น้าโชเฟอร์ที่ขับรถสองแถวแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม มารู้จักชื่อตอนคุยกัน แกชื่อพี่อ๊อดเป็นคนขุนยวมโดยกำเนิด แกบอกว่าที่นี่มีบ้านของอังศุมาลินคนที่สอง ผมไม่แน่ใจและไม่รู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของที่นี่เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอังศุมาลินที่นอกเหนือจากหนังเรื่องคู่กรรมมีกี่คน แต่จากหลักฐานต่างๆ ภายในอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น ที่ผมได้เข้าไปดูทำให้เห็นภาพเรื่องราวในอดีตและความสัมพันธ์บางท่อนบางตอนระหว่างชาวขุนยวมกับทหารญี่ปุ่นได้ชัดเจนขึ้น

msh_4_pic2

เสี้ยวหนึ่งของชีวิตผู้คนในขุนยวม

msh_4_pic3

บรรยากาศยามเช้าในอำเภอขุนยวม

เช้าตรู่ก่อนนั่งรถเข้าตัวอำเภอขุนยวม หลังจากเช็คเอาท์ออกจากที่พักแถวหนองจองคำ ผมใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง เดินเล่นเตร็ดเตร่ ถ่ายภาพบรรยากาศตอนเช้ารอบตัวตลาดสายหยุดในเมืองแม่ฮ่องสอน ผมมีเวลาเหลือเฟือสำหรับเดินเล่นวนไปวนมารอบตลาด หากจะออกไปสถานที่ไกลๆ ก็กลัวจะพลาดตกรถที่จะไปขุนยวม

msh_4_pic4

พระสงฆ์เดินบิณฑบาตคือภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป

ช่วงเวลาเช้าในเมืองแม่ฮ่องสอนดูไม่เร่งรีบมากนัก บรรยากาศอึมครึมเมฆฝนตั้งเค้าปล่อยละอองฝนโปรยปราย พระสงฆ์เดินบิณฑบาตผู้คนยืนรอใส่บาตร

msh_4_pic5

รถเหลืองจอดรับผู้โดยสารมุ่งหน้าสู่ถนนสาย 108

จากเมืองแม่ฮ่องสอนมาอำเภอขุนยวมบนถนนสาย 108 เส้นทางลัดเลาะป่าเขา ชุมชน หมู่บ้าน ขึ้นๆ ลงๆ ด้วยรถโดยสารกระบะสองแถวสีเหลืองมีคิวจอดที่หน้าตลาดสายหยุดวิ่งแค่ 2 คันต่อวันเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 11:00-11:30 น. ควรจะไปรอขึ้นแต่เนิ่นๆ เพราะความที่เป็นรถหวานเย็นต้องวนไปรับผู้โดยสารตามจุดต่างๆ ที่ไม่สามารถเดินทางมาที่คิวรถได้  รวมถึงพัสดุของใช้ต่างๆ ที่ฝากไปกับรถจอดรับส่งของตามหมู่บ้านที่เป็นทางผ่าน

msh_4_pic6

ต้นไม้ผลิใบเต็มป่าให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้แวะชม

ผมเลยไม่ได้สนใจที่จะมานั่งจับเวลา บอกตัวเองว่าถ้าคิดจะนั่งรถหวานเย็นแล้วก็นั่งนิ่งๆ ทำใจให้ผ่อนคลาย ปล่อยใจเพลิดเพลินไปกับสิ่งที่พบเห็นระหว่างทางดีกว่า ถึงแม้จะมีภารกิจรับคนส่งของรายทาง แต่รถก็เข้าสถานีขุนยวมในเวลาที่เหมาะสม

msh_4_pic7

ท่ารถขุนยวมจุดแวะเวียนของเหล่านักเดินทาง

ท่ารถขุนยวมเป็นท่ารถที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก บรรยากาศยังดูเป็นชนบท มีเก้าอีกไม้ยาว 2-3 แถวสำหรับนั่งรอรถ ให้ความรู้สึกได้ในวินาทีแรกที่มาถึง การเดินทางไปเชียงใหม่หรืออำเภออื่นๆ มีรถตู้และรถเมล์ของบริษัทเปรมประชาให้บริการ  สำหรับใครที่ต้องการนั่งรถตู้ต้องมาติดต่อจองตั๋วล่วงหน้า ช่วงนอกฤดูท่องเที่ยวผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นคนในพื้นที่ ที่เดินทางระหว่างอำเภอ

msh_4_pic8

สถาปัตยกรรมแบบพม่าที่วัดต่อแพ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม

msh_4_pic9

ผ้าม่านโบราณในวัดต่อแพ

พี่อ๊อดคนขับรถสองแถวแนะนำสถานที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากท่ารถ สามารถเดินไปในย่านชุมชนได้ ราคาช่วงฤดูนี้ลดลงไปตั้งครึ่งหนึ่ง แกขับรถพาไปส่งถึงที่พัก จากนั้นก็พาไปวัดต่อแพเป็นวัดแบบพม่าผสมไทยใหญ่ แกอยากให้ไปดู ภายในมีผ้าม่านโบราณประดับด้วยทับทิมอายุมากกว่า 150 ปี

msh_4_pic10

อนุสรณ์สถานมิตรภาพ ไทย-ญี่ปุ่น เรื่องราวในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์

ออกจากวัดต่อแพ พี่อ๊อดขับพาไปส่งยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สองคือ  อนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น เวลาจะสี่โมงเย็นแล้ว แกกลัวว่าจะปิด เลยรีบพามาส่งก่อนแกจะแยกย้ายเข้าบ้าน 

msh_4_pic11

มีดดาบซามูไรเก่าแก่ถูกจัดแสดงไว้ในอนุสรณ์สถาน

ภายในอนุสรณ์สถานแห่งนี้มีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และอาวุธของกองทัพทหารญี่ปุ่นที่ถูกค้นพบมาจัดแสดง มีทั้งอาวุธปืนชนิดต่างๆ กระสุนหลายขนาด ระเบิดหลายชนิด มีดดาบซามูไรแม้จะมีอายุเก่าแก่ แต่ก็ยังคงความคมกริบไว้ให้เห็น ชุดทหาร เครื่องใช้ต่างๆ แสดงแบบจำลองพื้นที่เดินเท้าของกองทัพ เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ของที่นี่บรรยากาศภายในให้ความรู้สึกนึกถึงอดีตช่วงสงครามและความโหดร้ายในครานั้น

msh_4_pic13

การจำลองวิถีชีวิตของชาวขุนยวม

นอกจากของใช้ต่างๆของทหารญี่ปุ่นแล้ว บริเวณชั้นล่างก็มีห้องนิทรรศการแสดงวิถีชีวิตของชาวขุนยวม การสร้างบ้านลักษณะต่างๆตามรูปแบบวัฒนธรรมของชนเผ่า

อำเภอขุนยวมนอกจากจะมีเรื่องราวตำนานความรักคนหนุ่มสาวของคนสองเชื้อชาติ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีวัดวาอารามศิลปะแบบพม่าผสมไทยใหญ่แล้วนั้น ขุนยวมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่หลายคนอยากมาสัมผัสเช่น ภูชี้เพ้อ และทุ่งดอกบัวตอง บานสะพรั่งเลืองทองอร่าม ที่ดอยแม่อูคอ ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่อูคอ ระยะทางห่างจากตัวเมืองราวๆ 50 กิโลเมตร มาครั้งนี้ผมพลาดที่จะได้ไปสัมผัส เพราะดอกบัวตองยังไม่บาน

msh_4_pic14

วัดม่วยต่อที่มีทั้งสถาปัตยกรรมสวยงามและเป็นสถานที่รักษาทหารญี่ปุ่นที่บาดเจ็บ

ออกจากอนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น เดินข้ามไปฝั่งตรงข้าม เยื้องๆกันคือวัดม่วยต่อ วัดนี้พี่อ๊อดเล่าให้ฟังว่าเป็นสถานที่สำหรับรักษาทหารญี่ปุ่นที่บาดเจ็บจากการสู้รบและยังเป็นสุสานด้วย ภายในบริเวณวัดจะมีรูปปั้นหุ่นทหารญี่ปุ่นนอนเสียชีวิตเรียงรายบาดเจ็บสาหัส บ้างก็ดูสิ้นหวัง เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกหดหู่น่าเวทนาให้ประจักษ์ถึงความโหดร้ายทารุณของสงครามอยู่ไม่น้อย

msh_4_pic15

รูปปั้นทหารญี่ปุ่นในวัดม่วยต่อ

ขุนยวมอำเภอที่มีประวัติศาสตร์เรื่องราวของสงคราม ตำนานความรักของคนสองเชื้อชาติ แหล่งธรรมชาติป่าเขาที่คงความอุดมสมบูรณ์และรูปแบบวิถีวัฒนธรรมที่คละเคล้ารวมกัน

msh_4_pic16

เด็กๆ พากันเดินกลับบ้าน หนึ่งในภาพที่ประทับใจผู้มาเยือน

ฟ้ามืดฝนพรำลงมาเป็นฝอยๆ ผมจ้ำเดินกลับเข้าที่พัก สวนทางกับนักเรียนบางส่วนที่เดินกลับบ้าน
*โทรสอบถามเวลาเดินรถหรือให้แกพาเที่ยวขุนยวมได้ที่พี่อ๊อด 096-7201-636 แกขับรถระหว่างแม่ฮ่องสอน-ขุนยวม

ฝากความคิดเห็น ...