วันสองวันมานี้ มีเรื่องกวนใจ ทำให้จิตใจ ขุ่นข้องหมองใจ นอนไม่หลับ ตื่นมายังมึนงง อะดรีนาลีนแห่งความสุขไม่หล่อเลี้ยงร่างกาย อารมณ์แจ่มใสลดลง เคยหัวเราะดังๆ ก็แผ่วลง

เรื่องแรก เป็นลูกค้าชาวเกาหลี

เค้ามาเที่ยวกัน 5คน ไกด์ พามาเลือกห้องสวยสุด ทันสมัยที่สุด เกาหลี นี่เรื่องเมายกให้เขาเลย เรื่องเถื่อนสถุล ก็ยกให้เขาเลย ดื่มเหล้าผสมเบียร์ เป็นขวดๆไม่เมาได้ไง เมาแล้ว อาละวาดเป็นประจำ ทำลาย ข้าวของ ทำร้ายพนักงาน คืนก่อนก็เหมือนกัน อยู่ ๆ พนักงานเสิร์ฟ วิ่งมาบอก “เกาหลีพังห้อง “ ผมรีบขึ้นไปดู เศษทีวี 32 นิ้ว แอลจีจอแบน ใหม่ล่าสุด แตกกระจาย เกลื่อนพื้น เหล้า ล้ม ขวดโซดา ขวดเบียร์ แตกกระจาย ได้ความว่า ร้องเพลงอยู่ จู่ๆ คนหนึ่งในกลุ่ม เมาซ่าขว้างไมค์ใส่หัวพนักงานต้อนรับผู้หญิง เธอหลบทันไมค์เลยพุ่งเข้าใส่ทีวี แตกตรงมุมประมาณเท่ากำปั้น มาม่าเรียกไกด์ไปเคลียร์ ไกด์รับฟังแล้วบอก ไอ้เจ้านี่ ไปเที่ยวมา 5 วันก่อเรื่องทุกที่ เมาแล้วตบสาวโชว์เพื่อนที่ร้านคาราโอเกะในเมืองมาแล้ววานนี้เอง วันนี้ขว้างไมค์ใส่ทีวีแตก ไกด์ ไปเจรจา เราบอกราคาไป 46,000 ประเมิน ค่าเสียหายไว้ก่อน จากเครื่องเสียงพัง ทีวี แตก คอมโดน น้ำเหล้าสาดใส่ช็อต แล้วยังมีค่าน้ำไกด์อีก

มันได้ยินว่าต้องจ่ายค่าเสียหาย เลยยกทีวีทุ่มพื้นแตกกระจาย เพราะมันบอกทีวีเป็นของมันจะทำอย่างไรก็ได้ ไมค์เราราคา 6,000 กว่าบาท มันก็ขว้าง แตกกระจาย ผม เข้าไปเคลียร์ ด้วยความรู้สึกอยากฆ่ามัน อยากเอาทีวี ทุ่มหัวมัน นี่ถ้าเด็กสาวหลบไม่ทัน โดนหน้าโดนศีรษะจะเกิดอะไรขึ้น เกาหลี เที่ยวเชียงใหม่ เป็นอย่างนี้ตลอด ทำไมไม่มีใคร เอากฎหมายแรงๆ มาจัดการให้พวกมันเข็ดหลาบบ้าง รองรับอารมณ์เถื่อนสถุล ของพวกมันมาตลอด ไปตีกอล์ฟ มันก็ตีอัดใส่พวกเรา แซงคิวคนไทยมันไร้มารยาทที่สุด เกาหลีกับผมเนี้ยะ ไม้เบื่อไม้เมาก็ว่าได้

เรื่องที่สองเป็นคนไทย เค้าบอกว่าเป็นผู้จัดการแบงค์ แถวๆหางดง พี่ที่สนิทผมชวนเค้ามากินไป 3 ชั่วโมง เหล้า 1 ขวด มิกเซอร์ อาหาร เต็มโต๊ะ สนุกเต็มที่ ตอนเช็คบิล ด่าเด็ก ด่ามาม่า แล้ว เรียกผมมา …..บิล 3 พันกว่าบาท ปกติราคาขนาดนี้ ธรรมดามาก เค้ามาสามคน สาวนั่งสามคน เค้ายืนอยู่หน้าแคชเชียร์ เปิดฉากใส่ผมทันที“ร้านแพง มิกเซอร์อะไรตั้ง 60 บาท รู้จักกันทำไมแพงขนาดนี้“ ผมมึนเต็มที่ ตีสามกว่า เคยเจอกัน ครั้งเดียว เห็นหน้าครั้งที่สองทวงการรู้จัก ขอโทษผมยังจำชื่อคุณไม่ได้เลย “ราคาน้องๆทำไมแพง ชั่วโมง 240 เหลือ 150 บาทได้ไหม กูเที่ยวที่อื่นถูกกว่านี้”

ร้านเค้าลงทุนมาเป็นสิบล้าน ไม่ได้เป็นร้าน เหล้าตองข้างถนน ร้านก็บอกราคาชัดเจน มีเมนู มีราคา ความพอใจของคนเที่ยวราคาไม่สำคัญ คุณต้องประเมินกำลังในการเที่ยว ร้านไหนเหมาะกับเงินในกระเป๋าคุณๆต้องรู้ เขาเริ่มต่อรอง เอาปากกามาขีดบิลกากบาท”อันนี้ตัดออกได้ไหม อันนี้ ตัดออกได้ไหม” นี่มันนิสัยตำรวจนี่หว่า 3 พันกว่า สามชั่วโมง สาวสามคน เหล้า อาหาร เค้าเคยอ่านข่าวหรือเปล่าเนี้ยะ ร้านที่เขาเก็บกันแพงๆ ผมรับฟังเขาบ่น และชี้หน้าผม อยู่นาน ผมเริ่ม มึนงงเพราะผมก็ดื่มเหล้าเหมือนกัน เลยถามกลับไปว่า ”เออ.. พี่เคยซื้อบุหรี่ที่เซเว่นไหม “ “เคย” เขาบอกยืนตัวเซๆ เอามือพิงเคาน์เตอร์บาร์

“นี่ละ ราคาบุหรี่ ไม่มีใครเที่ยวแล้วต่อดริ้งผู้หญิงกัน เพิ่งเคยเจอพี่นี่แหละ“

“ผมว่าพี่กลับได้เลย บิลนี้ ผมเลี้ยง แหม่ ทีเที่ยว สนุกจัง เวลาจะจ่ายกลับมีปัญหา พี่กลับได้เลย ผมเลี้ยง…” ผมเริ่มมีอารมณ์ เค้าถอยหลัง ออกไปนิด หยุดบ่น มองหน้าผมงงๆ ประเมินสถานการณ์ ไม่ทันไร . รุ่นพี่ที่พามา คนที่ผมสนิทเข้ามาห้ามทัพ เอาเครดิตการ์ดมายื่นให้ผมผู้จัดการแบงค์หรือเนี่ย สุดท้ายเค้าก็ไม่จ่าย  เพื่อนจ่าย เสียงดังตังค์น้อยหาเรื่อง บางทีที่ใครๆบอกลูกค้าคือพระเจ้า บางทีผมว่าก็เหมือนซาตานนะ

ลูกค้าที่เลว …เรางดคบพระเจ้าสักพักได้ไหม…

เรื่อง : Nightman

ฝากความคิดเห็น ...