สู้ไม่สู้ เอาอยู่รึไม่ 12 ร้านสุดหิน อยากกินต้องสู้!

เชียงใหม่สวรรค์ของนักกินไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี พม่า ฯลฯ ต่างมีให้เลือกมากมาย แต่ใช่ว่าทุกร้านจะกินง่ายไปเสียหมด เพราะบางร้านจำกัดพื้นที่แค่ 5 โต๊ะ อีกทั้งยังต้องจองคิวก่อน ถ้าคิวเต็มหรือไม่มีโต๊ะนั่งก็อดกิน แต่เพราะความอร่อยจึงเป็นเหตุที่ทำให้ลูกค้าหลายท่านรวมถึงเจ๋งต่างยอมต่อสู้เพื่อแย่งชิงเข้าไปลิ้มลองรสชาติกันสักครั้ง ร้านไหนน่าสนใจ ตามเจ๋งมาได้เลย!


1. คุณวัฒน์โภชนา (คุณยาย) – ช้าหน่อยอร่อยแน่

ลูกชายยายมาตามนัดรับนำทางไปร้าน
พิกัด : ก่อนจะมาต้องหา รร. อนุบาลสันทรายให้เจอก่อน โทรหาอีกทีว่าอยู่ฟากไหน จากนั้นให้เลี้ยวเข้าซอยตรงข้าม หากมาไม่ถูกแนะนำให้โทรหา จะมีลูกชายคุณป้าออกมารับหน้าวัดสันคะยอม
เวลาเปิด – ปิด : เปิดเฉพาะมื้อเที่ยง
เบอร์โทร :  089-1071979
หน้าร้านเป็นแบบบ้านๆอยู่ท่ามกลางสวนลำไย แนะนำให้มาฤดูหนาวจะดีที่สุด
ยกให้เป็นหนึ่งในร้านอรหันต์ที่สู้ตั้งแต่ขั้นตอนการสั่ง โดยต้องโทรบอกคุณยายล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ต้องโทรจองมากินเป็นกลุ่ม 5 คนขึ้นไป และก่อนจะเข้าไปต้องโทรบอกก่อนครึ่งชั่วโมง เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นจากการสอบถามคุณยายวัฒน์ – วจีกาณจน์ ธนายัญญลักษณ์ แม่ครัวรุ่นเก๋าชี้แจงกับทีมงานของเราว่า “เหตุที่ต้องสั่งล่วงหน้าก่อน เนื่องจากช่วงนี้ยายไม่ค่อยสบาย และเมนูสุดฮิตที่ทุกคนมาถึงแล้วต้องลองคือ น่องไก่อบเนย ซึ่งยายจะใช้เฉพาะไก่อิสลามเท่านั้น ดังนั้นต้องโทรสั่งก่อน และต้องบอกก่อนครึ่งชั่วโมง ก็เพราะยายจะได้ทอดให้ใหม่ๆ มาถึงหนูจะได้ทานตอนมันร้อนๆเลยลูก”
เมนูแนะนำ น่องไก่อบเนยชิ้นโต ใช้ไก่อิสลามเนื่องจากไม่มีไขมัน จึงกรอบหอมอร่อย ยิ่งทานคู่กับกระเทียมดองและน้ำจิ้มสูตรเด็ดของคุณยาย ยิ่งอร่อยเข้ากัน ใครมาถึงแล้วไม่ลองนี่ถือว่าพลาดสุดๆ
ข้าวผัดกุ้ง กุ้งตัวโตผัดในข้าวสวยเรียงเม็ดและไข่สีเหลืองทอง พร้อมต้มหอมผักชีที่ซอยเล็กๆ ผัดให้เข้ากัน ยิ่งกินยิ่งมัน ยิ่งกินยิ่งฟิน นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ หมูสะเต๊ะ (ที่เสิร์ฟแบบไม่เสียบไม้) ขนมจีนซาวน้ำต้องสั่ง10 ที่ขึ้นไป ถ้าอยากกินต้องรอกลุ่มลูกค้าประจำสั่งแล้วก็มากินวันเดียวกับที่เค้ามากัน นอกจากนี้ยังมีปลาช่อนน้ำตกไร้ก้าง สเต็กหมู-ไก่ สลัดน่องไก่ สลัดหมู ฯลฯ
ยายใจดีให้มะม่วงแช่อิ่ม 1 ปีมาให้กินตบท้าย ยายคุยเก่งมาก
บรรยากาศเหมือนมากินข้าวบ้านยาย น้ำเสิร์ฟกรอกใส่ขวดแช่เย็น อยากชิมฝีมือต้องจองภายในก่อนวันที่ 8 เพราะหลังจากนั้นยายจะไปกทม. อีกนานกว่าจะกลับมาเชียงใหม่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ต้องคอยโทรถามเอานะ

2. ช. สเต็ก – รอนานทรมานไปถึงชาติหน้า

ที่ตั้ง: ชั้น 2 ศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว เยื้องร้านไอศกรีม Swensen’s
เวลาเปิด – ปิด: 11.00-21.00 น.

ช.สเต็ก ร้านจิ้มจุ่มชื่อดังเมืองเชียงใหม่ที่เปิดขายมานานกว่า 10 ปี ด้วยความที่รสชาติของอาหารอร่อยเด็ดไม่เป็นสองรองใครบวกกับเป็นห้องแถวเล็กๆ มีโต๊ะไม่ถึง 10 ให้เลือกนั่ง จึงทำให้ในแต่ละวันมีลูกค้าต่างมาต่อสู้เพื่อจับจองที่นั่งกันอย่างมากมาย บางท่านต้องรอคิวถึง 2 ชั่วโมงครึ่งก็มี ตัวเจ๋งเองก็ยังอดกินเพราะคิวยาวมาก อาหารมีให้เลือกหลากหลายทั้งไทยและยุโรป  เมนูแนะนำ ชุดจิ้มจุ่ม หมึกเจ๊ทสกี ไก่ผัดเม็ดมะม่วง กุ้งแช่น้ำปลา หมึกนึ่งมะนาว ฯลฯ ราคาเริ่มต้น 40-50 บาท เคล็ดลับสำหรับคนที่ไม่อยากรอนานให้สั่งกลับไปกินที่บ้านจะได้เร็วกว่านั่งที่ร้าน


3. ซันโทริ – อยากกินต้องรอเพราะมีแค่ 4 วัน

ซันโทริ (Sun Tori)

ที่ตั้ง: โครงการสหศรีภูมิ ช้างเผือก
เวลาเปิด-ปิด: 11.00-14.00 และ 17.30-22.00 (วันเสาร์-อังคาร)
โทร:  087-0238898

ซันโทริ (Sun Tori) ร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆมีเพียง 5 โต๊ะ มีจุดเด่นในเรื่องของความสดใหม่ของปลาดิบ เนื้อแน่นและหวาน เพราะ “เชฟสมบัติ” เป็นคนลงไปคัดปลาทะเลที่ท่าเรือใน อ.ศรีราชาเองกับมือทุกสัปดาห์ ร้านจึงเปิดแค่ 4 วันเท่านั้น และในช่วงมื้อกลางวันจะขายแค่ 3 เมนูคือ ซาชิมิ ซูซิ และข้าวชุดปลาย่าง ราคาเฉลี่ย 100-150 บาทเดินเข้าไปได้เลย ส่วนในช่วงเย็นจะรับเฉพาะลูกค้าที่จองล่วงหน้าเท่านั้น แบ่งเป็น 2 รอบ คือ 17.30 น. และ 19.00 น. เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งร้านที่ต้องผ่านด่านอรหันต์สุดหินจริงๆ มีเงินใช่ว่าจะได้กิน แนะนำให้จองเท่านั้นอย่าเสี่ยงวัดดวงเพราะท่านจะอด


ซันโทริ (Sun Tori)
ชุดซูชิรวม 130 บาท

4. เนื้อสะเต๊ะใต้ต้นข่อย – ต้องลองไปสอยสัก 100 ไม้

ที่ตั้ง: ถนนระแกง ถ้ามาจากถนนช้างคลานถึงสี่แยกโรงแรมลานนาพาเลซ เลี้ยวขวาประมาณ 100 เมตร อยู่ขวามือ
เวลาเปิดปิด : 08.00-12.00 น. หรือปิดร้านเมื่อขายหมด หยุดวันอาทิตย์
โทร: 085-0346320

เนื้อสะเต๊ะใต้ต้นข่อยของพี่แขก เนื้อสะเต๊ะเจ้าดังที่มีสูตรต้นตำรับความอร่อยจากรุ่นพ่อมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี ร้านนี้ตั้งอยู่ย่านถนนระแกง มีทีเด็ดอยู่ที่สะเต๊ะเนื้อนุ่ม ปิ้งไม้ต่อไม้ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด อะจาดและเครื่องเคียง ราคา 5 ไม้ 20 บาท ลูกค้าบางท่านกินถึง 150 ไม้ก็มี ส่วนความหินของร้านอยู่ที่จะสังเกตุเห็นร้านยากและทำเพียงแค่ 1,000 ไม้ต่อวัน ขายตั้งแต่ 08.00-12.00 น. แต่ถ้าของหมดก็ปิดร้าน งานนี้ใครไปช้าอดกินเจ๋งบอกเลย!

A photo posted by Jennifer Evans (@jenskitchenaus_mkr) on


5. ป้าวุ้นกาดต้นพยอม – จอมอินดี้ตัวจริง

พิกัด :อยู่บริเวณหน้าเซเว่น ตลาดต้นพยอม
เวลาเปิด-ปิด : เปิดวันเว้นวัน ตั้งแต่ 21.30-24.00 น. หรือจนกว่าวุ้นจะหมด
Facebook: วุ้นกาดต้นพยอม

สุดติ่งของร้านอินดี้ขวัญใจนักเรียนนักศึกษา ที่ต้องยกฉายาให้เป็นร้านสุดหินติดอันดับต้นๆของเชียงใหม่คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “ป้าวุ้น” หรือ ป้านิด (ชื่อจริงของท่าน) ผู้ช่ำชองในวงการทำวุ้นมานานกว่า 30 ปี ด้วยความอร่อยบวกกับความอินดี้ในเรื่องการเปิดปิดร้าน ที่มักจะเปิดบ้างไม่เปิดบ้างตามใจป้า เพราะต้องใช้เวลานานกว่า 3 วันเพื่อทำวุ้นมาขายครั้งละกว่า 4000 ชิ้นกว่า 21 รสชาติ นี่จึงเป็นสิ่งที่ลูกค้าผู้น่ารักต้องต่อสู้ถึงขนาดที่บางวันมีลูกค้ามายืนต่อแถวรอซื้อนานถึง 2 ชั่วโมงก็มีมาแล้ว
วุ้นหลากรส ขายในราคา 7 ชิ้น 20 บาท เลือกหยิบได้ตามใจ

6. เลิศรสใต้ร่มมะเฟือง – ฟูเฟื่องเรื่องอาหารจีน

ที่ตั้ง: ถ.วังสิงห์คำ ในซอยข้างร้านปิยะยนต์
เวลาเปิด – ปิด: 11:30 – 14:00 น.และ 17:00 – 21:00 น. ทุกวัน หยุดเฉพาะเทศกาลของคนจีน
โทร: 053-872092

เลิศรสใต้ร่มมะเฟือง ร้านอาหารจีนแบบบ้านๆ ที่เน้นเรื่องของรสชาติและคุณภาพอาหารมากกว่าความสวยงาม ด้วยประสบการณ์การทำอาหารที่ยาวนานกว่า 30 ปีและความใส่ใจในการทำอาหารทุกขั้นตอนของ “เฮียฮก” ทำให้ร้านนี้ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งจากคนเชียงใหม่และเหล่าคนดังจากทั่วสารทิศ ด้วยความที่ร้านตั้งอยู่ในซอย ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีที่จอดรถ หน้าร้านไม่มีป้ายอะไรบอกทั้งสิ้นอารมณ์เหมือนเดินเข้าบ้านใครสักคน อีกทั้งยังต้องต่อสู้กับราคา นี่จึงเป็นงานหินของเหล่านักชิม ใครที่เจอร้านนี้ถือว่าเจ๋งจริง

7. ข้าวซอยลุงปั๋น – ไม่หวานมันส์แต่ถึงใจ

ที่ตั้ง: ถนนสายบ่อสร้าง อ.สันกำแพง (ก่อนถึงตลาดสันกำแพงเลี้ยวซ้ายเข้าซอย 500 เมตรร้านอยู่ขวามือ)
เวลาเปิด-ปิด: 09.30-14.30 น. ทุกวัน
โทร: 053-331032
ข้าวซอยลุงปั๋นหรือข้าวซอยนิพันธ์ อีกหนึ่งร้านสุดหินในเรื่องของที่ตั้งร้านที่อยู่ไกลถึงอำเภอสันกำแพง และอยู่ในซอยเข้าไปอีกจึงหายากพอสมควร แต่ด้วยความอร่อยทำให้ระยะทางไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดที่อดีตนายกทักษิณและอดีตนายกยิ่งลักษณ์ต้องมากินทุกครั้งที่มาเชียงใหม่ จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่น้ำซุปข้าวซอยไม่ข้นคลั่งแต่ดันกลมกล่อม เส้นที่เหนียวนุ่ม (ไม่ลวกทิ้งไว้ ลวกสดๆทุกชาม) ยิ่งกินกับเครื่องเคียงที่จัดมาอย่างผักดอง หอมแดงยิ่งอร่อย นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อและหมูสะเต๊ะที่เด็ดไม่แพ้กัน ราคาเริ่มต้นที่ 35-40 บาท
ข้าวซอยเนื้อ 40 บาท

8. อมตรสโรตี – เวลาเปิดปิดป้าขอดูอีกทีนะลูก


พิกัด: ถนนแยกกองกำลังผาเมือง (หนองฮ่อ) จากถนนโชตนาประมาณ 300 ม. อยู่ซ้ายมือก่อนถึงโรงพักช้างเผือก
เวลาเปิดปิด: 18.00-21.00 น. แล้วแต่ทางร้าน
โทร: 089-8506129
อมตรสโรตี โรตีเจ้าอร่อยย่านช้างเผือก ถึงขนาดได้รับคำชมจากมร.เจ เอ็น มิททรู ที่ปรึกษาองค์กรอนามัยโลก ทีเด็ดของร้านนี้อยู่ที่จังหวะและความปราณีตในการลงมือทอดให้โรตีกรอบได้ที่ มีกลิ่นเนยคลุกเคล้า เพิ่มความหวานด้วยนมข้นหวานและน้ำตาลนิดหน่อยอร่อยไม่มีเบื่อ เมนูมีให้เลือกทั้งโรตีธรรมดา พิเศษและมะตะบะ ราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 10 บาท ความหินของร้านนี้คือ เราไม่สามารถรู้วันเปิดปิดที่แน่นอนและถ้าของหมดก็ปิด ถ้าหลานชายไม่มาหรือไม่อยู่ก็ไม่ขาย หลายท่านที่เสี่ยงไปทื่อๆอาจอดกิน ใครที่อยากกินแนะนำให้โทรไปถามก่อนดีที่สุด

9. ลาบบังเกอร์ – ต้องเจอกันหลังเที่ยงคืน

ที่ตั้ง: ริมแม่น้ำปิง ใกล้ร้าน White House ทางไปค่ายกาวิละ เชียงใหม่
เวลาเปิด – ปิด: 24.00-08.00 น. หยุดวันเสาร์
Facebook : ลาบบังเกอร์ 

ลาบบังเกอร์ ร้านอาหารเหนือที่ราคาถูกที่สุดและเปิดดึกที่สุดในเชียงใหม่ เป็นงานหินของเหล่านักชิมอาหารเหนือตัวยงที่จะต้องนอนดึกและทนกับความหิวโหยถึงจะได้ลิ้มรสความอร่อยของอาหารเมือง คำว่า“บังเกอร์” มาจากกระสอบทรายที่กั้นน้ำท่วมด้านหน้าร้านและปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่นั่งของลูกค้าไปแล้ว อาหารมีให้เลือกหลากหลายทั้งลาบ ต้มแซ่บ จิ้นส้มหมก แอ๊บหมู ไส้อั่ว คอหมูย่าง แกงอ่อม ส้า ไข่ป่าม จิ้นส้มหมก ฯลฯ ราคาเริ่มต้นที่จานละ 10 บาท

 ลาบบังเกอร์


10. ส้มตำเจ๊ต่าย – มาก่อนเวลาเจ้ไม่ขาย อยากกินต้องตำเอง

ส้มตำเจ๊ต่าย เชียงใหม่

ที่ตั้ง: ถ.มหิดล เลยสถานีตำรวจภูธร ภาค 5 ประมาณ 600 เมตร
เวลาเปิด – ปิด: 12.00 – 17.00 น. ทุกวัน แต่ถ้าหากแยกน้ำเปิดขายตั้งแต่ 09.00 น.
โทร: 086-6729252 / 086-1839356
ต่ายส้มตำ ร้านส้มตำชื่อดังย่านสถานีตำรวจภาค 5 มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องความแซ่บของรสมือของเจ๊ต่าย ที่ใครได้กินเป็นอันต้องติดใจซื้อติดไม้ติดมือไปฝากเพื่อนฝูงทุกราย บางคนถึงกับจ้องหิ้วขึ้นเครื่องไปแซ่บที่กรุงเทพ ถึงขนาดที่เจ๊ทำแพ็กถุง แยกน้ำ แยกเส้นเป็นของฝากได้อย่างดี เมนูตำมีให้เลือกหลากหลายทั้งตำไทย ตำไข่เค็ม ตำแคบหมู ตำปูม้า ตำมะม่วง ฯลฯ ราคาเริ่มต้น 30 – 70 บาท ด่านหินของร้านนี้อยู่ที่การไม่รู้วันปิดร้าน เพราะในหนึ่งเดือนเจ๊จะปิดร้าน 2 วันเพื่อเคี่ยวปลาร้า ซึ่งเป็นเคล็ดลับรสแซ่บของร้าน และถ้าหากไม่ถึงเวลาเปิดเจ้จะไม่ขาย อยากกินต้องตำเอง!
ส้มตำเจ๊ต่าย เชียงใหม่

11. ข้าวแกงลุงไทย – เผ็ดสะใจคนนอนดึก

ที่ตั้ง: ทางเข้าซอยกองบิน 41 ข้างโรงแรมพิงค์พยอม
เวลาเปิด – ปิด: 03.00 – 13.00 น. หยุดวันเสาร์-อาทิตย์

ข้าวแกงลุงไทย ร้านข้าวแกงที่มีจุดเด่นเรื่องรสชาติอันเผ็ดร้อนของอาหารกว่า 40 เมนู ไม่ว่าจะเป็นผัดเผ็ดกบ ผัดเผ็ดปลาไหล กระเพราปลาหมึก ปลากระเบนผัดฉ่า ฯลฯ แต่ถ้าใครไม่กินเผ็ดก็มีเมนูเผ็ดน้อยอย่างหมูหวาน ไข่ตุ๋น ไข่พะโล้ ในราคาเริ่มต้นจานละ 30 บาท และด้วยความที่ร้านนี้เปิดตั้งแต่ตีสามใครที่มาช้าอาจพลาดของดีที่ทุกคนรอคอยและที่สำคัญหาที่จอดรถยากมาก นี่จึงเป็นด่านอรหันต์ของเราทั้งหลายผู้แสวงหาความอร่อยล้ำ

12.The Giant Tree Chiang Mai – ใจต้องสู้ถ้าอยากกิน

A photo posted by Nikki Bauer (@nikkibauer2001) on

ที่ตั้ง: บ้านป๊อก เส้นสันกำแพง-แม่ออน
เวลาเปิด-ปิด: 08.30-17.00 น. หยุดวันจันทร์
โทร: 053-317677 / 086-7762946

The Giant Chiang Mai Thailand ร้านกาแฟต้นไม้ที่โด่งดังในในเรื่องของบรรยากาศสวยงามท่ามกลางป่าใหญ่ จุดเริ่มต้นเกิดจากคุณนิคกี้ เจ้าของร้านหนุ่มไฟแรงผู้หลงใหลในเสน่ห์ของธรรมชาติบ้านแม่กำปอง จึงย้ายถิ่นฐานจากเมืองกรุงมาเปิดโรงแรมและร้านกาแฟในถิ่นแม่ออนแห่งนี้ ด้วย concept อยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ เมนูเครื่องดื่มมีหลากหลายทั้งชา กาแฟ สมูทตี้ ส่วนอาหารจะเน้นอาหารไทยเป็นหลัก ด่านหินของที่นี่คือ อยู่ไกลมาก เส้นทางยากลำบากอีกทั้งยังอยู่บนต้นไม้สูงจึงต้องใช้ความระมัดระวัง ใครที่อยากชิมกาแฟพร้อมซึมซับบรรยากาศสวยงามของธรรมชาติก็ต้องสู้กันหน่อย

ท่านใดมีร้านต้องสู้ผ่านด่านสุดหินอยากกินต้องสู้แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

Relate Posts :

ฮะจิบัง ไคเซนเมน ราเมนแห้งหน้าแน่น เครื่องเต็มชาม!

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineฮะจิบัง กลับมาอีกครั้งแล้ว ตามคำเรียกร้องกับเมนู “ไคเซนเมน” เป็นความที่สุด ของที่สุด ของความคุ้มและความอร่อยจากฮะจิบัง ราเมน  เครื่องแน่น จัดเต็มไปด้วยหน้าซีฟู้ด ไม่ว่าจะเป็น กุ้งตัวโตๆ นุ่มๆ เด้งๆ ที่แกะมาให้พร้อมทาน เนื้อเด้งมาก ปลาหมึกแห้งทอดกรอบ กรุบกรอบ มีกลิ่นหอมของรสชาติปลาหมึก รวมไปถึงหมูสับ ผักกาดแก้วสด และซอสไคเซนสุดเข้มข้น บอกเลยว่ากลมกล่อมมาก แอดลองคลุกแล้วกินกับเส้นกับหมูสับก็คือเดอะเบส เข้าถึงต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ  ไคเซนเมน 128.- ไคเซนเมน เซ็ท 188.-  จะทานที่ร้าน หรือสั่งไปทานที่บ้านก็ได้เลย รอให้ทุกคนได้มาสัมผัสความอร่อยพร้อมกันแล้วที่นี่ที่เดียวที่ ฮะจิบัง ราเมน  พิกัด: เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชั้น 4 เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 11:00 – 21:00 น., เสาร์ อาทิตย์ 10:00 – 21:00 น. โทร: […]

Arr

September 23, 2022

เตี๋ยวเนื้อโอชา สายเนื้อถูกใจ ชิ้นใหญ่เต็มคำ รวมเมนูเนื้อไว้ที่นี่แล้วจ้า

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineจัดใหญ่จัดเต็มแบบเบิ้มๆ เน้นๆ ไปกับเมนูเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟ เมนูเส้น หรือเมนูข้าว ก็ต้องที่นี่เลย “เตี๋ยวเนื้อโอชา” ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสมุนไพรจีนแท้เปิดใหม่ พร้อมห้องแอร์ ที่ได้รวมสารพัดเนื้อ ทั้ง เนื้อใบพายออสเตรเลีย เนื้อเปื่อย เอ็นตุ๋น ไส้ตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของสายเนื้อตัวจริงๆ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเนื้อหมูด้วยนะ เลือกกันได้เลย  เมนูที่นี่ก็มีหลากหลาย ทั้งเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เราสามารถเลือกเนื้อในส่วนที่ชอบได้เลย เช่น ข้าวหน้าเนื้อพะโล้ เนื้ออบวุ้นเส้น ลวกจิ้มต่างๆ หรือเมนูทานเล่น ปอเปี๊ยะเนื้อชีส ปอเปี๊ยะวุ้นเส้น และ น้ำอัดลมวุ้น น้ำสมุนไพร ที่ปัจจุบันเริ่มหาทานยากแล้วแต่ที่ร้านนี้มี!!  เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ ชุดเซตหม้อไฟ ที่รับประกันความฟินจากเครื่องเคียงที่ร้านให้มาแบบจัดเต็ม ฟินๆ กับเนื้อที่ละลายในปากและน้ำซุปที่แทบไม่ต้องแตะเครื่องปรุง เพราะซุปเขารสชาติดีเข้มข้นสุดๆ   ทางร้านตกแต่งได้สวยมาก หน้าร้านตกแต่งฟีลเหมือนเราย้อนเวลากลับไปนั่งทานในร้านก๋วยเตี๋ยวสมัยก่อน ข้างในมีห้องติดแอร์ด้วยนะ กินหม้อไฟได้แบบสบาย ร้านจะอยู่ทางผ่านสันทรายพอดี ติดข้างทางแวะทานได้ง่าย แนะนำให้แวะไปลองกันจ้า  พิกัด: อยู่ระหว่างแยกมีโชคกับแยกลิขิตวัน อยู่ติดกับชาบูรุ่งเรืองสาขาสันทราย เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10:00 – 20:00 น. โทร: 098-656-8092 Facebook: […]

Arr

September 12, 2022

ซูชินินจา สาขาข่วงสิงห์ ร้านซูชิสุดมินิมอล พร้อมเมนูอาหารอีกเพียบ!

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineซูชินินจา สาขาข่วงสิงห์ ร้านเค้าเป็นร้านซูชิที่เราสามารถเข้าไปเลือกคีบซูชิได้ตามใจชอบจากหน้าบาร์ซึ่งมีให้เลือกกว่า 50 อย่าง โดยซูชิเริ่มต้นเพียงคำละ 10 บาท เท่านั้นจ้าวว เรียกได้ว่าราคาน่ารัก วัตถุดิบดี แซลม่อนเค้านำเข้าจากนอร์เวย์ โดยเราสามารถเลือกได้น้าว่าจะทานที่ร้าน หรือ ใส่กล่องกลับบ้าน แอดอยากบอกว่านอกจากเมนูซูชิแล้วเค้ายังมีเมนูอาหารอื่นๆ ให้ได้เลือกสรร เช่น ซาชิมิ ดงบุริ ข้าวแกงกะหรี่ เซตดองเกาหลี ทาโกะยากิ ด้วยจ้าววว พูดถึงบรรยากาศร้านที่นี่คือน่านั่งมากก มีความมินิมอลผสมผสานความเป็นญี่ปุ่น มีมุมที่เป็นซากุระอยู่หน้าร้านให้ได้ถ่ายรูปฟีลญี่ปุ่นกรุบๆ จ้าว ช่วงนี้เค้ามีโปรโมชันซื้อสินค้าครบ 600 บาท รับฟรี! Ninja Griptok และซื้อซูชิ 10 ชิ้น ฟรี 2 ชิ้น  ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พิเศษ! เมนูข้าวหน้า ลด 15%  เฉพาะเมนูที่ร่วมรายการ เน้อออ ร้านซูชินินจาในเชียงใหม่ตอนนี้เค้ามี 2 สาขาเน้อ คือ สาขาข่วงสิงห์ […]

Ninereview

August 26, 2022

ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาสูตรเด็ด เผ็ดจัดจ้าน ที่ บ้านขาว เจ็ดยอด

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineหากใครกำลังมองหาก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาเด็ดๆ อยู่ แอดมาแนะนำร้านบ้านขาวเลยจ้าวว  น้ำซุปเป็นสูตรพิเศษของทางร้านมีสมุนไพรถึง 13 ชนิด ใช้เวลาตุ๋นซุปนาน 10 ชั่วโมง จนสมุนไพรและซุปเป็นเนื้อเดียวกัน รสชาติจัดจ้านจากพริกแห้งที่คั่วเอง เข้มข้นหอมกลมกล่อม ยิ่งทานคู่กับกากหมูหรือหมูกระจก ยิ่งเพิ่มความอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แรงด้วยน้า นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้ว ทางร้านเขายังมีเมนูอื่นๆอีกเพียบ!! ทั้ง ข้าวต้มบาทเดียว อาหารตามสั่ง  เครื่องดื่มทั้ง coffee และ Non – coffee และขนมอร่อยๆ จากร้าน Jungle De Cafe กินคาวเสร็จก็สามารถกินหวานต่อที่นี่ได้เลย มีทุกอย่างให้เธอแล้ว เหมือนเป็น Community นึงเลยก็ว่าได้  อาหาร ( ก๋วยเตี๋ยว / ข้าวต้มบาทเดียว/ ชาบู/ อาหารตามสั่ง )  คาเฟ่ กาแฟเครื่องดื่ม บิงซู เสริมสวย สปา Co-Working Space เติมพลังในช่วงเช้า […]

Ninereview

July 22, 2022

7 ร้าน Chef’s Table เชียงใหม่ เมนูตามใจเชฟ สุดพิเศษไม่เหมือนใคร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineใครที่กำลังมองหาร้านอาหารสุดพิเศษบรรยากาศส่วนตัวอยู่มาทางนี้ เพราะวันนี้แอดมาแจกพิกัดร้าน Chef’s Table เชียงใหม่  ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกันก่อนว่า Chef’s table คืออะไรกันนะ? Chef’s Table  คือ สไตล์การกินอาหารแบบ “ตามใจเชฟ” ที่เชฟจะเป็นผู้เลือกวัตถุดิบ ประเภทอาหาร ไปจนถึงธีมเอง นอกจากนี้จะมีเรื่องราวที่เชฟต้องการสื่อสารผ่านอาหาร ยิ่งทำให้การทานมีอรรถรส โดยส่วนใหญ่มักจะนั่งทานที่โต๊ะยาวหน้าครัวเปิด ซึ่งจะเป็นที่ร้านอาหาร บ้านเชฟ หรือที่ไหนก็ได้ บอกเลยว่าฝีมือเชฟต้องไม่ธรรมดาเลย เกริ่นมาขนาดนี้หลายคนคงอยากรู้แล้วว่าจะมีร้านไหนบ้างตามแอดมาเลยจ้าวว  ป.ล. หากใครจะไปแอดแนะนำว่าควรจองล่วงหน้าด้วยเน้ออ 1. หลังบ้านเชฟ อันดับหนึ่งในดวงใจยกให้ร้านเชฟส์เทเบิลย่านสันกำแพงอย่างร้าน ‘หลังบ้านเชฟ’  ร้านนี้เกิดจากแรงบันดาลใจของเชฟนิว เชฟที่รักการทำอาหารและการบริการจึงเปิดบ้านตัวเองเพื่อทำอาหาร โดยเริ่มจากการมีเพียงโต๊ะเดียวจนสามารถขยับขยายมีหลายโซนอย่างทุกวันนี้ โดยเชฟจะคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่เพื่อนำมาครีเอทเป็นเมนูที่แปลกใหม่ สร้างสรรค์ และที่สำคัญเลยคืออร่อย  ในส่วนของบรรยากาศร้านบอกเลยว่าสายธรรมชาติต้องชอบเพราะที่นี่จะเห็นวิวทุ่งนา ได้ความสงบเป็นส่วนตัวสุดๆ เมนูอาหารของทางร้านเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามวัตถุดิบดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล  ซึ่งเป็นอาหารยุโรปผสมผสานกับเอเชียอย่างลงตัวโดยใช้เทคนิค Cooking แบบฝรั่งเศส บอกเลยว่าพิถีพิถันทุกขั้นตอน นอกจากนี้เชฟยังเป็นกันเองมากๆ รับประกันความพึงพอใจในทุกๆด้านจ้าววว  ข้อแนะนำ: ร้านเค้ารับเฉพาะจองล่วงหน้า ใครจะไปทานควรจองไว้ก่อนอย่างน้อย 1 อาทิตย์ผ่านช่องทาง […]

Ninereview

July 12, 2022