แค่เพื่อนเท่านั้น…

มีโทรศัพท์ จากผู้หญิง คนหนึ่งที่ผมเคยชอบ บอกอยากชวนไปเดิน ผมรับคำเพราะอยากเจอเธออยู่แล้ว  ไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ไหนมา หลังจากเจอกัน เมื่อปี ที่แล้ว ช่วงพืชสวนโลก ติดต่อเธอไม่ได้ เลย ทั้งทางสายโทรศัพท์ เธอเป็นอย่างนี้ มาหลายครั้งแล้ว บทจะมาเธอก็โผล่มาเรื่อย ๆ ผมคิดว่าผมชอบเธอ คอยดูแล อยากเป็นแฟน อยากควงแขน แต่เธอยัง รักษาสัมพันธภาพไว้ แค่คนสนิทได้เนิ่นนานจริง ๆ แม้เราจะเคยนอนห้องเดียวกัน เคยนอนกอดกัน แต่เธอก็ยัง เป็นตัวของตัวเอง ไม่มีความรู้สึกไม่มีหัวใจ ไม่รับรู้ความห่วงหา  อยากไปไหน ก็ไป ชอบอิสระ เสรี วันนี้ ผมไปตามนัด  เธอยังคงไว้ผมทรงเดิม  เธอรออยู่ที่กู๊ดวิว ร้านดังของเชียงใหม่

ที่เคาเตอร์ บาร์ ผมเห็น มียิน โทนิค วางอยู่  1 แก้ว ผมยิ้มให้เดิน เข้าไปทัก เธอร้อง ดีใจ บอก ไม่เจอตั้งนาน “คิดถึงจังเลย” ผมบอก “คิดถึง เหมือนกัน ” เธอบอกผมดื่มอะไรดี    ผมบอก เอา แบล๊ครัสเซี่ยน ก็แล้วกัน สังเกตุ เธอแต่งตัว เหมือนนักท่องเที่ยว เสื้อผ้าโทนฝรั่ง  มีเกาะอกสีขาวข้างใน ใส่รองเท้าคีบ แบบทางเหนือ เธอลึกลับเหมือนเคย ไม่เน้นเสื้อผ้าสมัยใหม่นัก แต่เธอก็ดูดี เสมอ ” วุ่น ไปธิเบตมา   เพิ่งกลับ  ไปกับริชารด์ ” เธอบอก ผมยิ้มให้   เธอชอบเดินทางเสมอ และ ชื่อของฝรั่งผม ฟังมาหลายชื่อแล้ว วุ่นเล่าให้ฟัง ว่าไปเที่ยวจีน ออก มองโกล ไปธิเบต ใช้ชีวิต แบบนี้ เป็นเดือน ๆ  เบื่อ ๆ ก็ กลับ มาข้าวสาร มาถักข้อมือขาย มีแฟนใหม่ เป็น ฝรั่งมั้ง พอชอบใจกัน ก็ ออกเดินทาง

” คิดถึง อยากมาเชียงใหม่ ” เสียงเธอดัง แข่งเสียงเพลงของวงประจำร้าน   ผมเล่าเรื่องราว ในรอบปี ให้เธอฟัง เราคุยกันเหมือนคนโหยหา อดีต  ผมดื่ม แบล๊ครัสเชี่ยนไปสอง สามแก้วแล้ว เธอเปลี่ยนเป็นเบียร์ช้าง ขวดเล็ก บอกมันแรงดี   ไหล่เราเริ่มชนกัน ตามแรงขับ ของเครื่องดื่ม  ” คืนนี้ นอนห้องเราไหม “ผมชวน   เธอหันมามองหน้าแล้ว บอก ” อื้อฮือ”  ไม่รับ แต่ไม่ปฏิเสธ   วุ่นเอามือเขี่ย ฝาขวดเบียร์ ไปมา บอก

 ” ไม่เจอกันเกือบปี มีแฟน กี่คนแล้ว “

ผมบอก คนเดียวแต่ตอนนี้ แยกกันอยู่   ” แล้ววุ่นละ ”  เธอยิ้มเอามือ จุ๊ปากผม ” ห้ามถาม ” แล้วก็ยกนิ้วขึ้นมา ทาบอก เป็นสัญลักษณ์ ว่า   สี่คน  ”  ไม่มี คนไทยเลยใช่ไหม ”  ผม ถาม  ”  ใช่ ผู้ชายไทย งี่เง่า เห็นแก่ตัว ” เธอบอก วุ่นเป็นแบบนี้เสมอ มีอคติกับหนุ่มคนไทย

 ” เราเกลียดคนไทย  แม่งขี้เกียจล้างจาน ซักกางเกงในให้มัน “

เธอพูด ยักไหล่  แล้วยกเบียร์ ขึ้นดื่ม เธอจุดบุหรี่มาร์โบโร่มาสูบ แล้ว  ยื่นให้ผม    ผมส่ายหน้า ผมเลิกสูบมาหลายปีแล้ว เธอสั่งเบียร์ เพิ่ม และสั่ง เหล้าให้ผมอีกแก้ว ” วันนี้ ชวนหนุ่มไทยมาเลี้ยงซะหน่อย ” ผมบอกไม่ต้องหรอก วุ่น ต้องเก็บเงินไว้เดินทางไม่ใช่หรือ    เธออมยิ้มพูดว่า  ” เธอยังเหมือนเดิม เลยนะ ห่วงวุ่นเสมอ ” แล้วก็ เอามือ มาบีบแก้มผม  ผมชอบเธอ ตอนนี้ก็ยังชอบ บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงชอบ อาจเป็นเพราะ เธอไม่รักผมก็ได้ ผมเลยชอบ ถ้าเธอรักผมเสียแล้ว ผมอาจไม่ชอบ ก็ได้ แต่นี้ เจอเธอกี่ครั้ง ใจก็ ยังเต้นอยู่  เกือบตีหนึ่งแล้ว ผมโทรศัพท์ มาเช็คที่ร้าน ลูกค้ายังแน่นเหมือนเดิม  วันนี้ ผมคงจะไม่เข้า ร้าน ฝากงานไว้กับ ผู้ช่วยผมเดินกลับมา  เธอบอก “โทรหาแฟนหรือเปล่า “ผมพยักหน้า  ”  ต้องหมั่นโทรหา ผู้หญิง เขาชอบ ความสม่ำเสมอนะจะ ” เธอคงเริ่มมึน  ผมไม่อยากตอบอะไร มาก   เธอเอาตัวพิง แล้วซบไหล่ ผม บอก

 ” ไม่มาเชียงใหม่ ตั้งนาน  สนุกเหมือนเดิม นะ ว่าไหม”  ผมพยักหน้าแทนคำตอบ   เธอจะเอาอย่างไรนะ ชวนผมมาเดิน ป่านนี้  เธอจะเดินไหว หรือเปล่า  ผมนึกได้ เลยถาม ” แล้ว วุ่น จะเดิน ไหวเหรอ ”  เธอทำเสียงอู้อี้  ” เดินซิ ต้องเดิน ชวนมาเดิน ต้องเดิน วันนี้ อยากมีเพื่อนเดินทาง  จริงๆ นะ เราอยากเดินมาก ๆ”

ผมเริ่มหนักใจ เธอจะเดินตอนมึน ๆเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่นะ แต่นี่แหละคือเธอละ

ผมชอบตรงความเป็นเธอนี่แหละ  เพื่อนเดิน ผมเป็นแค่เพื่อนเดินของเธอ….

ผมเช็คบิล ค่าเครื่องดื่ม ไป พันกว่าบาท  วุ่น  ให้มาห้าร้อย บอกอเมริกันแชร์ ไม่รับเธอก็ไม่ยอม เกือบตีสองแล้ว  ผมตัดกังวลเรื่องรถยนต์ โดยการโทรให้ลูกน้องมาเอารถยนต์กลับไปจอดไว้ที่แมนชั่น  วุ่น พาผมเดิน ไปที่สะพานเหล็ก ผมไม่ได้มานานแล้ว อากาศ หนาวเย็นลง  เธอห่อไหล่ ผมเลยถอดเสื้อให้ เธอปฏิเสธ บอก อยากสัมผัสอากาศบริสุทธิ์  ผมก็ยอมทำตาม  เธอเดินนำหน้า คอยหันมายิ้ม และหัวเราะ เวลาผมหยุดพักและหอบ ผมไม่ได้เดินมา เป็นปีแล้ว ช่วงหลัง ได้แต่นั่งกับดื่ม ออกกำลังกาย ก็แค่ อบซาวน่าบางครั้งเท่านั้น เธอ ย้อนมาทาง สะพานเนาวรัตน์ แสงไฟ ยังจ้า เต็ม สะพาน ผมถามจะไปไหน เธอบอก” ไปตามความรู้สึก” ผมได้แต่ส่ายหัว ในความแปลก ๆของเธอ

ผมหยุดพัก ตรง หน้าตลาดวโรรส เพราะเธอเดิน เลือก ดอกไม้ ตรงตลาดขายส่งเจ้าใหญ่ อาการมึน เหล้า แทบจะหายหมด เหงื่อออกเล็กน้อย ผมนั่งพัก มองแม่น้ำปิง ดึกป่านนี้ยังมี คนหาปลาอีกหรือ มีลุงอยู่คนหนึ่ง นั่งตกปลา อย่างสงบนิ่ง ไม่รู้แกได้ มั้งหรือเปล่า เห็นนั่งเหมือนหลับ มองดูแล้ว ก้อสะท้อนใจ แกไม่ได้ต้องการอะไรมากเลย แค่ปลา พอขายเล็กๆน้อย ๆเท่านั้น ไม่ได้ดิ้นรนอะไรเลย เงินคงเป็นเรื่องเล็ก สำหรับแก ผมนั่งมองเพลิน ๆ วุ่นก็เอาดอกไม้สีขาวช่อหนึ่ง มายื่นให้ ผมรับมางงๆ  เธอบอก แทนความรักและห่วงใย ที่ผมมีให้เธอเสมอ เธอยิ้มน้อย ๆ

“รู้ตัวด้วยเหรอว่ามีคนเขารัก “ผมแกล้งกระเซ้า ” รู้ซิ โตแล้วนะ แสดงออกแบบนี้ไม่รู้ก้อบ้าแล้ว ” เธอตอบไม่รู้ไม่ชี้ ผมชวนนั่ง เธอนั่งลงข้างๆ ” สีขาว แทนความรักที่บริสุทธิ์ไม่มีเซ็กส์ มาเจือปน” เธอพูดอย่างนิ่งเฉย ๆ ผมเอาไหล่ชนตัวเธอ  เธอโยกไหล่ชนตอบ ”  บางที ก็คิดนะ คบกับพี่ ตั้ง สองสามปี เราน่าจะเป็นคนรักได้ แต่มาคิดอีกที เป็นอย่างนี้ก้อดีนะ ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่หึง ไม่โกรธ รู้สึกดี ๆก็มาหา มันอิ่มดี ไม่หิว ไม่กะวนกระวาย ” ผมมองหน้าเธอ ” แล้วทำไม ติดต่อยาก เหลือเกิน เปลี่ยนเบอร์ ก็ไม่บอก ” ผมตำหนิ ”  โธ่ อยู่ตรงไหน วุ่นก็หาจนเจอเองแหละ   เดินต่อดีกว่า”

เธอออกเดินอีกแล้ว ผมถือดอกไม้ เดินตาม คนรอบข้างถนน มองเหมือนหนุ่มกำลัง เอาดอกไม้ ตามให้สาว ๆเขาจะรู้ไหม เป็น เพื่อนยังไม่ได้เลย ไม่รู้เธอจะหายไปอีกเมื่อไหร่  เธอเดินออก ตลาดกาดหลวง เดิน เลือก ๆของแต่ก็ไม่ซื้ออะไร เป็นชิ้นเป็นอัน  ผมซื้อน้ำมาสองกระป๋อง ยื่นให้เธอ เธอขอบคุณ แต่ก็ไม่เปิดดื่ม ผมเสียอีก กระหาย น้ำอย่างแรง เราผ่าน ถนนท่าแพ  เธอแวะ เข้าวัดบุพฝาราม  ผมเดินตาม เธอ ตรงเข้าไป แล้ว กราบพระ ตรงตีนบันไดโบสถ์ ดึกอย่างนี้ พระก็ปิดประตูแล้ว เธอบอก ขอนั่งสมาธิ สัก ห้านาทีนะ ผมพยักหน้า วุ่นเป็นแบบนี้ตลอด คิดได้ก้อทำทันที   ผมไหว้พระแล้ว หาที่นั่ง ปล่อยให้เธอ อยู่ในโลกของเธอต่อไป ผมเมื่อยขาเหลือเกิน   เกือบสิบนาที เธอก็ลุกขึ้นแล้วชวนผมเดินต่อ  ”  สบายใจดีนะว่าไหม ” เธอบอก ผมได้แต่พยักหน้า  ถึงประตูท่าแพแล้ว เธอเดินไปแล้วก็นั่ง ที่ม้าหินอ่อน ผมเหนื่อยเลยทรุดตัวลง  เธอยังคงสดชื่น ต่างกับผมโดยสิ้นเชิง ”  ส่งเราที่เกสต์เฮ้าส์ก็ได้นะ ” เธอหันมาบอก ”  ไม่เอา ไปไหนไปกัน “ผมตอบเธอ  ”  แน่ใจนะว่าไหว” เธอถามยิ้มๆ ” ไหวซิ ” ผมตอบไม่ตรงกับใจ ”   นานๆ เดินกับสาวสวยสักที  ทนนิดหน่อยนะคะ”  เธอกระเซ้า เธอออกเดินอีกแล้ว เราตัด เข้าคูเมืองด้านใน ” เราเดินผ่านต้นสัตยาบรรณ ที่หอมตลบอบอวล  และ อีก ห้าร้อยเมตร ก็เจอดอกปีบ อากาศหนาวมาก ผมเดินใกล้ๆเธอ อยากจับมือเธอ พอไปกุมมือ เธอหันมาบอก ” ไม่เอา เราไม่ชอบ ”  ผมก็ได้แต่ เขินๆเกาหัวแทน เธอพาผมเดินจนถึงประตูเชียงใหม่ เกือบตีสี่แล้ว  ” เราพักตรงนี้ ” เธอชี้ ไปตรงเกสต์เฮ้าส์ ผมเดินตาม ปวดขาจนถึงที่สุด

เกสต์เฮ้าส์ เล็กๆบรรยากาศดี ซ่อนตัวอยู่ในซอย จากโรงพยาบาล ,มาร้อยเมตร ทางเข้าเล็ก มาก ๆคงใช้ได้แค่มอเตอร์ไซค์ มีห้องพักสักสิบห้องเห็นจะได้ เธอไขกุญแจ เข้าห้อง เปิดไฟ แล้วหันมาถามผม

 ”  นอนกับเราไหม”  ผมได้แต่อึ้ง……..

“นอนกับเราหรือเปล่า”  เสียงเธอดังขึ้นอีก ผมพยักหน้า นั่งลงบนเตียง มีแค่พัดลม 1 ตัว ไม่มีทีวี  ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆและที่นอน มีมุ้งกางด้วยกันยุง แต่แปลก ห้องกับเย็นสบาย และมีกลิ่นหอมเหมือนอยู่ในสปา เธอ เธอรื้อกระเป๋าเป้ หยิบแปรงสีฟัน อันใหม่ ยื่นให้ ผมรับมาถือไว้ เธอค้นเอากางเกงแพรยางยึดตัวใหญ่ สีขุ่นๆ เหมือนพวกฝรั่งสะพายเป้ ชอบใช้กัน มาให้ พร้อมบอก” ถอดเสื้อนอนก็แล้ว กัน ขออาบน้ำก่อนนะ ” เธอถอดเสื้อออก เหลือแค่เสื้อชั้นใน ผมเลี่ยงไม่อยากดู แต่ก็เผลอมองบ้างตามสัญชาตญาณผู้ชาย  นุ่งผ้าเช็ดตัว แล้วเข้าไปอาบน้ำ เสียงอาบน้ำดังอยู่ใกล้หู  ผมล้มตัวลงนอน บนเตียงสีขาว ด้วยความอ่อนเพลีย และอ่อนล้า ดูนาฬิกา เกือบตีห้าแล้ว ผมขยี้ตาด้วยความเหนื่อยและง่วงนอน แต่อยากอาบน้ำเหลือเกิน เพราะเหนียวตัว อย่างร้ายกาจ ปกติ ถึงจะเมาขนาดไหน ผม ต้องแปรงฟันก่อน และอาบน้ำให้ได้ เลยขืนตัวเองไม่ให้หลับ ใจก็คิดถึงเรื่องระหว่างผมกับวุ่น เราเจอกันแบบแปลก ๆทุกครั้ง  ผมไปงานครบรอบร้านเปิดใหม่ ชื่อดัง ผมเห็นเธออยู่ในดงฝรั่ง ที่วอรม์อัพ และชอบความสวยแปลก ๆของเธอ ผมให้เพื่อน เอาสบาย คลาสิค ไปให้ แล้วชูขวด เธอรับมา ดื่ม แล้ว เดินตามเพื่อนผมมา  ผมตกใจ

” จีบสาว ยังไม่กล้า ต้องใช้เพื่อนเป็นสื่อ หรืองัยคุณนะ”  ผมนึกถึงประโยคแรก ที่เจอกัน แล้วอมยิ้ม จริงของเธอ นะ ทำไมต้องพึ่งคนอื่นด้วย  คนชอบ คือเราต่างหากผมกล่าวขอโทษ และ บอกยินดีให้ตำหนิทุกอย่าง แต่วันนี้ ดีใจที่ได้คุยด้วย เธอบอก “เอาเบอร์มา จะโทรหา “ผมบอก” จะโทรจริง ๆเหรอ”  เธอทำหน้าบอกไม่ถูก ”  กล้าขอ  ก้อต้องกล้าโทรซิคะ วันนี้ มากับหนุ่มๆ ให้เกียรติคนที่มาด้วย ไปก่อนนะ” เธอถือนามบัตรผม แล้วหันหลังกลับ พูดออกมาอีกคำ

” ทีหลัง เลี้ยงเบียร์ นะคะ ไม่ชอบสปาย “นั่นคือการเจอกันครั้งแรก ที่ผมรู้สึกได้ดีและจำแม่นทุกครั้งที่เจอเธอผมเผลออมยิ้มออกมา ”   นึกว่าหลับแล้ว  ”  เธอทัก นุ่งผ้าเช็ดตัว กระโจมอกออกมา ” ไปอาบน้ำซิ ”  ผมลุกจากเตียงบอก ไม่มีผ้าเช็ดตัว ”  จริงซิ ลืม ไป เข้าไปอาบก่อน อาบใกล้เสร็จ จะยื่นให้ มีผืนเดียวเหมือนกัน” เธอพูดพร้อมเอาหวีสางผมไปด้วย  ผมเข้าไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย รู้สึกสดชื่นมากจริง ๆน้ำก็เย็นจริง ๆตาผมตื่นแล้ว เธอยื่นผ้าเช็ดตัวมาให้ ผมค่อย ๆแง้ม ประตูมารับ ผมออกมา เธอก็อยู่บนเตียงแล้ว ผมเปลี่ยนกางเกงแล้ว แต่ไม่มีเสื้อใส่ เธอ บอก “นั่งลง จะทาแป้งให้” ผมรู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่ทำตามเธอสั่งแทบทุกอย่าง กลิ่นแป้ง ที่หอม ด้านหลัง คอและมือนุ่มนั่นอีกเล่า  ผมหันหน้าให้ เธอใส่เสื้อคอลึก สีขาว สายเดี่ยวตัวเล็ก นุ่งกางเกงแพรสีชมพู กลิ่นผมเธอหอมหน้าตาขาวนวลผมหยิกตรงปลาย เวลาปล่อยผม ผมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  ”  เสร็จแล้ว ตัวหอมจัง ”  เธอ วางกระป๋องแป้งลง  แล้ว ล้มตัวลงนอน  ” เอามุ้งลงให้ที ” ผมทำตามเก้ๆกัง ๆ เธอหัวเราะ ” ไม่เคยนอนมุ้งละซิ ” ผมพยักหน้า  เธอเอาหมอนมาให้ผม หนึ่งใบ  ผมล้มตัวลงนอนข้างๆเธอ   เธอ พูดเสียงเบา ๆ”  ห้ามจูบเรานะ  ถ้าจะจูบ เราจะจูบเธอเอง เธอห้ามเริ่มก่อน ….ถ้ายังชอบเรา…อยู่  และเราจะชอบเธอไปอีกนานๆ ” ผมมองตาเธอ อย่างจะดูว่าเธอพูดด้วยความจริงแค่ไหน ” ถ้าเราห้ามใจไม่ได้ละ ”  ผมถามด้วยความเรียบเฉย ” ต้องได้ซิ ยกเว้น วุ่นอดใจไม่ได้เอง”

แล้วเธอก็หัวเราะและยิ้มหวานผมก็แอบอมยิ้ม  ”  นะ อย่ามีอะไรกันเลย  อยากรักเธอแบบอิ่ม ๆ  ไม่อยากเสียใจ วุ่นอยากรักนานๆไม่อยากทะเลาะ ไม่อยากหวง ไม่อยากอะไรแบบโง่ ๆไม่ต้องผูกมัดอะไรทั้งนั้น ให้รักเราเป็นอย่างนี้ดีกว่า” ผมพยักหน้าและ  ผมก็ชอบเธอจริง ๆถึงเธอไม่พูดผมก็ไม่ทำอยู่แล้ว ไม่ใช่ผมเป็นคนดีอะไรนักหนาแต่ผมบอกไม่ถูก มันอธิบายไม่ได้ ผมไม่ได้มองเธอเป็นผู้หญิงที่นอนข้างๆ ตอนนี้เท่านั้น แต่ผมมองลึกไปถึง เธอเป็นคนข้างในของผมมากกว่า ผมอยากให้เธอเป็นคนข้างในใจมากกว่า…เธอหอมแก้มผมสองที แล้วมองตา สักพักก็เอาปากมาจูบผม แล้วชงักไปชั่วขณะ  ผมจูบเธอเบาๆ

ผมไม่ได้ผิดสัญญานะ..เธอเริ่มก่อนนะ…

ฝากความคิดเห็น ...