เรื่องที่ผ่านมา เราพาไปกินแต่อาหารราคาประหยัด ราคาตามอัตภาพ วันนี้เราก็เลยอยากจะขอแหวกแนวหน่อย พามากินหรูกันบ้าง อะไรบ้าง เผื่อว่าแฟนๆ ชาว CMTT อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศจากอาหารริมทาง มาเป็นอาหารภัตตาคาร อิอิ ร้านที่เราจะพาไปกินกันในวันนี้ เป็นหนึ่งในภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสชื่อดังระดับ 5 ดาว ของเชียงใหม่เชียวนะคะ ใครที่ชอบกินอาหารฝรั่งเศส เป็นคอไวน์ หรือมีความรู้เกี่ยวกับร้านอาหารฝรั่งเศสบ้างแล้วล่ะก้อ ไม่มีใครไม่รู้จักร้านนี้ค่ะ ร้านนี้ก็คือ “ภัตตาคาร เลอ คริส ตัล” หรือ “Le Crystal Restaurant” นั่นเองค่ะ ที่ Le Crystal มีบริการอาหารฝรั่งเศสทั้งแบบสั่งเป็นชุด ซึ่งมีครบทั้งอาหารเรียกน้ำย่อย ซุป อาหารจานหลัก และของหวาน หรือถ้าใครอยากจะเลือกสั่งเฉพาะจานที่ชอบก็ได้ค่ะ นอกจากนั้น ที่นี่ยังให้ลูกค้าเดินเข้าไปเลือกไวน์ ในห้องเก็บไวน์ด้วยตัวเองด้วยนะคะ เรียกได้ว่าลูกค้าที่มาที่นี่ ถือว่าเป็น VIP ทุกคน ส่วนบรรยากาศของร้านนี้ไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นภัตตาคารหรู ติดริมน้ำปิง มีทั้งโซนห้องกระจกที่สามารถมองออกไปเห็นทิวทัศน์ของสวนสวยริมน้ำปิง ฟังเพลงสากลเพราะๆ จากนักดนตรีคุณภาพ หรือถ้าใครชอบบรรยากาศแบบธรรมชาติที่นี่ก็มีระเบียงด้านนอกให้นั่งชมบรรยากาศริมน้ำปิงกันชิวๆ อีกด้วยค่ะ

บรรยากาศในร้าน ขอบคุณภาพจาก www.lecrystalrestaurant.com ค่ะ

แต่วันที่เรามากินเป็นวันเสาร์สุดท้ายของเดือนค่ะ ที่นี่เค้าจัดเป็น world buffet ซึ่งนอกจากจะมีอาหารฝรั่งเศสบริการแล้ว ก็ยังมีสเต็ก สลัด อาหารญี่ปุ่น อาหารทะเล และของหวาน ให้เราได้เลือกกินกันแบบเต็มที่ ในราคาหัวละ 1200 บาท โชคดีที่เราจองโต๊ะไว้ก่อนเลยได้เลือกที่นั่งด้านนอก บรรยากาศดีมากๆ แถมโต๊ะที่เค้าจัดให้สามารถนั่งมองวิวของริมน้ำปิงได้แบบชัดเจนเลยล่ะ อิอิ ถ้าไม่จองไว้ก่อนอาจจะไม่ได้นั่งเพราะวันนี้คนเยอะมาก เต็มเกือบทุกโต๊ะเลยค่ะ

ได้โต๊ะหันหน้าหาแม่น้ำปิง บรรยากาศดี๊ ดี อิอิ

Dinner ใต้แสงเทียน นานๆ จะมีโอกาศซักที ^^

บนโต๊ะ จะมีตัวหนีบ ติดเบอร์โต๊ะไว้ เอาไว้ให้เราถือไปให้เชฟ ตอนที่สั่งพวกสเต็ก หรืออาหารย่างๆ ค่ะ เพราะที่นี่เค้าจะย่างกันสดๆ ย่างเสร็จก็จะเอามาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ ไม่ทำทิ้งไว้เหมือนบุฟเฟ่ต์สเต็กทั่วไปนะคะ ^^

พอนั่งปุ๊บ พนักงานก็เสิร์ฟน้ำเปล่า และไวน์ให้คนละแก้วค่ะ เวิล์ดบุฟเฟ่ต์ที่นี่จะมีไวน์ให้ 1 แก้ว หรือถ้าใครไม่กินไวน์ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นฟรุ๊ตพันช์ก็ได้นะคะ แต่เราขอเลือกไวน์ทั้ง 2 แก้วเลยละกัน 555 ( ถ้าอยากได้แบบเติมไวน์ได้ตลอด ก็เพิ่มอีกหัวละ 600 บาทเท่านั้น )

มาแล้วจานแรก เนื้อวัวจากออสเตรเลีย และซี่โครงแกะ อร่อยมากๆ ขอบอก แต่อย่าเพิ่งหลงไปกับความอร่อยของอาหารจานแรกล่ะ ต้องยั้งใจไว้กินอย่างอื่นต่อนะจ๊ะ ^^

จานต่อไปเป็นอาหารทะเลย่างค่ะ มีทั้งกุ้ง ทั้งหอย แต่ละตัวอ้วนใหญ่ เต็มปาก เต็มคำ น่ากินมักๆ ><

นอกจากบาร์สเต็ก และอาหารพวกย่างๆ อบๆ ที่อยู่ด้านนอกแล้ว ด้านในก็จะมีบาร์สลัด อาการญี่ปุ่น และอาหารทะเลให้เราได้กินกันแบบเต็มที่เลยล่ะค่ะ จานนี้เป็นกุ้งลวก หอยนางรมอบ และหอยนางรมสดๆ กินกับน้ำพริกเผาและหอมเจียว อร่อยอย่าบอกใคร อิอิ

ผู้ชายที่ไปด้วยติดใจ เลยขอไปเอามาอีกจาน พร้อมราดน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสแซ่บมาแบบเต็มๆ แถมหยิบแซลมอนและปลาดิบติดมาด้วย

เราก็เลยเดินไปตักสลัดมาแก้เลี่ยน ที่เห็นในจานไม่มีผัก ไม่ใช่ว่าเค้าไม่เสิร์ฟนะคะ ผักที่นี่สดน่ากินทั้งนั้น แต่เราไม่หยิบกินเอง 555

จานนี้เป็นตับห่านย่างค่ะ รอคิวนานมาก กว่าจะได้กิน เพราะมีแต่คนสั่ง นิ่มๆ มันๆ อันนี้ของแพงต้องกินให้เรียบ หุหุหุ

ชีสสสสสสสสสสสสสสสสสสส ที่นี่มีชีสให้เลือกหลายชนิด ตักได้ตามใจชอบ กินกับแคร๊กเกอร์ แต่ต้องขอเตือนสำหรับคนที่ยังไม่เคยชิมรสชาดของชีสแท้ๆ รสชาดมันไม่ได้เหมือนกับชีสที่ใส่ในพิซซ่า หรือชีสที่เค้าขายเป็นแพ็คๆ ตามห้างสรรพสินค้านะคะ รสชาดชีสแท้ๆ จะมีกลิ่นและรสเหมือนนมค้างคืนอ่ะ ถ้าอยากชิมเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวที่ได้มากินอาหารยุโรปของแท้ แนะนำว่าให้ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ กินพร้อมกับแคร๊กเกอร์ก็พอจะกินได้อยู่ค่ะ หรือบางคนแนะนำว่าให้กินพร้อมกับไวน์ จะได้รสชาดดีมากๆ ถ้ากินแต่ชีสอย่างเดียว ขอบอกว่าจะเป็นตัวสกัดดาวรุ่งในจานต่อไปเป็นอย่างมาก ^^!

จานนี้เป็นซุปผัก กับ เป็ดและหมูอบค่ะ ซุปข้นๆ ปรุงรสแบบธรรมชาติ อร่อยจนกินคนเดียวหมดถ้วยเลย 555 ส่วนเป็ดและเนื้ออบก็หมักได้เข้าเนื้อ นิ่มเหมือนละลายได้ในปาก (เว่อร์ไปป่าวเนี่ย 555)

หลังจากที่เรากินของคาวกับจนเกือบครบทุกอย่างแล้ว ตอนนี้ขอเปลี่ยนเป็นของหวานบ้างละกัน ประเดิมด้วย ข้าวเหนียวมะม่วง จัดใส่แก้วช็อตมาแบบน่ารัก น่ากิน และคัสตาดเค้ก นิ่มๆ หอมอร่อย

จานนี้ไปสั่งมาก่อนหน้านี้ เสต็กเนื้อ กับเสต็กปลาค่ะ สามารถกินได้อยู่ เพราะมีน้ำผลไม้ช่วยย่อย อย่างน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ ข้างๆ จานนี่เอง หุหุหุ

มาจัดของหวานกันต่อเลย ชีสเค้ก และทาร์ตผลไม้แสนอร่อย ^^

อันนี้ต้องไปต่อคิวกับเด็กยาวมาก เค้าจะมีไม้ให้จิ้มมาร์ชเมลโล่ แล้วเอาไปชุบที่อ่างน้ำพุช๊อคโกแล๊ต ทั้งสนุก ทั้งอร่อย แค่ 3 อันยังไม่พอ ต้องไปเล่นต่ออีกรอบ 555

อันนี้ก็ของหวานอีกแล้ว มีเยอะมาก กินแทบไม่ครบเลย เหอะๆๆ

มีไอติมด้วยค่ะ เค้าจะมีแก้วแช่เย็นมาวางให้เราตักไอติมใส่เอง เป็นไอติมเชอร์เบจ กับ วนิลา ตอนแรกก็ตักมาแค่แก้วเดียว กินไป กินมา อร่อยดีแฮะ เลยขอไปตักอีกแก้วละกัน ^^

กินกันไปขนาดนี้แล้ว ขณะที่เดินไปหยิบของหวาน เราก็เห็นกุ้งตัวโต ล่อตา ล่อใจอยู่ เลยขอหยิบมากินอีกซัก 2 ตัวละกัน อิอิ

หลังจากกินอาหารคาว หวาน กันจนพุงกางแล้ว ก็ได้เวลาจบคอร์ส “เวิล์ดบุฟเฟ่ต์” ในมื้อนี้ด้วยผลไม้ตามฤดูกาล 1 ไม้ ^^

ขอบอกว่ามื้อนี้กินกันจนคุ้มจริงๆ ค่ะ ถึงจะหัวละ 1200 บาท แต่อาหารที่นี่มีคุณภาพเกินราคา สมกับที่เป็นภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสระดับต้นๆ ของเมืองเชียงใหม่ ใครมีโอกาศก็อย่าลืมแวะมาชิมกันได้นะคะที่ Le Crystal Restaurant ค่ะ ใครสนใจสามารถจองโต๊ะ ได้ที่ 053-872890-1 หรือ e-mail : info@lecrystalrestaurant.com หรือทางเว็บไซต์ www.lecrystalrestaurant.com ได้เลยค่ะ


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ฝากความคิดเห็น ...