I’m Happy : Craft beer 15 Tap ไหวไหมถามใจดู

ปัญหาใหญ่ของคนอยากลองเบียร์คราฟท์ คือไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตัวไหน ยี่ห้ออะไร เบียร์เป็นแบบไหน

วันนี้เราจะพามาเที่ยวในโลกของคนรักการดื่ม Craft beer เลยละกัน  Drink with you. I’m Happy.

I’m Happy.

พิกัด : ถนน ศรีภูมิ ซอย 1 ร้าน แอมแฮปปี้

บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 – 24:00 น.

สำรองที่นั่งได้ที่ เบอร์ 053-212681

สำหรับร้าน I’m Happy เป็นเป้าหมายของเราในคืนนี้เลยหละ ด้วยความที่ทีเด็ดของร้านอยู่ที่ Beer flight เสิร์ฟทีเดียว 6 แก้ว ขนาด 250 ml ซึ่งจะเลือกกินตัวไหนก็ได้จาก 12 Tap ที่เป็นเบียร์คราฟท์  และอีก 3 Tap ที่เป็นเบียร์ Standard หมดถาดนี่กำลังดีสำหรับการเรียนรู้รสชาติ หลังจากนั้นเราจะสั่งตัวที่อยากลองและตัวโปรดกันมาละ ว่าไปแล้วเราดูนิสัยคนจากประเภทและรสชาติเบียร์ที่เขาดื่มได้เลยหละ

เนื้อ Dry Aged ย่างปานกลาง พร้อมซอสราดและเครื่องเคียง

highlight

  • Beer flight เสิร์ฟทีเดียว 6 แก้ว ขนาด 250 ml ซึ่งจะเลือกกินตัวไหนก็ได้จาก 12 Tap ที่เป็นเบียร์คราฟท์ และอีก 3 Tap ที่เป็นเบียร์ Standard
  • เนื้อ Dry Aged ที่สามารถเลือกได้ว่าจะเอาไปปรุงแบบไหน โดยเนื้อวัวที่ใช้เป็นแบบ glass fed คือวัวที่เลี้ยงปล่อยทุ่งกินหญ้า พิเศษไปอีกด้วยการเลือกเครื่องเครียงและวิธีปรุงตามใจเราเลย
  • Happy Thai Nacho กับแกล้มที่โคตรเข้ากับ IPA ซอสเนื้อปรุงรสพิเศษบนแผ่นเกี๊ยวทอดที่มีรสเผ็ดบางๆ ตัดหวานเค็มจากพาร์เมซานชีส แนะนำว่าต้องสั่งห้ามพลาด
  • สปาเก็ตตี้พริกแห้งแซลม่อนรมควัน พริกแห้งแซลม่อนสไลด์บาง รสจัดที่ตัดกับเบียร์เหมาะจะรองท้องก่อนตะลุยโลกของเบียร์ในคืนนี้
เบียร์ดำขวัญใจใครหลายคน

เบียร์แต่ละชนิดต่างกันแค่ไหน มาหาคำตอบกัน … นี่แค่เบาๆนะ

Lager (ลาเกอร์) เป็นเบียร์ที่ผลิตโดยการใช้ยีสต์ประเภทหมักนอนก้น (bottom-fermentation yeast) ซึ่งกระบวนการหมักจะเกิดขึ้นบริเวณด้านล่างของถังหมักเบียร์ จึงนิยมเรียกการหมักแบบนี้ว่า เป็น Bottom -Fermentation นิยมใช้อุณหภูมิไม่เกิน 5 องศา หลังจากเสร็จกระบวนการหมักแล้ว ลาเกอร์จะถูกเก็บไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 0 ถึง 32 องศาเซลเซียส เป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน ก่อนจะนำออกบริโภค ซึ่งจะทำให้เบียร์มีสีที่ใส และมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูง

IPA ย่อมาจาก India Pale Ale เป็นเบียร์ที่ใส่ฮ็อพเยอะขึ้นไปอีกสเต็ปหนึ่งจากเพลเอล เน้นความขม และจะได้กลิ่นที่ชวนกินมากขึ้น เหมาะสำหรับคนชอบเบียร์ขม ซึ่งมาจากดอกฮ๊อปที่ใช้ โดยแต่ละสายพันธุ์จะให้กลิ่นและรสที่ต่างกัน


Ale (เอล) เบียร์สีเข้มเพราะถูกหมักในอุณหภูมิสูงรสชาติแรงกว่าลาเกอร์ เป็นเบียร์ที่เกิดจากการใช้ยีสต์ประเภทหมักลอยผิว (top-fermenting yeast) ซึ่งกระบวนการหมักจะเกิดขึ้นบริเวณด้านบนของถังหมักเบียร์ จึงนิยมเรียกการหมักแบบนี้ว่า เป็น Top-Fermentation และจะใช้อุณหภูมิอบอุ่นปานกลาง (ประมาณ 15-24 องศา เซลเซียส์ ซึ่งอุณหภูมิสูงกว่าการหมักเบียร์ลาเกอร์) เอลจะใช้เวลาหมักประมาณ 7-8 วัน (หรือน้อยกว่า) ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าลาเกอร์

Dunkel (ดุงเคิ่ล)  เกิดจากการนำมอลต์ไปคั่วจนเกรียมและมีสีออกน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ มีกลิ่นหอมของกาแฟหรือช็อกโกแลตเป็นเอกลักษณ์ เรียกกันติดปากว่า “เบียร์ดำ” รสชาติหวานเจือขมจางๆ ให้ความขมจากการคั่ว

Weizen (ไวเซ่น) ตัวนี้ค่อนข้างทานง่ายมีกลิ่นหอมคล้ายผลไม้ ให้ความรู้สึกสดชื่นผลิตจากมอลต์ที่ทำจากข้าวสาลี และใช้ยีสต์ชนิดลอยตัวในการหมักบ่ม

ทำให้มีฟองมาก รสขมเล็กน้อย และมีสีทองใส ถูกใจสาวๆแน่นอน

Witbier (วีทเบียร์) คือเบียร์ที่ทำจากข้าวสาลี หอมนุ่มทานง่าย ถ้าเอาวีทไปคั่วก็จะเรียกว่า Dunkel Weizen หรือดุงเคิ่ล ไวเซน เพิ่มคำว่าดำเข้ามา

Cider (“ไซเดอร์) ทำมาจากน้ำผลไม้ใส่ยีสต์แชมเปญให้รสผลไม้ทานง่าย

แต่ละแก้วมีความโดดเด่นและรสชาติที่แตกต่างกันตามแต่ส่วนผสม
พี่จูนและน้องๆในร้านพร้อมให้ทดลอง และให้ความรู้เรื่องเบียร์แต่ละตัว
ทดลองจิบก่อนตัดสินใจ

แรกเข้าร้านมาไม่ต้องกลัวว่าจะสั่งไม่ถูกเพราะมีน้องๆหน้าบาร์คอยให้คำแนะนำ เรา และจะให้เราทดลองเบียร์แต่ละตัวจนเราเจอตัวที่ชอบ จากนั้นก็ไปนั่งรอสั่งอาหารกินเล่นๆไปเลย (ถ้าสั่งเป็นขวดก็เสิร์ฟเป็นแก้ว) เท่ห์ใช่มั้ยหละดูดีมากๆ

พอพูดถึงความหลากหลายมันน่าสนใจตรงที่เราได้ลองชิมเบียร์จากประเทศต่างๆ มีเบียร์คราฟท์ นำเข้า ทั้งแบบขวด และ แบบสด ถึง 12 Tap ด้วยกัน มาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อังกฤษ สก๊อตแลนด์ และอเมริกา ญี่ปุ่น ไทย เราสามารถเลือกในแบบที่ชอบได้ ความสนุกของเบียร์ประเภทนี้คือ ได้ลองชิมรสสัมผัสของส่วนผสมแต่ละอย่างในนั้น และจดจำความรู้สึกนั้นไว้

เกร็ดความรู้ : การควรถือแก้วเอียงทำมุม 45 องศา เพื่อที่จะกดเบียร์ลงตรงกลางแก้วให้กระทบด้านตรงข้ามของแก้วประมาณครึ่งทางจากปากแก้ว เมื่อถึงระดับหนึ่งให้เอียงแก้วทำมุม 90 องศาและเทเบียร์ลงไปตรงกลางของเหลวในแก้ว เพื่อให้เกิดฟองด้านบนสูงสัก 2 นิ้ว


IBU ย่อมาจาก International Bittering Units เป็นหน่วยเอาไว้วัดความขมของเบียร์ ซึ่งส่วนมากจะเกิดจากฮอปส์ โดยจะมีการระบุเอาไว้ที่ขวด ถ้าต่ำกว่า 40 ก็ไม่ได้รสขมมาก ถ้า 50 ขึ้นไปนี่แน่นอนเลยว่าได้รสขมลึก แต่ไม่ได้ทำให้เบียรืเสียรสชาติ เช่นพวกเบียร์  IPA

มาถึงพระเอกของร้านด้านอาหาร

Dry aged เนื้อชั้นดีนำเข้าจากออสเตรเลีย มีความพิเศษอยู่ที่เป็นวัวที่ปล่อยทุ่งในการกินหญ้า อะไรจะละเอียดขนาดนั้น แต่มันมันผลเรื่องรสสัมผัวจริงๆนะ ซึ่งการถนอมเนื้อแบบ Dry aged จะทำให้เนื้อมีความหอม รสชาติเข้มข้น ทำให้เมื่อนำมาปรุงอาหารจะได้รสสัมผัสที่ดีกว่าเนื้อสด อีกทั้งยังดูดซึมเครื่องปรุงได้ดีอีกด้วย เห็นมั้ยว่าคัดมาแต่ละอย่างรายละเอียดล้วนๆ

ซึ่งเรา สามารถบอกพนักงานได้ว่า ชอบระดับความสุกประมาณไหน เครื่องเคียงชอบหรือไม่ชอบอะไร หรือทานคู่กับเครื่องดื่มชนิดไหน โดยราคาในตู้ขายเนื้อจะเป็นราคาที่รวม Cooking ให้แล้ว หรือจะเอามาทำเบอร์เกอร์ก็ได้เพราะที่นี่มีเนื้อจาก Jim’s burger ส่งตรงมาให้โดยเฉพาะ

ทะเลอบชีส

ทะเลอบชีส ซอสหอมหัวใหญ่อบชีส จิ้มกับขนมปังปิ้งทาเนยบางๆ

สปาเก็ตตี้พริกแห้งแซลม่อนรมควัน,Happy Thai Nacho,ไก่ราดซอสเกาหลี
สปาเก็ตตี้พริกแห้งแซลม่อนรมควัน พริกแห้งแซลม่อนสไลด์บาง

Happy Thai Nacho กับแกล้มที่โคตรเข้ากับ IPA ซอสเนื้อปรุงรสพิเศษบนแผ่นเกี๋ยวทอดที่มีรสเผ็ดบางๆ ตัดหวานเค็มจากพาร์เมซานชีส แนะนำว่าต้องสั่งห้ามพลาด

บรรยากาศของความสนุก

สองทุ่มเป็นเป็นต้นไปมีดนตรีสด  หรือถ้าจะดื่มจนไม่ไหวที่นี่ก็มีห้องพักอีก 6 ห้องไว้รองรับ แต่แนะนำว่าจองห้องก่อนดีที่สุด ห้องเต็มขึ้นมา เมาไม่ขับกลับ Grab ก็มีส่วนลดนะจ๊ะ

Relate Posts :

ฮะจิบัง ไคเซนเมน ราเมนแห้งหน้าแน่น เครื่องเต็มชาม!

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineฮะจิบัง กลับมาอีกครั้งแล้ว ตามคำเรียกร้องกับเมนู “ไคเซนเมน” เป็นความที่สุด ของที่สุด ของความคุ้มและความอร่อยจากฮะจิบัง ราเมน  เครื่องแน่น จัดเต็มไปด้วยหน้าซีฟู้ด ไม่ว่าจะเป็น กุ้งตัวโตๆ นุ่มๆ เด้งๆ ที่แกะมาให้พร้อมทาน เนื้อเด้งมาก ปลาหมึกแห้งทอดกรอบ กรุบกรอบ มีกลิ่นหอมของรสชาติปลาหมึก รวมไปถึงหมูสับ ผักกาดแก้วสด และซอสไคเซนสุดเข้มข้น บอกเลยว่ากลมกล่อมมาก แอดลองคลุกแล้วกินกับเส้นกับหมูสับก็คือเดอะเบส เข้าถึงต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ  ไคเซนเมน 128.- ไคเซนเมน เซ็ท 188.-  จะทานที่ร้าน หรือสั่งไปทานที่บ้านก็ได้เลย รอให้ทุกคนได้มาสัมผัสความอร่อยพร้อมกันแล้วที่นี่ที่เดียวที่ ฮะจิบัง ราเมน  พิกัด: เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชั้น 4 เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 11:00 – 21:00 น., เสาร์ อาทิตย์ 10:00 – 21:00 น. โทร: […]

Arr

September 23, 2022

เตี๋ยวเนื้อโอชา สายเนื้อถูกใจ ชิ้นใหญ่เต็มคำ รวมเมนูเนื้อไว้ที่นี่แล้วจ้า

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineจัดใหญ่จัดเต็มแบบเบิ้มๆ เน้นๆ ไปกับเมนูเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟ เมนูเส้น หรือเมนูข้าว ก็ต้องที่นี่เลย “เตี๋ยวเนื้อโอชา” ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสมุนไพรจีนแท้เปิดใหม่ พร้อมห้องแอร์ ที่ได้รวมสารพัดเนื้อ ทั้ง เนื้อใบพายออสเตรเลีย เนื้อเปื่อย เอ็นตุ๋น ไส้ตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของสายเนื้อตัวจริงๆ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเนื้อหมูด้วยนะ เลือกกันได้เลย  เมนูที่นี่ก็มีหลากหลาย ทั้งเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เราสามารถเลือกเนื้อในส่วนที่ชอบได้เลย เช่น ข้าวหน้าเนื้อพะโล้ เนื้ออบวุ้นเส้น ลวกจิ้มต่างๆ หรือเมนูทานเล่น ปอเปี๊ยะเนื้อชีส ปอเปี๊ยะวุ้นเส้น และ น้ำอัดลมวุ้น น้ำสมุนไพร ที่ปัจจุบันเริ่มหาทานยากแล้วแต่ที่ร้านนี้มี!!  เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ ชุดเซตหม้อไฟ ที่รับประกันความฟินจากเครื่องเคียงที่ร้านให้มาแบบจัดเต็ม ฟินๆ กับเนื้อที่ละลายในปากและน้ำซุปที่แทบไม่ต้องแตะเครื่องปรุง เพราะซุปเขารสชาติดีเข้มข้นสุดๆ   ทางร้านตกแต่งได้สวยมาก หน้าร้านตกแต่งฟีลเหมือนเราย้อนเวลากลับไปนั่งทานในร้านก๋วยเตี๋ยวสมัยก่อน ข้างในมีห้องติดแอร์ด้วยนะ กินหม้อไฟได้แบบสบาย ร้านจะอยู่ทางผ่านสันทรายพอดี ติดข้างทางแวะทานได้ง่าย แนะนำให้แวะไปลองกันจ้า  พิกัด: อยู่ระหว่างแยกมีโชคกับแยกลิขิตวัน อยู่ติดกับชาบูรุ่งเรืองสาขาสันทราย เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10:00 – 20:00 น. โทร: 098-656-8092 Facebook: […]

Arr

September 12, 2022

ซูชินินจา สาขาข่วงสิงห์ ร้านซูชิสุดมินิมอล พร้อมเมนูอาหารอีกเพียบ!

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineซูชินินจา สาขาข่วงสิงห์ ร้านเค้าเป็นร้านซูชิที่เราสามารถเข้าไปเลือกคีบซูชิได้ตามใจชอบจากหน้าบาร์ซึ่งมีให้เลือกกว่า 50 อย่าง โดยซูชิเริ่มต้นเพียงคำละ 10 บาท เท่านั้นจ้าวว เรียกได้ว่าราคาน่ารัก วัตถุดิบดี แซลม่อนเค้านำเข้าจากนอร์เวย์ โดยเราสามารถเลือกได้น้าว่าจะทานที่ร้าน หรือ ใส่กล่องกลับบ้าน แอดอยากบอกว่านอกจากเมนูซูชิแล้วเค้ายังมีเมนูอาหารอื่นๆ ให้ได้เลือกสรร เช่น ซาชิมิ ดงบุริ ข้าวแกงกะหรี่ เซตดองเกาหลี ทาโกะยากิ ด้วยจ้าววว พูดถึงบรรยากาศร้านที่นี่คือน่านั่งมากก มีความมินิมอลผสมผสานความเป็นญี่ปุ่น มีมุมที่เป็นซากุระอยู่หน้าร้านให้ได้ถ่ายรูปฟีลญี่ปุ่นกรุบๆ จ้าว ช่วงนี้เค้ามีโปรโมชันซื้อสินค้าครบ 600 บาท รับฟรี! Ninja Griptok และซื้อซูชิ 10 ชิ้น ฟรี 2 ชิ้น  ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ พิเศษ! เมนูข้าวหน้า ลด 15%  เฉพาะเมนูที่ร่วมรายการ เน้อออ ร้านซูชินินจาในเชียงใหม่ตอนนี้เค้ามี 2 สาขาเน้อ คือ สาขาข่วงสิงห์ […]

Ninereview

August 26, 2022

ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาสูตรเด็ด เผ็ดจัดจ้าน ที่ บ้านขาว เจ็ดยอด

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineหากใครกำลังมองหาก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาเด็ดๆ อยู่ แอดมาแนะนำร้านบ้านขาวเลยจ้าวว  น้ำซุปเป็นสูตรพิเศษของทางร้านมีสมุนไพรถึง 13 ชนิด ใช้เวลาตุ๋นซุปนาน 10 ชั่วโมง จนสมุนไพรและซุปเป็นเนื้อเดียวกัน รสชาติจัดจ้านจากพริกแห้งที่คั่วเอง เข้มข้นหอมกลมกล่อม ยิ่งทานคู่กับกากหมูหรือหมูกระจก ยิ่งเพิ่มความอร่อย ที่สำคัญราคาไม่แรงด้วยน้า นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้ว ทางร้านเขายังมีเมนูอื่นๆอีกเพียบ!! ทั้ง ข้าวต้มบาทเดียว อาหารตามสั่ง  เครื่องดื่มทั้ง coffee และ Non – coffee และขนมอร่อยๆ จากร้าน Jungle De Cafe กินคาวเสร็จก็สามารถกินหวานต่อที่นี่ได้เลย มีทุกอย่างให้เธอแล้ว เหมือนเป็น Community นึงเลยก็ว่าได้  อาหาร ( ก๋วยเตี๋ยว / ข้าวต้มบาทเดียว/ ชาบู/ อาหารตามสั่ง )  คาเฟ่ กาแฟเครื่องดื่ม บิงซู เสริมสวย สปา Co-Working Space เติมพลังในช่วงเช้า […]

Ninereview

July 22, 2022

7 ร้าน Chef’s Table เชียงใหม่ เมนูตามใจเชฟ สุดพิเศษไม่เหมือนใคร

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineใครที่กำลังมองหาร้านอาหารสุดพิเศษบรรยากาศส่วนตัวอยู่มาทางนี้ เพราะวันนี้แอดมาแจกพิกัดร้าน Chef’s Table เชียงใหม่  ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกันก่อนว่า Chef’s table คืออะไรกันนะ? Chef’s Table  คือ สไตล์การกินอาหารแบบ “ตามใจเชฟ” ที่เชฟจะเป็นผู้เลือกวัตถุดิบ ประเภทอาหาร ไปจนถึงธีมเอง นอกจากนี้จะมีเรื่องราวที่เชฟต้องการสื่อสารผ่านอาหาร ยิ่งทำให้การทานมีอรรถรส โดยส่วนใหญ่มักจะนั่งทานที่โต๊ะยาวหน้าครัวเปิด ซึ่งจะเป็นที่ร้านอาหาร บ้านเชฟ หรือที่ไหนก็ได้ บอกเลยว่าฝีมือเชฟต้องไม่ธรรมดาเลย เกริ่นมาขนาดนี้หลายคนคงอยากรู้แล้วว่าจะมีร้านไหนบ้างตามแอดมาเลยจ้าวว  ป.ล. หากใครจะไปแอดแนะนำว่าควรจองล่วงหน้าด้วยเน้ออ 1. หลังบ้านเชฟ อันดับหนึ่งในดวงใจยกให้ร้านเชฟส์เทเบิลย่านสันกำแพงอย่างร้าน ‘หลังบ้านเชฟ’  ร้านนี้เกิดจากแรงบันดาลใจของเชฟนิว เชฟที่รักการทำอาหารและการบริการจึงเปิดบ้านตัวเองเพื่อทำอาหาร โดยเริ่มจากการมีเพียงโต๊ะเดียวจนสามารถขยับขยายมีหลายโซนอย่างทุกวันนี้ โดยเชฟจะคัดสรรวัตถุดิบที่สดใหม่เพื่อนำมาครีเอทเป็นเมนูที่แปลกใหม่ สร้างสรรค์ และที่สำคัญเลยคืออร่อย  ในส่วนของบรรยากาศร้านบอกเลยว่าสายธรรมชาติต้องชอบเพราะที่นี่จะเห็นวิวทุ่งนา ได้ความสงบเป็นส่วนตัวสุดๆ เมนูอาหารของทางร้านเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามวัตถุดิบดีที่สุดในแต่ละฤดูกาล  ซึ่งเป็นอาหารยุโรปผสมผสานกับเอเชียอย่างลงตัวโดยใช้เทคนิค Cooking แบบฝรั่งเศส บอกเลยว่าพิถีพิถันทุกขั้นตอน นอกจากนี้เชฟยังเป็นกันเองมากๆ รับประกันความพึงพอใจในทุกๆด้านจ้าววว  ข้อแนะนำ: ร้านเค้ารับเฉพาะจองล่วงหน้า ใครจะไปทานควรจองไว้ก่อนอย่างน้อย 1 อาทิตย์ผ่านช่องทาง […]

Ninereview

July 12, 2022