จู่ๆ ก็กลายเป็นจุดเช็คอินสุดฮิตสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและถ่ายรูปสวยขึ้นมาเสียอย่างนั้น กับสถานที่ที่เรียกว่า ‘แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่’ ซึ่งดูคล้ายกับหุบผาสูงชัน อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติโด่งดังในรัฐแอริโซนา อเมริกา ซึ่งจะว่าไป แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่เพิ่งมาบูมจริงๆ เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วนี่เอง แต่ตอนนี้กลับมีจุดที่ถูกเรียกว่า ‘แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่’ ถึง 5 แห่งด้วยกัน ใครอยากรู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง ตามมาเลย

แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่ อีกหนึ่งสถานที่ถ่ายภาพเด็ดที่ตากล้องทั้งหลายไม่ควรพลาด

รู้ไว้ใช่ว่า : จริงๆ แล้ว แกรนด์แคนยอนดั้งเดิมที่รัฐแอริโซนา อเมริกานั้นเกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำจนกลายเป็นหุบผาสูงชันตั้งตระหง่านริมสองฝั่งน้ำ ซึ่งใช้เวลาหลายร้อยล้านปีเลยทีเดียว


1. แกรนด์แคนยอนกาดเมืองผี

พิกัด ศรีดงเย็น ไชยปราการ

ภาพจาก Facebook Preecha Tatiyasapthaworn

“มีตำนานลี้ลับที่เชื่อถือเล่าสืบต่อกันมาว่าหากวันดีคืนดีชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง กาดเมืองผี จะได้ยินเสียงตีระฆัง ตีฆ้อง ดังกังวาน ยิ่งหากเป็นวันพระ หรือคืนวันเพ็ญ จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากกาดเมืองผี”

สถานที่แปลกใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวมากนัก ทว่ากาดเมืองผีมีความน่าอัศจรรย์คือลักษณะภูมิประเทศเป็นหินทรายที่ถูกกัดกร่อนมานานนับล้านปี สันนิษฐานว่าเกิดในยุคเดียวกับแพะเมืองผีของจังหวัดแพร่ แต่กล่าวกันว่าที่นี่มีพื้นที่กว้างใหญ่และวิจิตรอลังการกว่ามาก

เสาหินจะเป็นรูปอะไร ขึ้นอยู่กับจินตนาการและมุมมอง ภาพจาก Facebook เด็กชายบอยเที่ยวเมืองไทย

ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยเสาดินที่เกิดจากการชะล้างของฝน ส่วนที่เป็นดินได้ผุพังทลายไปเหลือแต่ส่วนที่เป็นหินและทราย ทำให้เกิดเป็นรูปร่างต่างๆ แตกต่างกันไปตามแต่มุมมองและจินตนาการ เช่น บริเวณหน้าผาจะมีเสาหินทรายคล้ายๆเห็ดหรือเสาหินปราสาทโรมันที่มีอายุมากกว่า 15 ล้านปี และเสาบางต้นสูงถึง 50  เมตร

เมื่อยืนบนหน้าผาสูงที่ขนาบด้วยหุบเหวลึก มองไกลออกไปจะเห็นทิวทัศน์เมืองไชยปราการ ภาพจาก Facebook เด็กชายบอยเที่ยวเมืองไทย

ต้นไม้ที่ยืนต้นเดียวดายต้นนี้ ใครไปเห็นก็ต้องถ่ายรูปมาด้วยแทบทุกคน ภาพจาก Facebook Nattapon Sriprasert

โบกมือลาแสงสุดท้ายของวัน

บรรยากาศของที่นี่วังเวงสมชื่อ แต่ถ้าไปเที่ยวในวันฟ้าเปิด แสงแดดจะส่องกระทบเสาหิน เห็นเป็นสีทองระยิบระยับแวววาว ชาวบ้านบอกว่างดงามมากจนอยากจะเห็นด้วยตาตนเอง


2. แกรนด์แคนยอนหางดง

พิกัด น้ำแพร่ หางดง

แกรนด์แคนยอนหางดงสมัยที่ยังไม่เสียค่าเข้าชม

จากเดิมที่เป็นบ่อดินร้างว่างเปล่าอายุนานกว่า 30 ปี จำนวนกว่า 50 ไร่ ที่ไม่มีใครสนใจ เพราะถูกขุดหน้าดินไปใช้ในการก่อสร้างถนน ถมที่ และโครงการหมู่บ้านจัดสรร จนไม่เหลือพอสำหรับใช้งานต่อไปได้อีก

มุมถ่ายภาพสวยๆ มาเที่ยวชิลล์ๆ ก็ยังได้

‘บ่อดินกำนันมูล’ ที่ชาวบ้านแถบนั้นรู้จักกันดี ตอนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ในเชียงใหม่ หลังจากมีการประกาศขายและมีคนมาแบ่งซื้อที่ดินไปทำเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ทั้งกีฬาทางน้ำอย่างเจ็ตสกี เรือพาย และสถานที่สำหรับลงเล่นน้ำ โดยคิดค่าเข้าคนละ 50 บาท

ถือเป็นแกรนด์แคนยอนเชียงใหม่ที่คนรู้จักกันอย่างแพร่หลาย

ที่นี่ถือเป็นที่แรกๆ ที่เป็นที่รู้จักในฐานะแกรนด์แคนยอนเชียงใหม่ สภาพหน้าดินเป็นดินลูกรัง ชั้นดินเป็นดินเหนียว เมื่อฝนตกจึงเกิดลวดลายอันแสนพิเศษ ส่วนทำเลที่ตั้งในตำบลน้ำแพร่ ซึ่งมีตาน้ำใต้ดินมากมายในแถบนี้ก็ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก แต่ถ้าถามคนในท้องที่และคนเชียงใหม่ที่ติดตามข่าวสารดีจะรู้ว่าถ้าจะไปเล่นน้ำในที่แห่งนี้ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะน้ำลึกและอาจเกิดอันตรายได้ง่าย

ส่วนมากนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมาเล่นน้ำกันสนุกๆ แบบนี้


3. แกรนด์แคนยอนแม่โจ้

พิกัด หนองหาร แม่โจ้ (ห่างจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ 3 กิโล)

แกรนด์แคนยอนแม่โจ้ กำลังบูมในบรรดาคนเชียงใหม่ตอนนี้

เป็นอีกสถานที่ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ กับแกรนด์แคนยอนแถวแม่โจ้ ซึ่งขับรถจากหน้ามหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตรงมาเรื่อยๆ ยูเทิร์นรถหน้าโรงเรียนบ้านห้วยเกี่ยง แล้วเลี้ยวเข้าซอยข้างโรงเรียน ขับตรงไปเรื่อยๆ พอถึงข้างคันคลองให้สังเกตซ้ายมือไว้ จะเห็นสถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกล

ยังคงมีความเป็นบ่อดินอยู่

ที่นี่เป็นบ่อดินแบบเดียวกับที่แกรนด์แคนยอนหางดง คือเกิดจากการตักหน้าดินไปขาย ข้อดีของที่นี่คือสามารถขี่มอเตอร์ไซค์ไปถึงปลายขอบฝั่งได้ แต่ลงเล่นน้ำไม่ได้ เพราะน้ำลึกมาก คนส่วนใหญ่จะมาตกปลา ถ่ายรูป นั่งกินลมชมวิวเท่านั้น

มักจะมีชาวบ้านมานั่งตกปลาแทบตลอดทั้งวัน ส่วนนักศึกษาจะชอบมาเที่ยวตอนเย็น

ในช่วงเย็นๆ แดดเริ่มอ่อนแรง นักศึกษาจะมาเที่ยวเล่น ถ่ายรูปกันเป็นจำนวนมาก ส่วนชาวบ้านนิยมมาตกปลาในช่วงสายและตอนค่ำ แต่ไม่มีใครนำสุราหรือของมึนเมามานั่งดื่มนั่งก๊งกัน อาจจะเป็นเพราะกลัวอันตรายก็เป็นได้ ตอนนี้ที่นี่ยังเปิดแบบอิสระไม่มีการเก็บค่าเข้าชมใดๆ ใครอยากไปสัมผัสหรือถ่ายรูปวิวถ่ายแลนด์สเคปสวยๆ รีบไปด่วนเลย แนะนำให้ไปช่วงเย็นๆ อากาศกำลังดี

สามารถขี่มอเตอร์ไซค์ลงไปถึงข้างล่างได้เลย


4. ผาสิงห์เหลียว

พิกัด บ้านตาล ฮอด (ห่างจากตัวอำเภอ 15 กิโลเมตร)

ผาสิงห์เหลียวประจำอำเภอฮอด อีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจ

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเชียงใหม่ ในตำบลบ้านตาล อำเภอฮอด โดยแกรนด์แคนยอนเชียงใหม่แห่งนี้เกิดจากการทรุดตัวของแผ่นดิน จนเกิดเป็นรอยชั้นหินอย่างชัดเจน ถือเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติอันสวยงามอย่างหนึ่ง ลักษณะทางธรณีวิทยาของที่นี่ส่วนมากจะเป็นชั้นดินเหนียวปนกรวดและหิน

จุดชมวิวอยู่ด้านบน สามารถเดินขึ้นไปได้ หรือจะลงมาถ่ายรูปชั้นหินสวยๆ ก็ได้

ชื่อของผาสิงห์เหลียวเกิดจากเรื่องเล่าที่ว่า หากได้ไปยืนบนตัวผาหรือจุดชมวิวแล้ว เมื่อมองไปยังภูเขาอีกลูกหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าไกลๆ จะเห็นหินรูปร่างคล้ายกับสิงห์นอนอยู่แล้วหันหน้ามาทางผา

ลักษณะก้อนหินที่คล้ายหัวสิงห์ที่อยู่อีกฟากหนึ่งไกลๆ ของภูเขา

พื้นที่ของผาสิงห์เหลียวกว้างใหญ่ถึง 50 ไร่ วิธีการเที่ยวชมส่วนมากจะนิยมเดินขึ้นเขาซึ่งมีเส้นทางเดินเขาให้ โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30 นาที ทางเดินค่อนข้างชัน โหดและลุยพอสมควร สามารถเดินลงไปด้านล่างของผาได้ด้วย ใครอยากไปเที่ยวต้องเตรียมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้ารัดข้อให้พร้อม และแต่งการให้ทะมัดทะแมงเคลื่อนไหวสะดวกด้วย

ทางลงที่ค่อนข้างลาดชัน มีเชือกให้จับ ขาลุยต้องเตรียมตัวกันหน่อย


5. ผาช่อ

พิกัด อุทยานแห่งชาติแม่วาง ดอยหล่อ (ห่างจากตัวเมือง 56 กิโลเมตร)

แกรนด์แคนยอนในอุทยานแห่งชาติ สูงใหญ่ สวยงาม

หุบผาที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วาง ถือเป็นแกรนด์แคนยอนเชียงใหม่อีกแห่งที่มีความสวยงามไม่แพ้กัน แม้ต้องเดินทางจากตัวเมืองค่อนข้างไกล โดยเมื่อขับรถถึงโรงเรียนวัดวังขามป้อม แถวอำเภอดอยหล่อ จะมีซอยเลี้ยวซ้าย เข้าไปประมาณ 12 กิโลเมตร ก็จะเจอทางเข้าอุทยานแห่งชาติแม่วาง ทางเข้าผาช่อจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ มีเจ้าหน้าที่คอยเก็บค่าเข้าชม ราคาสำหรับเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 สำหรับยานพาหนะ รถจักรยานยนต์ 20 บาท รถยนต์ 30 บาท

ระหว่างทางขึ้นไปยังลานจอดรถที่อยู่บริเวณจุดชมวิวพอดี

ผาช่อเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและฝน มีก้อนกรวดหินที่นี่มีลักษณะกลมมนกระจัดกระจายตามเนื้อดินไปทั่ว ทำให้เชื่อกันว่าหลายร้อยหลายพันปีก่อนที่นี่เคยเป็นเส้นทางของแม่น้ำปิง จนกระทั่งแม่น้ำปิงไหลเปลี่ยนเส้นทาง ต่อมาพื้นดินบริเวณนี้เกิดการยกตัวเป็นเนินเขาสูงจนกลายเป็นหุบผาสวยงาม

จุดแรกในการเดินเท้า เป็นจุดที่มองเห็นแกรนด์แคนยอนอย่างชัดเจน

จากลานจอดรถ 3 ต้องเดินเท้าอีกประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงผาช่อ ตรงนี้จะมีภาพสวยๆ ของผาช่อในมุมและช่วงเวลาต่างๆ จากบรรดาช่างภาพมืออาชีพให้ชม ส่วนจุดชมวิวสามารถขับรถขึ้นไปได้เลย มีลานจอดรถให้ชมวิวได้สบายๆ มองเห็นท้องฟ้า และภูเขาชัดเจนมาก อากาศดี ไม่เชื่อลองแวะมาเที่ยวกันได้

เส้นทางระหว่างเดินเท้าที่มีทั้งทางบันไดและทางน้ำ สองข้างทางเป็นป่าและผาสูงตลอดทาง


ท่านใดมีที่ท่องเที่ยวสวยๆ เด็ดๆ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...