info. อ.กัลยานิวัฒนา จ.เชียงใหม่

 

ความเดิมตอนที่แล้ว ห้าโมงเย็นกว่าๆพวกเราทั้งคณะ (ฟังดูเหมือนคณะตลกยังไงไม่รู้) พากันถึงบ้านวัดจันทร์ ที่มีวิหารแว่นตาดำเป็นแลนมาร์คสำคัญ จอดรถพักแถวนั้นกันนิดหน่อยแล้วก็พากันขับรถต่อมาที่พักซึ่งไม่ห่างกันมาก เพื่อเก็บข้าวของเข้าที่พัก พร้อมจัดปาร์ตี้กันในตอนเย็น

เมื่อพระอาทิตย์ตอกบัตรเลิกงาน  ความสำราญก็เริ่มขึ้นกันทันที ทั้งคณะเราต่างคนต่างก็ช่วยกันขนข้าวของ จัดเตรียมของกินกันอย่างขะมักเขม้น คนนั้นขนอันนี้ที คนโน้นก็ขนอันโน้นที

อากาศในตอนค่ำถือว่ากำลังหนาวได้ที่เลยครับ แต่ละคนก็เริ่มห่อหุ้มตัวเองด้วยเสื้อกันหนาวอย่างหนาหลายชั้น อีกทั้งหมวกไหมพรมสวมปิดหัว เพื่อกันอากาศหนาวไม่ให้มาตามรังควานจนจะเป็นหวัดกันเสียก่อน

มื้อค่ำของพวกเรามีกันหลากหลายเมนูครับ คนเป็นเชฟหลักๆก็คงหนีไม่พ้น คุณ Nightman ที่ฝีไม้ลายมือในการทำอาหารเข้าขั้นรางวัลตุ๊กตาทอง แต่ถ้าเมื่อไหร่เขาเมามา ขอบอกว่าเมนูแปลกๆจะเกิดขึ้นทันที ชนิดที่บางอย่าง คนนั่งอยู่ข้างๆยังงงเลยว่า มันใส่ได้เหรอป๋า

และก็เช่นกัน มื้อนี้ก็หนีไม่พ้น เมื่อแกเล่นเอาเนื้อหมูที่ย่างไม่สุกมาหั่น เทลงกระทะเติมน้ำใส่พริกลาบที่ใช้สำหรับทำส้า เติมผักทุกอย่างที่ขวางหน้าแถวนั้นยัดลง แกะซองมาม่าได้ก็ทำการใส่เพิ่มลงไปอีก สูตรสำคัญทุกครั้งของอาหารแกที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ การเติม เหล้า หรือเบียร์ใส่ลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้มันกลมกล่อมยิ่งขึ้น

ถ้าถามผมว่ามันอร่อยมั้ย ก็ต้องขอตอบเลยว่า ในช่วงเวลาเมาแบบนั้น ไม่ว่าจะกินอะไร มันก็อร่อยหมดแหละครับ ส่วนจะรับประกันความจู๊ดดด หรือไม่นั้น คุณ Nightman แกไม่เคยการันตีซักครั้งเลย ฮ่าๆๆ

ตกดึกมาก็เริ่มหายกันไปนอนทีละคนสองคน ทั้งโดนอากาศหนาวถล่ม และโดนแอลกอฮอล์กะซวก ส่วนพวกที่แข็งแกร่งก็ยังคงร่ำสุรากันอย่างฮาเฮได้ที่ ซึ่งดูจากสีหน้าแต่ละคนแล้วต้องบอกเลยว่า  “จัดหนัก” กันอย่างแน่นอน

เป็นธรรมดาในวงสุราที่เมามาเมื่อไหร่ ผมชอบเล่นเกมทายปัญหา  กฎกติกาก็ไม่มีอะไรมา แค่ให้แต่ละคนตั้งคำถามโดยเวียนกันไปเป็นรอบๆ สมมติว่าให้บอกชื่อยี่ห้อโทรศัพท์ ก็ให้ตอบกันไปทีละคนวนเป็นรอบวงกลม  ใครตอบช้า ตอบซ้ำ ก็ต้องยกหมดแก้ว

ทีนี้แหละ ความสนุกในการร่ำสุราก็เริ่มทวีขึ้น เพราะแต่ละคนก็ต้องคิดหาคำตอบมาตอบเอาตัวรอด เพราะถ้าคุณไม่รอดก็ต้องยก ฮ่าๆๆ

ยิ่งดึกก็ยิ่งพากันรั่ว ตอบคำถามมั่วซั่ว อย่างคำถามถามว่าให้บอกยี่ห้อยางรถ ก็มีคนตอบไปว่า นันยาง

ห๊ะ! นันยาง เป็นยี่ห้อยางรถ ตอบแบบนี้ก็เงิบกันทั้งวงเหล้าเลยครับ ฮ่าๆๆ

ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองมุดหัวเข้าไปนอนเต็นท์กันตอนไหน เมื่อไหร่ มีแต่จำได้ว่าคืนนั้นเกือบเสียตัวแล้ว ฮ่าๆๆ

เช้ามาถึงคราวที่พระจันทร์ต้องตอกบัตรเปลี่ยนกะกับพระอาทิตย์ เจ็ดโมงเช้า ผมรู้สึกตัวตื่นมา รู้สึกได้เลยว่า อากาศหนาวสุดๆ  ก่อนจะโผล่หัวตัวเองออกมานอกเต็นท์ เห็นแก๊งทเวนตี้คาราโอเกะ 3 คนนั่งเฝ้ากองไฟ ก่อนจะถามว่าพากันนอนรึยังนิ

คำตอบที่ได้หล่นจากปากทั้งสามได้ความว่า “ยังไม่นอน”

ผมนิแทบกุมขมับเลยเมื่อได้ยินคำตอบ นี้พวกพี่พากันกินเหล้ากันยันสว่างเลยเหรอเนี่ย ก่อนจะกวาดสายตาไปมองเห็นขวดเหล้า เบียร์ วางกระจัดกระจาย พร้อมถุงน้ำแข็งที่ยังไม่ละลายอีก 3 ถุงใหญ่ๆ

ใช่แล้วครับ ถุงน้ำแข็งไม่ละลาย ทั้งๆที่มันวางกลางแจ้ง นั่นเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่าที่นี่หนาวมาก

สายมาซักนิดสามสี่โมงเช้า ทางคณะเราก็เริ่มทยอยตื่น ลุกขึ้นมา พากันหาอะไรทาน ก่อนจะรีบขนของใส่รถที่ทางอำเภอกัลยาณิวัฒนาขับมารับถึงที่ โดยของที่ไปบริจาคของเราก็มีทั้งชุดกีฬา ตระกร้อ ฟุตบอล วอลเลย์บอล และนวมมวยพร้อมกระสอบทราย อย่างละ 9 ชุด เพราะต้องมอบให้ทั้งหมด 9 โรงเรียน ในอำเภอกัลยาณิวัฒนา

ระหว่างทางไปโรงเรียนบ้านแจ่มหลวง อำเภอแม่แจ่ม สถานที่มอบของบริจาค ถนนหนทางก็ลำบากนิดหน่อย มีลูกรังสลับไปบ้างแต่ไม่เยอะ เพราะบางส่วนได้ทำการสร้างคอนกรีตอย่างดิบดีไปแล้ว

ลืมบอกไปนะครับว่า ที่เราต้องมามอบของบริจาคที่โรงเรียนบ้านแจ่มหลวงนี้ก็เพราะ มันสะดวกที่สุดที่จะให้โรงเรียนต่างๆในอำเภอกัลยาณิวัฒนามารับของกันที่นี้ทั้ง 9โรงเรียน ซึ่งอำเภอแม่แจ่มกับอำเภอกัลยาณิวัฒนาก็ไม่ห่างกันกันมา เพราะอย่าลืมว่าก่อนที่กัลป์ยาณิวัฒนาจะสถาปนาตัวเองเป็นอำเภอ ก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอแม่แจ่ม

พวกเราทั้งคณะพากันไปถึงโรงเรียนกันในตอนเกือบเที่ยงๆ ก่อนขนของลงที่หอประชุมเตรียมจัดของกันใส่โต๊ะไว้ ส่วนผมก็ไปเก็บบรรยากาศภาพวิดีโอไปรอบๆโรงเรียน ทั้งห้องเรียน ทั้งน้องๆที่กำลังเรียน และเดินเล่นกันแถวๆนั้น

มาถึงบรรทัดนี้ขออนุญาตปาดน้ำตาลูกผู้ชายอกสามศอกนะครับ ไม่ใช่ฝุ่นเข้าตา หรือแสบตาอะไร แต่ผมแค่นึกคิดไปถึงตัวเองตอนเป็นเด็กประถมแล้วเรียนอยู่โรงเรียนบ้านนอก ไม่มีโอกาสเหมือนๆพวกเขาที่ผมกำลังเจออยู่ตอนนี้  ภาพมันฉายขึ้นในหัวผมมาเป็นฉากๆ เมื่อครั้งยังเยาว์วัย และผมก็จำมันได้ทุกครั้ง เพราะตอนนั้นพ่อผมเสียใหม่ๆ ครอบครัวผมลำบากมาก ทุกวันก่อนไปโรงเรียนผมกับน้องสาวทั้งสองจะช่วยกันยกกระติกหวานเย็น  ถาดถุงมะม่วงดอง และวุ้นมาขายที่โรงเรียนในตอนเช้า เพื่อเป็นค่าขนมมาโรงเรียนของเราทั้งสอง โดยเวลาเลิกเรียนตอนค่ำก็จะพากันไปช่วยแม่ทำของพวกนี้มาขายในวันรุ่งขึ้น

วกกลับมาต่อกันที่การบริจาค พิธีรีตองก็ไม่มีอะไรมากครับ อาจารย์ที่เป็นตัวแทนของ 9 โรงเรียนก็มากล่าวต้อนรับคณะเรา ก่อนที่ โกหร่อง คุณนิวัตร ฉัตรวรารัตน์ เจ้าของทเวนตี้คาราโอเกะและหัวเรี่ยวแรงของการทำบุญครั้งนี้จะขึ้นมากล่าวมอบของให้กับเด็ก ท่ามกลางน้องๆชั้นประถมมานั่งฟังในห้องประชุมอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

กล่าวเสร็จก็ทำการมอบของให้ทันที มีกดชัตเตอร์เป็นที่ระลึกกันเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ  จากนั้นพวกเราก็ช่วยกันขนของขึ้นรถให้กับอาจารย์แต่ละโรงเรียน ได้ขนกลับไปยังโรงเรียนใครโรงเรียนมัน ก่อนจะพากันสลายตัวแยกตัวไปดูน้องๆในโรงเรียนว่าเป็นอยู่กันยังไงบ้างในโรงเรียน

ด้วยความที่ผมชอบเด็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เวลาจะพูดคุยอะไรมันก็ดูจะเข้าขากับเด็กไปหมด ฮ่าๆๆ

ผมเดินลาดตระเวนไปแถวโรงอาหาร ไปดูว่าน้องๆกินข้าวกันรึยัง หรือกินข้าวกันกับอะไร

พอเดินเข้าไปถึง ก็เห็นน้องพากันยืนซื้อหวานเย็นกับแม่ค้าหลายคน ดูท่าทางแต่ละคนแล้ว คาดว่าคงกินข้าวอิ่มมาหมาดๆ เลยหาอะไรตบท้ายกันซักหน่อย

เมื่อเห็นดังนั้น ผมเลยอาสาซื้อหวานเย็นแจกน้องๆแถวนั้น 20 กว่าคน เดินไปเจอใครก็หยิบให้ แจกไปถามชื่อไปด้วย ซึ่งชื่อน้องๆแต่ละคนก็แปลกๆดี และที่มันแปลกก็เพราะเป็นภาษาปกากญอ

แจกหวานเย็นเสร็จเลยหาอะไรสนุกๆ มาเล่นกับเด็กซักหน่อย ผมก็ถามเด็กๆไปเรื่อยล่ะครับ ว่าชอบดูบอลมั้ย ชอบทีมอะไรบ้าง รู้จักนักเตะคนไหน อะไรประมาณนี้

ถามไปถามมาซักพักก็เลยบังคับให้ทำท่าร็อคเกอร์ถ่ายรูปกันซะ จะได้ดูเฟี้ยวๆหน่อย  เอาแบบว่าแอคชั่นกันเป็นแก๊งไปเลย

พูดคุยเล่นอะไรกับเด็กน้อยไปซักพัก ผมเลยถือโอกาสชวนเด็กมาเตะบอลกัน ก็นานๆครั้งอ่ะครับที่จะได้ออกกำลังกายแบบนี้ เตะบอลกับเด็กกลางวันแสกๆแดดตรงหัวพอดี ก็สนุกไปอีกแบบครับ ได้เห็นได้เล่นแล้วก็ได้แต่อมยิ้มนึกถึงตัวเองเป็นเด็กในสมัยก่อนที่วิ่งไล่หวดลูกหนังในสนามบอลตอนพักเที่ยง

เตะไปได้ซัก 10 นาทีก็เป็นอันต้องกลับมาตุภูมิกันแล้วเพราะรถกระบะทางอำเภอกำลังวิ่งมารับพวกเราพอดี  ผมใช้เวลาเล็กน้อยในการร่ำลาเด็กๆที่นี้ว่า โอกาสหน้าถ้ามีของบริจาคอีก ผมจะขึ้นมาหาพวกเค้าแน่นอน จำพี่ไว้นะไอ้หนู  เจอกันคราวหน้าจะได้ทักกันถูกจำกันได้

ปิคอัพ 4 ประตูสีดำค่อยๆ พาพวกเราเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ตีตัวออกห่างจากโรงเรียนเรื่อยๆ พร้อมฝุ่นตลบไล่หลังมาสีแดงๆของลูกรังเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักเพื่อเตรียมตัวที่จะกลับมายังบ้าน

ส่วนการมอบของเสร็จแล้ว จะได้กลับบ้านกันตอนไหน หรือจะได้กลับกันจริงๆมั้ย รอตามอ่านกันในตอนสุดท้ายของทริปครั้งนี้ครับ

บางคนนั่งๆอยู่นิยังไม่สร่างเมานะครับ โดยเฉพาะเสื้อแดงๆ แกเล่นยันถึงเช้าเลย ฮ่าๆๆ

พี่คนขับรถที่มาจากอำเภอกัลยาณิวัฒนา มารับของ อารมร์แกเหมือนประมาณว่า “ผมสบายที่ไม่ได้ขนของ”

น้องเข้าๆเดินเข้าหอประชุมมาต้อนรับ และรอรับของ

เหล่าอาจารย์ตัวแทนจาก 9 โรงเรียน

อาโกกับอาซ้อ หัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญโครงการนี้

อุปกรณ์กีฬาทั้งหมดที่จะมอบ

ถึงเวลามอบกันจริงๆแล้ว

คุณ Nightman พาเด็กๆสวมนวม ออกแอ็คชั่นเหมือนนักมวย

น้องตัวแทนโรงเรียนมายืนร้องเพลงโชว์ความสามารถกันซักเล็กน้อย

คุณ Nightman ดูท่าจะจีบอาจารย์สาวที่อยู่ขวามือคนที่สองนะครับ

อันนี้เป็นส่วนด้านหลังของโรงเรียนที่เป็นบ้านพักของช่างก่อสร้างในโรงเรียน มีบางหลังที่เป็นที่ให้เด็กไปนั่งอ่านหนังสือเล่น

อาซ้อเดินออกมาดูเด็กๆเรียนหนังสือตามอาคาร

หมวกกันหนาวน้องคนนี้เท่มากๆ

หนาวๆแบบนี้ต้องออกมานั่งตากแดดติวหนังสือกันด้านนอก

บรรยากาศการเรียนของน้องๆในวิชาวิทยาศาสตร์

ส่วนที่เห็นไกลๆลิบตานู้นเสื้อแดงๆ ผมเองที่แวะมาเตะบอลเล่นกับเด็กๆ

ฝากความคิดเห็น ...