เช้าวันนี้ตื่นมาพร้อมความสดชื่นเลยค่ะ เก็บบรรยากาศยามเช้ามานิดหน่อย ที่นี่เริ่มตักบาตรกันตั้งแต่เช้ามืดเลยค่ะ ตื่นมาทานอาหารด้านบนสุดของโรงแรม เห็นหมอกยังหนามากๆ สุดยอดเลย ไม่ได้เห็นหมอกในเมืองมากี่ปีแล้ว จำไม่ได้เลย ใครยังไม่ได้อ่านตอน 1 คลิกที่นี่ 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ท้องฟ้าเปิด สดใสมากๆ ฟ้าเป็นฟ้าแบบนี้ สีตัดกับทุ่งดอกบัวตองแน่นอน ทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกเดินทางไปยังทุ่งดอกบัวตองที่แม่อูคอเลยค่ะ

เช้าวันต่อมา วันที่ 14 พ.ย.57 เป็นวันที่จะมีพิธีเปิดงานเทศกาลทุ่งดอกบัวตองพอดีค่ะ ก็จะมีท่านผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนมาเปิดงานเองเลย คนเลยจะเยอะเป็นพิเศษ ถึงผู้คนจะเยอะไปบ้างแต่ก็ดูครึกครื้นดีค่ะ ไม่รอช้าเราก็ไปสำรวจอีกเส้นทางที่ขึ้นไปบนยอดกัน ทีนี้ไปด้านขวาบ้าง

แล้วเราก็ขึ้นมาบนสุดอีกครั้งแบบเหนื่อยหอบเหมือนเดิม แต่ๆๆๆๆๆ มันคนละอารมณ์กับเมื่อวานเลยค่ะ เห็นวิวไปสุดลูกหูลูกตาเลยครั้งนี้ อากาศดีมากๆ วิวสวยมากๆเหมือนกัน สีเหลืองเต็มดอยเลยค่ะ ขึ้นมาอ่างเหนื่อยหอบก็ยอม พอลองมาบันไดด้านขวาทางจะโล่งกว่าบันไดด้านซ้ายนิดนึงค่ะ กิ่งของต้นดอกบัวตองโน้มลงไม่เยอะ ไม่บังทางดีค่ะ

เก็บบรรยากาศด้านบนได้สักพักก็ลงมาตรงศาลาแปดเหลี่ยมค่ะ มาดูงานพิธีเปิดกันนิดนึง ว่ากันว่าการแสดงที่นี่สวยมากๆ เลยขออยู่เก็บภาพกันสักหน่อยค่ะ มองขึ้นไปด้านบนเห็นร่มสีแดงสดตัดกับท้องฟ้าพอดี สวยมากๆเลย

งานแสดงเริ่มแล้วค่ะ บอกเลยว่าการแสดงทุกชุดในพิธีเปิดสวยและน่าสนใจทุกชุดการแสดงเลยค่ะ

เสร็จจากเที่ยวทุ่งดอกบัวตองแบบอิ่มๆแล้ว ก็เดินทางกันต่อค่ะ ไปกันที่วัดต่อแพ ค่ะ ที่นี่เป็นวัดที่น่าสนใจทางประวัติศาสตร์มากๆ เพราะที่นี่เคยเป็นทางผ่านของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เส้นทางนี้จะเป็นทางผ่านไปพม่าเลยไปถึงอินเดีย เมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามมาก็ยังใช้วัดต่อแพเป็นที่พักรักษาตัวอีกด้วย ดังนั้นก็จะมีร่องรอยของประวัติศาสตร์ในยุคนั้นให้เห็นกันทั้งสะพาน เส้นทางเดิน ข้าวของเครื่องใช้ มากมาย ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงเริ่มผลักดันในวัดต่อแพนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกที่นึงเลยค่ะ มีรถ ATV ให้ขี่ไปตามเส้นทางประวัติศาสตร์ด้วยนะ

ออกจากวัดต่อแพไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นค่ะ ที่นี่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของอ.ขุนยวมที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีห้องจัดแสดงแยกเป็นส่วนๆง่ายต่อการศึกษาค่ะ ชมวีดีทัศน์แสดงประวัติความเป็นมา แล้วจึงเดินรอบๆแต่ละห้องที่จัดแสดงข้าวของเครือ่งใช้ที่ยังมีสภาพดีอยู่ค่ะ

หรือตำนานโกโบริจะอยู่ที่นี่ ทหารญี่ปุ่นพบรักกับสาวไทย นี่คือเรื่องจริง…

เดินไปห้องต่างๆเพื่อดูข้าวของเครื่องใช้สมัยสงครามโลกครั้งสองค่ะ บางชิ้นยังดูสภาพสมบูรณ์มากๆ

บ่ายแก่ๆ ได้เวลาชิลแล้วค่ะ ไปพายเรือคายัคที่แม่น้ำยวม อ.แม่สะเรียงกัน แม่น้ำยวมช่วงนี้ตลอดข้างทางจะมีดอกหญ้าสูงใหญ่เรียงกันสวยงามมากๆตลอดสองฝั่งของแม่น้ำกันเลย และที่นี่ก็เป็นแสงสุดท้ายของประเทศไทย เราพายเรือดูพระอาทิตย์ตกกันที่นี่ค่ะ สวยแบบไม่อยากลืมบรรยากาศนี้ไปเลย ค่าเช่าเรือประมาณลำละ 700-800บาท สามารถติดต่อได้ที่โรงแรมที่พักทุกที่เลยค่ะ

เช้าวันใหม่ เรายังอยู่ที่อ.แม่สะเรียง ตักบาตรกันตอนเช้า ที่โรงแรมเรามีจักรยานให้ขี่กันด้วยนะคะ เช้านี้เลยขอไปสำรวจตลาดเช้ากันสักหน่อย ห่างจากที่พักไปเพียง 300ม.

วันนี้เป็นวันเสาร์ แต่คนในตลาดดูน้อยๆ หรือเรามาช้าไป ก็เลยถามแม่ค้าค่ะว่าคนน้อยอย่างนี้ทุกวันรึเปล่า ได้คำตอบมาว่าวันนี้เขามีตลาดนัดวันเสาร์กัน แถวๆโรงพยาบาลแม่สะเรียงค่ะ

ไม่รอช้า เราเลยปั่นจักรยานไปสำรวจตลาดนัดค่ะ ประมาณเกือบๆแปดโมงค่ะ ก็เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าเริ่มมาตั้งแผงกันมากขึ้นค่ะ ที่ตลาดนัดก็ขายทั้งของสดของแห้ง ของทานเล่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ เรียกได้ว่ามาที่นี่ก็มีครบนะ แม่ค้าบอกว่าจะมีทุกๆวันเสาร์ ประมาณเที่ยงๆก็จะเริ่มเก็บของกันละ ดังนั้นถ้าใครจะมาก็อย่าตื่นสายกันนะ ช่วงเช้าของกินจะเยอะค่ะ มาสายก็จะไม่ค่อยมีอะไรดูละ

ประมาณเก้าโมงก็กลับที่พักมาจิบกาแฟก่อนจะออกเดินทางกลับเชียงใหม่ค่ะ

ก่อนกลับก็แวะที่วัดศรีบุญเรืองแป๊บนึงค่ะ ไหว้พระก่อนเดินทางต่อ

ขากลับเชียงใหม่เรากลับมาทางอ.ฮอด ค่ะ เลยขอแวะที่สวนสนบ่อแก้วกันนิดนึงพักรถ ยืดเส้นยืดสายกันสักหน่อยก่อนเดินทางกลับเข้าเชียงใหม่

จบทริปแม่ฮ่องสอน เมืองน่ารักไปแบบเต็มอิ่มเลยค่ะ เมืองสวยงามและยังคงความเป็นชุมชนดั้งเดิมอยู่ และคิดว่าก็ยังจะคงความเป็นชุมชนน่ารักแบบนี้ไปอีกนานเลยค่ะ ใครที่นึกถึงแม่ฮ่องสอนแล้วยังคิดถึงอ.ปายอยู่ ลองเปลี่ยนมาที่อ.ขุนยวม และ อ.แม่สะเรียง ดูนะคะ อาจจะได้ความรู้สึกดีดีกลับไปอีกแบบ…

เรื่อง/ภาพ โดย: Amporn Maiprasert , wesetoff

หากใครมีที่เที่ยวสวยๆ สามารถแนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องทั้ง

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...