[มาเลเซีย] จากเชียงใหม่ไปมาเลย์ เที่ยวอย่างเท่กับ 12 สถานที่สุดประทับใจ

ทริปเชียงใหม่  – มาเลเซีย 16-21 ตุลาคม 2558
ก่อนจะอ่านเรื่องมาชมคลิปโปรโมทท่องเที่ยวมาเลเซียกันก่อน
วันก่อนครับมีโอกาสได้ไปร่วมงาน ASEAN MEDIA BLOGGERS TOURISM HUNT 2015 ที่ทางการท่องเที่ยวมาเลเซียจัดขึ้นโดยเชิญบล็อกเกอร์กว่า 40 ชีวิตจาก 10 ประเทศอาเซียนมาร่วมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมาเลเซีย มาหมดทั้งจากบรูไน อินโดนีเซีย พม่า ลาว ฯลฯ
ของผมทุลักทุเลนิดหน่อยเพราะเขาจองตั๋วให้ไปขึ้นที่สุวรรณภูมิ แถมยังเป็นเที่ยวบินเช้าก็เลยต้องไปก่อนหนึ่งวันและขากลับก็ต้องนอน กทม.อีกหนึ่งคืน รวมเวลาเดินทางทั้งหมดแปดวันถ้วน นับเป็นทริปที่ยาวมากทริปหนึ่งเลย
ด้วยความที่ไม่เคยไปมาเลย์มาก่อน ฟังคนเขาว่ากันว่ายังงั้นยังงี้ พอได้ไปเอง เฮ้ย มันไม่เลวเลย มันคือประเทศที่เจริญแล้วประเทศหนึ่ง กฎระเบียบเขาเข้มงวดไม่หย่อนยาน บ้านเมืองเรียบร้อย เสียแต่ว่ากัวลาลัมเปอร์ (ต่อไปจะเรียกว่า KL) รถติดไปหน่อยเท่านั้นเอง เหมาะกับคนที่รักความมีระเบียบ ความปลอดภัย ไม่เน้นเที่ยวดื่มมึนเมา (ประเทศมุสลิมเขาจะเข้มงวดและจำกัดการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
ปล. ปัจจุบัน (วันที่เขียน 31/10/58) มีเที่ยวบินตรงเชียงใหม่ – KL ขาไปวันละสองเที่ยว ขากลับวันละสามเที่ยวโดยสายการบิน Air Asia ราคาไม่แพง ลองเข้าไปเช็คราคากันได้
ปล.2 เที่ยวมาเลเซียครั้งนี้ได้ไปเยือนสี่เมืองคือ KL, Putrajaya, Port Dickson และ Malacca เมืองอื่นๆถ้ามีโอกาสได้ไปอีกจะทยอยมาอัพเดทในบล็อกกันต่อไป
ตึกแฝดเปโตรนาสทาวเนอร์ – จุดเช็คอินที่ห้ามพลาดของเมือง KL ตึกแฝดสูง 88 ชั้นเชื่อมต่อกันด้วยทางเดิน Skywalk ด้านล่างของตึกเป็นห้าง ส่วนด้านบนเป็นอาคารสำนักงาน มีบริการให้ขึ้นชมวิว (เสียค่าใช้จ่าย) ด้านนอกเป็นสวนสาธารณะ ทำเลตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านธุรกิจ เหมาะแก่การถ่ายรูปโดยเฉพาะในยามค่ำคืนจะเปิดไฟสวยงามมาก ถ้าใครจำได้ตึกนี้เคยใช้ถ่ายทำหนังเรื่อง Batman : The Dark Kinght Rise ด้วยนะจ๊ะ
Merdeka Square – สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย คำว่า Merdeka แปลว่าอิสรภาพ เป็นสถานที่เฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทุกครั้งที่ครบรอบวันประกาศอิสรภาพ มีการประดับประดาไฟอย่างสวยงาม ฝั่งตรงข้ามเป็น Sultan Abdul Samad Building ที่อยู่ห่างเพียงข้ามถนนเท่านั้น
สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) – ที่มาเลเซียมีสองสนามบินอยู่ไม่ไกลกันคือ KLIA และ KLIA2 อยู่ห่างกันหลาย กม.แต่ก็พอมองเห็นกันได้ KLIA2 นั้นเหมือนจะถูกเหมาโดย Air Asia ทั้งหมด ที่เหลือต้องมาใช้ KLIA สนามบินเขาสวยงามกว้างขวาง มีร้านค้าน่าสนใจมากมาย เราได้ขึ้นที่ Terminal C ต้องนั่งรถไฟเชื่อมระหว่างเทอมินัลกันเลย ถ้ามีเวลาเหลือๆเป็นที่เหมาะจะเดินถ่ายภาพหามุมสวยๆก่อนกลับบ้านกันครับ (Caption – ภาพในอุโมงค์รถไฟเชื่อมระหว่างเทอมินัล)
Malaysia Tourism Centre (MaTic) – ศูนย์การท่องเที่ยวมาเลเซีย ตั้งอยู่เลขที่ 109, Jalan Ampang, Kuala Lumpur เป็นศูนย์ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวมาเลเซียแก่นักท่องเที่ยว มีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการ มีแผ่นพับโบร์ชัวร์ให้เลือกหยิบได้ตามใจชอบ สายด่วนโทร 03 9235 4800 / 4900
Putrajaya – Putra แปลว่า เจ้าชาย, Jaya แปลว่า ชัยชนะ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการ ที่ทำงานของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งย้ายออกมาจาก KL เพื่อลดความแออัด เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ถูกออกแบบวางแผนไว้ทั้งหมด สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมา มัสยิดขนาดยักษ์ ได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของผู้คนจำนวนมาก ดูในรูปอาจเฉยๆแต่ต้องไปดูของจริง คือมันใหญ่โตมหึมามาก ที่ตั้งห่างจาก KL 25 กม.อยู่กลางระหว่าง KL กับสนามบิน KLIA
 
Port Dickson Army Museum – พิพิธภัณฑ์ทางทหารของมาเลเซีย ด้านนอกจัดแสดงเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ รถที่ใช้ในสงครามต่างๆ ด้านในมีสองตึกจัดแสดงข้อมูลประวัติกองทัพตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 มีเรื่องราวการเข้ามาของอังกฤษ การรุกรานของญี่ปุ่น มีจัดแสดงอาวุธปืนชนิดต่างๆ ด้านล่างลงใต้ดินจะเป็นการจำลองการอยู่ใต้ดินของขบวนการ CPM (Communist Party of Malaya) การอยู่อาศัย การเตรียมกำลังรบ การหลับนอน การรักษาพยาบาล ด้านล่างค่อนข้างมืดน่ากลัวพอสมควร น่าพาเพื่อนไปเดินด้วย เปิดทุกวัน 09.30 – 18.00 ค่าเข้าชมฟรี ที่ตั้ง Kem Sri Rusa 71050 Port Dickson Negeri Sembilan
 
PD Ostrich Show Farm – ฟาร์มนกกระจอกเทศ (มีสัตว์อื่นด้วย) สถานที่น่าสนุกสำหรับเด็กและผู้ใหญ่หัวใจเด็ก มีกิจกรรมหลายอย่างให้ได้ทำ ทั้งให้อาหารนกกระจอกเทศ เก็บไข่นกกระจอกเทศ วิ่งแข่งกับนกกระจอกเทศ หรือแม้แต่ลองชิมเนื้อนกกระจอกเทศ เรียกว่าได้ใกล้ชิดกับนกกระจอกเทศแบบสุดๆ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมอื่นเช่น ไล่จับห่าน ป้อนอาหารกระต่าย ถ่ายรูปกับแพะ เรียกได้ว่าเด็กๆชอบใจอยู่ได้ทั้งวันอย่างแน่นอน ที่ตั้ง Lot 1419, Jalan Kemang 13 | Batu 9, Jalan Pantai, Port Dickson 73000, Malaysia เว็บไซต์ http://www.pdostrichfarm.com
Mini Malaysia & ASEAN Cultural Park – เป็นเหมือนศูนย์วัฒนธรรมกลางแจ้งอยู่ระหว่างทางจาก KL ไปมะละกา มีเวทีจัดแสดงโชว์การเต้นท้องถิ่นของมาเลเซีย การแสดงคล้ายอินเดียแดงเป่าลูกดอก บริเวณโดยรอบมีบ้านเป็นหลังๆแต่ละหลังจัด work shop ต่างๆกันเช่น ระบายสีผ้าบาติค, การสอนเล่นลูกข่าง, การฝึกขูดมะพร้าว ด้านหน้าตรงลานจอดรถเป็นร้านขายของที่ระลึก ที่ตั้ง Malaysia, Lebuh Ayer Keroh, 75450 Ayer Keroh, Malaysia โทร +60 6-234 9989
The Shore Oceanarium Melaka – สวนน้ำอควาเรียมนี้ อยู่ที่ชั้น 2, The Shore Shopping Gallery ซึ่งเป็นตึกที่เป็นทั้งห้างและโรงแรมคือเดินถึงกันได้ตลอด ภายในไม่กว้างมากแต่จัดแต่งไว้อย่างดีเดินสะดวกสบาย ด่านแรกสามารถจับสัตว์น้ำได้ด้วย เราลองจับฉลาม (ตื่นเต้นมากชีวิตนี้ได้จับฉลามตัวเป็นๆผิวมันสากๆและก็ปลาดาวผิวมันสากมากๆอธิบายไม่ถูกเหมือนจับหินที่ยืดหยุ่นได้) ด่านต่อไปก็มีพวกสัตว์ทะเล ต่อด้วยพวกสัตว์มีพิษอย่างแมงมุมทาทรันทูร่า (แมงมุมแม่ม่ายดำ) เดินต่อไปจะมีฉลามว่ายอยู่บนหัว ด่านปลาปิรันย่า แมงกระพรุน ออกมาจะเจอด่านขายของที่ระลึกเป็นอันจบสิ้นการเดินทาง โทร.  03-6277 2666
ดินไปชมยอดตึกสูง The Shore Sky Tower –  มันคือตึกที่เชื่อมต่อกับอควอเรียม The Shore จะมีลิฟท์ตรงทางเดิน กดขึ้นไปแล้วจะมีลิฟท์ให้ขึ้นไปต่ออีกถึงชั้น 43 ตรงนี้ต้องเสียค่าบริการแล้วจะไปต่อได้ AdultPrice RM 18.00 ChildPrice RM 15.00 ไปถึงจะเป็นทางเดินบนดาดฟ้าค่อนข้างน่าหวาดเสียวเล็กน้อย ตรงดาดฟ้าจะมีที่ยื่นออกไปให้ยืนแต่เขาห้ามถ่ายรูปเพราะเขาจะถ่ายให้เองพร้อมอัดรูปให้ ค่ารูปแพงมากไม่เอาไม่เป็นไร แต่ขอเขาถ่ายมุมตามภาพได้ สูงจนน่ากลัวขาสั่นแต่ไม่ต้องกังวลเพราะเป็นกระจกกันกระสุนหนาห้าชั้น ใครชอบความเสียวแบบนี้ลองไปกันได้ที่ The Shore, Malacca
Joker Street in Malacca – มาเที่ยวมะละกาต้องมาเดินถนน Jonker ไม่งั้นจะมาไม่ถึง ถนนนี้ช่วงกลางวันจะเป็นร้านค้าเก๋ๆ อาร์ทแกลเลอรี่ โรงแรมเล็กๆ ศาลเจ้าจีน มองดูชีวิตผู้คน นักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมา ส่วนกลางคืนจะเป็นบาร์ ผับเก๋ๆ (มีไม่กี่ร้าน) อย่างในรูปคือร้าน Geographer มีดนตรีแจ๊สเล่นสดด้วย
เดินเที่ยวตามถนนทั่วไปในมะละกา – ยูเนสโกประกาศให้เมืองมะละกาเป็นหนึ่งในเมืองมรดกโลก นั่นทำให้ยิ่งไม่ต้องสงสัยว่าเมืองนี้มีอะไรให้ดู บ้านเมืองแบบย้อนยุค สถาปัตยกรรมต่างๆ เดินเที่ยวเรื่อยๆก็อาจเจอมุมถ่ายรูปสวยๆไว้เก็บบันทึกภาพความประทับใจที่ได้มาเยือนมะละกา
ขอบคุณข้อมูลจากบล็อก www.itong2go.com
เกี่ยวกับ @itong2go: เฮียโก บล็อกเกอร์พ่อลูกสาม บ้านอยู่เชียงใหม่ อาชีพทำเว็บไซต์ ชอบดูหนัง ชอบท่องเที่ยว
Twitter: @itong2go
Facebook: Govit Thatarat
Instagram: @itong2go

มะละกาเมืองมรดกโลก – ทริปเชียงใหม่ – มาเลเซีย 16-21 ตุลาคม 2558

Posted by Govit Thatarat on Tuesday, November 3, 2015

ขับรถไปเองจาก KL ใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง – ทริปเชียงใหม่ – มาเลเซีย 16-21 ตุลาคม 2558

Posted by Govit Thatarat on Tuesday, November 3, 2015

 

น่าพาเด็กๆไปเที่ยว ขนาดเราเป็นผู้ใหญ่ยังตื่นเต้นเลย – ทริปเชียงใหม่ – มาเลเซีย 16-21 ตุลาคม 2558

Posted by Govit Thatarat on Tuesday, November 3, 2015

 

ทริปเชียงใหม่ – มาเลเซีย 16-21 ตุลาคม 2558

Posted by Govit Thatarat on Tuesday, November 3, 2015

 

มีของบ้านเราแทรกปนมานิดหน่อย – ทริปเชียงใหม่ – มาเลเซีย 16-21 ตุลาคม 2558

Posted by Govit Thatarat on Tuesday, November 3, 2015

บางอย่างก็หน้าตาคล้ายๆบ้านเราแต่รสชาติไม่คล้ายกันเลย – ทริปเชียงใหม่ – มาเลเซีย 16-21 ตุลาคม 2558

Posted by Govit Thatarat on Tuesday, November 3, 2015

 

Related Posts