คำว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น บางครั้งก็อาจไม่จริงเสมอไป จริงว่าเด็กที่ขาดความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวมักจะออกนอกลู่นอกทางได้ง่าย การอบรมสั่งสอนและสภาพแวดล้อมที่ดีในวัยเด็กก็อาจจะช่วยปลูกฝังจิตใต้สำนึกและคุณธรรมที่ดีเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะไม่มีความคิด ต้องคอยให้ผู้ใหญ่ป้อนทุกอย่างใส่หัวตลอดเวลา เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะตัดสินใจเลือกว่าจะใฝ่ดี หรือชั่ว ก็ขึ้นอยู่กับตนเองอยู่ดี

In a better world เล่าถึงสังคมในปัจจุบันที่พบเห็นได้ตามท้องถนน หรือทุกๆที่บนโลกใบนี้ การหย่าร้างของ ครอบครัว, วิถีชีวิตในโรงเรียน, สังคมคนรอบข้างที่พบเพื่อเพียงผ่าน หรือ พบเพื่อปฏิสัมพันธ์ , และ สังคมในระดับโลกที่ห่างไกล ซึ่งเป็นที่ที่บางคนไม่กล้าแม้แต่จะเสนอหน้าเหยียบเข้าไปอย่างแน่นอน ตัวละครแต่ละคนต่างมีเรื่องและวิถีชีวิตของตนเอง แต่หนังเรื่องนี้นำมาผูกปมร่วมกันได้อย่างสนุกและลึกซึ้ง โดยมีประเด็นหลักที่หนังพูดถึง คือความรุนแรงมันทำให้อยู่ร่วมกันบนโลก นี้ได้หรือเปล่า?

ซึ่งโดยปรกติ ในความเป็นจริงเราไม่สามารถอยู่ตรงกลางระหว่างแนวคิดสองด้าน เหมือนกับตัวละครที่มักจะโดนรังแก ดูถูกเหยียดหยาม โดนด่าพ่อ ล้อแม่ ที่ต้องเลือกระหว่าง

1. ตอกกลับด้วยความรุนแรง เดินหน้าลุยไม่ให้ใครกล้ามาเหิมเกริมอีก

2. ไม่ต้องไปยุ่งไม่ต้องสนใจ ปล่อยมันไว้อย่าไปแคร์

ซึ่งผลกระทบที่ตามมาย่อมแตกต่างกันออกไปตามตัวเลือกทั้งสอง เพราะบางครั้ง เราสร้างมโนภาพเพียงเพื่อจะทำให้คนอื่นกลัว ให้เชื่อในสิ่งที่เราคิดเพื่อปิดความอ่อนแอของตนเอง และสุดท้ายเราก็กลายเป็นไอ้หน้าโง่คนหนึ่งที่วนเวียนอยู่ในความรุนแรงไม่จบสิ้น คล้ายๆการเมืองในประเทศกำลังพัฒนาที่ไหนสักที่ ที่ต่างขี่หลังเสือแล้วลงมาไม่ได้กันทั้งคู่ สุดท้ายแล้วการให้อภัยจำเป็นแค่ไหนต่อคนที่เราเกลียดชัง? หนังเรื่องนี้ให้คำตอบแก่ทุกท่านได้อย่างแน่นอนครับ

In Better World สอนให้ผมเข้าใจว่า เราทุกคนต่างรู้ทั้งรู้ว่า เราต่างก็ต้องการ ปัจจัยที่ดีกว่า ความสะดวกสบาย ชีวิตที่ดีกว่า อะไรๆ ที่ดีกว่า แต่ที่สุดแล้ว เราย่อมมิอาจหลีกหนีไปจาก โลกที่เป็นจริง ชีวิตที่เป็นจริง ในเมื่อเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียว ความสุขสบายที่ได้มาจากการอยู่ร่วมกัน โดยปราศจากความเกลียดชัง ที่ทุกคนโหยหา แต่ต่างฝ่ายต่างต้องการชนะ แล้วเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร เราไม่สามารถไปบังคับให้ทุกคนเห็นด้วยกับเราทุกเรื่อง รักใครชอบใครก็เป็นสิทธิ์ของคนนั้น การไปชี้หน้าด่าคนอื่นว่าโง่เพราะคิดไม่เหมือนตนเอง คุณรู้ได้ไงว่าเขาโง่? มันกลับยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น แค่เราต่างเคารพในความเห็นของกันและกัน ถอยออกมาคนละก้าว ชีวิตดีๆที่ใครต่างตัองการ ก็เดินหน้าต่อไปได้แล้ว

ความจริงหนังเรื่องนี้ผมดูมาตั้งแต่2ปีที่แล้ว แต่อดไม่ได้ที่จะเขียนถึง ที่จริงเรื่องนี้ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสาขาต่างประเทศของออสการ์และ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของลูกโลกทองคำ เมื่อปี2011ด้วยครับ แม้เรื่องจะเนิ่บนาบ บทพูดที่ชวนง่วงในบางครั้ง แต่ตัวละครทุกตัวมีพลังมาก โดยเฉพาะตัวเอกที่เป็นเด็กสองคนในเรื่องดึงคนดูได้อยู่หมัด แสดงเก่งมาก หน้าจริงจัง ขึงขังดูแล้วคงอนาคตไกล บทหนังที่มีมิติ มีแนวคิดหลายด้าน หลายมุมมอง ปัญหาทุกอย่างในเรื่องเราล้วนพบในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ คือดูจบแล้วอิ่มเอมครับ บทสรุปที่ดูอบอุ่นสื่อเข้าถึงผู้ชมได้ทุกคน ทุกเพศทุกวัยครับ

———————————————————————————————————————————–

Just to Know)

– หนังเรื่องนี้มีแผ่นมาสเตอร์ออกมาครับ สามรถหาเช่า/ซื้อได้ร้านทั่วไป

– หนังเรื่องนี้เป็นสัญชาติเดนมาร์ก ผู้กำกับเป็นผู้หญิงชื่อ ซูซาน เบียร์ กวาดรางวัลมาหลายสำนักมากจากเรื่องนี้

– เหมาะสำหรับคอหนังดราม่าครับ เดินเรื่องช้าๆ แต่ไม่น่าเบื่อ แนะนำให้ดูก่อนนอนคนเดียวจะได้อารมณ์มาก

 

ฝากความคิดเห็น ...