BANANA CODING เป็นบริษัทที่รับเขียนโปรแกรมให้กับทั่วโลก ซึ่งที่แห่งนี้เป็นโอกาสสำหรับน้องนักศึกษาที่จบใหม่ชาวเชียงใหม่ที่จะได้มาทำงานที่ถือว่าเป็นโปรแกรมเมอร์ตัวจริงที่นี่ซึ่งเขาต้องการที่จะรับนักศึกษาเข้าทำงานในบริษัทถือเป็นโอกาสแล้วไม่ต้องเข้าไปทำงานกรุงเทพหรือที่ไกลๆ

ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้ก่อตั้งและ CEOของบริษัท BANANA CODING จะหนุ่มขนาดนี้คุณจิระพงศ์เป็นใครมาจากไหน?

จริงๆผมเป็นเด็กต่างอำเภอเกิดที่อำเภอแม่วาง แต่มาเรียนที่ยุพราชตอน มัธยมศึกษาปีที่หนึ่งถึงมัธยมศึกษาปีที่หก เข้าเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คณะวิทยาการคอมพิวเตอร์พอจบมาก็มีโอกาสได้ทำงานกับบริษัทต่างประเทศที่มาเปิดที่เชียงใหม่ก็ทำอยู่ที่บริษัทร่วม 13 ปีเริ่มจากพนักงานช่วยก่อตั้งพนักงานจนตอนนี้มี 50 คนทำงานมา 13 ปีมีโอกาสได้สัมภาษณ์น้องน้องที่เข้ามาทำงานเยอะแยะมากมายรวมกันจากมหาวิทยาลัยทัวร์เชียงใหม่และทั่วภาคเหนือ

ตอนที่คุณจบจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คุณคิดว่าคุณมีความสามารถอะไรที่มันเหนือกว่าคนอื่นไหม ถึงได้มีโอกาสไปทำงานที่บริษัทและรับน้องน้องรุ่นต่อรุ่นมันต้องมีความสามารถอะไรบ้าง?

ตัวผมเองตอนเรียนผมไม่เน้น ตอนจบผมมีเกรดเฉลี่ยอยู่ที่ 2.76 ไม่เยอะก็ถ้าไปทำงานที่บริษัทเค้าจะไม่รับเลยเพราะ ณ ตอนนั้นเค้าดูที่เกรดส่วนใหญ่สิ่งที่ผมมีมากกว่าคนอื่นก็คือประสบการณ์ คือตอนที่ผมจบผมมีประสบการณ์การทำงานห้าปีเริ่มทำงานตั้งแต่อยู่ม.5

คือคุณเรียนแล้วทำงานไปด้วยใช่ไหมครับ แล้วคุณทำงานด้านไหนบ้าง?

ทำงานฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์แล้วก็เขียนโปรแกรมมาด้วยเพราะฉะนั้นผมเริ่มเขียนโปรแกรมตอนที่อยู่มัธยมศึกษาที่6

ตอนนั้นเป็นโปรแกรมเกี่ยวกับอะไรครับ?

เป็นโปรแกรมบนระบบปฏิบัติการดอสก็คือเป็นระบบซื้อขายผ่านทางตัว โปรแกรมดอสซึ่งช่วยให้ทางร้านค้าเขา ไปเก็บข้อมูลของ ทางร้านเค้าได้อยู่ในโรงเรียนยุพราชเองคุณครูก็ให้ช่วยเขียนโปรแกรมควบคุมห้องสมุดก็ได้เข้าไปช่วยของอาจารย์ตรงนั้นด้วย

แสดงว่าคุณสนใจในเรื่องนี้มานานแล้ว มีโอกาสก็ทำไปเลย ก็คือประสบการณ์ห้าปีที่คุณเก็บมา ตั้งแต่ระหว่างเรียน เรซูเม่ของคุณก็เลยสวยเรซูเม่ มีประสบการณ์มากกว่าคนอื่นห้าปีแล้วบริษัทจึงรับคุณเข้าไปทำงาน?

เจ้าของบริษัทไม่ได้อยู่เมืองไทยแต่ส่งแบบทดสอบมาให้ถามว่าผมได้เคยมีประสบการณ์มาห้าปีจริงหรือเปล่าเป็นบริษัทต่างชาติแต่มาตั้งอยู่ในเชียงใหม่

คุณเลยได้ไปเฉี่ยวบริษัทยักษ์ใหญ่ของไมโครซอฟท์เป็นยังไงมายังไงครับ?

ก็คือหลังจากที่ทำงานกับบริษัทนี้มาสี่ปีทาง Microsoft ก็ได้จ้างอีกบริษัทหนึ่งที่เขามีงานเข้ามาติดต่อกับทางบริษัทเราซึ่งได้ลองทำงานร่วมกันประมาณสามถึงสี่เดือนเค้าก็เลยเห็นว่าผมมีความสามารถทำงานให้เขาได้ และเนื่องจากทางนั้นกลับเชียงใหม่เวลาต่างกันเยอะตอนนั้นกลางคืนบ้านเค้าจะเป็นรางวัลบ้านเราดังนั้นเค้าจึงอยากให้ผมไปทำงานที่ซีเอสเทิร์นเลยจะได้คุยกันในเวลาเดียวกันเค้าก็เสนอให้ผมไปทำงานที่นูนช่วงแรกเค้าให้ผมไปกลับแต่หลังมาเค้าอยากให้ผมไปอยู่โน่น เป็นบริษัทของ Microsoft ก็คือเข้าไปอยู่ในตึกของ Microsoft เลย

แล้วทำไมคุณถึงได้ตัดสินใจมาตั้งบริษัทนี้?

ก็ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ในเชียงใหม่มักจะมีเจ้าของเป็นชาวต่างชาติแต่ว่าลูกจ้างส่วนใหญ่จะเป็นคนไทยหมดเลยผมก็บอกเห็นว่าจริงๆทำไมบริษัทแบบนี้ไม่มีของคนไทยเลยเพราะจริงๆแล้วคนไทยสามารถทำงานให้คนต่างชาติได้เหมือนกันก็เลยคุยกับทางเจ้านายเก่าของผมผมขอโอกาสมาเปิดบริษัทของผมเองเลยเป็นจุดกำเนิดของบริษัท

* จิระพงษ์  นันตา เจ้าของบริษัทนี้บอกว่าจากการที่อยู่ในอาชีพนี้อย่างต่อเนื่องได้พบกับชาวต่างชาติที่เป็นโปรแกรมเมอร์หลายคนรวมทั้งเจ้าของธุรกิจด้านไอทีซึ่งเห็นว่าเมืองเชียงใหม่เหมาะที่จะเป็นศูนย์รวมทางด้านบริษัทไอทีเหมือนที่ ซิลิคอน วัล เลย์ ทางUSA ซึ่งรวมบริษัทดังๆไว้มากไม่ว่าจะเป็น Google Facebook Apple และอื่นๆอีกมากมายซึ่งพบว่าอนาคตต่อจากนี้ไม่เกินห้าปีจะเป็นรูปมาทำขึ้นมาบ้างเพราะขณะนี้มีบริษัทไอทีรวมทั้งกลุ่มโปรแกรมเมอร์ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาใช้ชีวิตที่จังหวัดเชียงใหม่จำนวนมากและส่งออกงานไปในระดับโลกการเป็นโปรแกรมเมอร์เป็นอาชีพในความใฝ่ฝันของน้องๆ หลายคนที่เรียนมาทางด้านนี้โดยตรงรวมทั้งที่เรียนในสาขาอื่นและมีความสนใจด้านนี้อย่างจริงจังก็มองเห็นช่องทางการทำงานและการที่จะมีการรองรับความต้องการของตนเองหรืออยากทำงานในพื้นที่เชียงใหม่นั้นก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทแห่งนี้เปิด รับคนไอทีสายเลือดใหม่ซึ่งนักศึกษาที่จบใหม่เหล่านี้จะได้พิสูจน์ฝีมือว่าสามารถฝ่าฟันไปสู่การเป็นโปรแกรมเมอร์ด้านมืออาชีพได้หรือไม่และพร้อมที่จะมีโอกาสเติบโตจากฐานเงินเดือนเกิน 10,000 สูงเงินเดือนหลักแสน

ความต้องการของบริษัทก็คือต้องการคนที่ จบมาทางด้านนี้แต่สามารถแบ่งเป็นสามส่วนนะครับยกตัวอย่างเช่นเด็กที่จบใหม่เช่นคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จบ 50 คนสามารถแยกออกเป็นสามประเภทคือกลุ่มขั้น ขั้นแรกคือ Aมี 5% คือคนที่เก่งอยู่แล้ว ขั้นที่สองคือB 15% เก่งแต่ยังไม่มาก  ขั้นที่สามคือC 80% ต้องการเรียนรู้งานถึงจะทำงานได้

ถ้าในเชียงใหม่ในแต่ละสถาบันที่สอนในเรื่องของทางด้านไอทีทางด้านคอมพิวเตอร์วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์มาตรฐานที่คุณอยากได้มันมีเยอะมากน้อยขนาดไหน?

มาตรฐานในเจ็ดมหาลัยนะครับจริงๆที่จบมาแล้วได้คุณภาพเลยนะครับมีไม่เกิน 20 คนต่อปีคือกลุ่มA

ถ้าในกลุ่มเอเค้าอาจจะมีพี่น้องหรือบริษัทของเขาเองอยู่แล้วหรืออาจจะมีการแย่งตัวซื้อตัวจาก 20 คนมันจะเหลือสักกี่คนที่จะมาทำงานกับเราครับ?

จริงๆเราจะมีกลุ่มเด็กที่ต้องการในกลุ่มเอและบีที่ไม่ต้องการไปทำงานนอกเชียงใหม่หรือใกล้บ้านซึ่งเรามีกลุ่มนี้จึงทำให้เรานำเข้ามาพัฒนาความสามารถให้ดีขึ้นได้แต่ถ้าเป็นกลุ่มเอก็จะดีมากครับแต่ส่วนมากบริษัทใหญ่ใหญ่ปีสามปีสี่เค้าจะมาจองตัวทันทีและจะมีกระบวนการเข้าไปแต่ละมหาลัยให้เข้าไปหา ตัวเด็กเลยถ้าใครเป็นเด็กกลุ่มเอปุ๊บก็ให้เซ็นสัญญาทิ้งไว้

ถ้าไปในแบบนั้นจะเจอที่เป็นกลุ่มเอซักกี่คนครับ?

ถ้าไปในตรงนั้นจริงๆจะเจอไม่เกินห้าคนที่มาถึงเราและกลุ่ม บีอาจจะมีประมาณ 10 คน

แต่ความต้องการของ BANANA CODING ตอนนี้ต้องการโปรแกรมเมอร์และสิ่งที่ต้องการเด็กจบใหม่ในปีนี้ต้องการสักกี่คน?

ปีนี้โควตาของบริษัทคือสามคนเพราะขั้นตอนก่อนที่จะทำงาน เด็กจะต้องมีความพร้อมในการทำงาน ต้องใช้เวลาเจ็ดเดือนในการฝึกคือเราไม่สามารถที่จะรับเด็กเข้ามาแล้วทำงานได้เลยจะต้องเป็นไปตามกระบวนการ

แสดงว่าทุกคนที่เราเห็นในบริษัทแสดงว่าแต่ละคนต้องผ่านกระบวนการพอสมควร  ซึ่งวิชาชีพนี้จริงๆความสามารถต้องเยอะผมอยากรู้แบบเด็กจบใหม่มาเขาจะได้เงินเดือนสตาร์ทที่เท่าไหร่?

เงินเดือนเริ่มต้นที่ 16,000 บาท เฉพาะในเชียงใหม่

ล่าสุดคุณจิระพงศ์  มีไอเดีย แอพพลิเคชั่นสมศรี ใช้งานด้านการบริการจัดการในโรงเรียนของไทยหลังจากที่ตนเองทำงานให้ต่างประเทศมาตลอดเลยทำให้แอพพลิเคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคุณพ่อคุณแม่ซึ่งเป็นคุณครูทั้งคู่ประกอบด้วยตนเองพบเห็นปัญหาต่างๆในการบริหารจัดการ ธุรการข้อมูลต่างๆทั้งของคุณครูและเด็กนักเรียนแม้กระทั่งระบบบัญชีเงินในโรงเรียนสมศรีเกิดเมื่อต้นปีบริษัทเราคิดว่าน่าจะมี product สักตัวหนึ่งไว้สำหรับคนไทยของเราเพราะเราทำงานให้กับต่างประเทศมาเยอะแล้ว ก็เลยเห็นว่าโรงเรียนสมัยนี้คุณครูหรือผู้บริหารเองยังขาดการบริการที่จะสามารถไปช่วยบริหารได้ตัวครูและผู้บริหารเองปัจจุบันต้องทำเอกสารมากกว่าที่จะเอาเวลาไปสอนเด็กตัวสมศรีเองเราออกแบบมาเพื่อจะลดทอนความยากของการทำเอกสารทำให้ครูมีเวลาไปสอนเด็กเด็กเพิ่ม

การที่โปรแกรมนี้จะพัฒนาไปทางไหนขึ้นอยู่กับสถานศึกษาในพื้นที่ที่จะสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพมาสู่วงการรวมทั้งการสนับสนุนอย่างจริงจังของภาครัฐและภาคเอกชน

สัมภาษณ์โดย  นพนิวัตร์ ไกรฤกษ์ สื่อสนามคลุกวงข่าว ที่ วีทีวี WETV


เฮ้ยยย แอพอะไรเนี่ย แอพของคนเชียงใหม่ มีให้โหลดใช้ฟรีๆ ด้วย เป็นแอพที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการบริหาร รร. สถาบันการศึกษาต่างๆ ครู นักเรียน ผู้บริหาร ผู้ปกครอง โหลดแอพนี้ไว้แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ

#สมศรีคืออะไร?

ผู้ให้คำตอบกับเราคือคุณเปี๊ยก จิระพงษ์ นันตา ผู้ก่อตั้งบริษัทบานาน่า โคดดิ้ง และผู้คิดค้นแอพพลิเคชั่น สมศรี


– สมศรีเป็นโปรแกรมบนเว็บไซต์ตัวหนึ่งเป็นระบบบริหาร รร. เช่น ถ้าผู้บริหารต้องการดูรายรับ รายจ่ายของตัว รร. หรือถ้าผู้ปกครองต้องการรู้ว่าจะจ่ายค่าเทอมนักเรียนเมื่อไหร่หรือว่าต้องการรู้ว่าลูกตัวเองไป รร.กี่ครั้ง ครูก็สามารถนับแถว นร. ผ่านแอพศรีได้เลย สามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์หลายประเภททั้งสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป แท็ปเล็ต ไม่มีอินเตอร์เน็ตก็ใช้ได้เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไว้

#กลุ่มเป้าหมายใคร?

– รร.เอกชนและ รร.รัฐบาลขนาดเล็ก ซึ่งมี นร.อยู่ประมาณ 100-300 คน

#ถ้าอยากใช้แอพสมศรีต้องทำยังไง?

– หากคุณครูท่านใดอยากรู้จักสมศรีเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ทาง http://m.me/somsri.io/ หรือhttp://www.somsri.io/ ได้ตลอดเวลาเลยค่ะ หรือถสมัครได้ทาง www.somsri.io ช่วงนี้มีโปรโมชั่นใช้งาน ฟรี 4 เดือน สอบถามโทร. 064-219-6125

คุณครูกำลังรู้สึกเหนื่อยกับงานบริหารที่ดูจะมากมายเกินไปใช่มั้ยคะ?


สมศรีขอเสนอตัวเป็นตัวช่วยคุณครูทุกคนเองค่ะ
สมศรี(somsri.io)เองไม่ใช่คนนะคะ แต่เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคอยเป็นเลขาส่วนตัวให้คุณครูทุกท่าน

สมศรีถูกพัฒนาโดยstartupผู้เชี่ยวชาญ ชาวไทย100% ถูกออกแบบมาเพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน การทำงานที่ไม่เป็นระบบ สามารทำงานที่มีความซ้ำซ้อนยุ่งยากให้ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ต้องการได้โดยง่าย สามารถดูข้อมูลต่างๆได้ทุกที่ทุกเวลา อัพเดทตลอดเวลา

สมศรี ถูกตั้งเป้าหมายว่าจะช่วยเหลือคุณครูได้ทั้งงานด้านวิชาการและงานบริหาร
-ระบบงานทะเบียนนักเรียน
-ระบบงานบุคลากร
-ระบบงานการเงิน
-ระบบงานบัญชี
-ระบบงานพัสดุ
-ระบบแผนงานงบประมาณ
-ระบบโครงสร้างหลักสูตรและตารางสอน
-ระบบวัดผลและประเมินผล
-ระบบประเมินพฤติกรรมเด็ก(SDQ)
-ระบบประเมินความฉลาดทางEQ

 

ฝากความคิดเห็น ...