เชื่อไหมว่าเราสามารถจัดแบ่งนิสัยหรือคาแรกเตอร์คนเชียงใหม่ ให้เข้ากับ 10 ร้านกาแฟประจำปี 2558 ที่บ่งบอกถึงความเป็นเชียงใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ในเมื่อคนเราก็มีความหลากหลายต่างนิสัย ร้านกาแฟที่มีมากมายก็มีตัวตนที่ต่างกันไปเช่นกัน เมื่อเรารู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน เวลาไปร้านกาแฟที่มีอะไรคล้ายกัน อาจจะถูกใจ คลิ้กกันลงตัว จนกลายเป็นร้านโปรดร้านประจำร้านใหม่ขึ้นมาก็ได้  (**หมายเหตุ ลำดับที่ใส่เพื่อความสะดวกในการนับ ไม่ใช่การจัดอันดับแต่อย่างใด**)


 1. Graph Cafe – จริงจัง

พิกัด ถนนราชวิถีซอย 1 เขตเมืองเก่า
เวลาเปิด-ปิด 09.00-17.00 น. ทุกวัน
โทรศัพท์ 086-5673330
Facebook GRAPH CAFÉ

คุณตี่-ฆฤพร สาตราภัย เจ้าของร้านคอกาแฟตัวจริง

ถ้าจริงจังกับสิ่งใด ต้องไปให้สุด…ความจริงจังของคนรักกาแฟอย่างคุณตี่-ฆฤพร สาตราภัย ที่พยายามทำให้ร้านกาแฟคอนเซ็ปต์มินิมอลสไตล์อินดัสเตรียลในย่านเมืองเก่าแห่งนี้เป็นคาเฟ่สำหรับคอกาแฟตัวจริง มาที่ร้านแล้วอินกับกาแฟ ไม่ใช่เป็นแค่ฮิปสเตอร์ตามกระแสชั่ววูบ แม้ว่าเมนูกาแฟที่ร้านจะเป็นเมนูกาแฟร้อนสแตนดาร์ดทั่วไป แต่ที่ต่างคือเมล็ดกาแฟที่คั่วตามฤดูกาล เปลี่ยนทุกๆ 4 เดือน มี Slow Bar บริการ ที่เด็ดสุดคือมีเครื่องไนโตรเจนอัดใส่กาแฟ กาแฟจะออกมาดูคล้ายเบียร์แต่ไม่ซ่า ซึ่งเครื่องนี้เป็นเครื่องที่ 2 ของเมืองไทย โดยกาแฟ Nitro Cold Brew นี้จะต่างจากกาแฟ Cold Brew ทั่วไปตรงที่รสสัมผัสจะนุ่มกว่า มีโฟมเหมือนลาเต้ ทานง่าย ที่สำคัญคือเป็นกาแฟที่ไม่มีกรด คนที่เป็นกรดไหลย้อนทานได้ เป็นอีกประสบการณ์ที่คอกาแฟตัวจริงต้องมาลอง

Nitro Cold Brew 120 บาท กาแฟฉีดไนโตรเจนมีฟองคล้ายเบียร์

Hot Latte 75 บาท และPiccolo Latte 75 บาท

คอนเซ็ปต์มินิมอลสไตล์อินดัสเตรียล ดูเท่อย่าบอกใคร


 2. Ponganes – พัฒนา

พิกัด ถนนราชภาคินัย ศรีภูมิ
เวลาเปิด-ปิด 09.00-16.30 น. หยุดวันพุธ
โทรศัพท์ 087-7272980
Facebook Ponganes Espresso

คุณปอง-ระวิ เกษมสุข บาริสต้าผู้มีประสบการณ์มานานกว่า 8 ปี

เคยถามตัวเองไหมว่าเราจะพัฒนาได้ถึงจุดไหน…จากเดิมที่เป็นร้านกาแฟในย่านเมืองเก่า ที่ถนนมูลเมืองซอย 5 มานานกว่า 4 ปี วันนี้ร้านกาแฟของคุณปอง-ระวิ เกษมสุข และคุณเนส-พรพรรณ วิภาพรรณ ย้ายมาอยู่ทำเลใหม่พร้อมความท้าทายที่จริงจังด้านกาแฟมากขึ้น ด้วยการเป็นโรงคั่วเมล็ดกาแฟที่เน้นความประณีต พิถีพิถัน ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 265-3,000 บาท พร้อมเปิด Workshop การชงกาแฟให้อร่อย ‘Brewing Better Coffee At Home’ ให้แก่ผู้ที่สนใจ คอร์สละ 3,490 บาท/คน (คอร์สละไม่เกิน 3 คน คนเดียวก็รับสอน) เปิดคลาสวันจันทร์-อังคาร และวันพฤหัส-ศุกร์ มีทั้งรอบ 10.00-12.00 น. และ 14.00-16.00 น. ใครที่วางแผนมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วอยากได้ฝีมือชงกาแฟกลับไป สามารถติดต่อได้ เพราะใช้เวลาเพียงวันเดียวก็รู้เรื่อง นอกจากนี้ที่ร้านยังคงมีบริการ Slow Bar ให้แวะมาลิ้มชิมรสชาติกาแฟที่คั่วเองได้ตามสบาย เรียกได้ว่าเป็นร้านที่ Specialty Coffee อย่างแท้จริง ใครอยากเปิดร้านกาแฟก็มาหาเมล็ดกาแฟคุณภาพดีและพาร์ทเนอร์ได้ที่นี่ เจ้าของร้านจะพาพนักงานมาเทรนก็ได้ หรือจะแวะมาทานกาแฟดีๆ ก็มีพร้อมสรรพ

เครื่องคั่วกาแฟของ Probat ซึ่งเป็นแบรนด์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 150 นำเข้าจากเยอรมัน

เมล็ดกาแฟที่คั่วเอง กาแฟโคลัมเบียดริป 125 บาท รสชาติออกเปรี้ยว และมอคค่า 80 บาท

บริการทั้ง Slow Bar โรงคั่วกาแฟ และเปิด Workshop


 3. Khagee – สันโดษ

พิกัด เชิงสะพานนวรัตน์ ใกล้กับโรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน
เวลาเปิด-ปิด 10.00-17.00 น. หยุดวันจันทร์และอังคาร
โทรศัพท์ 082-9757774
Facebook Khagee

ความลงตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Khagee

การอยู่คนเดียวทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น…สำหรับคนที่ชอบเที่ยวคนเดียว แล้วมองหาร้านกาแฟที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยเวลาต้องไปไหนมาไหนลำพัง แวะมาคาเฟ่อันอบอุ่นแห่งนี้ ที่บริการกาแฟคุณภาพ ใส่ใจในทุกขั้นตอน พร้อมด้วยเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นที่ผลิตอย่างพิถีพิถัน อบเองทุกขั้นตอน บริการพร้อมรอยยิ้มและจิตไมตรีที่ไม่ทำให้คุณรู้สึกเคอะเขินเมื่อต้องมาร้านกาแฟคนเดียว เมนูกาแฟที่นี่เป็นเมนูกาแฟสแตนดาร์ดทั่วไป แต่ที่ไม่ธรรมดาคือบรรยากาศที่ลงตัวระหว่างการเป็นคาเฟ่และความเป็นส่วนตัว เหมือนกับกาแฟและเบเกอรี่ที่สั่งมาทานคู่กันแล้วอร่อยเข้ากัน พื้นที่ร้านขนาดกะทัดรัด ที่นั่งมีไม่มาก หากใครที่ต้องการจะมาพูดคุยเฮฮากับเพื่อนกลุ่มใหญ่อาจจะไม่เหมาะ แต่ถ้ามาคนเดียวเพื่อคิดเขียนหรืออ่านอะไรเงียบๆ เชื่อว่าคุณจะชอบที่นี่แน่นอน

เอสเปรสโซ่ร้อน 70 บาท ทานคู่กับราสเบอร์รี่ครีมชีสมัฟฟิ่น 75 บาท

ลาเต้ร้อน 75 บาท และคาปูชิโน 75 บาท

ร้านที่มาคนเดียวก็นั่งได้สบาย สั่งเบเกอรี่สไตล์ญี่ปุ่นทานคู่กัน


 4. Akha Ama – รักพวกพ้อง

พิกัด ถนนหัสดิเสวี ซอย 3
เวลาเปิด-ปิด 08.00-18.00 น. หยุดวันพุธ
โทรศัพท์  086-9158600
Facebook Akha Ama Coffee

กาแฟดริปเมนูยอดนิยม ด้านหน้าคือ Single Origin กาแฟตัวใหม่

อยู่รวมกันอย่างเหนียวแน่นคือพลังสำคัญ…ร้านกาแฟที่มีจุดเริ่มต้นจากการช่วยเหลือชุมชนให้รอดพ้นจากการกดราคาเมล็ดกาแฟของพ่อค้าคนกลาง กลายเป็นร้านกาแฟที่นอกจากจะช่วยพัฒนาศักยภาพชาวบ้านชุมชนแม่จันใต้ จังหวัดเชียงรายแล้ว ยังเป็นร้านกาแฟที่บริการกาแฟคุณภาพเยี่ยมหลากหลายรูปแบบ อย่างล่าสุดที่เพิ่งครบรอบ 5 ปี ไปไม่นานได้เปิดตัวกาแฟ Single Origin ที่ทุกขั้นตอนทุกกระบวนการผลิตขึ้นอยู่กับคนๆ เดียว ส่วนเมนูกาแฟที่ขึ้นชื่อคือกาแฟดริปที่มี 3 ตัวหลักให้เลือกชิม ได้แก่ Ponlamai รสชาติเปรี้ยวหวานเหมือนกับผลไม้ Full City ตัวยอดนิยมของใครหลายคน และ Peaberry เมล็ดกาแฟเม็ดกลมที่เกิดจากความผิดปกติของต้นกาแฟ รสชาติเข้มสุดติดรสเปรี้ยวมากๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูกาแฟวุ้นที่ทำจากเมล็ดกาแฟ Ponlamai ที่ความเข้มอ่อนสุด ผสมเจลาตินจนเป็นก้อนเยลลี่สีดำ เวลาเสิร์ฟราดนมทาน เป็นร้านกาแฟสบายๆ เหมาะกับพาเพื่อนๆ มาผ่อนคลายพูดคุยมากๆ

เมล็ดกาแฟสำหรับดริป มีให้ลองชิมก่อนตัดสินใจ

กาแฟดริปร้อน 70 บาท สามารถเลือกได้ว่าจะดริปกับน้ำร้อน น้ำเย็น นมร้อน หรือนมเย็น

เสน่ห์อีกอย่างคือบรรยากาศแบบบ้านไม้อบอุ่นกันเองและผ่อนคลาย


 5. Pacamara – ละมุนละไม

พิกัด ถนนราชดำเนิน ข้าง U Hotel ยูเชียงใหม่
เวลาเปิด-ปิด 07.00 – 20.00 น. ทุกวัน
โทรศัพท์ 053-327324
Facebook PACAMARA

ความนุ่มละมุนของกาแฟที่ตั้งใจชงอย่างเต็มที่

ความนุ่มที่ผสมผสานกลืนกินเป็นเนื้อเดียวกัน…เมล็ดกาแฟที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติที่เรียกกันว่า Pacamara กลายเป็นชื่อร้านกาแฟที่คอกาแฟส่วนใหญ่รู้จักในฐานะ ‘ร้านเล็ก เมล็ดโต’ ที่นำเข้าเมล็ดกาแฟพันธุ์ดี คั่วสดใหม่ และปรุงด้วยความบรรจง มีเมนูให้เลือกหลายแบบ ทั้งกาแฟร้อน ที่แบ่งเป็นเมล็ดกาแฟไทย หรือ Normal และเมล็ดกาแฟนอก หรือ Premium จากนั้นเลือกขนาดแก้วที่แบ่งเป็น Solo หรือ Single Shot กาแฟขนาดปกติ และ Douppio หรือ Double Shot กาแฟที่ขนาดแก้วใหญ่ขึ้นและเข้มข้นขึ้น แนะนำลาเต้ร้อนที่นุ่มนวลละมุนลิ้นมากๆ ส่วนกาแฟเย็นนั้นแยกเป็นเมล็ดกาแฟไทยและกาแฟนอก เมนูที่น่าสนใจคือ Summer Breeze ที่ใช้เมล็ดกาแฟ Ethiopia ชงผ่าน Aero Press เสิร์ฟโดยใส่น้ำแข็งเย็นๆ และเลมอนเพิ่มความหอมสดชื่น นอกจากนี้ทางร้านยังมีกาแฟให้ซื้อกลับไปลองชงเองที่บ้านด้วย

Solo Latte 55 บาท นุ่มเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

เติมพลังในยามเช้ากับ Piccolo Solo 55 บาท

คาเฟ่เล็กๆ แต่อบอุ่น ถูกใจคนรักกาแฟ


 6. Doppio Ristr8to – ใจศิลปิน

พิกัด ปากซอยนิมมานเหมินท์ 3 ข้างร้านโรตีกู
เวลาเปิด-ปิด  07:08-18:08 น. ทุกวัน
โทรศัพท์ 053-215278
Facebook Doppio Ristr8to ” Latte Art Cafe “

ร้านกาแฟชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก

ลวดลายใดๆ ล้วนมีความหมาย…คงไม่ต้องพูดอะไรมากเมื่อเอ่ยชื่อของคุณต๋อง-อานนท์ ธิติประเสริฐ บาริสต้าอันดับ 6 ของโลก ที่มีดีกรีแชมป์ Latte Art จากรายการ World Latte Art Championship 2011 กับร้านกาแฟที่ทั้งคอกาแฟและนักท่องเที่ยวล้วนรู้จักเมื่อมาเยือนเชียงใหม่ โดยร้านกาแฟยอดนิยมประจำย่านนิมมานฯ แห่งนี้รวบรวมเมล็ดกาแฟที่เพาะปลูกตามแหล่งสำคัญทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น บราซิล โคลัมเบีย คอสตาริก้า ปาปัวนิวกินี เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย ฯลฯ ส่งตรงมาให้เลือกลิ้มลองกันอย่างเต็มที่ แนะนำเมนู Cigar8to กาแฟแก้วเล็กกลิ่นหอมนุ่ม แต่รสชาติเข้มข้นอย่างน่าอัศจรรย์ แน่นอนว่ากาแฟทุกเมนูที่มีนมเป็นส่วนประกอบจะต้องมีลวดลายสวยงามบนฟองนมให้ประทับใจทุกแก้ว เป็นจุดเด่นของร้านที่ใครๆ ก็อยากแวะมาถ่ายรูปกาแฟสวยๆ อวดเพื่อนๆ

ลาเต้อาร์ตสวยๆ อันเป็นจุดเด่นประจำร้าน

ใครผ่านไปย่านนิมมานฯ มองหากาแฟอร่อยๆ เป็นต้องแวะ


 7. Fabb Cafe – ช่างสรรหา

พิกัด โครงการร้านในสวนนันทขว้าง เลียบถนนคลองชลประทาน
เวลาเปิด-ปิด 07.00-22.00 น. ทุกวัน
โทรศัพท์ 053-329296
Facebook FABB Coffee Roasters

เมล็ดกาแฟมากมายหลากหลายชนิดให้เลือก

โลกนี้มีอะไรมากมายน่าตื่นตาตื่นใจ…เป็นร้านกาแฟเท่ๆ ที่รวบรวมเมล็ดกาแฟ Single Origin ไว้มากถึง 65 ชนิด เลือกไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว ภายในร้านตกแต่งสไตล์ย้อนยุค ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของเมนูกาแฟเย็นที่แยกส่วนผสมในการเสิร์ฟ ทั้งกาแฟช็อต น้ำเชื่อม นมข้นจืด มาให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินไปกับการชงกาแฟให้ได้รสชาติที่ตัวเองต้องการ ชอบความเข้ม ความหวาน ความมัน แบบไหน จัดได้ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังมีเมนู Balance Syphon กาแฟสดสไตล์ Belgium ที่ใช้หลักการวิทยาศาสตร์เรื่องอุณหภูมิและแรงดันมาใช้ในการชงกาแฟ

กาแฟเย็นที่ออกแบบรสชาติตามใจชอบ

บรรยากาศร้านน่านั่ง ชิลล์ๆ สบายๆ


 8. A/sa/ma Cafe – ปรารถนาดี

พิกัด บริเวณเดียวกับครัวย่า หมู่บ้านเชียงใหม่เลคแลนด์ คลองชลประทาน
เวลาเปิด-ปิด 08.00-16.00 น. หยุดทุกวันที่ 1 และ 16 ของทุกเดือน
โทรศัพท์ 081-5305388
Facebook Asama Cafe

Gravity 90 บาท กาแฟกับดอกไม้อะไรสวยกว่ากัน

อยากพักก็นั่ง อยากให้ฟังก็เล่ามา…คาเฟ่ริมน้ำหลังเล็กที่คัดสรรเมล็ดกาแฟทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างดี ประกอบกับฝีมือการชงกาแฟของเจ้าของร้านที่ไปฝึกฝนการเป็นบาริสต้าตามที่ใฝ่ฝัน ออกมาเป็นกาแฟที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีที่อยากให้ผู้มาเยือนได้รับกลับไป แนะนำเมนู Gravity กาแฟร้อนที่ผสมกาแฟเอสเปรสโซ่กับนมและครีมเย็น ความร้อนของกาแฟจะค่อยๆ ละลายนมกับครีมลงอย่างช้าๆ กลายเป็นลวดลายคล้ายแรงโน้มถ่วงอันสวยงาม Creme Brulee Latte กาแฟเอสเปรสโซ่เข้มผสมนมสด แล้วใช้น้ำเชื่อมมาเพิ่มรสชาติ นอกจากนี้ยังมีกาแฟเย็นแพคเกจสวยให้ซื้อหิ้วสำหรับกลับบ้านอีกด้วย บรรยากาศร้านร่มรื่น อยู่ในสวนเย็นสบาย มาปล่อยใจไปกับกาแฟแก้วโปรด ฟังเสียงสายน้ำ และเติมพลังให้กับชีวิตได้ที่นี่

หอบความปรารถนาดีกลับบ้านไปชงเองที่บ้านได้

ให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลายที่มาเยือน


 9. ศาลา กาแฟ – ติดดิน

พิกัด แม่ริม ไปทางโรงแรมโฟร์ซีซั่นผ่านโรงสูบน้ำแรงต่ำขับตรงไปอีก 300 เมตร
เวลาเปิด-ปิด 08.00-21.00 น. ทุกวัน (เมนูเย็นเริ่ม 17.00-21.00 น.)
โทรศัพท์ 053-860996
Facebook Sala Cafe

ลาเต้พีชร้อน 50 บาท จิบแล้วจะมีกลิ่นหอมของพีชติดอยู่ปลายลิ้น

ไม่ว่าเราอยู่ที่ไหน เราก็ไม่ลืมว่าเราเป็นใคร…กว่า 5 ปีที่ศาลาแห่งความรักของคุณหน่อย-วรรนา สุนทราชุน เปิดให้บริการ แม้จะต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมายก็ยังยืดหยัดต่อสู้อย่างไม่หวั่นเกรง โดยเรือนไม้สไตล์ล้านนาบนพื้นที่สวนร่มรื่นกว่า 6 ไร่  สามารถมองเห็นวิวภูเขาได้โดยรอบแห่งนี้ เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่ต้องการทำร้านกาแฟในรูปแบบศาลา 2 ชั้นเล็กๆ ใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าอย่างดี โดยเมนูกาแฟร้อนกาแฟเย็นจะใช้เมล็ดที่คั่วต่างกันเพื่อให้รสชาติที่ดีที่สุด จนถึงตอนนี้ทางร้านมีเมนูกาแฟหลากหลายที่ทางร้านคิด ปรับปรุงสูตร ให้ลองชิม ไม่ว่าจะเป็น มอคค่าไอศกรีม ทีรามิสุเฟรปเป้ ไวท์ช็อกโกแลตลาเต้ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารแบบครบถ้วน ทั้งอาหารไทย สลัด สเต็ก มาให้ทานแบบอิ่มท้อง สำหรับคนที่ดั้นด้นบุกป่าฝ่าดงมาแต่ไกลเพื่อมาเช็คอิน จะได้หายเหนื่อยและมีเรี่ยวแรงต่อไป

มอคค่าไอศกรีม 90 บาท เข้มข้น เย็นชื่นใจ ได้ไอศกรีมวานิลลามาเพิ่มความหวาน

เรือนไม้ในสวนร่มรื่น พนักงานสวมชุดพื้นเมืองต้อนรับน่ารักมาก


10. The Giant Chiang Mai – อิงธรรมชาติ

พิกัด แม่ออน เลี้ยวซ้ายไปเข้าบ้านป๊อกประมาณ 7-8 กิโลเมตร
เวลาเปิด-ปิด 11.00-15.00 น. หยุดวันจันทร์
โทรศัพท์ 086-7762946
Facebook The Giant Chiangmai Thailand

คาปูชิโน่ร้อนๆ ท่ามกลางธรรมชาติร่มรื่น

ธรรมชาติยิ่งใหญ่กว่าใจมนุษย์…ร้านกาแฟบนต้นไม้ใหญ่ที่ใครๆ ก็อยากไปสัมผัสด้วยตัวเอง แม้จะต้องเดินข้ามสะพานแขวนสุดหวาดเสียวจากถนนไปยังร้านกาแฟและร้านอาหารเล็กๆ บนต้นไทรขนาดมหึมาก็ตาม แต่เมื่อไปถึงก็ประทับใจกับบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติสุดแสนร่มรื่นของป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบาย สั่งคาปูชิโนหรือลาเต้ร้อนมาดื่ม รับรองฟินสุดๆ ทางร้านจำกัดลูกค้าเพียง 20 คนต่อวัน และรับเฉพาะลูกค้าที่โทร. จองล่วงหน้าเท่านั้น เนื่องจากมีพื้นที่และโต๊ะจำกัด ดังนั้นใครอยากได้ประสบการณ์นั่งชิลล์ที่ร้านกาแฟบนต้นไม้ใหญ่ต้องวางแผนล่วงหน้าให้ดี

ข้ามสะพานไปก็จะถึงร้านกาแฟที่แนบอิงต้นไม้ใหญ่

ความสวยงามของธรรมชาติมักดึงดูดใจให้มนุษย์หลงใหลอยู่เสมอ


ท่านใดมีร้านกาแฟที่ถูกใจ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

 

ฝากความคิดเห็น ...