ช่วงเวลานี้ ตั้งแต่เดือน พ.ย.-ก.พ.ถือได้ว่า เป็นช่วงที่สะเมิงเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัว ความหนาวเหน็บ หมอกจางๆเริ่มมีให้เห็นกันทุกๆเช้าที่สะเมิง ช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่สตรอว์เบอร์รีกำลังแข่งขันกันออกมามากมาย ผลผลิตของแต่ละไร่ทยอยออกจากไร่กันมาเรื่อยๆ ถือว่าเป็นช่วงทองของนักท่องเที่ยวที่สามารถจะเข้าไปเก็บสตรอว์เบอร์รีสดๆภายในไร่เองได้ เพราะนอกจากจะได้ทั้งบรรยากาศหนาวๆเย็นๆที่ไร่แล้ว เรายังได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนทำไร่สตรอว์เบอร์รีด้วยตัวเองอีกด้วย ว่ากว่าจะมาเป็นสตรอว์เบอร์รีผลสดๆ หวานๆสักลูกหนึ่ง ต้องผ่านกระบวนการดูแลมาอย่างไรบ้าง ใครที่ได้ไปสัมผัสเชื่อได้ว่า จะประทับใจอย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามหรือจองทริปไปเที่ยว
บริการตลอด 24 ชั่วโมง LINE ID : line.me/ti/p/@tripzii
WEB : tripzii.co Tel. : 081-951-1917

ฉะนั้นผมเองก็ไม่แปลกใจเลยที่ช่วงนี้มีเพื่อนๆหลายๆคนมักจะหลังไมค์ inbox , Line มาถามกันบ่อยๆว่า ถ้าอยากจะไปเก็บสตรอเบอร์รี่ต้องเตรียมตัวยังไง? อย่างไร? เมื่อไหร่? และที่เป็นคำถามที่ยอดฮิตมากก็คือ  “ถ้าหากเวลามีน้อยแค่วันเดียว อยากจะนอนค้างคืนที่สะเมิง แต่ก็ทำไม่ได้มีเวลาจำกัด ต้องไปเช้าเย็นกลับ แต่อยากจะเที่ยวไร่สตรอว์เบอร์รีหลายๆไร่ของสะเมิง ต้องบริหารจัดการเรื่องเวลายังไงดี?”  บางทีผมก็มึนแทนเหมือนกันนะครับ แฮ่ะๆ อยากใช้ชีวิต SLOW LIFE แต่ไม่มีเวลา สั้นๆครับ #มึนตึ๊บ 555

สวนสตอเบอรี่

แต่เมื่อลองคิดๆดูแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลยซะทีเดียว ที่จะทำให้สามารถเที่ยวกันเกือบจะครบกันทุกไร่ในสะเมิงภายในวันเดียว วันนี้เลยขอลองนั่งทำไกด์ไลน์ในการเที่ยวในวันเดียว มาให้เพื่อนๆได้ลองพิจารณากัน โดยจะเน้นใช้เส้นทางหลักๆ ที่ไม่สมบุกสมบันจนเกินไปนัก ซึ่งรอบนี้จะลองจัดทริปเส้นทางสำหรับสายชิลก่อนนะครับ เอาประมาณว่าเดินเล่นในไร่สตรอว์เบอร์รีชิลๆ เก็บสตรอว์เบอร์รีไป เดินจิบไวน์ไป เอาแบบได้มีเวลาใช้ชีวิตแบบ SLOW LIFE บ้างไรบ้าง ส่วนเพื่อนๆที่ชอบบุกป่าฝ่าดง ขาลุยทั้งหลาย ไว้คราวหน้าจะจัดเส้นทางสำหรับสาย Adventure กันอีกทีนะครับ 🙂

พร้อมแล้วออกเดินทางกันได้เล้ยยยย

หากทุกท่านเดินทางจากตัวอำเภอเมืองเชียงใหม่ สามารถใช้เส้นทางมาสะเมิงได้ 2 เส้นทาง คือ

ทางเส้นทางหมายเลขทางหลวง 1096 อ.แม่ริม-อ.สะเมิง

 

ทางเส้นทางหลวงหมายเลข 1269 อ.หางดง-อ.สะเมิง

ซึ่งทั้งสองเส้นทางจะใช้ระยะเวลาใกล้เคียงกัน อยู่ที่ว่าเราอยู่แถวไหนจะใกล้สุด แต่เส้นทางที่ 2 นั้นโค้งจะน้อยกว่า แต่มีความยากนิดนึงตรงบ้านแม่ขนิน คือทางโค้ง 7 พับ  หนทางอาจจะคดเคี้ยวกว่านิดหน่อย แต่โค้งน้อยกว่าแน่นอน 🙂


1.ไร่แกรนด์เบอร์รี่ การ์เด้น

08.00 น. เพื่อนๆจะเจอไร่นี้เป็นไร่แรกหากเข้ามาอำเภอสะเมิง พอลงดอยสูงผ่านสถานีเกษตรวิจัยข้าวสะเมิงปุ๊บ จะเจอไร่นี้อยู่ข้างทางขวามือ ทางเข้าสถานีเกษตรหลวงปางดะ

ที่นี่จะมีกาแฟสดหอมกรุ่นไว้บริการ ภายในไร่จะมีพืชค่อนข้างหลากหลาย ทั้งองุ่น แปลงสตรอว์เบอร์รี และสวนดอกไม้สวยๆไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยว ด้านหน้ามีร้านขายของฝาก และผักผลไม้เมืองหนาวมากมายหลายอย่างไว้ให้บริการมากมาย เพื่อนๆสามารถจอดรถข้างทางแล้วเดินเข้าไปเที่ยวชมในไร่กันได้เลย หลังจิบกาแฟกันเสร็จก็เดินทางกันต่อได้เลย

ติดต่อเจ้าของไร่
คุณนิด โทรศัพท์ : 089-851-5930
Facebook : https://www.facebook.com/grandberrygarden


2.ไร่นภ-ภูผา

09.30 น. ออกจากไร่แกรนด์เบอร์รี่การ์เด้น ก็มาถึงไร่นภ-ภูผา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที ไร่อยู่ทางขวามือแต่ต้องเลี้ยวเข้าจากปากทางประมาณ 50 เมตร มีป้ายบอกทางเข้าไร่ชัดเจนอยู่ขวามือ

ที่ไร่นี้จะมีพื้นที่จะกว้างขวางมาก เหมาะแก่การมาตั้งเต็นท์ ปิกนิกอย่างมาก มีม้าแคระเฝ้าไร่ชื่อว่าน้องเซเว่น  มีไว้เป็นพร็อพสนุกๆเอาไว้ถ่ายรูปเล่นกัน พื้นที่โดยรอบจะมีบ้านพักโอบล้อมทั่วทั้งไร่ มีร้านอาหารเรือนไม้ข้างแปลงสตรอว์เบอร์รี ไว้สำหรับรับประทานอาหาร หรือนั่งดื่มเย็นๆ พร้อมชมบรรยากาศของไร่ได้แบบสบายๆ หรือหากใครอยากจะมีกิจกรรมสนุกๆระหว่างอยู่ในไร่ สามารถขับรถ ATV ชมภายในไร่เล่นได้

ติดต่อเจ้าของไร่
คุณชัย,คุณไก่ โทรศัพท์ : 081-603-9800
Facebook : https://www.facebook.com/napaphupa


3.ไร่วงศ์วาน

12.00 น. เส้นทางมาไร่นี้ ให้เดินทางมาทางบ้านทรายมูล แล้วเลี้ยวเข้าทางวันแสนตอง เข้าซอยมาประมาณ 1 กม. ก็จะเจอกับไร่วงศ์วาน มีพื้นที่ปลูกสตรอว์เบอร์รีมากพอสมควร

ไร่นี้เป็นไร่แรกๆที่ทำไร่สตรอว์เบอร์รีเชิงท่องเที่ยวที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถลงมาเก็บกันสดๆในแปลงกันได้เลย ยังมีบริการร้านอาหาร เครื่องดื่ม และที่พักไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาใช้บริการกันอีกด้วย

ติดต่อเจ้าของไร่
คุณหวัง คุณสอน โทรศัพท์ : 085-712-0901
Facebook : https://www.facebook.com/wongwan.strawberry
Website : http://www.strawberrywongwan.com


4.ไร่สตรอว์เบอร์รีไผ่สีทอง

14.00 น. ตั้งอยู่ที่บ้านแม่สาบ ห่างจากตัวอำเภอมาประมาณ 5 กม. อยู่บนถนนหมายเลข 1269 โดยใช้เส้นทางบ่อแก้ว-สะเมิง หลังจากผ่านถ้ำหลวงแม่สาบแล้ว จะเจอไร่อยู่ทางด้านซ้ายมือ

พื้นที่ภายในไร่สตรอว์เบอร์รีมีบริการในเรื่องของเครื่องดื่ม และเบเกอร์รี่  และที่พัก ยิ่งในปีนี้ทางไร่มีการขยายพื้นที่แปลงสตรอว์เบอร์รีมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมขยายในเรื่องของบ้านพัก ให้มากขึ้นเพื่อให้รองรับกับนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นอีกด้วย เพื่อนๆสามารถนอนในแปลงสตรอว์เบอร์รีได้เลย บรรยากาศถือได้ว่าสวยงามเลยทีเดียว

ติดต่อเจ้าของไร่
คุณไผ่ โทรศัพท์ : 086-312-5680, 081-180-5258
Facebook : https://www.facebook.com/ไร่ไผ่สีทอง-181314625346879/
Website : http://www.strawberrychiangmai.com
E-mail : raipaiseetong@gmail.com


5.ไร่สตรอว์เบอร์รีดอยนก

16.00 น. ไร่สตรอว์เบอร์รีดอยนก ตั้งอยู่ห่างจากบ้านแม่สาบ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 5 กม. ตั้งอยู่บนถนนหมายเลข 1269 บ่อแก้ว-สะเมิง ไร่นี้สังเกตและหาง่ายมากเพราะบริเวณไร่ตั้งอยู่ใกล้บันไดทางขึ้นสู่พระธาตุดอยนก

พื้นที่ภายในไร่สตรอว์เบอร์รี ถูกออกแบบไว้อย่างสวยงาม การวางแปลงสตรอว์เบอร์รีเน้นเรื่องความสวยงามเป็นหลัก ที่นี่ยังเลี้ยงน้องแกะไว้ 5 ตัวเพื่อให้เพื่อนๆได้มีกิจกรรมป้อนหญ้า ให้เราทำสนุกๆเวลาอยู่ในไร่ ถือว่าเป็นกิจกรรมยามว่างที่เด็กๆชอบกันมาก

ที่นี่มีบ้านพักไว้ให้บริการอีกด้วย การตกแต่งบ้านพัก ของที่นี่ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเน้นการตกแต่งที่เน้นให้เห็นบรรยากาศโดยรอบของไร่ หากมองจากตัวบ้าน ตกแต่งแบบล้านนาประยุกต์ ให้ดูทันสมัยแต่เรียบง่าย ถือว่าเป็นการออกแบบตกแต่งที่น่าสนใจ ได้อย่างลงตัวและดีเลยทีเดียว

ติดต่อเจ้าของไร่
โทรศัพท์ : 053-487-289
Facebook : https://www.facebook.com/doinokstrawberryresort
Website : http://www.doinokresort.com/#!competitions/alexq


เป็นไงบ้าง ถูกใจกันรึเปล่ากับรีวิววันเดียวไปได้ทั้ง 5 ไร่ขนาดนี้ สำหรับบางคนที่ต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด และอยากจะเก็บสรอว์เบอร์รีไว้กลับไปกินที่บ้านหรือเอาไปฝากเพื่อนฝูง บางทียังไม่เท่าไรมันก็ช้ำและเสียจนทานไม่ได้ซะแล้ว จะทำไงดีล่ะเนี่ย? อย่ากังวลไป เรามีวิธียืดอายุสตรอว์เบอร์รีให้เก็บไว้ได้นานขึ้นนั้นไม่ยากเลย ขอแค่ใช้เทคนิคและเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง

เก็บสตรอเบอร์รี่ ยังไงให้อยู่นาน ???

1. สตรอว์เบอร์รี่ เป็นผลไม้ผิวบางมากๆ
ฉะนั้นมันง่ายต่อการช้ำมากๆ สังเกตุสักนิดก่อนซื้อ ว่าผิวมันช้ำมากหรือเปล่า ถ้าช้ำมากๆ แน่นอนว่าเน่าเร็วแน่นอน

2. ถ้าจะเอาสตรอเบอร์รี่เดินทางข้ามวัน ข้ามคืน
ควรแจ้ง คนขายว่าต้องเอาไป ตจว. กทม. ฯลฯ เพื่อทางแม่ค้าจะได้เลือกผลห่ามๆให้ เพราะมันจะทำให้เก็บไว้ได้นานกว่าผลสุกเต็มที่

3. ถ้าต้องเอาไปจำนวนมากๆ
ควรจะให้เค้าแพ็คเป็นกล่องที่ใช้สำหรับขนส่งโดยเฉพาะ โดยมากจะเป็นกล่องพลาสติกแข็งๆ เหมาะแก่การขนส่ง และการแพ็คกล่องจะมีใบสตรอว์เบอร์รีสดรองอยู่ในกล่องด้วย ป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี

4. ถ้าจะเอาไปฝากกล่องเล็กๆ
เลือกกล่องที่มันมีหูหิ้ว และมีรูให้สตรอว์เบอร์รี่หายใจ เพราะถ้ามันอัดกันแน่น ไม่มีรูระบายอากาศ เน่า!! แน่ๆครับ

5. ถ้าถึงบ้าน ถึงที่หมายแล้ว
ก่อนเอาใส่ตู้เย็น ห้ามล้างเด็ดขาด หากระดาษนุ่มๆห่อไว้แล้วเก็บใส่ถุงซิป แล้วเอาไว้ในตู้เย็น ถ้าจะรับประทาน เอาออกมาให้สตรอว์เบอร์รี่คลายความเย็นสักนิด แล้วค่อยล้าง และรับประทาน

6. สตรอว์เบอร์รี่มันก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง
การที่มันจะเน่าบ้าง เสียบ้าง เป็นเรื่องปกติครับ นี่ก็เป็นแค่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เคล็ดไม่ลับ ที่จะทำให้เราได้เก็บสตรอว์เบอร์รี่ไปฝากเพื่อนๆ กันได้แบบไม่เสียหน้า และถึงมือคนรับประทาน แบบประทับใจคนรับแน่นนอนครับ ^^

ขอขอบคุณ
เรื่องและภาพโดย : www.at-samoeng.com
ติดตาม Fanpage : at-samoeng

ฝากความคิดเห็น ...