วันนี้เราเริ่มต้นทริปด้วยสายฝนที่ตกลงมาตั้งแต่เช้ามืด ต้อนรับกันด้วยหมอกหนาๆ ตั้งแต่ในตัวเมือง แวะถ่ายรูปสวยๆ ที่อ่างแก้ว มช.

ทริปนี้ก็ยังเป็นรถจักรยานยนต์ 2 ล้อคู่ใจที่พาไปไหนก็ได้ แต่ต้องขับขี่ปลอดภัยเปิดไฟ(เลี้ยว)ใส่หมวก(กันน๊อค) รถเครื่องพร้อม ใจพร้อม แต่ท้องร้อง ก็ต้องแวะเติมพลังกันก่อน มื้อแรกของทริป ต้องเริ่มต้นด้วยของเด็ดของดังประจำดอยสะเก็ด คือ “ขาหมูดอยสะเก็ด” ร้านเด็ดที่อยู่คู่ดอยสะเก็ดมา 10 กว่าปี ไม่ใช่แค่ชื่อที่ดัง แต่รสชาติก็เด็ดไม่แพ้กัน


1. ขาหมูดอยสะเก็ด

ด้วยวิธีการทำที่พิถีพิถัน ตั้งแต่เลือกขาหมูใหม่ๆที่ส่งตรงจากฟาร์มคุณภาพวันต่อวัน ล้างและทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วนำมาต้มรีดมันหลายรอบจนเหลือเพียงมันหมูนุ่มลิ้นที่ละลายในปาก ส่วนเรื่องราคาก็ไม่ต้องห่วง จะสั่งเป็นราดข้าว หรือ สั่งเป็นกับมาก็ไม่แพง เริ่มต้นที่ 50-150 บาท หรือถ้ามาเยอะ กินกันหลายคน จะสั่งเยอะขนาดนั้น แม่ก็จัดให้แบบไม่หวง นอกจากนี้ยังมีอาหารตามสั่งให้เลือกทาน สำหรับบางคนที่ไม่ทานหมู

อีกเรื่องที่อยากกระซิบดังๆว่าที่นี่มีห้องน้ำนะคะ สะอาดด้วยๆ ใครอยากไปทานก่อนเริ่มต้นทริป ก็แวะไปได้ตั้งแต่ 8 โมงเช้า จนถึง 4โมงเย็น ไม่เว้นวันหยุด แต่ถ้าแม่มีธุระก็ขออนุญาติหยุดบ้าง แต่ใครกลัวไปเสียเที่ยว ก็โทรไปสอบถามกันได้

ขาหมูดอยสะเก็ด (ร้านอาหาร)
เปิดบริการ 08.00-16.00
โทร 0861979038,0933289877


2. สะพานแขวนเขื่อนแม่กวง

จุดหมายแรกที่เราจะแวะคือ เขื่อนแม่กวง หรือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนที่มีหน้าที่กักเก็บน้ำจากแม่น้ำกวงที่เป็นลำน้ำสาขาจากแม่น้ำปิง หลังจากก่อสร้างสะพานแขวนเพื่อให้การสัญจรไปมาของชาวบ้านชาวป่าสักงามสะดวกขึ้น แต่กลับได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว จนกลายเป็นที่ถ่ายรูปเช็คอินสุดฮิตที่ใครๆ ก็แวะมา

แต่นอกจากสะพานแขวนแล้ว เขื่อนแม่กวง ยังมีที่ถ่ายรูปอีกหลายจุดที่สวยไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น ที่ถนนสันเขื่อน เราจะเห็นเขื่อนที่ล้อมไปด้วยภูเขาเขียวตัดกันท้องฟ้ากว้างสุดสายตา

หลังฝนหยุดฟ้าเปิด ก็สวยสดใส

ภายในเขื่อนสามารถนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ข้อควรระวังไว้สำหรับคนที่ขับรถเล็ก หรือจักรยานยนต์ คือทางดินแดงที่อาจจะขับยากขื้น


3. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้

ขับต่อไปไม่ใกล้กันแต่ไม่ไกลกัน แวะพักที่ห้วยฮ่องไคร้ หรือที่เรียกกันเต็มๆว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ที่เป็นสถานที่ทดลองและพัฒนาการเกษตร และดูแลพื้นที่ป่า ที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคเหนือ ที่นักท่องเที่ยวอย่างเราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและเรียนรู้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แวะอ่างเก็บน้ำห้วยฮ่องไคร้ให้ไปนั่งพัก ถ่ายรูปกันเพลินๆ

หรือจะไปเดินดูปลาในกระชังเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดก็ได้


4. ปางแฟน

บ่ายๆ ก็ขับรถไปต่อกันที่ ปางแฟน ที่เช็คอินสุดฮิตของปีนี้ ที่ผ่านมาก็ต้องแวะ จุดเด่นที่มีธารน้ำไหลผ่าน จากไร่ส้มและบ้านพักของครอบครัวปรับเปลี่ยนมาเป็นร้านอาหารและมีที่พักไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

 

สำหรับบางคนที่แวะมาถ่ายรูปสวยๆ พร้อมทานอาหาร ที่นี่ก็มีอาหารไว้บริการหลากหลาย แต่ก่อนจะสั่งอาหาร เราต้องเดินมาหยิบตัวอักษรที่โต๊ะรับออเดอร์ แล้วก็ไปเลือกนั่งโต๊ะที่เราต้องการ สั่งอาหารพร้อมเขียนเลขโต๊ะ ให้พนักงานรับออเดอร์ รอไม่นานอาหารก็จะมีเสิร์ฟที่โต๊ะเรา

เมนูแนะนำประจำร้านก็คือ เปาะเปี๊ยะ 2 หน้า

ส้มตำไทย

หรือจะเป็นอาหารจานเดียว อย่าง ข้าวคลุกลาบกับปีกไก่ทอดเกลือ

กะเพราบก

และสปาเก็ตตี้ครีมซอส

ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกกันหลากหลาย ทั้งกาแฟสด ชา หรือจะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เย็นๆ ส่วนเมนูที่ทางร้านแนะนำ คือ กาแฟปางแฟน สำหรับหลายคนที่ชอบกาแฟเข้มๆ ด้วยกาแฟคั่ว 3 ช็อต หรือช็อกกี้ที โกโก้+ชาไทย หรือจะเป็นเมนูสำหรับเด็กๆ อย่างนมชมพู

ทานอิ่มก็ได้เวลาพักผ่อน เข้าที่พัก ภายในห้องครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ด้วยราคา 1000 บาท พร้อมอาหารเช้า (800 บาท ถ้าไม่ต้องการอาหารเช้า)

และสำหรับแขกที่เข้าพักก็ได้ถ่ายรูปยามค่ำคืนเก๋ๆ ที่ปางแฟน เฉพาะคนที่พักกับปางแฟนเท่านั้น

ปางแฟน (ร้านอาหาร)
เปิดบริการ 08.00-18.00 (ครัวปิด17.00 น.)

ปิดทุกวันอังคาร

ปางแฟน (ที่พัก)
ราคาที่พัก 1000 บาท /ห้อง/คืน/ทุกเทศกาล (เข้าพักได้สูงสุด 2 ท่าน)  โทร 0875942469

เช้าๆ ก็ขับรถกลับเข้าเมืองด้วยบรรยากาศหมอกยามเช้าตามทาง

พร้อมแดดอุ่นๆ จบทริปดอยสะเก็ดแบบฟินๆ

เรื่องและภาพโดย : รีวิวเชียงใหม่และคุณลี (IG : jellysaki)

ฝากความคิดเห็น ...