายไปคนเดียวเนียนๆ 555)

วิวสองข้างทางก็จะได้เห็นเมืองเชียงใหม่อีกมุมจริงๆ สวยไปอีกแบบเลยนะ แล้วสิ่งที่ไปกี่ครั้งก็เจอนั่นคือ คนตกปลา จะมีชาวบ้านนั่งตกปลากันอยู่ริมน้ำ มีตลอดสองฝั่งเลยจริงๆ  เวลาเราพายไปก็ระวังไปโดนสายเบ็ดเขาล่ะ มีคนที่เขาหว่านแหจับปลาด้วยนะ อันนี้อะเมสซิ่งมากๆ นานๆ จะได้เห็น จังหวะที่แหบานออกมาเป็นวงๆ ก็ว้าวมาก ถ้าไม่ได้มาพายเรือคายัคก็คงไม่ได้เห็น 

อันนี้วิวก่อนถึงกาดหลวงที่เราคุ้นเคย

พายเรือแข่งกันก็สนุกนะ  แต่เหนื่อย 5555

อันนี้ก็ถ่ายไว้เป็นหลักฐานว่าชั้นพายมาถึงขัวเหล็กเลยนะ สมความตั้งใจ 5555

ตอนรอบแรกที่เรามากับเพื่อนก็สนุกสนานเลยเพราะพายกันไม่ค่อยเป็น เรือหมุนไปหมุนมา เข้าป่าบ้าง ชนเพื่อนบ้าง ขำขันสุด พายไปร้องเพลงไป เพลินมากจริงๆ ต้องไปลอง

ตอนรอบสองที่เรามา เราพายคนเดียว ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะ คือมันจะชิวๆ พายไปเรื่อย บางทีก็ได้คิดไรไปเรื่อยเปื่อย เหนื่อยก็พัก ดีไปอีกแบบ แต่เหนื่อยไม่ต่างกันเท่าไหร่ 55555

ถ้าได้อ่านมาถึงตรงนี้เอาเป็นว่าเพื่อนๆ โชคดีมาก เพราะอยากจะแนะนำอีกอย่างที่สำคัญคือ พกน้ำไปด้วย นึกภาพตามนะ ภายเรือกลางแดดเป็นชั่วโมงๆ  คอแห้งแบบไม่ไหวแล้ว พกน้ำขวดเล็กๆ ไป พายไปจิบน้ำไปชมวิวไป สุดฟินนนน จะแอบพกขนมไปด้วยก็ไม่มีใครว่านะ แต่อย่าทิ้งขยะลงแม่น้ำล่ะ

อันนี้ถ่ายตอนคืนเรือแล้ว มีคนมารอต่อเรือจากเราเลยแหละ เห็นไหมว่าฮิตจริงๆ ช่วงนี้ ขอแนะนำเลย แสงแดดแบบนี้ประมาณหกโมงเย็น แต่ยังดูสว่างอยู่เลย  คืนเรือแล้วก็อย่าลืมคืนเสื้อชูชีพด้วยนะตัวเธอ ปล. เห็นมั้ยรองเท้าวางกันเยอะเลย วางไว้ตรงไหนก็หากันให้เจอนะ 5555

สรุปว่า พายเรือคายัคเป็นความสนุกแนวใหม่ แบบ New Normal สุดๆ ไม่ต้องไปวุ่นวายกับใครหรือสัมผัสใคร ได้ความแปลกใหม่ แถมยังได้ออกกำลังกายอีกด้วย คุ้มมากๆ เลยจ้า  อยากให้ทุกคนได้ไปลองนะ พายเดี่ยว พายกลุ่ม พายคู่ ได้หมดเลย 100 บาทต่อคน ไปกันนนน ^^ 

รีวิวโดย วินนี่รีวิว ผู้ผันตัวจากนักแสดงหน้ากล้องหวานๆ มาทำงานเบื้องหลังกรุบๆ

Related Posts