หลายครั้งเราขับรถตามทางที่เราเคยชิน เห็นที่เราเคยเห็น เคยเบื่อกับสิ่งเหล่านั้นไหม เราขับรถออกนอกเส้นทาง แล้วเราก็พบกับสถานที่ชวนหลงไหลอีกที่ในเชียงใหม่

ที่นี่เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ ใช้เวลากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า กิจกรรมที่ดีที่สุดคือการอ่านหนังสือ นั่งเล่น วิวโคตรสวยคือ ดอยหลวงเชียงดาวที่ค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามสภาพอากาศของวัน สายช่างภาพบอกเลยว่าไม่มีเบื่อแน่นอน เหงาๆก็ยังมีคาเฟ่ให้เรานั่งเล่นได้ยาวๆ

 

Highlight

  • ถ้าถามว่าที่นี่มีอะไร ที่นี่เป็นที่พักของนักเดินทางที่จะเดินทางขึ้นสู่ดอยหลวงเชียงดาว เป็นเสมือน Base Camp ก่อนขึ้นไปข้างบน มีรถรับส่งทั้งจากในตัวเมืองเชียงใหม่และ จากหน้าโลตัสเชียงดาว

  • ความสงบดูจะเป็นของขวัญของนักเดินทาง ตกเย็นลมหนาวพัดมาทักทาย กองไฟถูกก่อขึ้นขับไล่ความหนาว เป็นการคุยรอบกองไฟที่น่ารักมากๆ

  • ห้องพักกระโจมมีหลายขนาดข้างในมีที่สำหรับอ่านหนังสือด้วยล่ะ เกร๋มาก

พิกัด : จากตัวเมืองเชียงใหม่ ขับไปตามถนนเส้น 107 เส้นเชียงใหม่-ฝาง ผ่านด่านตรวจเชียงดาว ตรงไปเรื่อยๆ สังเกตซ้ายมือจะเป็นร้านขายหมู CPแอ็ดหมูสดเลยมานิดนึง เลี้ยวซ้านซอยต่อมาจะมีป้ายบอกทาง ดอยแม่ตะมาน ขับตรงเข้าหมู่บ้านเรื่อยๆจะเจอวัดจอมคีรี ตรงยาวไปเรื่อยๆ ผ่านหมูบ้าน ทุ่งนาจนสุดถนน จะพบกับ Chailai Grace ด้านซ้าย แต่ยังไม่ใช่นะ จะพบสามแยกเลี้ยวขวา จะเห็น Chiang Dao Camping อยู่ขวามือ (19.335031, 98.929558)

FB : Chiang Dao Camping / 

www.chiangdaocamping.com

โทรจองที่พัก : 062 893 6156

เริ่มต้นตั้งแต่หกโมงเช้านิดๆเป็นเช้าที่ดีมากๆเลย วันคริสมาสของเราเอง สองปีแล้วที่มาที่นี่วันนี้ของปี ด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจริงๆ หมายถึงความรู้สึกลึกๆของเราเองนะ

หมอกหนาจนแทบมองไม่เห็นใคร เราเดินข้ามไปอีกฝั่งของสระน้ำ มีไอน้ำลอยตัวขึ้นจากสระเป็นอะไรที่เรียบง่าย แต่ไม่ได้เห็นมานานมากๆ นักเดินทางบางส่วนเริ่มออกมาถ่ายภาพ ล้างหน้า อาบน้ำ(ทำไปได้ยังไง)

บางส่วนต้องเตรียมตัวเพื่อจะเดินทางขึ้นไปยังยอดของดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งที่นี่เป็นเสมือน Base camp ของนักเดินทางที่จะขึ้นเขา ส่วนเราเวลาไม่มากพอก็มานอนเล่น ชมวิว ดูหมอกตอนเข้ากินข้าวสวยๆไป

โยเกิร์ตผลไม้รวม

นี่เป็นอาหารเข้าที่สาวๆโปรดคงหนีไม่พ้นอาหารเพื่อสุขภาพ โยเกิร์ตผลไม้รวมที่โรยหน้าด้วยธัญพืชต่างๆ แค่ถือถ้วยก็รู้สึก healthy ละ

ราคาห้องพักรวมอาหารเช้า แต่รีบกินหน่อนนะเพราะว่าอากาศหนาวมาก ข้าวเหนียวมาร้อนๆแข็งเร็วมาก

ผักที่ทำให้ลูกค้าก็ปลูกเองเด้อจ้า น่ารักมากๆ

เอาเข้าจริงคือหมอกที่นี่ประหลาดมาก มาแล้วหายไปตอนแปดโมงกว่า แล้วเป็นหมอกหนามาอีกทีตอน 9 โมงกว่าๆ เฮ้ยนี่มีเครื่องมีหมอกป่าววะ

แดดตอนบ่ายกับฟ้าหน้าหนาวสวยชะมัด ที่เห็นไกลๆนั่นคือคาเฟ่ของที่พักมาดูกัน

Kamp cafe เป็นคาเฟ่ที่ขายเครื่องดื่มอย่างง่าย เช่น ชา กาแฟ อิตตาเลี่ยนโซดา ตกแต่งด้วยต้นไม้ให้ความรู้สึกร่มรื่น สดชื่น

ที่พักของเราเป็นขนาดใหญ่กลางพักได้สองคน มีที่ว่างพอสำหรับอ่านหนังสือ นั่งเล่นด้วยล่ะ เบาะนุ่มน่าขโมยกลับมาก

เปิดเต็นท์ก็ไม่ได้ร้อนนะ แถมยังได้ดูวิวสวยๆด้วย ที่นี่ค่อนข้างสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่านมาก ถึงแม้ว่าแต่ละหลังจะไม่ห่างกันมาก 

พลบค่ำก็เริ่มจับจองพื้นที่ บางคนเขินๆก็ดื่มกันที่คาเฟ่ ห้อยขา พอเริ่มค่ำหน่อยทุกคนก็มาก่อไฟร่วมกัน บ้างก็ปิ้งย่างหน้าที่พักตัวเอง(ที่นี่มีของเตรียมไว้ให้ ค่าประกัน 200 บาท ล้างคืนก็เอาเงินกลับไปเลยยย) โดยค่าไม้ฟืนเป็นบุฟเฟ่ต์ 40 บาททั้งคืน

ถ้าไปอยู่บนนั้นจะเป็นไงนะ

อ้างล้างหน้าแปรงฟัน

บอร์ดเกมส์กิจกรรมยอดฮอิต

ห้องน้ำแยกชายหญิง มีเครื่องทำน้ำอุ่นแล้วจ้า ฝั่งละสองห้อง

สายหน้าห้องน้ำหมอกยังหนาอยู่เลย

หน้าห้องน้ำในตอนเช้า

บาร์สำหรับรอรถเพื่อขึ้นสู่ดอยหลวงเชียงดาว

ตื่นเช้านักเดินทางบางส่วนก็เตรียมตัวลุยต่อที่ดอยหลวงเชียงดาวแล้ว

สำหรับราคาขึ้นดอยหลวงเชียงดาว

2 วัน 1 คืน ราคา 1950 บาท

3 วัน 2 คืน ราคา 2750 บาท

บริการรถรับส่ง

จากโลตัสเชียงดาวเที่ยวละ 50 บาท

จากในเมืองเชียงใหม่เที่ยวละ 1200 บาท

 

และนี่คือภาพบางส่วนจากการเดินทางบนดอยหลวงเชียงดาว

สุดท้ายแล้วสิ่งที่เรารู้สึกได้คือที่นี่ให้ความสงบ ซึ่งมันทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา เราพลาดไปหลายเรื่อง และเรามารู้สึกตัวอีกทีเฮ้ยนี่ปีใหม่แล้วนะ อาจเป็นเหตุผลที่เราชอบหาที่ใหม่ๆและดื่มด่ำความเรียบง่ายก็เป็นได้

ฝากความคิดเห็น ...