Silver Linings Playbook – เมื่อคนพูดไม่คิด มาเจอกับคนทำไม่คิด ผลมันก็ออกมาฉะนี้แลหนัง – 8.5/10

ทั้งการพูดไม่คิด และการทำไม่คิด ล้วนส่งผลเสีย ผลร้าย สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้คนรอบข้างรอบตัวได้เสมอๆ เรื่องราวมันสนุกและน่าจะชิบหายวายป่วงตรงที่เอาคนทั้งสองแบบนี้มาเจอกัน มารู้จักกัน มามีกิจกรรมร่วมกัน สัมพันธ์กัน ทะเลาะกัน และจะรักกันได้อย่างไร หนังพาเราไปสู่บทสรุปตรงนั้นได้อย่างแนบเนียน ที่ว่าเนียนเพราะเรายังอินกับความบ้าของตัวละครอยู่ ไม่ทันซึ้งนั่นเอง

สารภาพอีกว่าหนังแนวนี้ผมดูแล้วอินมากกว่าหนังแอ๊กชั่นจริงๆ หนังที่อารมณ์เหมือนถ่ายทำที่บ้านนี้แหละ มันพาเราโฟกัสไปที่การแสดงอารมณ์ของนักแสดงล้วนๆ เวลามันบ้าเราก็อินตาม เวลามันซึ้งเรารู้สึกซึ้งไปด้วย เออมันได้แฮะ
นักแสดงนำทั้งสองทำได้ดียอดเยี่ยมเลยทีเดียว แว๊บแรกที่ Jennifer โผล่มาในเรื่องผมคิดว่าไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่ยิ่งเล่นนานเข้าเรากลับรู้สึกว่าเธอน่ารักขึ้นเรื่อยๆ (คือคนนี้ไม่ได้สวยปิ๊งอะไรอยู่แล้ว) ยิ่งเมื่อเธอเล่าเรื่องเปิดเผยชีวิตล้มเหลวออกมา เราคนดูยิ่งตกหลุมรักและเอาใจช่วย แทนที่จะตั้งแง่รังเกียจเดียจฉัน (สำหรับคนไทยไม่แน่) เพราะเธอนอนกับเพื่อนร่วมงานมาทั้งออฟฟิศ!!
ส่วน Bradley นั้น ชินตามาหลายเรื่อง ที่จดจำได้มากก็ชาวแก๊ง Wolfpack แห่ง Hangover นั่นเอง เรื่องนี้เล่นดีกว่ามาก เหมือนเล่นเป็นตัวเองเลย เขาอาจจะเป็นคนบ้าๆจริงๆอยู่แล้วก็ได้นะ เวลามาเล่นหนังแบบนี้ก็เลยไม่ต้องแสดงอะไรมาก
และในหนังไม่ได้บ้ากันสองคนนะครับ บ้ากันทั้งบ้าน เพี้ยนทั้งพ่อแม่ลูก แม้แต่ หมอรักษาคนบ้า!
ย้อนไปดูผู้กำกับไม่ใช่หน้าใหม่ David O. Russell ผู้เคยเรียกน้ำตาผู้ชมมาแล้วจาก The Fighter หนังของเขาเป็นหนังแง่บวก แต่ใช้วิธีเล่าเรื่องร้ายๆหม่นๆ ก็คงเหมือนคนที่บางครั้งเราอาจตัดสินเขาจากแว๊บแรกที่เห็น แต่เมื่อรู้จักนานไปถึงได้รู้ว่า มันไม่ใช่อย่างที่กูคิดเลย!!
พวกโลกสวยอาจเฉยๆ พวกมองโลกแง่ร้ายควรหามาดูเพิ่มพลังใจด่วนๆๆๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.itong2go.com/2013/05/silver-linings-playbook-8510.html

Relate Posts :