เมื่อร่างกายและจิตใจมันเหนื่อยล้าจากการทำงานและการใช้ชีวิตวุ่นๆ กลางเมือง ก็ถึงเวลาพาตัวเองไปพักผ่อน จะมีที่ไหนบ้าง ที่เราจะได้อยู่กับตัวเอง นั่งคิดทบทวนถึงเรื่องที่ผ่านมา ซ่อมแซมร่างกายและจิตใจให้กลับมาสดชื่นเหมือนเดิม ลองเสิร์จหาที่พักในเชียงใหม่ดูก็พบกับ “จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ” ที่พักกลางป่าใหญ่ที่แม่ริม นอกจากจะได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้ว ทางรีสอร์ทยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมาย มีให้เลือก 2 คอร์สหลักๆ คือ พฤกษาบำบัด เช่น มาลาอธิษฐาน, ทำกรวยดอกไม้แบบล้านนา, ทำน้ำหอมกับ Emotion Detox กิจกรรมที่ช่วยปรับสมดุลของอารมณ์และจิตใจ หรือจะนั่งอ่านหนังสือที่ห้องพักก็เห็นวิวทิวทัศน์ป่าแม่ริมกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ส่วนอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างสบู่ แชมพู ที่นี่ก็ทำขึ้นเอง รับรองว่าปลอดภัยแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วย ก่อนกลับอย่าลืมแวะถ่ายรูปชิคๆ ที่ Snowbuft คาเฟ่ที่อยู่ด้านหน้ารีสอร์ทมีทั้งน้องควายเผือก แกะ แพะ ม้า เป็ดและสัตว์อื่นๆ อีกมากมายให้ถ่ายรูปเล่น ครบเครื่องขนาดนี้จัดไปเลย 2 วัน 1 คืนที่ จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ รีสอร์ท

พิกัด : มาจากถนนเส้นเชียงใหม่-แม่ริม เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกสะเมิง (ทางไปน้ำตกแม่สา) ขับไปนิดหนึ่งจะเจอสะพานสีขาวให้เลี้ยวขวา ตรงไปเรื่อยๆ สังเกตซ้ายมือจะพบกับคาเฟ่ Snowbuff Coffee เลยไปอีกนิดหนึ่งจะพบกับทางเข้ารีสอร์ท
Link :JirungHealthVillageChiangMai/  www.jirunghealthvillage.com
โทร.  +66 53861511

เมื่อมาถึงพนักงานก็ต้อนรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและเป็นกันเอง “อย่าพึ่งเช็คอินนะคะ เดี๋ยวพี่พาไปทำกิจกรรมก่อน ไปทำมาลาอธิษฐานและน้ำหอมกันค่ะ ตามมาเลยค่ะ” เดี๋ยวๆๆๆ ไปเลยเหรอพี่  รวดเร็วทันใจมากกก วางกระเป๋าแล้วนั่งรถกอล์ฟไปกับพี่เขาเลย!! เมื่อกี้ตอนเข้ามาที่รีสอร์ทจะสังเกตได้ว่ารีสอร์ทตั้งอยู่บนเนินเขาและมีพื้นที่กว้างมากกก มองไปทางไหนเจอแต่ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ถ้าอยากเที่ยวชมรีสอร์ททางรีสอร์ทก็มีจักรยานไว้บริการ พูดคุยกับพี่พนักงานไปเรื่อยๆ ก็ได้รู้มาว่าทางเจ้าของรีสอร์ทคือทายาทแป้งเย็นตรางูที่เรารู้จักกันนี่เองงงงง

ถึงแล้วววว เรือนพระราชชายาเจ้าดารารัศมี พี่พนักงานบอกกับเราว่าเรือนนี้เป็นที่ทำกิจกรรม คือมาลาอธิษฐานกับน้ำหอม แถมยังเป็นจุดที่สูงที่สุดของรีสอร์ท วิวสวยสุดๆ

.
ระหว่างที่รอแม่ครูและพนักงานเตรียมของสำหรับทำกิจกรรม เราเลยไปยืนนิ่งๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอดก่อน อากาศเย็นสบาย ต้นไม้ร่มรื่น มีมอสขึ้นตามทางเดิน เสียงนกร้องอยู่ไม่ไกล ทำให้เราหายเหนื่อยจากการเดินทางเป็นปลิดทิ้ง

แม่ครูเล่าให้เราฟังว่า การทำมาลาอธิษฐานคือการจัดดอกไม้เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพเป็นการอธิษฐานจิตถึงสิ่งที่เราปรารถนา ก่อนการทำมาลาอธิษฐาน เราต้องทำกรวยดอกไม้ไปไหว้พระราชชายาเจ้าดารารัศมีก่อน เพื่อให้ท่านช่วยดลบันดาลให้เรามีสมาธิที่แน่วแน่ จัดดอกไม้ออกมาได้ตามที่ต้องการ

.

กรวยดอกไม้ที่เราทำนั้นเป็นกรวยดอกไม้แบบล้านนาที่จะมีการใส่ข้าวตอกลงไปที่ก้นกรวยก่อน จากนั้นจึงตามด้วยการจัดดอกไม้ เป็นการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมแบบล้านนาไปในตัว

การทำมาลาอธิษฐาน มาลาแปลว่าดอกไม้ โดยทางรีสอร์ทจะเตรียมดอกไม้หลากชนิดไว้ให้ ดอกไม้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณห้อง การจัดดอกไม้นั้นเราสามารถจัดได้ตามใจต้องการ จะใช้ดอกไหน สีอะไรก็เลือกได้เลย เป็นการฝึกให้เรามีสติ สมาธิ จดจ่อกับสิ่งที่ทำมากยิ่งขึ้น จากนั้นจึงนำดอกไม้ที่เราจัดไปไหว้พระราชชายาเจ้าดารารัศมีและอธิษฐานจิตถึงสิ่งที่เรามุ่งมั่นตั้งใจไว้ นี่คือที่มาของชื่อ “มาลาอธิษฐาน” นั่นเอง เราก็ไม่เคยจัดดอกไม้แต่พอตั้งสมาธิดีๆ กลับรู้สึกว่าเสียงรอบตัวเงียบลงมากๆ เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าเรารู้สึกสงบและมีสมาธิมากขึ้น

กิจกรรมต่อมาเชื่อว่าสาวๆ หรือชายหนุ่มที่หลงรักในกลิ่นของน้ำหอมต้องชอบแน่ๆ เพราะเป็นกิจกรรมทำน้ำหอมจากดอกไม้ตามธรรมชาติ มีส่วนผสมจากธรรมชาติอยู่เต็มขวด โดยแม่ครูจะให้เราเลือกน้ำหอมมา 5 กลิ่น มีกลิ่นหลัก 1 กลิ่นและกลิ่นรองอีก 4 กลิ่น จากนั้นจึงตวงน้ำหอมใส่ขวดตามปริมาณที่เหมาะสม อยากบอกว่าเลือกกลิ่นยากมากกก เพราะหอมหมดทุกกลิ่น มีทั้งลีลาวลี จำปา สายน้ำผึ้ง กุหลาบ ฯลฯ

พอได้น้ำหอมตามปริมาณที่พอเหมาะก็เทใส่ขวดและตั้งชื่อน้ำหอม น้ำหอมของเราคือกลิ่นจำปา หอมเหมือนดอกจำปาจริงๆ ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ พอฉีดน้ำหอมกลิ่นนี้ทีไรก็นึกถึงบรรยากาศและความรู้สึก สุข สงบที่ได้มาทำกิจกรรมที่นี่ทุกที

ห้องที่เราใช้ทำกิจกรรมเป็นเรือนไม้โบราณ ตามสไตล์ล้านนา อาจเป็นเพราะว่าอยู่จุดสูงสุดของรีสอร์ท ลมเย็นๆ เลยพัดมาตลอดเวลา อากาศไม่ร้อน เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนมากๆ

เดินออกมาจากเรือนพระราชชายาเจ้าดารารัศมีก็พบกับวิหารธรรมทิพยมนต์ ด้านล่างเป็นห้องสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ เช่น Emotion Retreat กิจกรรมที่จะช่วยบำบัดความเครียด บำบัดอารมณ์ ปรับสมดุลของอารมณ์และจิตใจ เพื่อพลังชีวิตให้กับเรา กิจกรรมนี้มีคอร์สแบบ 4 วัน 3 คืน ด้วยนะ สามารถดูรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ www.jirunghealthvillage.com/th-th/ หรือสอบถามได้ที่เบอร์โทร. +66 53861511

บรรยากาศรอบๆ วิหารธรรมทิพยมนต์ ร่มรื่นและเงียบสงบมาก

ก่อนจะไปทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อเราแวะกราบพระบนวิหารกันก่อน

ข้างๆ เป็นโซนที่เรียกว่า “พีระมิด” มีห้องสำหรับคนที่อยากนั่งสมาธิแบบเงียบๆ เป็นส่วนตัว

 

“กลับไปเช็คอินก่อนนะคะ เดี๋ยวพาไป Blue Zone ค่ะ”

“Blue Zone คืออะไรเหรอคะ”

“ถ้าอยากรู้ต้องไปดูเองค่ะ ^^”

พนักงานที่นี่นอกจากจะอารมณ์ดีแล้ว ยังทำให้เราตื่นเต้นได้ตลอดเวลา ระหว่างทางกลับที่พัก เราได้แวะที่สระน้ำกลางแจ้งสระน้ำสีสดใสตัดกับสีเขียวของต้นไม้ที่รายล้อม นึกภาพตัวเองว่ายน้ำไปชมวิวทะเลสาปสีเขียวมรกตที่อยู่เบื้องล่างไปด้วย คงมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว

ตึกที่เราพักเป็นการผสมผสานของสถาปัตยกรรมแบบล้านนา มีการปลูกต้นไม้ ดอกไม้โดยรอบ แต่จะเป็นตอนเที่ยงวันแต่อากาศเย็นสบาย

พักผ่อนชิวๆ ที่ระเบียงส่วนตัวกันหน่อย ชมวิวภูเขาได้ 180 องศา มองลงไปเห็นทะเลสาบสีเขียว ถ้าลงไปดูใกล้ๆ จะเห็นฝูงปลาตัวอ้วนที่เขาเลี้ยงไว้ด้วย

ตึกที่เราพักเรียกว่าแซงจูรี่ แฟมิลี่ สูท มี 8 ห้อง ขนาด 140 ตรม. สำหรับ 4 ท่าน เรียกได้ว่าเป็นส่วนตัวมากๆ ชั้นบนสุดมีบริการสปา “Jirung spa” ด้วยนะ

หลังจากเช็คอินแล้วพักผ่อนชมวิวสวยๆ กันแล้ว พี่พนักงานก็พาเดินชมโซนที่เรียกว่า Blue Zone กันต่อ พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สำหรับปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ให้ผู้ที่มาพักได้สัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีทั้งสวนผักอินทรีย์ โรงเรือนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์และอาคารแปรรูปผลิตภัณฑ์ มีไว้สำหรับปลูกผักให้ผู้ที่มาพักและผู้ที่มาเที่ยวชมคาเฟ่ได้กินผักสดๆ ปลอดสาร นอกจากนี้ทางโรงแรมยังทำสบู่ ครีมนวด แชมพู โลชั่น ไว้ให้ผู้ที่มาพักได้ใช้ด้วย กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เหมือนใคร เดินต่อมาอีกนิดจะพบกับบ่อเลี้ยงปลา และฟิตเนสที่อยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้

คอกเลี้ยงวัวและควายที่เจ้าของรีสอร์ทได้ไถ่ชีวิตมา ทางรีสอร์ทจะปล่อยให้สัตว์อยู่ตามธรรมชาติ สร้างคอกไว้ให้ ดูแลจนสิ้นอายุขัย สัตว์ที่นี่ใจดี ไม่ดุเลย สามารถเดินเข้าไปใกล้ๆ ได้

โซนคอกม้าและสนามฝึกม้า มีม้าใจดีอยู่ 4 ตัว น่ารักมากๆ ใครอยากขี่ม้าก็สามารถมาขี่ได้นะ สอบถามราคากับทางรีสอร์ทได้เลย

ดูๆ ไปแล้วก็เหมือนสวนสัตว์ขนาดย่อม

เดินดูสัตว์จนเพลินเลยเวลาเที่ยง เรามากินข้าวเที่ยงกันที่ร้านกาแฟสโนบัฟ รับรองว่าไม่เหมือนร้านอื่นเพราะมีน้องควาย 3 ตัวมารอต้อนรับด้วย ควายเผือกชื่อน้องสู่ขอ และควายอีกสองตัวชื่อ สู่ขวัญและสุขสันต์

น้องควายใจดีมาก เด็กๆ สามารถขี่เล่นได้ด้วยนะ

นอกจากนี้เรายังให้อาหารน้องแกะ น้องแพะ ได้ด้วย

ได้เวลากินข้าว อาหารของที่นี่มีหลายเมนูให้เลือก ทั้งข้าวผัดกะเพรากรอบปลาสลิด ยำวุ้นเส้น ปีกไก่ทอด ฯลฯ

ปีกไก่ทอดกรอบๆ จิ้มกับน้ำจิ้มรสกลมกล่อมและยำวุ้นเส้น

ถ่ายรูปเช็คอินกันหน่อย

เมนูแนะนำที่ใครมาก็ต้องสั่งมี 3 ตัวด้วยกันเปรียบเหมือนน้องควายที่นอนแช่น้ำอยู่ด้านนอก เมนูที่เห็นคือ ชาไทย เปรียบเหมือนสู่ขอ เจ้าควายเผือกสีน้ำตาลอ่อน อีกหนึ่งเมนูคือกาแฟสูตรแมคอิอาโต้ สีเข้ม เปรียบเสมือนสู่ขวัญ ควายตัวสีดำ

โซนในร้านตกแต่งแบบวินเทจ ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย

บรรยากาศหน้าร้านมีลูกค้าแวะเวียนมาตลอด

หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารและบรรยากาศชิวๆ ที่คาเฟ่กันแล้ว เราก็กลับมาพักที่ห้องและไปทำกิจกรรมต่อไปคือการนวดสปา เป็นกิจกรรมที่ทำง่ายมากคือการนอน 5555 ด้วยบรรยากาศและน้ำมันที่ใช้ ทำให้เคลิ้มจนหลับไปเลยทีเดียว ก่อนการทำสปาพนักงานจะให้เลือกน้ำมันกันก่อนโดยน้ำมันจะใช้ตามธาตุของแต่ละคน มีดิน น้ำ ลม ไฟ

“การเลือกน้ำมันให้เข้ากับธาตุในร่างกายจะช่วยปรับสมดุลในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น” พี่ที่นวดสปาให้เราเขาบอกมา

หลังจากนวดสปาแล้วก็ต่อกันด้วยอาหารเย็นที่ร้านอาหารระเบียง ณ แม่ริม กันเลย ช่วงค่ำๆ อากาศเย็นสบาย จะนั่งโซนด้านในหรือด้านนอกก็ได้บรรยากาศที่แตกต่างกัน เซ็ตเมนูอาหารตอนเย็นจะมีให้เลือกทั้งเซ็ตครอบครัวสุขสันต์ (อาหารไทย) เซ็ตเวสเทิร์น สไตล์และเซ็ตกับแกล้ม แจ่มว้าววว

น้ำพริกปลาทูของที่นี่รสชาติจัดจ้าน ถึงจะเผ็ดแค่ไหนแต่เราก็กินจนหมด

หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารเย็นกันแล้วก็ได้เวลาพักผ่อนกับห้องนอนสุดกว้างงง “แซงจูรี่ แฟมิลี่ สูท” สำหรับครอบครัว มีห้องนั่งเล่น ห้องครัว โซนสำหรับทานข้าว ห้องน้ำ 2 ห้อง ห้องนอน 2 ห้อง เหมือนบ้านหลังเล็กๆ เลย ตื่นเช้ามาก็ขอเก็บภาพซักหน่อย ภาพนี้คือภายในห้องนอนใหญ่

ห้องนั่งเล่นกว้างขวางมากๆ นอกจากห้องพักแบบ แซงจูรี่ แฟมิลี่ สูท แล้วทางรีสอร์ทยังมีที่พักแบบวิลล่ามี 10 หลัง ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของธรรมชาติ โดยบ้านแต่ละหลังจะมีสีสันที่แตกต่างกัน แบ่งตามธาตุต่างๆ บ้านหนึ่งหลังพักได้ 2 คน

เดินออกมาตรงระเบียงห้องยามเช้าจะพบกับก้อนเมฆน้อยใหญ่ลอยผ่านภูเขา ลมพัดเบาๆ สูดอากาศกันให้เต็มปอดดด

เช้าๆ มีหมอกด้วยนะ

เรากินข้าวเช้ากันที่ร้านอาหารระเบียง ณ แม่ริม อีกเช่นเคย ทางร้านมีบริการอาหารไทย อาหารเหนือและอาหารนานาชาติ

อิ่มกายแถมยังอิ่มใจกลางสวนที่ร่มรื่น เขียวขจี

มองออกไปริมระเบียงจะพบกับสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวออกไปจากตัวร้าน แวะไปถ่ายรูปเล่นหลังกินข้าวดีกว่า

ก่อนกลับเราได้แวะเที่ยวชมห้องพักแบบวิลล่าที่แต่ละห้องจะตกแต่งตามธาตุต่างๆ ตัวห้องพักตั้งอยู่ท่ามกลางป่าใหญ่ เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากๆ มีระเบียงห้องขนาดใหญ่ไว้สำหรับพักผ่อน

บรรยากาศภายในห้องนอน น่าพักมากๆ ตัวห้องตกแต่งสไตล์ล้านนาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

อาบน้ำท่ามกลางธรรมชาติ

หลังจากพักผ่อนชาร์จแบตจนเต็มแล้ว ก็ได้เวลากลับไปใช้ชีวิตตามเดิม พอได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน นอกจากจะทำให้เราได้พักผ่อนร่างกายและจิตใจแล้ว ยังทำให้เราได้ไอเดียใหม่ๆ ประสบการณ์ที่น่าจดจำกลับไปเพียบ!! กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้เรามีหลายคอร์สให้เลือก สามารถเข้าไปดูได้ที่  www.jirunghealthvillage.com/th-th/ หรือสอบถามได้ที่เบอร์โทร. +66 53861511 ลากันไปด้วยภาพวิวภูเขา แม่ริม หากมีโอกาส เราจะกลับมาอีกแน่นอน ^^

ฝากความคิดเห็น ...