Author: Tanawut R.

ดินเนอร์ริมน้ำ : อาหารเหนือรสชาติดีมีสไตล์ที่ The Pagoda Bistro & Bar, Maraya Hotel & Hotel

พิกัด : มารายา โฮเทลแอนด์รีสอร์ท เชียงใหม่  โทร : 053 812 121 The Pagoda Bistro & Bar, Maraya Hotel & Hotel โรงแรมติดริมน้ำปิงอีกที่ที่เป็นที่นิยมจากนั่งท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยวิวที่เป็นเมืองเก่ากว่า 700 ปี และความสงบริมแม่น้ำ ยังมีห้องอาหารน่ารักที่อยู่ริมน้ำปิง ภายในโรงแรมชวนให้เราคิดถึงบรรยากาศการทานอาหารในกระโจมริมน้ำ  ดื่มด่ำกับบรรยากาศในยามเย็นขึ้นมาทันที Highlight : Hotel Monthly Promotion Promotion Early Bird ลดจากราคาเต็ม 40% จองล่วงหน้า 30 วัน ไม่สามารถใช้วันหยุดนักขัตฤกษ์หรือวันหยุดยาว Promotion ส่วนลดค่าอาหาร 10% (ยกเว้นเครื่องดื่ม) คาเฟ่มีทั้งส่วนที่เป็นด้านนอกและด้านในให้เราเลือกตามความชอบเลยหละ ตกแต่งภายใต้ ‘Culture & Art’ concept ที่ผสมผสานระหว่างความเป็นสมัยใหม่และความเป็นล้านนา ตกแต่งด้วยภาพวาดล้านนาที่วาดโดยเจ้าของ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารที่ชวนเราไปลิ้มลองไม่ว่าจะเป็นมื้อไหนของวัน โดยที่ไม่้องเขิลอายถึงแม้ว่าจะไม่ได้พัก ก็มาเดินเล่น ทานอาหาร Check-in กัน เพราะภายในมีมุมสวยๆอีกมากเลยหละ มุมริมน้ำ มื้อเย็นแนะนำเลยว่าโรแมนติกมาก กลับมาที่เมนูแนะนำที่เราอยากชวนมาให้ลองในวันนี้กันดีกว่า ถึงแม้ว่าจะชอบอาหารสุขภาพหรืออาหารเมืองร้านนี้ก็นำเสนอได้ดูดีไม่เหมือนอาหารทั่วไปที่เราคุ้นตา จนแทบไม่เชื่อว่านี่คืออาหารเมือง เพราะการนำเสนอที่ดูน่าทานและรสชาติที่ดีจากวัตถุดิบคุณภาพ ยิ่งทำให้อาหารมื้อนี้เป็นมื้อพิเศษ  สลัดปลาเทราต์ (Rainbow trout Salad) เป็นเมนูสุดพิเศษ ที่นำปลาเทราต์ ปลาคอลเลสเตอลอสต่ำ จากโครงการหลวง ดอยอินทนนท์ นำเป็นส่วนผสมหลักทานคู่กับผักสลัดสดๆ ราดซอสบัลซามิก และ มะม่วงสุก รสชาติจะเปรี้ยวอมหวาน สปาเก็ตตี้พิงค์บีท (Pink Beat Spaghetti) สปาเก็ตตี้สีชมพูน่าทาน (ความน่ารักนี้มาจากการนำเส้นสปาเกตตี้มาคลุกเคล้ากับบีทรูท) ผัดกับเบคอน กระเทียม พริกแห้ง ใบโหระพา โรยหน้าด้วยเบคอนกรุบกรอบ หนึ่งในอาหาร Fusion ที่อยากแนะนำ นำเสนอในความเป็นไทยได้อย่างน่ารักและลงตัว เสริร์ฟพร้อม Porches egg หรือไข่น้ำนุ่มๆ...

Read More

ไร่ลุงเดชมีอะไร : 5 สิ่งต้องทำในไร่ลุง

ตอนนี้ก็เจ็ดโมงเช้าแล้วแดดยังไม่มาเลย เราเลยขับรถออกจากเชียงใหม่มาหาคำตอบที่ อ.แม่แตง ขับตามแผนที่ใน Google Map “ไร่ชาลุงเดช” นี่คือ 5 สิ่งที่ต้องไปไร่ชาลุงเดช ที่เราสรุปได้จากการหาคำตอบของคำถามในครั้งนี้ 1. ไปพักผ่อน จริงๆ แล้วที่นี่ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรมากไปกว่าการดื่มชา เราว่าจริงๆ แล้วการได้อยู่เฉย ๆ ปล่อยตัวเองออกจากสิ่งที่มากระตุ้นเราบ้าง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ดีที่เราได้คิด คิดถึงสิ่งที่ผ่านมา คิดถึงสิ่งที่เป็นอยู่ และคิดถึงถึงตัวเองในอนาคต แต่นั้นหละมันคงไม่มีอะไรมากไปกว่าการอยู่กับปัจจุบันหรอกนะ ปล่อยใจไปดูหมอก เอาเข้าจริงๆ เหมือนได้มาบำบัดตัวเอง เราว่ามันช่วงเวลาที่เราได้พักที่นี่เหมือนกัน โลกข้างนอกวุ่นวายเกินกว่าเราจะได้ใคร่ครวญ หรือมานั่งคิดอะไร มาถ่ายรูปกันค่ะ 2. ไปถ่ายรูปหมอกเช้าในใร่ชา วู้วววววว .. เจ้าหมอกเต็มไปหมดเลย เรามองจากหน้าต่างห้องที่เปิดไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ลมหนาวพัดมารู้สึกดีชะมัด นานๆจะได้ตื่นเช้าแบบนี้ก็งัวเงียเป็นธรรมดาหละ แต่สุดท้ายก็คว้าเลื้อกันหนาวออกจากผ้าห่ม อู๊ววววววว ดีจัง หมอกหนามาก บางช่วงก็หนาจนไม่เห็นอะไรเลย เรานั่งรอดูจังหวะการเคลื่อนตัวของเจ้าเมฆก่อนหามุมเกร๋ ที่จะเก็บเป็นความทรงจำไว้ที่นี่ ปล่อยให้ใจเธอได้พักบ้าง มันคือความทรงจำระหว่างสะถานที่กับตัวเรา การดื่มชาคือการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เราจดจ่อต่อสิ่งตรงหน้า 3. ไปดื่มชาออร์แกนิก ชา ชา ชา ชาที่ปลูกที่นี่ปลูกมากว่า 20 ปีแล้วเป็นชาที่เกิดจากการนำชาจากต่างประเทศมาทดลองปลูกในพื้นที่ผ่านการให้ความรู้ของโครงการหลวง ซึ่งชาเป็นเครื่องดื่มที่มีคนดื่มกันทั่วโลกมากกว่ากาแฟเสียอีกนะ ถามยังช่วยระบบต่างๆของร่างกายอีกด้วย ตื่นเช้าแบบนี้เรากลับรู้สึกดีกว่าการนอนตื่นสายในเมืองกับเตียงเดิมของเราเสียอีก การดื่มชานอกจากจะทำให้สดชื่นแล้วยังทำให้เรามีเวลาพอที่จะครุ่นคิดอีกด้วย การดื่มชาจึงเป็นการเรียนรู้จิตของตัวเองได้เลยหละ มีคำกล่าวว่า “ดื่มชาให้รู้รสชา” หมายถึงว่า ไม่สำคัญว่าชานั้นจะเป็นอย่างไร แต่การเพิ่งจิตที่รสชา เพื่อรู้รสชาเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง มาเรียนรู้เรื่องชา 4. ไปเรียนรู้เรื่องชา ลุงตั้งใจอธิบายเราถึงเรื่องชาและประเภทของชาอย่างละเอียด ซึ่งหลายเรื่องที่เราเข้าใจผิด ลุงก็าเฉลยให้ที่นี่ นอกจากนี้เรายังได้เรียนรู้การแยกประเภทของชา อีกด้วย ซึ่งชาที่ปลูกที่นี่มี ชาอู่หลง 12, 17 ชาอัสสัม (Assam Tea) วาด ๆ จด ๆ ชานั้นมีชื่อเรียกที่ต่างกันตามวิธีการผลิตชา ไม่ได้ต่างกันที่สายพันธุ์ตามความเข้าใจคนทั่วไป ….. ชาอู่หลงก้านอ่อน เบอร์ 17 ชาอู่หลงก้านอ่อน 17 ให้กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ ยอดอ่อนชาอู่หลงเบอร์ 12...

Read More

อุ้มกะต๋อง Vintage Barn @ เชียงใหม่ บ้านของคนชอบวินเทจ อาหารอร่อยดนตรีดีกับเพลงที่คุณคิดถึง

มาเติมความหวาน อาหารอร่อย ย่อยด้วยเสียงเพลง ครื้นเครงทั้งครอบครัว เปิดให้บริการแล้ววันนี้ ย่านถนนวงแหวนรอบ2 สันผีเสื้อ เลยแยกรวมโชคไปทางศูนย์ราชการ ก่อนข้ามสะพานแม่น้ำปิง ร้านอาหารสไตล์โรงนาแนววินเทจ บรรยากาศตกแต่งด้วยของเก่าของสะสมสมัยรุ่นคุณปู่คุณย่าที่หาชมได้ยาก เราได้รวบรวมมาไว้ที่นี่ มีมุมให้เลือกเซลฟี่มากมาย ทั้งมุมของสะสม มุมภาพเพ้นท์ผนัง ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและความเป็นไทย จึงไม่แปลกที่ใครจะแวะถ่ายภาพก่อนจะเข้าร้าน ร้านโอ่งโถงโล่งโปร่งสบาย บริการสุดประทับใจ อบอุ่น เป็นกันเอง เหมาะสำหรับครอบครัวและพบปะสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูง รับจัดเลี้ยงวันเกิด รับปริญญา ทางร้านมีห้องสำหรับจัดเลี้ยง 2 ห้องใหญ่ รองรับได้ถึง 40-50 ที่นั่งต่อ1ห้อง พร้อมคาราโอเกะ นองรับกรุ๊ปทัวร์ทั้งในและต่างประเทศ ให้ได้มาสำผัสบรรยากาศที่ชวนคิดถึง และยังมีโซน 2 ที่รองรับสายดุขากินจัดหนักจัดเต็มกับกับบุฟเฟต์ที่มีอาหารให้เลือกหลากหลายอุ้มกะต่องกุ้งกระทะอินเตอร์ นอกจากนี้ยังมีวงดนตรีให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจ วันละ 2 วง โดยวงแรกเริ่มเล่นที่ 19:00 วง Vintage Band ที่มีแบนด์โจเล่นเพลงสไตล์คาวบอย ทั้งไทยและสากล ความพิเศษอยู่ที่นักดนตรีจะเดินไปเล่นให้เราฟังถึงโต๊ะอย่างเป็นกันเอง ค่ำมาหน่อยช่วงประมาณ 20:00 เป็นต้นไป วง Vintage Band พร้อมจะมาเล่นเพลงแนววาไรตี้และเพลงร่วมสมัยทั้งไทยและสากล แน่นอนว่าจะมีเพลงที่คุณจะร้องตามได้อย่างเพลิดเพลิน  สำหรับเมนูอาหารก็มีให้เลือกหลากหลาย แต่ที่เราอยากจะแนะนำที่ถือได้ว่าเป็นเมนูห้ามพลาด ที่จะทำให้มื้อนี้อร่อยยิ่งกว่ามื้อไหนๆ เพราะทางร้านมีอาหารเมนูหาทานยากมารอเราไว้แล้ว   เปิดบริการตั้งแต่ 17:00-24:00 น สำรองที่นั่ง 053-115071 , 053-115075 , 099-2804331 ติดต่อ คุณพร , คุณอุ๋ย โปรโมชั่นพิเศษ…ฉลองเปิดร้านใหม่ โปรโมชั่นเครื่องดื่มอีกมากมายที่น่ามาลอง สำหรับใครที่โหยหาอดีตเพลงเพราะๆที่หาฟังยากและของเก่าชวนให้คิดถึงวันวาน การมาเชียงใหม่ครั้งนี้ต้องมาให้ถึงอุ้มกะต๋อง Vintage Barn เพราะทั้งอาหารหลากรส ดนตรีหลากสไตล์ จะทำให้การทานข้าวมื้อนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำไปอีกนาน แล้วพบกันที่ อุ้มกะต๋อง Vintage Barn @ เชียงใหม่ Facebook : อุ้มกะต๋อง Vintage Barn จองโต๊ะ : 053 115 071,053 115 071,0992804331...

Read More

ดอยสะโง้ : เชียงราย : เดียวดายกลางขุนเขา

ดอยสะโง้ หลายคนอาจยังไม่รู้จัก ใช่แล้วเราก็เพิ่งรู้จัก การมาดอยสะโง้เดินทางออกจากเชียงรายมาชั่วโมงกว่า ๆ มาทางอ.แม่จัน (ถ.หมายเลข 1 ทางเดียวกับไปแม่สาย) ระหว่างทางก็ผ่านท้องทุ่งนาพาใจดวงน้อย ๆ ของเราเริ่มสงบจากความวุ่นวายของเมือง และสิ่งที่อยู่ภายในลงมาบ้าง แรกเห็นเราเจอลานกางเต๊นท์ขนาดใหญ่ที่อยู่บนยอดดอยแยกส่วนกับห้องพักที่ชาวบ้านช่วยกันสร้าง เจ้าแกะน้อยเล็มหญ้าโดยไม่ได้สนใจว่าเรายืนอยู่ตรงนั้น ฉันยืนอยู่ที่ตรงนี้มองออกไปเห็นแม่น้ำสายใหญ่หล่อเลี้ยงผู้คนที่รายรอบสายน้ำ ทำให้ฉันคิดไปว่า มันช่างคล้ายคุณเหลือเกินคนที่ใครๆก็รายล้อมคุณไว้ ถ้าคุณได้อยู่ตรงนี้ยืนข้างๆกันเราคงมีเรื่องที่จะคุยด้วยกันมากมายเลยหละว่ามั้ย แต่คุณก็คงบอกว่า “งั้นเวลาโยกบ้านก็พังสิ” ฉันเดาได้ว่าความทะลึ่งของคุณมันไม่ได้ลดลงไปแน่นอน เอาเป็นว่าฉันพยายามจะไม่นึกถึงคุณ ฉันไปหาชาร้อนๆทานแก้หนาวดีกว่า หนังสือในกระเป๋าพร้อมกล้องถ่ายรูปถูกหยิบออกมาวางคู่กัน “รูปเก่าๆในการ์ด 8 Gb ยังมีรอยยิ้มของคุณอยู่” ฉันแอบคิดว่าทำไมฉันไม่ลบรูปคุณไปตั้งแต่ตอนนั้น น่าเสียดายที่ฉันไม่ได้มาช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ทุ่งดอกเก๊กฮวยสีเหลืองและสีขาวจะบานสะพรั่งทั้งดอย แต่ใครจะรู้หละว่าความเหงาจะผลักฉันมาที่นี่ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ทางเดินทำด้วยไม้ไผ่แห้ง รอบๆเป็นพืชผักสวนครัวที่ชาวบ้านจะเอามาทำกับข้าวให้เราได้กินเย็นนี้หละ ทุกอย่างปลอดสารพิษ อิจฉาคนที่นี่ที่มีชีวิตที่ดีกว่าคนเมืองแบบฉันเสียอีก ระหว่างทางเดินไปบ้านแต่ละหลัง มีทางแยก ทางร่วม ฉันคิดได้ว่ามันก็เหมือนตอนเราเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกันหละ เราอาจร่วมทางกันแค่ชั่วคราวก่อนพบทางแยกในความสัมพันธ์ และเราอาจพบกันในวันหนึ่งอีกก็ได้   จุดชมวิวทำขึ้นอย่างเรียบง่ายไม่รกหูรกตา หน้าหนาวคงมีผู้คนมากับครอบครัว มากับคู่รักที่แย่งกันอวดวิวสวยและทะเลหมอก มีเพียงฉันที่อวดความสงบนิ่งของขุนเขาและเก็บเกี่ยวสายลม ฉันออกสำรวจพบว่านี่คือทิศตะวันตก ฉันเฝ้ารอพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเลยหละ ประสาอะไรกับความคิดฉันที่คิดว่าจะมีอะไรคงอยู่ตลอดไป ฉันยังเป็นคนยึดติดแบบที่คุณว่าจริงๆหละ ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเรียบง่าย อาจเพราะสิ่งที่มากระตุ้นปลุกเร้าเขายังน้อย หรือไม่เขาก็เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบนี้   เจ้าแกะน้อยยิ้มให้เราด้วยหละ เราเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว เราหัวเราะนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มที่โล้ชิงช้าและกรีดร้องด้วยความกลัว เหมือนหลายๆอย่างที่นี่กำลังทำเราเผลอสุขใจ ความเศร้าของเราลดลงแล้วหละ… ที่นี่นอกจากมีที่พักแล้วกลางคืนยังมีกิจกรรมรอบกองไฟ ที่จะมีชาวบ้านมาแสดงการละเล่นพื้นเมือง ร้องเพลงต้อนรับเรา และโล้ชิงช้า เหมือนงานเฉลิมฉลองงานหนึ่ง เราเองก็ได้ละตัวตนคนเมืองและเรียนรู้วัฒนธรรมของเขาพร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนไปด้วย คืนนี้ต้องสนุกแน่นอน ตกเย็นอากาศเริ่มหนาวฉันเดินมาหาอะไรอุ่นๆที่ร้านในที่พักทาน คาดว่าจะเป็นมาม่าหละ แต่ที่นี่มีอาหารที่ต้องจองด้วยหละ หัวละ 250 บาท ราคาเหมือนจะสูงไปแต่เรียกได้ว่าเราไม่เคยกินอาหารดอยที่ไหนที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย ข้าวห่อทำจากข้าวไร่ที่ปลูกเอง คล้าย ๆ ข้าวญี่ปุ่นเลยหละ ผู้หญิงคนนั้นมากับแฟนของเขาหรือเพื่อนก็ไม่รู้ พาลคิดไปว่า ถ้าเรายังเป็นเพื่อนกันมันคงดีกว่าตอนนี้เนอะ เห็นรถแล้วคิดถึงผู้ชายขาลุยแบบเธอ ป่านนี้เธอจะเดินทางอยู่ที่ไหนนะ … วันนี้ยังคงวุ่นอยู่กับการคิดถึงเธอ เราว่าความหนาแน่นของความเหงามันคลายตัวไปแล้วหละ … ถึงแม้เราจะคิดถึงเธออยู่บ้างก็ตาม ดอยสะโง้ : ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ประมาณ 54 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง...

Read More

เที่ยวทั้งที เที่ยวอย่างมีสักสี (Tattoo color) แบบนี้ก็มีที่เชียงใหม่

  การสักในอดีตเป็นเสมือนเครื่องหมายบ่งบอกถึงอัตลักษณ์เฉพาะคน และบ่งบอกว่าเราเป็นใครในชุมชนและสังคมนั้น ๆ การสักจึงไม่ใช่เครื่องหมายวัดค่าตรีตราของความดี ดังที่เข้าใจกันในปัจจุบัน ซึ่งการสักตรีตรานั้นเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่ความเชื่อดังกล่าวยังคงฝังรากลึกถึงปัจจุบันว่าคนสักคือคนไม่ดี  ความนิยมการสักล้านนาเกิดขึ้นในยุคสมัยใหม่ที่เกิดการแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารและรูปแบบการสักที่ถูกพัฒนามาให้มีความงามเชิงศิลปะมากขึ้น ซึ่งการสักล้านนานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ อักขระธรรมล้านนาที่มีความอ่อนช้อย เป็นภาษาเฉพาะของล้านนาที่พัฒนาต่อๆกันมา ซึ่งต่างกับการสักในภาคกลางหรือภาคอื่นๆคือใช้อักขระของขอม และอักขระเทวนาคลี นอกจากนั้นยังมีความอ่อนช้อยของลวดลายที่ทะท้อนถึงค่านิยมของคนเหนือและลวดลายที่สะท้อนวิธีชีวิตของคนเหนือได้อย่างดีเช่น การสักขาลาย เชียงใหม่ดินแดนแห่งเรื่องเล่าและการสืบทอดทางวัฒนธรรมได้ส่งต่อคติความเชื่องเรื่องการสักลายล้านนามาจนถึงปัจจุบัน และยังคงดำรงอยู่ซึ่งแก่นของการสักลายล้านนา มาร่วมกันหาคำตอยว่าการสักลายล้านนาคืออะไร และอะไรคือเงื่อนไขของการสักลายล้านนา วันนี้เราจะพามารู้จักการสักในรูปแบบของล้านนาในอีกมิติที่คุณไม่เคยรู้ และมาร่วมเดินทางไปกับเพื่อนชาวต่างชาติของเรากันเลย ลายสักในปัจจุบันยังมีความหมายถึงเครื่องหนือสัญญะลักษณ์ในการยึดเหนี่ยว และเป็นที่พึ่งทางใจอีกด้วย  นอกจากนี้การสักยังเป็นเหมือนที่ระลึกในการเดินทางไปยังดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและมนต์ขลัง ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะมีความชอบและความนิยมที่ต่างกัน แต่การสักกลับเป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างชาติที่ชื่นชอบในลายสักเป็นอย่างยิ่ง เชียงใหม่หนึ่งในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าและตำนานมากมายเกี่ยวกับลายสัก จึงเป็นเสมือนหมดหมายของนักเดินทางที่ชื่นชอบในลายสัก และรูปแบบการสักแบบดั้งเดิม มีนักเดินทางจำนวนไม่น้อยที่มาท่องเที่ยวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ เราเลือกที่จะสักยันต์ล้านนาเพื่อเป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าลายสักจะช่วยปกป้องพวกเขาเหล่านั้นจากเรื่องร้ายๆ แนะนำพาเรื่องดีมาให้ แน่นอนว่านอกจากความเชื่อความศรัทธาต่อลาย และครูบาอาจารย์ที่สักแล้ว ความหมายของลายสักก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจสักอีกด้วย สำนักสักยันต์สักยันต์ล้านนา พาเพื่อนนักเดินทางของเราไปสักยันต์ตามรูปแบบความเชื่อดั้งเดิมของชาวล้านนา การสักที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหาในสังคมไทย ที่ไม่สอดรับกับค่านิยมหลักของสังคม แต่กลับเป็นที่นิยมในกลุ่มวัฒนธรรมย่อย ที่ชื่นชอบในลายสักที่มองการสักเป็นศิลปะบนเรือนร่าง และอีกกลุ่มคือกลุ่มที่เชื่อในพลังเหนือธรรมชาติ ซึ่งความเชื่อดังกล่าวยังผูกโยงกับรูปแบบการใช้ชีวิตในคำสอนทางศาสนาอีกด้วย แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งกับทำให้เราค้นพบว่าการสักเป็นเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้ผู้สักยันต์ หรือสักลายล้านนาทำความดี ละเว้นจากการปฏิบัติความชั่ว   แต่การสักนั้นไม่ได้สักให้ใครก็ได้ ผู้ที่สักต้องยึดถือกฎและข้อห้ามมากมาย เพื่อให้พลังเหนือธรรมชาติอยู่กับผู้ที่สักยันต์ การสักจึงเป็นเหมือนกุศโลบายที่วางไว้ให้ผู้ที่สักยึดมั่นในความดี เคารพครูบา อาจารย์ พ่อแม่ การสักแบบดั้งเดิมคือสักกับเข็มจึงได้รับความนิยมในกลุ่มชาวต่างชาติเป็นอย่างมากเพราะเป็นรูปแบบการสักดั้งเดิมที่สืบทอดมา นอกจากนี้หลังการสักยังมีการถ่ายทอดคำสอนหลักการทางศาสนา ซึ่งเป็นหลักสากล ให้แก่ผู้ที่สักยันต์อีกด้วย   อักขระที่ปรากฏในลวดลายสักนั้นเกิดจากการฝึกฝนและศึกษาในพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นการย่นย่อบทสวดมาเป็นอักขระดังนั้นผู้ที่สัตว์จึงจำเป็นต้องตั้งจิตและภาวนาจิตตามบทสวดนั้นๆ ในทุกอักขระที่สัก การสักจึงเรียกได้ว่าเป็นการสืบทอดทางศาสนาอย่างหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สรรเสริญ แต่การสักก็เป็นการเผยแพร่คำสอนของศาสนาทางหนึ่ง ที่สอนให้ผู้สักมีสติ ระลึกถึงคุณบิดามารดา ครูบารอาจารย์ และไม่ปฏิบัติตนขัดกับกฏหมายและศีลธรรมของสังคมนั้นๆ ซึ่งคำสอนของแต่ละสำนักจะต่างกัน และมีการปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sakyantchiangmai.com/sak-yant-chiang-mai/ Facebook : sakyantchiangmai โทร 095-690-8886  (Monday- Saturday 8.50 am – 5.30 pm) / Monday- Saturday 8.50 am – 5.30 pm...

Read More

Pin It on Pinterest