Info :  The Coffee Club (อาหารโรงแรม Hotel M) ถ.ราชดำเนิน ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
เปิด : 07.00 – 23.00 น. ทุกวัน เบอร์โทรศัพท์ : 053-289619   www.facebook.com/thecoffeeclubthailand

 

ขออนุญาตประเดิมรีวิวแรกกับ reviewchiangmai นะครับ สำหรับนักรีวิวหน้าใหม่แต่ประสบการณ์ในการกิน การเที่ยวร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ว่าไปนั่น   วันนี้ได้รับภารกิจให้มาลิ้มลองของดี ณ ร้าน  The Coffee Club แห่งนี้   ที่จั่วหัวมาใช่ว่าจะโม้เกินจริงว่าร้านนี้เขาระดับโลก  ทั้งชื่อเสียง ทั้งการบริการ  ทั้งคุณภาพของอาหารและเครื่องดื่ม    ซึ่งแบรนด์นี้ถือกำเนิดจากประเทศออสเตรเลีย จนในปัจจุบันขยายไปแล้วร้อยกว่าสาขาในหลายประเทศ   รวมถึงประเทศไทยของเราที่มีถึง 12 สาขา และเชียงใหม่เป็นสาขาล่าสุดที่เพิ่งเปิดมาได้เพียง 2 เดือน   ดูแล้วอาจจะยังไม่คุ้นและดูใหม่สำหรับชาวเชียงใหม่ ฉะนั้น เราจะนำทุกท่านไปรู้จักร้านนี้กัน

The Coffee Club ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่จริงๆ  เรียกว่า “ทำเลทอง” ที่ทุกคนต่างรู้จัก  นั่นคือ หัวถนนราชดำเนิน บริเวณข่วงประตูท่าแพ  ถ้าจะจำกัดความให้ชัดเจนขึ้น  ก็ต้องบอกว่าอยู่หัวมุมถนน  อาคาร Hotel M (โรงแรมมนตรีเก่า) นั่นเอง   ซึ่งถ้าเห็นทำเลที่ตั้งแบบนี้แล้ว  หลายท่านคงมองว่า “ร้านนี้มันสำหรับฝรั่งชัดๆ”    …”ใช่ครับ” ลูกค้าของที่นี่ จากที่สังเกตดู ก็เป็นชาวต่างชาติเกิน 90 เปอร์เซนต์แน่นอน   แต่เชื่อไหมครับว่าถ้าคุณหลงไหลในเรื่องการดื่มการกินแล้วล่ะก็  The Coffee Club แห่งนี้ ก็สามารถตอบโจทย์คนไทยอย่างเราได้ดีไม่น้อย เพราะอะไรเดี๋ยวเราไปชมกันต่อ

เมื่อเราเดินเข้ามาภายในร้าน จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เรียบ หรู  ดูทันสมัย แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น  ด้วยโทนสีดำ ตัดกับสีขาวและแดง  เฟอร์นิเจอร์ที่ดูเรียบง่ายถูกจัดวางอย่างลงตัวไม่อึดอัด มีพื้นที่ว่างให้ได้รู้สึกผ่อนคลาย   ใครที่ชอบมองดูผู้คน รถราผ่านไปมาก็สามารถนั่งโซนด้านนอกแบบเอ้าท์ดอร์ได้  หรืออยากเย็นสบายก็นั่งด้านในได้ไม่ว่ากัน

และจากการนั่งสังเกตการทำงานของพนักงานที่นี่  ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวทักทายต้อนรับลูกค้าตั้งแต่เข้ามาในร้าน  บริการด้วยความรวดเร็วไม่แตกต่างจากห้องอาหารดีๆ ในโรงแรม  ซึ่งถือได้ว่ามีมาตรฐานอยู่ในระดับที่ดีมาก  และจากข้อมูลที่ได้รับจากผู้จัดการร้านทำให้เราได้ทราบว่า พนักงานที่นี่ต้องทำตามมาตรฐานที่ทางร้านกำหนดในทุกขั้นตอนเลยทีเดียว  ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Good Food, Great Service, Excellent Coffee”

ซึ่งนี่คือความคุ้มค่าแรกที่เราได้รับจากการบริการ

อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้น  ถึงแม้ว่าชื่อ The Coffee Club  จะดูชัดเจนว่าเป็นร้านกาแฟ   แต่ที่นี่ตอบโจทย์ได้ทุกมื้อ ทุกความต้องการในด้านการกิน-การดื่ม   เช้า สาย บ่าย เย็น ค่ำ ดึก   ทั้งอาหาร  ของว่าง  กาแฟ เบเกอรี่  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์  เบียร์ ไวน์ ค็อกเทล ก็มีหลากหลาย ครบครัน   สมกับคำนิยาม  Café-Bar-Restaurant

อ่านไป ดูไป  หลายท่านอาจจะเกร็ง เห็นแบรนด์นอกแบบนี้  การตกแต่งแบบนี้  บรรยากาศแบบนี้ ราคาอาจจะ “เอื้อมไม่ถึง”   แต่จริงๆ แล้วขอบอกว่าไม่เลย    เพราะราคากาแฟ-เครื่องดื่ม ก็เริ่มจาก หลักสิบจนถึงร้อยต้นๆ  พอๆ กับแบรนด์ดังๆ หรือแม้กระทั่งแบรนด์ไทยบางแห่งก็ราคานี้เหมือนกัน     ส่วนราคาอาหารก็เฉลี่ยประมาณร้อยกว่าๆ จนถึงสองร้อยกว่าๆ  ยกเว้นบางเมนูที่พิเศษจริงๆ   เรียกว่าถ้าเปรียบเทียบกับคุณภาพและบริการที่ได้รับ ถือว่าสมราคา   แต่อย่าไปเปรียบกับร้านทั่วๆ ไปหรือร้านข้างถนนนะ มันคนละเรื่องกัน

เกริ่นกันมายืดยาว ว่าแล้วก็ไปดูหน้าตาของอาหารเครื่องดื่มเด่นๆ ของที่นี่กันเลยดีกว่า   เริ่มต้นจาก  2 คู่หูที่มาเหมือนแฝดแต่คนละฝา เรียกว่าเป็น Signature หรือเครื่องดื่มสูตรเฉพาะของที่นี่  “Iced Coffee & Iced Chocolate”   แปลตรงตัวให้เข้าใจง่ายๆ คือ “กาแฟเย็นและช็อคโกแลตเย็น”   แล้วความพิเศษของมันอยู่ตรงไหน …     คำตอบคือ  เจ้าเครื่องดื่มสองชนิดนี้เป็นสูตรที่ใช้เมล็ดกาแฟนำเข้าคุณภาพของ The Coffee Club โดยเฉพาะ  ส่วนช็อคโกแลตก็ใช้เกรดพรีเมี่ยมกันเลยทีเดียว แต่ที่พิเศษกว่านั้น ความเย็นของเจ้าสองแก้วนี้ไม่ได้มาจากน้ำแข็ง  แต่มาจากไอศครีมวานิลลาสูตรพิเศษ ซึ่งหวาน หอม มัน ลงตัวสุดๆ  กับวิปปิ้งครีมที่แต่งหน้ามาอย่างสวยงาม  เรียกว่าถึงใจ ครบอรรถรส  ได้อารมณ์  “smooth”  มัน เนียน นุ่ม เข้ากันไปหมด เกินบรรยายจริงๆ

หรือถ้าใครชอบกาแฟร้อน  ที่นี่เขาแนะนำกาแฟที่ใครก็รู้จัก “Cappuccino”   แต่เชื่อเถอะครับว่า ถ้าได้ลอง cappuccino ของที่นี่แล้วจะติดใจ  คอกาแฟอย่างผมคอนเฟิร์ม  แต่ไหนๆ ก็มาที่นี่แล้ว จัดพิเศษขึ้นอีกนิดเป็นไร   แนะนำให้ลองแก้วนี้เลย “Melloccino”   หรือ คาปูชิโน่+มาร์ชเมลโล่ นั่นเอง สองความนุ่มที่มาเจอกัน ฟองนมหนาๆ เนียนๆ  มาพร้อมกับมาร์ชเมลโล่นุ่มๆ  บวกกับความหอมของกาแฟ  จิบกาแฟไปนั่งมองฝรั่งไป  ได้บรรยากาศไม่น้อย

สำหรับใครที่ไม่นิยมการดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มประเภทนม  ที่นี่ก็ยังมีอีกหลายหลายทางเลือก  โดยเฉพาะเมนูนี้ ที่เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มสุดฮิต ติดอันดับขายดีประจำร้าน  เหมาะกับอากาศร้อนๆ แบบบ้านเรามากๆ  “Mango Frappe”  แก้วนี้ชื่นใจ จัดจ้านด้วยรสชาติมะม่วงแท้ๆ  ดับกระหายได้ดีทีเดียว

ข้ามมาทางฝั่งอาหารกันบ้าง  วันนี้เราขอจัดเมนูที่เรียกว่า “ที่สุด” ของร้านนี้ และเป็นเมนูที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อขายในเมืองไทยโดยเฉพาะ  หรือที่ทางร้านจัดให้เป็น Chef’s choice menu   โดยเมนูพิเศษเหล่านี้จะเปลี่ยนทุกๆ 4 เดือน  เพื่อให้ลูกค้าไม่รู้สึกจำเจ  หมดจากช่วง 4 เดือนไปแล้ว ก็ลุ้นกันต่อว่าจะมีอะไรใหม่ๆ มาให้ลองกัน

ประเดิมจานแรกกันด้วยอาหารเช้าสุดคลาสสิค ในสไตล์สเปนกันก่อน  เมนูนี้มีชื่อว่า “Spanish Potato Hash”  ประกอบด้วยมันฝรั่งผัดเนยชิ้นพอคำ กับไส้กรอก Chorizo ซึ่งเป็นไส้กรอกรมควันในสไตล์สเปนที่โดดเด่นด้วยกลิ่นของพริกและเครื่องเทศ เสิร์ฟมาพร้อมกับ Poached egg  (ไข่ตุ๋นน้ำ) ที่สุกนุ่มกำลังดี พอเป็นมะตูมนิดๆ พร้อมขนมปังกระเทียม    เจอจานแรกเข้าไป ถ้ามาคนเดียวก็เรียกว่า อิ่ม  แถมเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหารครบครัน

ส่วนจานที่สองนี้ต้องยกนิ้วให้  เป็นการผสมผสานระหว่างความเป็นยุโรปกับความเป็นไทยได้อย่างลงตัว  พูดกันง่ายๆ ว่า สุดยอดฟีเจอริ่ง   สำหรับ “Watermelon and Feta Salad”  ที่นำแตงโมสดๆ ฉ่ำหวาน  พร้อมทั้ง ฟีต้าชีสซึ่งเป็นชีสประจำชาติของกรีกรสชาติเค็มๆ มันๆ  มะกอกดำรสเปรี้ยว   ผักร็อกเก็ต กุ้ง หอมแดง  ใบสะระแหน่ ผักชี  มารวมกันราดด้วยน้ำยำที่เผ็ด เปรี้ยว หวาน กลมกล่อม   เข้ากันมาก ด้วยเอกลักษณ์ของรสชาติและรสสัมผัสของแต่ละส่วนผสม  ทานพร้อมกันใน 1 คำ  ขอบอกเลยว่า “แซ่บเวอร์”

ต่อกันด้วยจานนี้ ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยกว่าจานอื่นๆ เลย  แค่เห็นก็ต้องร้องโอ้โหกันเลยทีเดียว  “Barramundi Asian Coleslaw”  ปลากะพงขาวย่างชิ้นโตๆ  ราดด้วยผักหลากหลายชนิดสไตล์เอเชีย  (มีถั่วงอกด้วย)  อารมณ์คล้ายๆ อาหารจีน  มีน้ำราดหวานๆ เปรี้ยวๆ   จานนี้โดดเด่นที่ปลากะพงขาวสดๆ ที่ย่างสุกกำลังดี  เนื้อนุ่มมาก   ที่สำคัญชิ้นใหญ่จริงๆ (ขอย้ำ)  ดูอลังการสมกับราคา  เพราะตอนเหลือบไปเห็นป้ายราคาทีแรกก็แอบตกใจเล็กน้อยกับ 450 บาท  แต่พอเจอตัวจริงแล้ว ถ้าเป็นผู้หญิง ก็ต้องเรียกแม่ไปสู่ขอล่ะครับ   หรือถ้าจะให้เปรียบเทียบ  จานนี้ถ้าไปรับประทานในโรงแรม ต้องมีไม่ต่ำกว่า 500-700 ++ อย่างแน่นอน

แล้วก็มาถึง Chef’s Choice จานสุดท้าย  ที่ส่วนตัวแล้วขอบอกว่าชอบมาก  กับเบอร์เกอร์จานนี้  “Chicken Burger with Chilli Sauce”  ซึ่งดูชื่อแล้วมันก็น่าจะเป็นเบอร์เกอร์ไก่กับซอสพริกธรรมดาๆ  แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารแนะนำแล้วต้องมีอะไรที่พิเศษอย่างแน่นอน  ด้วยเนื้อขนมปังที่หนานุ่ม กับเนื้ออกไก่ 2 ชิ้นโตและผักที่เรียงชั้นมาอย่างสวยงาม  แทรกมาด้วยความพิเศษคือ ซอสพริก ที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ซอสพริกธรรมดา  เพราะมีลักษณะเหมือนพริกสดนำมาปั่นหรือนำมาตำคล้ายน้ำพริกบ้านเรา  แต่รสชาติจะไม่จัดจ้านจนแสบปาก เผ็ดลิ้น   เห็นสีสันแบบนี้แล้ว รสชาติแค่เผ็ดแบบเบาๆ  แต่กลับหอมเด่น และอมเปรี้ยวเล็กน้อย  เรียกว่าฝรั่งทานได้ คนไทยทานไม่เลี่ยน ประมาณนั้น     ซึ่งหากใครยังไม่สะใจ ทางร้านก็เสิร์ฟซอสพริกแบบนี้มาด้วยในถ้วยเล็กๆ คู่กันกับซอสมะเขือเทศเป็นทางเลือก  พร้อมกับเฟรนฟรายส์ที่คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณว่าเวลารับประทานไปแล้วมันจะอร่อยเข้ากันได้ดีขนาดไหน   ที่สำคัญคือ  “อิ่ม คุ้ม”  กับเบอร์เกอร์สไตล์ทำสดแบบนี้

อย่างที่บอกกันไปแล้ว ว่าอาหารและเครื่องดื่มที่นี่เขามีครบ ไม่เว้นแม้แต่ขนมเค้กและเบเกอรี่   ซึ่งจากการที่เราจัดหนักไปเสร็จสิ้น 4 จาน กับเครื่องดื่มอีก 4 แก้ว (2 คน)   เลยขออนุญาตปิดท้ายด้วยของหวาน เพื่อให้ครบถ้วนกระบวนความ
ครบคอร์สตามสเต็ปการรับประทานอาหารหรู ก็ว่ากันไป     กับเจ้า “Chocolate Mud Cake” ชิ้นนี้ ที่มีความนุ่มของตัวเค้ก สลับชั้นกับช็อคโกแลตที่แน่นหนึบ  ละเลียดไปจิบเครื่องดื่มไป สุขเกินบรรยายจริงๆ   อยากจะลองหลายๆ อย่างก็ไม่ไหว พื้นที่ความจุในกระเพาะชักเริ่มเต็ม

ระยะเวลาร่วม 2 ชั่วโมงที่เราได้เพลิดเพลินกับการอาหาร เครื่องดื่มและบรรยากาศของ The Coffee Club แห่งนี้  เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขสำราญอย่างมาก  ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างรวมกัน ทั้งรสชาติและคุณภาพของอาหาร  การบริการที่ดี ทำให้เรากล้าบอกต่อได้อย่างมั่นใจว่า  ที่นี่สามารถตอบโจทย์หลายๆ ท่านได้ ทั้งการพบปะพูดคุยในหมู่เพื่อน ครอบครัว หรือธุรกิจ  จะเป็นมื้อเล็ก มื้อใหญ่  หรือแค่นั่งจิบกาแฟ ทานขนม ได้หมด

กับสโลแกนของร้าน ที่ว่า  “Where will I meet you”  เป็น “คลับ” สำหรับทุกคน ไม่เพียงแค่เฉพาะคนดื่มกาแฟเท่านั้น    แต่ “คลับ” ระดับโลกเช่นนี้ เปิดกว้างสำหรับทุกคน  โดยเฉพาะเราชาวเชียงใหม่ที่ได้สัมผัสเป็นสาขาแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคเหนือ ณ ขณะนี้     ซึ่งหากท่านผ่านไปผ่านมาอาจจะยังไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย  หรือมองว่าเข้าถึงได้ยาก    เรามีคำตอบให้ทุกท่านแล้ว  อยากให้ท่านได้ไปลองสัมผัสกันดู  กับ The Coffee Club  ท่าแพ แห่งนี้  …..

“ร้านที่ไม่ได้มีดีแค่กาแฟ”

ฝากความคิดเห็น ...