เที่ยงแล้วหาอะไรลงท้องกันดีกว่า ใจล่องลอยไปหาบุฟเฟ่ต์ที่ภัตตาคารชื่อดัง พอมาดูตังค์ในกระเป๋าถึงกับหน้าซีด ก็มันดันเหลือแต่แบงค์แดงๆ กับเขียวๆ ไม่กี่ใบ เห้ออ คงต้องได้เวลาประหยัดกันแล้วแหละ ว่าแล้วก็นึกออกว่าแถวๆ เจ็ดยอดมีร้านอาหารราคาโดนใจ รสชาติเหมือนคัดมาจากภัตตาคาร อยู่ร้านหนึ่ง ชื่อว่าร้าน ชรินทร์ทิพย์ ว่าแล้วก็แหบรถเครื่องไปเลยดีกว่า

#Highlights

– เมนูหลากหลาย ทั้งผัด ทอด ต้มยำ

– ราคาเป็นมิตรกับนักศึกษาและวัยทำงาน

– สด ใหม่ ไม่หวงเครื่อง

– ร้านเปิดมานานกว่า 10 ปี

พิกัด :  การเดินทางมาร้านชรินทิพย์นั้น ถ้าเรามาจากทางแยกวัดเจ็ดยอดหันหน้าไปทางข่วงสิงห์ ให้เลี้ยวซ้ายมาและเลี้ยวเข้าซ้อยข้างกำแพงวัด ตรงมาเรื่อยๆจะเจอสามแยก ให้มาทางขวา ตรงมาจะพบกับมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา วิทยาเขต 7 ยอด ตรงมาจะพบสามแยกที่มีเซเว่นอยู่ทางขวามือ ให้เลี้ยวซ้ายตรงมาประมาณ 500 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือ
เวลาเปิดปิด : ร้านเปิดตั้งแต่ 10 โมง ถึง 4 โมงเย็น
โทร : สนใจสั่งเป็นชุดก็โทรไปหาป้าได้เลย ที่เบอร์ 080-8578918

4 เมนูเน้นๆ

ร้านตั้งอยู่ภายในหอพักบ้านวราพงษ์ เป็นร้านอาหารตามสั่งที่ไม่มีใครสั่งอาหารจานเดียวเลย งงดิๆ คนที่เขามาร้านนี้จะชอบสั่งกับแยกกับข้าวสวยร้อนๆ เพราะปริมาณกับที่ได้ ป้าเขาจัดเต็มจริงๆ สั่งกับมากินด้วยกันแล้วสั่งข้าวสวยแยกมาดีกว่า

ผัดผงกะหรี่ปลาหมึก

ปลาทับทิมยำตะไคร้ ให้เครื่องเยอะโดนใจวัยรุ่นมากๆ

เปิดเมนูดูมีแต่รายการอาหารน่าสนใจ ว่ากันแล้วก็ลองสั่งมากินเลยดีกว่า เมนูวันนี้ที่จัดก็มี ยำปลาดุกฟู ปลาทับทิมทอดราดซอสมะขาม ยำหมูกรอบ ผัดผงกะหรี่ปลาหมึก ปลาทับทิมทอดยำตะไคร้ แกงส้มปลาทอดและกระเพราหมูกรอบ ปากใหญ่กว่าท้องตามสไตล์ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ก็มันน่าจัดทุกเมนูเลย กินหมดไม่หมดก็ค่อยว่ากัน (แต่ระดับนี้หมดอยู่แล้ว)

ร้านเล็กๆ ที่ให้เครื่องแบบไม่เล็ก

แกงส้มชะอมปลา

ตักโชว์ๆ

และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง อาหารมาเสิร์ฟแล้ววว เห็นแล้วถึงกับอึ้งสายกินฟินแน่นอน แค่รูปร่างก็น่ากินแล้ว ว่าแล้วก็จัดกันเลยดีกว่า เริ่มที่แกงส้มซดเข้าไป รู้สึกถึงความแปลกใหม่ด้วยความเต็มของเครื่อง นับว่าเหมือนมีเนื้อแกงอยู่ทุกการซดน้ำเลยก็ว่าได้

กระเพราหมูกรอบ

ลองแกงส้มก็หันมาหากระเพราหมูกรอบ ทีเด็ดอยู่ตรงใบกระเพราทอดกรอบที่ทางร้านเอามาใส่ด้วย รวมถึงขนาดของหมูกรอบที่พอดีคำ รวมถึงน้ำกระเพราที่ให้เยอะจนแทบจะกินกับข้าวได้ทั้งจาน หลังจากลิ้มลองกระเพราหมูกรอบไปแล้วเลี้ยวมาตักยำปลาดุกฟู จัดได้ว่าเด็ดไม่แพ้แกงส้ม ทั้งรสชาติของน้ำยำ สัมผัสของเนื้อปลาดุกเรียกได้ว่าโดนใจวัยรุ่นหลายๆ เด้อ

ยำปลาดุกฟู มีทีเด็ดที่น้ำยกและเนื้อปลาดุกแบบจัดเต็ม

ฟินกับยำปลาดุกฟูได้ซักพัก ก็เอื้อมช้อนไปตักปลาทับทิมราดซอสมะขาม นับว่าให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจสำหรับเมนูนี้ ที่รสชาติของน้ำราดซอสมะขามนั้นได้ใจสายกินไปเต็มๆ ที่สำคัญคือไม่หวงเครื่องและปลาเลยซักนิด รวมถึงการทอดปลาของทางร้านไม่มัน ไม่เลี่ยนจนเกินไป เมนูสุดท้ายที่ลองเอามาคลุกข้าวคือปลาทับทิมทอดยำตะไคร้ ที่เหมือนได้ตะไคร้ทั้งสวน และหอมตะไคร้มากกกกกก นับว่าฟินกับไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว

ยำหมูกรอบ อันนี้แถมๆ เผื่อตอนเย็นหิว

พออิ่มท้องก็พึงนึกถึงแบงค์แดงๆเขียวๆในกระเป๋า ก็เล่นสั่งมาซะเยอะขนาดนี้จะพอจ่ายไหมหล่ะเนี่ย วัดใจเลยล่ะกัน เดินไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ “ป้าครับๆ เท่าไหร่ครับ” ป้าก็ยิ้มๆและกดเครื่องคิดเลขคิดเงินให้ ในใจคิดว่า 500 อย่างต่ำแน่ๆ “180 บาทค่ะ” แม่เจ้าาา ถูกโคตร อิ่มด้วย ที่สำคัญคือฟินสุดๆ กับเมนูทอดและเครื่องที่ให้แบบไม่หวงรวมถึงราคานี้ ป้าเอาใจไปเลยครับ

คุณป้าชรินทร์ทิพย์ เจ้าของที่ขายข้าวในราคาเอาใจนักศึกษามาจากกว่า 10 ปี

จ่ายเงินเสร็จก็เลยลองคุยกับป้าซักหน่อย ป้าบอกว่า “ป้าขายป้าไม่เน้นกำไร เน้นซื้อใจลูกค้ามากกว่า ร้านเนี่ยก็เปิดมาแล้วกว่า 10 ปี ที่เห็นมากินๆกัน หลายคนมากินตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว จบไปทำงานก็ยังกลับมากิน พาเพื่อนมากิน”  แล้วป้าก็ยิ้มขอบคุณให้แบบน่ารักๆ นับว่าประทับใจสายกินมากๆ

รับลูกค้าได้ประมาณ 30 คน

หน้าร้าน สังเกตุง่ายๆจากหอพัก “บ้านวราพงษ์” หาไม่เจอโทรหาป้าโล้ดด

ฝากความคิดเห็น ...