มีสุราก็ต้องมีอะไรเฮฮาเป็นของคู่กัน แถมนอกจากความเฮฮาและการสังสรรค์จะเป็นเพื่อนที่สนิทกันโคตรๆกับสุราแล้ว บางห้วงอารมณ์เศร้า เหงา ก็มีสุราเป็นเพื่อนสนิทได้เหมือนกัน

เป็นเรื่องธรรมดามากหากจะพบเจอการสังสรรค์ในหน้าเทศกาล หรืองานบุญทุกรูปแบบ โดยมีสุราเป็นตัวเดินเรื่อง หรือตัวประกอบหลังฉากของงาน ที่บ้างครั้งอาจจะถูกเชิญบ้าง ไม่ถูกเชิญบ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจผู้จัดงานว่าจะให้มารึเปล่าแต่รู้สึกว่าช่วงหลังๆหลายปีมานี้ คุณสุราจะถูกกำจัด หรือ จำกัดออกจากงานเทศกาลทุกรูปแบบเลยนะครับจะปีใหม่ สงกรานต์ เข้าพรรษา ออกพรรษา ลอยกระทง งานบุญ งานบวช ปรากฏว่าโดนถอนกำลังอย่างเรียบวุธต้นเหตุไม่มีอะไรมากไปกว่าการถูกปรักปรำว่าเป็นต้นเหตุแห่งความบรรลัยทุกชนิด เมาแล้วขับรถซิ่งจนตาย เมาแล้วพาลตีกันหาเรื่อง หรือเมาแล้วไม่รู้เรื่องจนขาดสติทำอะไรไปแบบไม่ยั้งคิด

ซึ่งหากพูดกันตามหลักศาสนาพุทธก็ต้องบอกถั่วต้ม เอ้ยถูกต้อง พร้อมพยักหน้าตอบรับด้วยว่าจริงทุกประการแต่ช้าก่อนท่านทั้งหลาย แม้ว่าการดื่มสุราจะทำให้ความสามารถในการทำอะไรลดลง แถมผิดศีลข้อ 5 แต่มันก็ไม่ได้หมายฟามว่าคนดื่มสุราทุกคนมันจะเลวบัดซบเสมอไปและการที่หน่วยงานรัฐหรือเอกชน ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ออกมาจัดแคมเปญรณรงค์งดเหล้า สุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดออกจากงานรื่นเริง หรืองานเทศกาลการท่องเที่ยว ถึงขั้นขนาดห้ามขายดูจะเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกที่ถูกทางซักเท่าไหร่

ผมขออนุญาตไม่เรียกว่าแก้ปัญหาล่ะกัน น่าจะเรียกว่าขายผ้าเอาหน้ารอดกันซะมากกว่าเมื่อดูจากแนวทางหรือแนวโน้มจากแคมเปญที่ทำไป ผลตอบรับกลับมามันก็ยังเหมือนเดิม รู้สึกเหมือนเอางบประมาณไปผลาญเล่นกับการประชาสัมพันธ์ยังไงไม่รู้ไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูซิ สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนไม่ช่วงเทศกาล พวกคุณเคยเห็นมันลดลงจากยอดเดิมรึเปล่า ดูเหมือนมีแต่จะสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปี ทั้งๆที่ก็รณรงค์เรื่อง งดดื่ม งดขายไปแล้ว

ในประเทศที่เจริญแล้ว การดื่มสุราชนิดเมาหัวราน้ำในเทศกาลงานรื่นเริง หรืออย่างเยอรมันที่มีเทศกาลเบียร์ “อ็อคโทเบอร์ เฟสต์” ให้คนไปดื่มกันเกลื่อนตา ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรมาก ไม่เหมือนพี่ไทยที่ชอบมีปัญหากันทุกเรื่องตลอดเวลาการขายผ้าเอาหน้ารอดโดยห้ามให้คนดื่มสุรา หรือว่างดขายกันในงานเทศกาล ดูจะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพกันเกินไปในความเป็นมนุษย์ ทั้งๆที่ตัวปัญหามันไม่ใช่สุรา แต่ว่าเป็นที่คนเอง

คือคนเราถ้ามันจะกินเหล้านะ ต่อให้ขึ้นภาษีแพง งดขายกันในช่วงเทศกาล หรือจำกัดเวลาซื้อว่ากี่โมงถึงกี่โมง ยังไงถ้ามันจะกินมันก็หาทางซื้อมากินอยู่ดี เช่น ช่วงวันสิ้นปีห้ามขาย กูไปซื้อมาตุนวันก่อนวันสิ้นปีมากินก็ยังได้ประมาณนั้นฉะนั้นการกระทำที่ว่าจึงไม่ช่วยส่งผลดีเท่าไหร่ แถมส่งผลเสียต่อทางเศรษฐกิจอีก ทางที่ดีควรจะไปแก้ปัญหาที่ตัวบุคคลมากกว่ามาจำกัดสิทธิในการดื่มการขาย

คือไม่รู้เลยหรือว่าไอ้ที่ทำไปมันไม่ได้ช่วยห่าเหวอะไรให้ดีขึ้นเลย ภายนอกอาจจะดูดีกับชื่อโครงการ แต่เนื้อในม้านนนก็เหมือนเดิมกับตอนที่ไม่ได้ทำอะไรล่ะครับ และผมก็เชื่อด้วยว่าไอ้คนที่มันรณรงค์ มึงก็ไปแอบกินมาเหมือนกันแหละส่วนแนวทางแก้ปัญหาที่ผมว่าคือ ทำยังไงให้คนดื่มดื่มแล้วไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลว่ามีจิตสำนึกในการดื่มขนาดไหน เมาแล้วขับ ถูกจับก็ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์เหมือนดาราไทย เอ้ย เมาแล้วไม่ควรขับ ทำยังไงให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันกับเหล้าอย่างมีฟามสุข โดยไม่จำเป็นต้องมีการงดขาย งดดื่มในช่วงเทศกาล

ฉะนั้นการดื่มเหล้าไม่ใช่ความชั่วช้าสามานย์ระดับไปเผาโรงเรียนเด็กอนุบาลตายยกชั้น แต่การดื่มเหล้าให้ถูกวิธี ถูกจังหวะ กาลเทศะ พูดง่ายๆว่าแดกเหล้าให้เป็นอย่างมีสติ (แม้ว่าจะทำได้ยาก) โดยไม่ต้องไปสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ใคร น่าจะเป็นหนทางในการแก้ไขที่ดีที่สุดแต่หากประเทศสารขัณฑ์บางแห่งยังดื้อด้านจะดันโครงการกันต่อไป ขอแนะนำพวกพี่ๆเลยว่า พวกมึงปิดโรงงานเหล้าทุกที่ให้หมดไปเลยครับ

ฝากความคิดเห็น ...