info. ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ราคาเฉลี่ย 600 บาท โทร. 053 – 851 133

 

เนื่องจากเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ร้าน Tengoku De Cuisine Chiangmai มีPromotion เปิดอาคารใหม่ จากบุฟเฟต์ราคา 800บาท เป็น 600บาท แต่กว่าจะได้รับประทานก็เดือน พฤศจิกายนพอดี ซึ่งบอกตามตรงว่าเป็นการรอคอยที่แสนทรมานมาก คือหนึ่งเดือนกว่าๆที่ผ่านมาผมไม่แตะอาหารญี่ปุ่นแม้แต่ชิ้นเดียว ไม่ว่าจะเป็นมาม่า สาหร่ายแม่สาย ปูอัดก้อนละ5บาท ก็ไม่กิน เพื่อรอคอยเมนูเด็ดจากร้านนี้โดยเฉพาะ

คือโดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่เคยไปทานที่ร้านนี้มาก่อน แต่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม สรรพคุณความอร่อยจากเพื่อนฝูง และแอดมินท่านอื่น มานักต่อนัก ยิ่งเพิ่มความกระหายและความอยากเข้าไปใหญ่ จนเมื่อวันที่7 ที่ผ่านมา การรอคอยก็สิ้นสุดลง มันเป็นคิวของผมสักที จึงขอจัดหนักไม่ให้เหลือเยื่อใย และไม่พลาดที่จะนำกลับมาเล่าให้ผู้อ่านฟังกันครับ

Tengoku De Cuisine Chiangmai

ผมได้คิวตอน 20.00 น. ครับ มาถึงก็มืดพอดี อาคารใหม่ จัดไฟสวยงามละลานตามาก ส่วนสถานที่เขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหนครับอยู่ข้างๆตึกเก่า ตรงข้ามโรงแรม แมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวี เชียงใหม่เหมือนเดิม

เทนโกกุ เชียงใหม่

เดินเข้ามา มีห้องอาหารหลายโซนมาก งงนิดหน่อยว่าต้องเข้าไปตรงส่วนไหน ถามไถ่พนักงานแถวนั้นเขาเลยพาเข้ามาในห้องนี้ ไฟสว่างเจิดจ้า เจิดจรัสมากครับ แอร์นี่ก็เย็นเฉียบเชียว การตกแต่งภายในก็โก้หรูมีสไตล์ดีครับ

ภายในร้านเทนโกกุ

คนในร้านไม่เยอะเท่าไหร่ครับ อาจเป็นเพราะผมมารอบสุดท้ายของวันแล้ว ที่นี่ปรกติจะมีเมนูให้เลือกสองแบบครับ คือแบบบุฟเฟ่ต์ปรกติ800บาท กับแบบธรรมดาเลือกสั่งเอง

 เมนูแรกของผมจัดเบาๆมาก่อนหนึ่งชุดเป็นชุดปลาดิบ ทูน่า แซลมอนและไข่หวาน เนื้อปลาดิบนี่ร้านเขาจัดมาให้ชิ้นโต เต็มคำมากคำ เคี้ยวเพลินเลยทีเดียว วาซาบิของร้านนี้ได้ความมาว่าส่งตรงมาจากญี่ปุ่นครับ ไม่ใช่วาซาบิดาดๆ เหมือนร้านทั่วไป เคยดูในหนังคนญี่ปุ่นจะเอาวาซาบิป้ายที่ด้านบนของเนื้อปลา แล้วค่อยจิ้มโชยุครับ จะได้ทั้งกลิ่นโชยุ และกลิ่นวาซาบิ ไม่ปนกันไปมาครับ ไม่เหมือนพี่ไทยที่เอาวาซาบิผสมกับโชยุ ป้ายจิ้มแล้วซัดโฮก

แซลมอนที่นี่รสชาติ สด หวานเหลือร้ายครับ กินแซลมอนให้อร่อยต้องชิ้นใหญ่เต็มคำฮะ นุ่มลิ้นมาก

ส่วนชิ้นนี้เป็นของโปรดครับ เนื้อปลาทูน่า ส่วนตัวผมมองว่าเนื้อปลาทูน่า เนื้อมันแน่น และมีความคาวสูงกว่าแซลมอนนะ บางทีชิ้นใหญ่มากเกินไป พอต้องเคี้ยวนานแล้ว มันเลยทำให้เสียรสความอร่อยเหาะของทูน่าไปเลย

จานนี้เป็นโซบะเย็นครับ เสน่ห์ของโซบะอยู่ที่กลิ่นหอม และสัมผัสของเส้นจะเหมือนกับเมล็ดข้าว เคยดูในทีวี(อีกแล้ว)แฟนพันธุ์แท้โซบะชาวญี่ปุ่นก็มักเลือกโซบะเย็น เพื่อจะสูดกลิ่นหอมไปพร้อมกับตอนกิน ส่วนเวลารับประทาน นอกจากทานกับสาหร่ายแล้ว ต้องทานพร้อมน้ำซอสที่ทางร้านเตรียมมาให้ด้วยนะครับ จะจิ้มจุ่ม หรือจะราดก็สุดแล้วแต่ ส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเมนูนี้เท่าไหร่ แต่คนที่ไปด้วยเขาสั่งมาทาน ก็เลยลองขอชิมดู รสชาติเส้นจะจืดๆ คาดว่าไม่น่าถูกปากคนไทยนะ ส่วนซอสรสจะออกหวานๆนิดหน่อย

จานต่อไปเป็นยำแซลมอนครับ ไม่รู้ว่าเมนูนี้ทางร้านคิดเองหรือเปล่า แต่ต้องบอกว่า รสชาตมันลงตัวโคตรๆ การนำแซลมอนที่มีรสชาติหวานมาหั่นบางๆ แล้วยำรสเปรี้ยวมันเข้ากันอย่างเหลือเชื่อ เมนูนี้อร่อยติดดาวครับ

จานนี้เป็นซูชิปลาซาบะครับ ซึ่งอร่อยผิดคาดครับ ต้องบอกว่าผิดคาดเพราะไปกินที่ไหนก็ไม่อร่อย และไม่คิดว่าจะมาเจอทีเด็ดร้านนี้ คือซาบะปรกติจะมีกลิ่นคาวมาก แต่จานนี้ไม่คาวกลมกล่อมอร่อย ป้ายซูชิสักหน่อย แล้วนำไปจิ้มโชยุ อร่อยเด็ดฮะ ขอบอก

ติดใจซูชิร้านนี้เลย เลยขอสั่งซูชิทูน่า กับซูชิแซลมอนมาลองอีกที สังเกตุเนื้อทูน่าจะมีมันแทรกอยู่นิดหน่อยพอกลมกล่อม โดยรสชาติสู้ซาบะไม่ได้ครับ แปลกมาก เคยอ่านการ์ตูนเรื่องไอ้หนูซูชิ ซึ่งคนเขียนเป็นชาวญี่ปุ่น เขาบอกว่าส่วนใหญ่คนปั้นมักจะทาวาซาบิไว้ใต้เนื้อปลานะ คนปั้นจะรู้เลยว่าปลาแบบไหนใส่มากน้อยแค่ไหน เพื่อไม่ให้กลบรสปลา ซึ่งผมแอบเปิดดูทุกชิ้น ร้านนี้เขาก็ไม่ใส่นะ ซึ่งเชียงใหม่ที่เคยไปกินมามีอยู่ร้านเดียวที่เห็นเคยใส่ ไว้ว่างๆจะเขียนรีวิวมาให้อ่านนะ อิอิ

อันนี้เป็นเนื้อยำ ของเด็ดอีกอย่างที่ต้องยกนิ้วให้เลยครับ อ่านจากกระดาษบนโต๊ะในร้าน ได้ความว่าที่ญี่ปุ่นเค้าจะเป็นเนื้อม้าดิบนะ แต่ทางร้านกลัวไม่ถูกจริตคนไทย เลยใช้เนื้อวัว ไป”สะดุ้งไฟ” ส่วนวิธีกินเขาก็มีบอกครับ เด็ดมาก คือต้องเอากระเทียมบดที่วางบนเนื้ออะนะ   ลงไปคนในซอส ที่เขาเตรียมมาให้  แล้วใช้ ตะเกียบคีบ เนื้อสไลด์ และ หอมใหญ่ซอยใต้เนื้อ นำลงไปแช่ในน้ำจิ้ม จากนั้นก็ซัดโฮกเข้าปากครับ…. ขอบอกว่า อร่อยจริงๆ เขียนไป ชักเริ่มหิวแล้วเนี่ยอยากกลับไปกินอีก ความอร่อยเมนูนี้เอาไปเลย  5หลอด

ต่อกันด้วย ปลาหมึกแล้วปูอัดครับ จานนี้รสชาติธรรมดา แต่ปลาหมึกเหนียวโคตรๆ เคี้ยวจนเหงือกแห้งเลยทีเดียว เคยอ่านเจอในการ์ตูนไอ้หนูซูชิ(อีกแล้ว) เขาบอกว่าวิธีทำไม่ให้ปลาหมึกไม่เหนียว คือต้องต้มไว้สักพัก แล้วทิ้งไว้1คืน เช้าต่อมาก็ให้ต้มด้วยน้ำเดิมอีกรอบ แล้วจะไม่เหนียว ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า

อันนี้เป็นเมนูสุดฮิตติดตลาด ที่ต้องมีไว้ในเมนูร้านอาหารญี่ปุ่นครับ กุ้งเทมปุระ แป้งของที่นี่กรอบบางไม่แข็ง ที่สำคัยไม่เยอะ คือบางทีเขาทอดให้แป้งเยอะเกินอะ แต่ที่นี่กรอบบางกำลังดี แต่เนื้อกุ้งเล็กไปหน่อยนะ

ยังไม่หมดแค่นี้ครับ จานนี้เป็นแซลมอนย่าง รสชาติใช้ได้ครับ มันเยอะดีผมชอบ

จานนี้เป็นเมนูสุดท้ายแล้วครับ ไม่ไหวแล้วไก่ย่างธรรมดาเลยครับ เนื้อนุ่มแน่น อร่อยใช้ได้แต่เสียอย่างเดียวคือจืดไปหน่อย

เหตุผลที่สั่งไก่ย่างปิดท้าย ก็เพราะเจ้าตัวนี้เลยครับ โปรโมชั่นจัดเต็มจริงๆมีเบียร์สดบุฟเฟต์ให้ด้วย อัดแน่นเต็มท้องจริงๆ เรียกว่าคุ้มค่าสุดๆ

แอบถ่ายตรงหน้าบาร์บ้างครับมีพ่อครัวกำลังนั่งทำมิวสิควิดีโออยู่พอดี

ภาพนี้เป็นทางเดินเข้าห้องน้ำครับ มีสระน้ำด้วย สังเกตุว่าจะมีห้องอาหารแบ่งโซนไว้หลายห้องมาก ไม่ทราบเหมือนกันว่าจัดแบ่งไว้แบบไหน  ใครไปแล้ว ก็ฝากถามแล้วมาบอกผมหน่อยนะครับ อิอิ

อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นห้องอะไร มีทีวี มีโต๊ะให้นั่งด้วยอยู่ติดห้องน้ำชาย หญิงเลย

ส่วนที่ประทับใจที่สุดของร้านนี้คือ การจัดอาหารมาเสริ์ฟให้ครับ คือปริมาณอาหารที่เขานำมาเสิร์ฟเหมือนจะคาดคะเนให้พอดีต่อคน ต่อโต๊ะ ซึ่งเมนุเดียวกันแต่ปริมาณอาหารบนจานของโต๊ะที่มา4คน กับ2คนจะไม่เท่ากัน ผมมองว่ามันดีต่อลูกค้า และทางร้านนะครับ คือมากันน้อยจัดมาให้ทีละเยอะๆ ลูกค้ากินไม่หมดก็เสียดาย ทางร้านก็ขาดทุน อยากกินเท่าไหร่ก็ค่อยสั่งมาเรื่อยๆ แฟร์ทั้งสองฝ่ายดี

ลืมบอกไปอีกอย่างครับ โปรโมชั่น 600บาท ต่อท่าน หมดวันที่ 7พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายแล้วครับ ส่วนถ้าใครอยากรู้โปรโมชั่นใหม่ๆของทางร้านก็เข้าไปติดตามข่าวสารได้ที่  facebook.com/Tengoku.de.cuisine หรือ โทร. 053 – 851 133 ได้เลยครับ

ความอร่อย  3.5/5

ความสะอาด  5/5

บรรยากาศ  5/5

ความคุ้มค่า  5/5


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

 

ฝากความคิดเห็น ...