Boyhood [2014]

– หนังเรื่องนี้ใช้เวลาถ่ายทำนาน 12 ปี ตั้งแต่เด็กน้อยคนนี้ยังเล็กจนเป็นหนุ่ม รวมถึงนักแสดงทุกคนต่างใช้คนเดิมตลอด 12 ปีเช่นกัน

– หนังบอกเล่าเรื่องราวผ่านสยาตาของเด็กน้อยคนหนึ่งตั้งแต่เล็กจนโต ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมาย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในครอบครัวที่หล่อหลอมให้คนๆหนึ่งโตขึ้นมาเป็นตัวเขา

– คนเป็นแม่ลูกสองต้องเลี้ยงลูกคนเดียวเพราะเลิกกับสามี คนดูรู้สึกเห็นใจเธอที่ต้องแบกรับความเครียดความคาดหวังทั้งหมดไว้ ในขณะเดียวกันเธอก็เป็นคน เป็นมนุษย์ผู้หญิงที่ต้องการความรัก ความอบอุ่น การเอาใจใส่จากเพศตรงข้าม

– ความผิดพลาดจากการตัดสินใจเรื่องชีวิตคู่ส่งผลถึงเด็กๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนังชี้ให้เห็นว่าทุกการตัดสินใจคุณต้องยอมรับผลของมัน ที่แย่กว่านั้นคือลูกๆของคุณอาจต้องรับผลไปด้วย

– น่าคิดว่า ผัวใหม่ของแม่ หมายถึง พ่อใหม่ของลูกๆ ด้วยหรือไม่

– ถ้าไม่ได้เป็น พ่อใหม่ เขามีบทบาทเป็น พ่อเลี้ยง ด้วยหรือไม่

– ขอบเขตสิทธิอำนาจของ พ่อใหม่-พ่อเลี้ยง อยู่ตรงไหนอย่างไร

– คนเป็นแม่ควรเห็นแก่อนาคตของลูกมากกว่าความต้องการของตัวเองหรือไม่ หรือว่าที่จริงแล้วมัน balance กันได้

– หากแม่ได้ตัดสินใจพลาดไปครั้งที่หนึ่ง สมควรที่จะเรียนรู้เพื่อไม่ให้มีครั้งที่สองหรือไม่โดยเห็นแก่เด็กๆ

– บทบาทพ่อที่ทิ้งลูกทิ้งเมียไปสร้างครอบครัวใหม่และมีลูกใหม่ แต่ยังกลับมาเยี่ยมลูกเมียเก่าทุกเดือน คือบทบาทพ่อที่เหมาะสมแล้วหรือไม่ คุณสามารถทำให้ทุกอย่างดีกว่านี้ได้แต่ไม่ได้ทำใช่หรือไม่

– ชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลวไม่ได้หมายความว่า ชีวิตของลูกๆจะต้องพังพินาศไปด้วย

– เมื่อลูกยังเด็กเขาต้องการพ่อแม่ เมื่อลูกโตพ่อแม่จะต้องการเขา

– การช่วยให้ลูกเป็นคนมีระเบียบวินัยสำคัญมาก แต่จะต้องให้เขาเรียนรู้ความสำคัญของการมีวินัย ไม่ใช่บังคับเขาแบบฝึกทหาร

– สรุป เป็นหนังที่ควรดูทั้งพ่อ แม่ และลูกที่โตพอสมควรแล้ว (เด็กๆยังไม่ต้องเพราะยังไม่เข้าใจ) หนังไม่ได้มีจุดพีคอะไรมากมาย เป็นแบบเรื่อยๆค่อยๆไป ยาวสามชั่วโมงถ้วน!


ขอบคุณข้อมูลจากบล็อก www.itong2go.com
เกี่ยวกับ @itong2go: เฮียโก บล็อกเกอร์พ่อลูกสาม บ้านอยู่เชียงใหม่ อาชีพทำเว็บไซต์ ชอบดูหนัง ชอบท่องเที่ยว
Twitter: @itong2go
Facebook: Govit Thatarat
Instagram: @itong2go

ฝากความคิดเห็น ...