เราจะข้ามฟ้ามา…#เชียงใหม่ไปฉางซา 6

6. สิ่งที่สำคัญคือ ท่านจะอยู่กับความรู้สึกนั้นได้นานเท่าไหร่กัน เช้าวันใหม่ที่เฟิ่งหวงตื่นกันมาแบบไม่เร่งรีบ เพราะเรายังมีเวลาอยู่ที่จีนอีก 4 วันโดยที่ไม่เหลือแผนอะไรแล้ว เปิดม่านหน้าต่างดูบรรยากาศยามเช้าของเฟิ่งหวง ช่างแตกต่างกับเมื่อคืนอย่างเหลือเกิน แม้นักท่องเที่ยวจะหนาตาแต่ก็ดูสงบกว่าคงเพราะไร้เสียงเพลงจากผับบาร์ ผู้คนออกมาเดินเล่นกันริมแม่น้ำแต่เช้า บนแม่น้ำมีเรือพายนำนักท่องเที่ยวชมทิวทัศน์สองฟากฝั่ง เราเดินสวนทางกับที่เราเดินเล่นเมื่อคืน เดินลงไปทางทิศใต้มองหาจุดที่จะทานมื้อแรกและตั้งใจจะเดินเท้าเที่ยวไปตามจุดสำคัญๆ ที่ปรากฏบนแผนที่ ที่ได้รับมา เดินงมๆ ไปเลี้ยวนั่นเลี้ยวนี่แล้วพบว่าบริเวณเมืองเก่าเฟิงหวงนี้มีพื้นที่กว้างขวางให้เดินเยอะมากๆ แต่ร้านรวงที่เปิดขายกันอยู่แลดูจะหน้าตาเหมือนกันหมดนั่นคือ ร้านขนมคล้ายถั่วตัด ร้านขายกลองเจมเบ้และร้านอาหาร เดินไปๆ ก็จะเจอร้านแบบนี้เป็นส่วนใหญ่ทั่วบริเวณ สองข้างทางเดินก็จะมีป้าๆ น้าๆ มาเชิญชวนให้ถักเปียผมด้วยเชือกสีๆ แลดูน่าจะเป็นจุดขายอย่างหนึ่งของเมืองนี้สนนราคาเส้นละ 1 หยวนหรือ 5 บาทเท่านั้นถ้าผมฉันยังยาวๆ อยู่นี่คงถักไปแล้ว บ้างก็มีเชิญชวนให้เช่าชุดพื้นเมืองสวมใส่ถ่ายภาพ พิมพ์รูปเดี๋ยวนั้นเลยซึ่งดูน่าจะเป็นชุดเผ่าเดียวกับที่จางเจี่ยเจี้ยซึ่งน่าจะเป็นชนเผ่าม้ง บางทีก็มีตากล้องหนุ่มมาชวนเหล่าผู้ชายให้เช่าสวมชุดคล้ายๆ นายพราน มีหมวกติดขนนกและถือปืนเก๊กท่า เราเดินๆ ไปเจอร้านหนึ่งท่าทางไม่แพงหน้าตาอาหารก็น่าสนใจเลยแวะกินกัน ในร้านประดับไปด้วยธงชาติจีน ยืนยันว่าเราอยู่จีนจริงๆ สั่งหมี่น้ำชาม แห้งชาม ของฉันเป็นหมี่น้ำเห็ดหูหนู เกิดมาเพิ่งเคยกินเห็ดหูหนูเยอะสุดรวดเดียวก็วันนี้ ด้วยความที่เฟิ่งหวงก็มีบริเวณอยู่ประมาณนี้ เดิน 2-3 รอบก็จะพอเดาทางได้เราเดินๆ เบื่อก็กลับที่พัก เบื่อๆ ก็ออกกันมาอีก เจอร้าน Yingzi บรรยากาศดีอยู่ริมแม่น้ำ มีเมนูหน้าตาดีมาบนแท็บเล็ต เดาว่าวันนี้น่าจะได้กินกาแฟที่รสชาติคุ้นเคยเหมือนที่ไทย ชี้นิ้วสั่งอะไรไปไม่รู้มีวิปครีม ได้กาแฟกลับมาหน้าตาดีมากแต่รสชาติก็จืดชืดเช่นเคย […]

reviewchiangmai

September 26, 2016

เราจะข้ามฟ้ามา…#เชียงใหม่ไปฉางซา 4

ข้าพเจ้ายินดีเมามายไปกับสุราแปลกหน้าและบทเพลงที่ไม่รู้ความหมายโดยไม่คลางแคลงใจ <– นี่คือชื่อตอนที่เริ่มดูใกล้เคียงความจริงที่เกิดขึ้น เริ่มวันด้วยอาหารมื้อแรกก่อนออกเดินทาง สายเหมือนเช่นเมื่อวาน จากเมื่อวานที่เราเสียค่ากระเช้าทั้งไปทั้งกลับจึงคิดว่าวันนี้เราจะเที่ยวจางเจี่ยเจี้ยกันด้านล่างซึ่งแว่วๆ มาว่ามีอุทยานแบบเดินป่าอยู่ เรานั่งรถจากทางเข้า ไปลงยังสถานีรถบัสจุดทางขึ้นลิฟท์ แล้วเราเริ่มหาเส้นทางจะไปกันต่อ ว่าเราจะไปเดินสวนพฤกษศาสตร์จางเจียเจี้ย ตรงไหนดี เจอเจ้าหน้าที่ 2 คน เธอเดินไปถาม ไม่ได้คำตอบอะไรที่ชัดเจน ที่ชัดเจนก็คือ ภาพเดิมๆ ของคนจีนที่แลดูมันจะรำคาญทุกสิ่งในโลกแม้แต่จมูกตัวเอง เราเดินไปเดินมาหลบแสงแดดกันสักพัก จนเจอเจ้าหน้าที่หนุ่มอีกคนที่แลดูเป็นมิตร พ่อหนุ่มแนะนำให้เรานั่งรถไปลงอีกจุดจอดด้านหน้า พร้อมชี้ว่าให้ขึ้นรถคันไหน ไปลงแล้วก็เดินไปเรื่อยๆ มันจะมีทางให้เดินก็เดินไปเรื่อย ก็เป็นไปตามเจ้าหน้าที่ท่านนั้นบอกมา รถพาเรามายังจุดจอด มีผู้คนบ้างประปราย มีป้ายหินใหญ่ๆ มองผ่านเข้าไปเห็นก้อนหินใหญ่น้อย เรียงรายและแลดูจะเป็นลำธารหรือน้ำตกอะไรสักอย่างบรรยากาศคล้ายๆ น้ำตกห้วยแก้วเหมือนกันแฮะ แต่ไม่ได้เป็นน้ำตกที่สูงอะไรขนาดนั้น เหมือนลำธารไหลผ่านโขดหินมากกว่า มีเส้นทางให้เราเดิน มีแผนที่รางๆ โอเคเดินกันไปตามนี้ละกัน สอบถามว่าระยะทางทั้งหมด 2-3 กิโลใช้เวลาเดินสัก 4 ชั่วโมง เราก็ว่ามันนานขนาดนั้นเลยเหรอวะนั่น เอาเถอะเดินก็เดิน สบายๆ อากาศร้อน แดดเปรี้ยงแต่ก็ยังมีร่มเงาของต้นไม้ เดินๆ กันไปก็ยังงงๆ ว่า เอ…จำได้ว่ามันต้องซื้อตั๋วเข้าไม่ใช่เหรอ อุทยานอะไรนี่ ทำไมเราเดินเข้ามาเลยโดยไม่เจอด่านตรวจตั๋วอะไรสักอย่าง เส้นทางเดินลัดเลาะลำธารกว้างบ้างแคบบ้างแล้วแต่ช่วงที่แลดูน่าจะเป็นน้ำตกที่ลงมาจากเขาสูง เดินไปสักพักเราก็มองเห็นเหล่าภูเขาหินทรายซึ่งก็น่าจะเป็นลูกต่างๆที่เราเห็นเมื่อวานนั่นล่ะ แต่รอบนี้เป็นการมองเห็นเขาจากด้านล่าง เมื่อวานมองเขาจากด้านบน […]

reviewchiangmai

August 30, 2016

มาเชียงใหม่แล้วต้องไปไหว้ พระธาตุดอยสุเทพ

จะมาเที่ยวเชียงใหม่ หากไม่ได้กินข้าวซอย  ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ดูแม่คนิ้งบนดอย หลอยไปถนนคนเดิน เพลิดเพลินสวนสัตว์ เค้าบอกว่ามาไม่ถึง และจะมาไม่ถึงมาก หากไม่ได้มากราบไหว้สักการะพระธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่มีความสำคัญมากของชาวเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่า พระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ  มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น วัดถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1929 ในสมัยพญากือนา แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์เม็งราย ตอนนั้นพระองค์ทรงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการะบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 ปีด้วยกัน  มาบรรจุไว้ที่นี่ ด้วยการทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายสถานที่ประดิษฐาน พอช้างมงคลเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ ก็ร้อง สามครั้ง พร้อมกับทำทักษิณาวัตรสามรอบ ก่อนจะล้มลง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ขุดดินลึก 8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก หาแท่นหินใหญ่ 6 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้เวลาที่ใครไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ จึงถูกห้ามสวมรองเท้าใน […]

reviewchiangmai

December 19, 2012

สัมผัสวิถีชีวิตชาวม้งกับ “พิพิธภัณฑ์ชาวเขาบ้านดอยปุย” (ปิดแล้ว)

เลยถัดไปจากพระธาตุดอยสุเทพกับพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ สถานที่หนึ่งที่น่าสนใจ มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันไปเสมอคือ “พิพิธภัณฑ์ชาวเขาบ้านแม้วดอยปุย” หลายวันก่อนผมถ่อสังขารตัวเองมาตะลุยบ้านดอยปุยในช่วงเย็น ซึ่งถือว่าอากาศกำลังดี แดดอ่อนๆร่ำไร ระหว่างทางไปบ้านดอยปุยสังเกตเห็นหญ้าแฝกที่ปลูกใหม่ไว้ริมถนน ตรงที่ลาดชันสองข้างทาง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดิน มีสลับไปกับต้นสนสามยอดที่ขึ้นเรียงราย มองแลดูไกลๆ มีกลิ่นไอเสน่ห์เหมือนป่าเมืองนอก ก้าวแรกที่เดินเข้าไปสัมผัสในหมู่บ้าน สิ่งที่คุณจะเจอคือ บรรดาร้านค้าต่างๆของชาวม้งที่นำของหัตถกรรมพื้นเมืองมาขาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของประดับ ของที่ระลึก เดินถัดเขาไปในซักหน่อยจะมีสวนน้ำตกดอยปุยให้ได้ชม ก่อนจะพบความมันส์ในแบบลูกชายที่คาดว่าหาได้อยาก ความมันส์ที่ว่าคือการยิงหน้าไม้ทดลองความแม่น 10 บาท ยิงได้ 3 ครั้ง ผมจัดการอย่างไม่มีรีรอ ก่อนจะพบว่ามันเป็นอะไรที่ยิงได้ “เร็ว แรง ” มาก ความแม่นยำของหน้าไม้ก็ยอดเยี่ยม ลุงที่ให้บริการแกยังบอกว่า ถ้าสนใจอยากได้ก็มีขายให้ ส่วนความสงบและสบายใจในสวนน้ำตกดอยปุยที่ผมได้สัมผัสคือ อากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ ได้เจอเด็กๆชาวเขาพากันกระโดดลงเล่นน้ำ เสียงคุยกันเจี๊ยวจ๊าว แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็สัมผัสได้ว่าพวกเขามีความสุข ความสุขที่หาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปเล่นเกมส์ เที่ยวตามห้างเหมือนเด็กในเมือง แค่กระโดดลงเล่นน้ำหยอกล้อวิ่งไล่กัน มันก็หรรษาได้แล้ว พอแว่บจากสวนน้ำตกดอยปุย ที่พลาดไม่ได้และต้องแวะคือพิพิธภัณฑ์ชาวเขาบ้านแม้วดอยปุย และต้องขอเท้าความกันก่อนซักนิด ว่าต้นกำเนิดของพิพิธภัณฑ์ชาวเขาบ้านดอยแม้วปุยแห่งนี้มีขึ้นในปี 2527 โดยคุณยิ่งยศ หวังวนวัฒน์ พ่อหลวงบ้านดอยปุยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อตั้ง […]

reviewchiangmai

November 4, 2012