อย่าเพิ่งงง จนเกาหัวแก๊รกๆ ว่า “มูลเมือง ซอย 7” ซอยเล็กๆ ขนาดกะทัดรัด ระยะทางรวมไม่เกิน 500 เมตร จะมีครบแบบที่จั่วหัวไปรึเปล่า แต่เราอยากจะนำเสนอซอยนี้ ให้คุณได้รู้จักกันซักที ถึงแม้ขนาดจะสั้นจนเดินให้ครบได้ภายใน 3 นาที แต่ซอยเล็กๆ ซอยนี้แหละ ที่เป็นแหล่งรวบรวมร้านอาหารอร่อยๆ เกสเฮ้าส์เท่ๆ ภาพกราฟฟิตี้เจ๋งๆ และที่เที่ยวเก่าแก่คู่เมืองเชียงใหม่ อย่างวัดล่ามช้างไว้ครบ แบบจบในซอยเดียวเลย ครั้งแรกที่เจ๋งขี่มอเตอร์ไซค์แว๊นผ่านซอยนี้ ทำให้คิดถึงซอกซอยเล็กๆ ของเมืองหลวงประบางในลาวแบบไม่มีผิด เพราะมีครบทุกความต้องการ เดินเล่นในซอยก็ชิลล์ ถ้าเดินต่อมาอีกนิดก็เจอแม่น้ำซอง (ซึ่งในที่นี้ก็คือคูเมืองนั่นแหละครับ) มีแบ็คแพ็คเกอร์เดินกันเกลื่อนซอย มีร้านอาหารและห้องพักซ่อนอยู่แทบจะทุกตึก มันให้ความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ นะ ยังไม่เชื่อใช่มั้ยล่ะ ไม่รอช้าแล้วครับ โบกพี่รถแดง แล้วมาลงที่ซอยนี้โดยพลันเลย จะใช้ชีวิตอยู่ทั้งวัน หรือจะฝากชีวิตไว้ทั้งเดือน ซอยนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน
ขอบคุณภาพจากคุณ Sakchai Dettrairat

“กินอิ่ม”

1. โกฮังยะ – อาหารญี่ปุ่น ราคาคนเมือง 

พิกัด : ถนนมูลเมืองซอย 7 (เข้าซอยมาประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ด้านซ้ายมือ)
เวลาเปิด-ปิด : 11.00 – 22.00 น.
เบอร์โทร : 083-9454518
Facebook : Gohanya  
ร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพ แต่ราคาคนเมืองสุดๆ ราเม็งร้อนๆ เริ่มต้นเพียงแค่ถ้วยละ 50 บาทเท่านั้น!! เห็นราคาแบบนี้อย่าเพิ่งสบประมาทว่ารสชาติจะอ่อนด้อยตามราคาไปด้วยนะ เพราะพี่ธนัต หนุ่มเจ้าของร้านผู้มีดีกรีเป็นถึงไกด์ภาษาญี่ปุ่น ร่วมหุ้นกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นจริงๆ เปิดเป็นร้านนี้ เพราะฉะนั้นสูตร และเมนูอาหารจึงครบเครื่อง และมีกรรมวิธีตามแบบฉบับแดนปลาดิบจริงๆ ใครมาที่นี่ถ้าอยากอิ่มพอดีๆ แนะนำให้สั่งเป็นเซ็ทครับ มีทั้งเซ็ทข้าวหมูย่างซีอิ้ว เซ็ทปลาซาบะ ที่มากันครึ่งตัวเต็มๆ หรือปลาหมึกย่างซีอิ้วก็ได้เหมือนกัน สั่งเซ็ทเดียวได้ครบทั้งข้าวญี่ปุ่นเหนียวนุ่ม ไข่ตุ๋นละมุนลิ้น สลัดผัก ซุปมิโซะ และผลไม้มาให้ล้างปาก ราคาเริ่มต้นแค่ 105 เท่านั้น จะสั่งสาเกร้อนมาจิบคู่กันด้วยก็ได้ ให้อารมณ์เหมือนนั่งกินย่านเกียวโตเลยดีเดียวเชียว

ราเม็งร้อนๆ ทานกับเทมปุระอร่อยๆ ยิ่งเข้ากัน


2. By Hand Pizza Café – พิซซ่าอบเตาฟืน เปิดทั้งคืนไม่ต้องกลัวหิว 

พิกัด : ถนนมูลเมืองซอย 7 (หน้าวัดล่ามช้าง)
เวลาเปิด-ปิด : 17.00 – 23.00 น.
เบอร์โทร : 084-3667203
เมื่อกี้อิ่มกับรสชาติอาหารของประเทศใกล้ๆ มาแล้ว ร้านนี้จัดเต็มกับรสชาติอาหารตะวันตกอย่างพิซซ่า ที่มีหน้าให้เลือกเพียบ ทั้ง Summer Pizza, Bacon & Caper, Smoked Ham, Meat Lover รวมทั้งพิซซ่ามังสวิรัติ รวมๆ แล้วมีหน้าให้เลือกแน่นเมนูเลยแหละ ความพิเศษของพิซซ่าที่นี่อยู่ตรงวัตถุดิบละวิธีการทำครับ เพราะเขาจะทำแป้งแบบถาดต่อถาด เหมือนนั่งดูศิลปินกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะของตัวเองอยู่ พอจัดแจงใส่เครื่องจนล้นแล้วก็ยัดเข้าเตาอบ ที่ร้านลงทุนก่อเอง เลือกใช้ฟืนไม้ลำไยในการอบ ไม่เกิน 10 นาทีพิซซ่าก็มาเสิร์ฟบนโต๊ะเรียบร้อย อร่อยแบบไม่พึ่งซอสอะไรมาช่วยดึงรสเพิ่มเติมเลย แถมในร้านยังมีมุมกาแฟสดเล็กๆ และเบียร์เย็นๆ ไว้ในทานคู่กันด้วย เปิดเพลงคลอไปเบาๆ แค่นี้ก็ฟินแล้ว

พิซซ่าร้อนๆทำถาดต่อถาด พร้อมเสิร์ฟทุกวัน


3. Café Atre – คาเฟ่อาร์ทๆ ถ้าพลาดจะเสียใจ

พิกัด : ถนนมูลเมืองซอย 7 (เข้าซอยมาประมาณ 200 เมตร ร้านอยู่ด้านซ้ายมือ)
เวลาเปิด-ปิด : 07.00 – 17.00 น.
เบอร์โทร : 053-289569, 081-8219250
Facebook : Arte house
แนะนำให้มาร้านนี้เช้าๆ หน่อย เพราะเขามีบริการอาหารเช้าให้เลือกทานด้วย ร้านนี้เกิดจากการที่เจ้าของอย่างคุณป๊อป อยากเปิดพื้นที่ให้คนที่รักในรสชาติกาแฟเข้ามาดื่มด่ำกันแบบเป็นกันเองครับ เราเห็นได้จากขนาดร้านที่ไม่ใหญ่โตอะไรมากนัก มีเพียงโต๊ะเก้าอี้ตั้งไว้หลวมๆ แบ่งที่นั่งเป็น 2 โซน ระหว่างที่นั่งในร้าน และที่นั่งแบบโอเพนแอร์ด้านนอก แสงแดดทำอะไรไม่ได้เลย เพราะเพราะมีต้นไม้ใหญ่คอยบังเอาไว้ให้ แถมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกลีลาวดีให้ผ่อนคลายกันด้วยนะ แนะนำสั่งเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านที่ชื่อว่า Magic มาจิบ หาหนังสือดีๆ มาอ่านสักเล่ม นั่งกันได้ยาวๆ เลย เพราะกาแฟจัดเต็มแบบดับเบิ้ลช็อต เติมนมร้อนมาเพิ่มความหอมมัน ไม่ต้องเติมน้ำตาลก็หวานกลมกล่อมแล้ว ถ้าจะให้ดีสั่ง Roti Banana Peanut Butter มาทานคู่กันก็ได้ เมนูนี้มีทั้งแป้งโรตีกรอบๆ กล้วยหอมสด เนยถั่ว ลูกเกด และอัลมอนด์สไลด์ ราดทับด้วยซอสช็อกโกแลตอีกชั้น ราคาแค่ 85 บาทเองนะเออ

Roti Banana Peanut Butter 85 บาท

Magic Coffee กาแฟจัดเต็มดับเบิ้ลช็อต หวานกลมกล่อมลงตัว

Another cute lil cafe! #ChiangMai #Thailand #cafe

A photo posted by adeline chong (@adlynncec) on

บรรยากาศมองจากหน้าร้าน

再次在清邁戀愛

A photo posted by 老狸貓 Li Meow (@leopardlocker) on

หนุ่มผมยาวสาวกรี๊ด

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

ช่วงกลางซอย มีร้านน้ำผลไม้ปั่นสไตล์ไทยฝรั่งนิยมกิน


“นอนอุ่น”

4. Atre House – นอนบ้านศิลปิน

พิกัด : ถนนมูลเมืองซอย 7 (เข้าซอยมาประมาณ 200 เมตร โรงแรมอยู่ด้านซ้ายมือ)
โทร : 053-289569, 081-8219250
Facebook : Arte house
ราคา :
Single Room เริ่มต้น 950 บาท / คืน
Superior Room เริ่มต้น 1,100 บาท / คืน
Deluxe Room เริ่มต้น 1300 บาท / คืน
เดินออกจากร้าน Café Arte มาประมาณ 10 ก้าวถึงเลยครับ ที่นี่ใช้คำว่า House เป็นตัวแทนของห้องพักที่เปรียบเสมือนบ้านอันแสนอบอุ่น เพราะมีให้บริการเพียงแค่ 6 ห้องเท่านั้น ใครอยากจะมาพักต้องออกแรงจองกันสักหน่อย แต่ถ้าได้มาใช้บริการเมื่อไหร่ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่ๆ ภายในห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งเตียงเดี่ยว เตียงคู่ โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ และอื่นๆ แต่ถ้าอยากชมวิวผ่านระเบียงห้องส่วนตัวแนะนำจองห้องแบบ Deluxe เพราะจะมีพื้นที่ไว้ให้เดินออกมาสูดอากาศได้เต็มปอด อย่างที่บอกว่าที่นี่ มีต้นไม้เล็กใหญ่ขึ้นจนเขียวครึ้มไปหมด แถมรถที่สัญจรไปมาก็มีแค่มอเตอร์ไซค์ นานๆ ทีจะมีรถยนต์สักคันขับผ่าน (เพราะพื้นที่ถนนแคบ) บรรยากาศโดยรวมเลยเงียบสงบ ส่วนตัวแบบสุดๆ ไปเลย และทิ้งท้ายความพิเศษอีกอย่างของที่นี่ก็คือ ชั้นล่างก่อนที่จะเดินขึ้นห้อง จะมีพื้นที่แกลเลอรี่เล็กๆ เปิดให้ชมผลงานกันด้วยนะ ทั้งภาพเขียน งานเซรามิก และอื่นๆ ถ้าเกิดชมแล้วชอบ ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ด้วยเหมือนกัน

5. Sleep Guest House – ที่พักสไตล์อินดัสเทรียล – ลอฟท์ ขวัญใจนักเดินทาง

พิกัด : ถนนมูลเมืองซอย 7 (เข้าซอยมาประมาณ 300 เมตร โรงแรมอยู่ด้านขวามือ)
โทร : 053-289561, 089-6359750 (ไทย-อังกฤษ), 083-2975487 (อังกฤษ-ดัตช์)
Facebook : Sleep Guesthouse
ราคา :
Twin Room เริ่มต้นจาก 990 บาท / คืน (จำนวน 3 ห้อง)
Double Room เริ่มต้นจาก 990 บาท / คืน (จำนวน 6 ห้อง)
โรงแรมขนาด 9 ห้องสุดน่ารัก ที่อบอุ่นตั้งแต่เดินเข้ามาเช็คอิน เพราะคุณจอห์น และคุณจ๊ะเอ๋ สามีภรรยาผู้เป็นเจ้าของ จะคอยตอนรับด้วยรอยยิ้ม และเวลคัมดริงค์อย่างน้ำตะไคร้เย็นมาให้ได้ชื่นใจ Sleep Guest House เตรียมห้องพักขนาดกำลังดีเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวถึง 9 ห้อง มีล็อบบี้อยู่ตึกด้านหน้า และห้องพักอยู่ตึกด้านหลัง 3 ชั้น ชั้นละ 3 ห้องเท่านั้นเอง เวลาที่มาพักจึงรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ ภายในห้องและรอบๆ ทางเดินถูกตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียล – ลอฟท์ ให้กลิ่นอายในอารมณ์แบบเน้นโครงสร้าง ผสมความดิบของผนังปูนเปลือย และภาพกราฟฟิตี้ที่มีให้ชมตลอดทาง คุณจ๊ะเอ๋บอกว่า ตอนเปิดโรงแรมแรกๆ เวลาแขกมาพัก เขาก็จะขอฝากผลงานเป็นภาพติดผนังพวกนี้แหละครับ เราเลยได้เห็นว่ามีงานสวยๆ ซุกซ่อนอยู่แทบจะทุกมุมของโรงแรม เก๋มากๆ!!


“บุญก็ได้”

6. วัดล่ามช้าง – ทำไมต้องล่ามช้าง?

พิกัด : ถนนมูลเมืองซอย 7 (เข้าซอยมาจนสุด วัดจะอยู่ตรงทางแยกพอดีเป๊ะๆ)
เวลาเปิด-ปิด : 06.00 – 18.30 น.
ตอนได้ยินชื่อวัดครั้งแรกก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันครับว่า วัดล่ามช้าง ทำไมต้องล่ามช้าง ช้างของใคร หรือช้างพูดภาษาคนไม่ได้ก็เลยต้องใช้ล่ามแปล หลังจินตนาการไปต่างๆ นานา จนมาได้คำตอบภายในวัดนี้แหละ ล่ามช้างที่ว่านั้นเกิดขึ้นจากตำนาน ช่วงที่สร้างเมืองเชียงใหม่แรกๆ  เล่าว่าพระยาเม็งราย ซึ่งเป็นปฐมกษัตริย์องค์แรกแห่งนครเชียงใหม่ ได้เอาช้างคู่บารมีที่ชื่อว่า “พระยาช้างพลายมงคล” มาล่ามไว้ตรงจุดนี้ พอเอามาล่ามไว้เสร็จก็เลยอยากสร้างวัดตรงนี้ เพื่อให้เป็นบารมีแก่พระยาช้าง เลยตั้งชื่อวัดว่า วัดล่ามช้างซะเลย มาที่นี่ นอกจากจะได้พบกับสถาปัตยกรรมสวยๆ แบบล้านนาโบราณแล้ว ยังมีสถูปเจดีย์เก่า พระอุโบสถ และรูปปั้นของพระยาช้างพลายมงคลไว้ให้ดูกันอีกด้วย
เสริมนิดนึงนะจ๊ะ – เสน่ห์อย่างหนึ่งของมูลเมือง ซอย 7 หรือที่คนส่วนใหญ่จะรู้จักกันดีในชื่อชุมชมล่ามช้างนั้น แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า วัดมีอิทธิพลสูงมากกับวิถีชีวิตของคนที่นี่ เราเลยไม่ได้เห็นผับ บาร์  ร้านเหล้าที่เสียงดังโครมครามมาเปิดในซอย เพราะชาวบ้านเขาต้องการอนุรักษ์ความเป็นอยู่ดั้งเดิมของคนภายในชุมชนให้ดีที่สุด และหนึ่งในตัวอย่างของความแข็งแรงที่กว่านั้นก็คือ ชาวบ้านเขาจะใช้วัดล่ามช้างเป็นสถานที่ทำกิจกรรมกัน เพราะทั้ง กองทุนชุมชนล่ามช้าง สาธารณสุขชุมชน กองพัฒนาสตรีชุมชนล่ามช้าง ที่ทำการชุมชนล่ามช้าง ศูนย์การเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ก็รวมอยู่ที่วัดนี้หมด มีถึงขนาดการสอนขิมให้กับเยาวชนในชุมชนโดยพระในวัดเลยทีเดียว เห็นแบบนี้แล้วก็น่าชื่นใจที่คนล่ามช้างยังมีความเหนียวแน่นกลมกลืนแบบนี้ ใครไปเที่ยวก็ดูรอบๆ ตัวบ้างก็ดีนะจ๊ะ อะไรที่ไม่ควรจะได้ไม่ทำไง (ฮ่า)

“ถ่ายรูปก็ฮิป”

7. Urban Graffiti – สตรอง!! กับกราฟฟิตี้สตรีทสไตล์ 

พิกัด : ถนนมูลเมือง ซอย 7 ตั้งแต่บริเวณปากซอยฝั่งคูเมือง ถึงวัดล่ามช้าง
ใครที่อ่านมาถึงข้อนี้ คุณได้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของถนนเส้นนี้แล้วครับ หลังจากที่เดินเปื่อย พักกิน แวะนอนกันมาตั้งนาน ครั้งนี้ถึงคิวการอัพรูปเลิศๆ อวดเพื่อนในเฟสฯ กันแล้ว ถนนเส้นนี้นี่แหละที่เป็นแหล่งรวมกราฟฟิตี้สวยๆ ฮิปๆ จากฝีมือศิลปินนานาชาติ ที่ทยอยกันมาฝากผลงานไว้จนเต็มพื้นที่ในซอยแบบแน่นกำแพง ต้อนรับตั้งแต่ต้นซอยด้วยภาพไฮไลท์ ขนาดใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะมีความสูงเกือบ 3 เมตร กินพื้นที่ด้านข้างตึกไปทั้งหมด ช่วงเช้าถึงเย็น ร้านกาแฟที่อยู่ปากซอยจะเอาเก้าอี้ตัวเล็กๆ มาตั้งไว้เต็มไปหมด สั่งกาแฟ มาดื่มเพิ่มความสดชื่น จะได้ถ่ายรูปกันได้แบบรัวๆ ยังไม่พอนะ ถ้าเดินต่อเข้ามาในซอยอีกไม่กี่ก้าวก็จะเจอผลงานเล็กๆ เรียงรายเต็มไปหมด ก่อนจะมาพีคอีกครั้งช่วงกลางซอยครับ ที่จะมีซอยเล็กตัดผ่านอีกที ตรงนี้แหละที่ผลงานจากการสะพัดกระป๋อง ของพวกพี่ๆ เขาแน่นและยาวกว่า 10 เมตรเลยทีเดียว ใครชอบแนวซอฟท์ๆ ใสๆ ก็มีให้เลือกถ่าย ส่วนใครโลกส่วนตัวสูงก็มีลายนามธรรมคูลๆ ชิคๆ อยู่เหมือนกัน เดินเข้ามาในซอยนี้ ซอยเดียว ก็เหมือนเดินเที่ยวแกลเลอรี่ขนาดใหญ่กลางเชียงใหม่แล้วนะ ไม่เชื่อเหรอ….มาดูเองสิ
ความน่าหลงใหลอย่างหนึ่งของเชียงใหม่ ผมว่าอย่างนึงก็คือความที่เมืองเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเลย ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยก็จะมีอะไรสนุกๆ โผล่มาให้เราได้ไปเที่ยวเสมอ อย่างผมเอง ถึงแม้จะอยู่เชียงใหม่มากว่า 7 ปีแล้ว แต่ยังสนุกกับการทำความรู้จักกับความสดใหม่ของที่นี่อยู่เลย “มูลเมือง ซอย 7” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากๆ ถึงแม้อะไรจะเติบโตเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน แต่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนล่ามช้าง ก็ยังเหนียวแน่น ไม่เปลี่ยนแปลงสักทีเนอะ
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
ท่านใดมีที่กิน เที่ยว พักน่าสนใจย่านมูลเมือง แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

 

ฝากความคิดเห็น ...