Author: itong2go

7 สุดยอดเทคนิคการกางเต็นท์แบบรวดเร็ว

 หากคุณคือบุคคลผู้หลงใหลกับการนอนพักค้างแรมเวลาไปเที่ยวประเภทนอนกลางดิน กินกลางทราย อุปกรณ์สุดสำคัญในการพักแรมท่องเที่ยวเวลาค้างคืน ที่ขาดไม่ได้เลยคือ เต็นท์ เนื่องด้วยเต็นท์มีลักษณะพกพา เคลื่อนย้าย เก็บง่าย ถึงหายก็ซื้อใหม่ หรือไปหาเช่ามานอนได้ ซึ่งตามจุดบริการของนักท่องเที่ยวสถานที่แต่ละแห่งก็มีบริการกันอยู่แล้ว ปัญหาก็คือ ตอนเราเรียนลูกเสือเวลาไปเข้าค่ายพักแรม กางเต็นท์ กว่าจะกางกันเสร็จที่นึง เพื่อนที่มาด้วยมันก็พากันง่วงงาวหาวนอนกันหมดแล้ว ฉะนั้นสำหรับใครที่ยังกางเต็นกันแบบเก้ๆกังๆ ไม่ไปไหนมาไหน ผมมีสุดยอดวิธีกางเต็นท์แบบรวดเร็วฉับไว  ทันใจวัยสะรุ่น เพื่อที่เวลาไปเที่ยวไหนจะได้ไม่ต้องมาเสียเวล่ำเวลามางมกางเต็นท์กันอยู่ สู้เอาเวลาที่เสียไปพวกนั้นไปหาไรเที่ยวมันส์ๆกันดีว่าครับ และนี้ก็คือ 7 ข้อสุดยอดวิชากางเต็นท์ จากปรมาจารย์ผู้ผ่านสมรภูมิการกางเต็นท์มาแล้วพันกว่าหลัง (ผมเคยทำจริงๆครับ) 1.เคลียร์พื้นที่ให้โล่งประหนึ่งลานวัดแถวบ้าน ห้ามมีเศษเศษกิ้งไม้ ก้อนหิน หรือของแข็งอยู่ใต้เต็นท์ เพราะมันจะแทงตูด เอ้ย พื้นเต็นท์ ทำให้พื้นเต็นท์ชำรุดได้ง่ายและน้ำซึมเข้าเวลาฝนตก ที่สำคัญอย่ารองพื้นเต็นท์โดยแผ่นรองพื้น (Ground sheet) ในหน้าฝน เพราะไอ้เจ้าแผ่นที่ว่านี้นมีคุณสมบัติกันน้ำ เหมือนฟรายชีท ทำให้แผ่นรองพื้นเก็บกักน้ำเป็นอย่างดี เมื่อกางเต็นท์บนแผ่นรองพื้น ไม่ก็ไม่ต่างอะไรกันกับเรากางเต็นท์บนน้ำนั้นเอง และนั้นจะทำให้น้ำซึมเข้าเต็นท์ได้ง่ายขึ้น กว่าการกางเต็นท์บนพื้นหญ้าหรือพื้นดิน ที่น้ำสามารถซึมหายไปยังพื้นดินได้ทันที ถ้าจะรองก็ให้รองภายในเต็นท์จะดีกว่าเพื่อการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง และเพื่อความแห้งสบายเวลานอน สำหรับหน้าร้อน หรือฝนไม่ตก สามารถที่จะรองพื้นเต็นท์ด้วยผ้ารองพื้น (Ground sheet) ได้เลยทันที สำหรับหน้าหนาว ทำเช่นเดียวกันหน้าร้อนหรือฝนไม่ตก แต่ต้องพับเก็บแผ่นรองพื้นเต็นท์ที่โผล่ออกมากจากตัวเต็นท์ทั้งสี่ด้านไม่ให้โผล่ออกมา ก็เพราะว่า หน้าหนาวละอองหมอกที่ตกลงมาเกิดการสะสมหรือรวมตัวกันทำให้เกิดเป็นหยดน้ำสะสมที่แผ่นรองพื้นเต็นท์จะทำให้พื้นเต็นท์แฉะจะเหมือนกรณีในหน้าฝนครับ อีกอย่างหนึ่งเวลากางไม่ควรที่จะลากเต็นท์เพราะพื้นเสมือนเป็นกระดาษทรายดีๆ นั้นเอง ซึ่งทำให้พื้นเต็นท์ชำรุดได้ง่ายขึ้น ควรช่วยกันยกเต็นท์จะดีกว่า  การยกควรเอาสิ่งของที่หนักออกจากเต็นท์เสมออาจจะทำให้เต็นท์ขาดได้ง่าย 2. ต่อเสาเต็นท์ ที้งสองเส้น แล้วเสียบแบบทะแยง 3.ดันเสาขึ้นเต็นท์ขึ้นแล้วเสียบกับตัวเสียบที่ติดมาพร้อมกับมุมทั้ง 4 ของเต็นท์ ที่ละข้างและที่ละเส้น (เมื่อกางเต็นท์คนเดียว) หรือทำพร้อมกันทั้งสองข้างพร้อมกัน (กางเต็นท์ 2 คน)  ซึ่งจะเป็นเต็นท์โดมทันที 4.ตรงยอดเต็นท์จะมีเชือกหรือตัวเกี่ยว นำไปผูกหรือเกี่ยวกับเสาเต็นท์ที่ตัดกันตรงยอดเต็นท์ เพื่อให้เต็นท์ตึงและนำตัวเกี่ยวที่เหลือตรงเหลี่ยมเต็นท์เกี่ยวยึดกับเสาเต็นท์ให้หมดเพื่อให้เต็นท์แข็งแรงขึ้น เป็นอันเสร็จในการกางเต็นท์ 5.ฟรายชีทหรือหลังคาเต็นท์  นำเสาฟรายชีทที่มาพร้อมกับเสาเต็นท์ (เสาสั้น) นำมาต่อกันแล้วนำไปเสียบในช่องที่เย็บติดกับฟรายชีท(ดังรูป) ทั้งสองเส้นแล้วนำเชือกที่เย็บติดกับฟรายชีทตรงกึ่งกลางผูกติดกับเสาฟรายชีทตรงที่ตัดกัน ตรงตะเข็บฟรายชีท(ตามแนวเสาฟรายชีท) จะมีตีนตุ๊กหรือเมจิกเทปอยู่ให้แกะออกแล้วนำไปยึดติดกับเสาฟรายชีท เพื่อยึดเสากับฟรายชีทเป็นชิ้นเดียวกัน 6.นำชุดฟรายชีทไปคล่อมหรือปิดหลังคาเต็นท์โดยเอาปรายเสาฟรายชีทไว้ตรงกับประตูเต็นท์ ทำการยึดด้วยตัวเกี่ยวที่ติดมากับมุมทั้ง 4 ของฟรายชีท ยึดเข้ากับมุมทั้ง 4 ของตัวเต็นท์ซึ่งจะมีห่วงเหล็กหรือพลาสติกติดมากับมุมทั้ง 4...

Read More

“ถนนคนเดินลำปาง” ช่องว่างระหว่างมืออันอ้างว้างของชาย “หนุ่ม”

2 วันก่อน พาท่านผู้อ่านที่รักไปเดินเลาะชมถนนคนเดินเชียงใหม่ คราวนี้จะพานั่งไทม์แมชชีนกลับไปพบกับประสบการณ์เมื่อสองเดือนก่อน ก่อนที่ผมจะมาอยู่เชียงใหม่ ไปเดินเที่ยวเล่นกันที่ถนนคนเดินลำปาง หรือที่เรียกกันอย่างติดปากว่า “กาดกองต้า”  กาดกองต้า เป็นภาษาเหนือหมายถึง “ตลาดตรอกท่าน้ำ”  แต่ก่อนที่แห่งนี้ป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำที่เคยรุ่งเรืองเฟื่องฟูมากในสมัยรัชกาลที่ 5  ผู้คนที่ทำมาค้าขายอยู่ในตลาดนี้ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ตลาดแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกติดปากชาวเหนือว่า ตลาดจีน หรือ ตลาดเก่า สารภาพกันก่อนเลยว่าผมมาลำปางแบบไม่มีแผนที่ในตัวเมือง GPS นำทางก็ไม่มี มีแต่แผนที่หยาบๆจากลำปางไปเชียงใหม่เท่านั้น ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยในตัวเมือง ผมเล่นกันแบบขับรถวนหาเอามามีอะไรดู รู้จักแค่สองสามอย่างในลำปางในโซนตัวเมืองคือ พระธาตุลำปางหลวง รถม้าลำปาง และถนนคนเดินเท่านั้น หลังจากช่วงเย็นๆไปสักการะพระธาตุลำปางหลวงมาอย่าหวุดหวิดจวนจะปิดก่อน หัวค่ำผมตรงดิ่งเข้าในเมืองลำปางของวันอาทิตย์  อย่างที่บอกล่ะครับแผนที่ในตัวเมืองลำปางไม่มี ผมใช้วิธีขับรถตามชาวบ้านเข้าไปเอา เลือกดูจากคันที่มีหนุ่มสาว ผมขับตามไปเรื่อยๆ และแล้วก็เจอถนนคนเดินจริง บรรยากาศถนนคนเดินลำปางแว่บแรก ผมได้กลิ่นความเป็นล้านนามาแตะจมูกเลย สังเกตได้จากเพลงที่เปิดในถนนคนเดิน เป็นเพลงสไตล์พื้นเมืองทางเหนือ มีเสียงซอเสียงขิมเป็นตัวเอกของโน้ตเพลงเดินท่วงทำนอง สินค้าที่นำมาจำหน่ายก็หลากหลาย ทั้งของพื้นเมือง เสื้อผ้าแฟชั่น ของแฮนด์เมค และของกินเยอะมาก เลือกไม่ถูกเลยว่าจะกินอะไร จากนั้นผู้คนก็เริ่มทยอยกันมาเดินดูของกันแบบเรื่อยๆเรียงๆ และมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ดูไม่วุ่นวาย อบอุ่น พอดีตัว ดูๆไปถนนคนเดินลำปางมันมีกลิ่นอายผสมกันระหว่างเชียงคานกับอัมพวา และทีสำคัญน่าเดินกว่าเชียงคานและอัมพวาด้วยซ้ำ จุดที่ผมชอบอยู่ที่ความพอดีของตลาดกับคนมาเดิน คือไม่มากเกินไป พอไม่มากเกินไป เวลาจะดูของ หรือซื้ออะไรมันก็ไม่ต้องรีบร้อนวุ่นวาย แย่งกันซื้อ แย่งกันกิน รวมทั้งบรรยากาศดูอบอุ่นดีด้วยครับ มื้อเย็นของผมที่นี้ฝากท้องไว้กับร้านข้าวราดแกงสไตล์เมืองเหนือรสชาติอร่อย จำชื่อร้านไม่ได้ จำได้แต่ว่าคนเยอะมาก กับข้าวที่ผมสั่งเป็นพะแนงหมู กับแกงข่าไก่ ตักใส่ถ้วยเล็กๆอย่างล่ะใบ มาวางกับข้าวเปล่า พออิ่มจากของคาว ก็ต้องของหวาน และก็ได้บัวลอยไข่หวานกินตบท้าย เดินทอดน่องดูของไปเรื่อย เลยแวะมาดูหอศิลป์ลำปางในตัวถนนคนเดิน ลักษณะหอศิลป์เป็นบ้านทรงไทยล้านนาประยุกต์หลังงาม ที่แฝงไปด้วยศิลปะลวดลายต่างๆในตัวบ้าน  ข้างในก็มีการจัดแสดงศิลปะทุกแขนงให้ผู้ที่สนใจได้มาชมและเรียนรู้ พอแวะเข้าไปชมเสร็จ อาการหนังท้องตึง หนังตาหย่อนยังไม่หาย ผมเลยเดินเล่นไปจนถึงสะพานรัษฎาภิเศก สัญลักษณ์ของเมืองลำปางที่สร้างกันมาตั้งแต่ปี 2437 ก่อนจะสร้างใหม่เป็นแบบคอนกรีตในปี 2460 พอถึงสะพานเลยถือโอกาสนั่งชมวิว นั่งไปนั่งมาก็เผลอหลับซะงั้น รู้ตัวว่างีบไป 10 นาที เลยรีบลุกออกมาเดินตรงถนนคนเดินอีกครั้ง  ถนนคนเดินลำปาง ท่ามกลางความเหงา และช่องว่างอันอ้างว้างระหว่างนิ้วมือ...

Read More

ข้อแนะนำในการดื่มสุรามิให้เมามาย – @itong2go

อันนี้คือผู้ที่เมามาย ในขณะที่เริ่มเมาแต่ยังไม่รู้ตัวว่าเมา อันนี้ที่จริงแล้วเขียนยาก ไม่รู้จะแนะนำยังไงเพราะตัวเองก็เมาทุกที แต่ไม่ว่าอย่างไรการเมาที่ดีจะต้องมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง เผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่เราอาจจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วม หรืออย่างน้อยที่สุดก็เพื่อความสดชื่นในยามตื่น ไม่ปวดหัวแฮงค์ ทำงานไม่ได้ ไม่สบายเหมือนคนเป็นโรค ตัวอย่างและสาเหตุของการเมามาย/แฮงค์โอเวอร์ 1. กินเร็ว – จะกินเร็วไปไหนครับ คือไม่ได้บอกว่าให้กินช้า กินเร็วก็ได้แต่อย่ากินนาน อันนี้พี่เล่นกินเร็วติดสปีดแบบไม่กลัวเมา ทั้งยังนั่งนานรากงอก ไม่เมาไม่รู้ว่าไงละครับ 2. กินนาน – ไม่มีบ้านช่องให้กลับกันหรือไงครับ ลูกเมีย แฟนไม่รออยู่หรือ กินได้ครับแต่ต้องรู้เวลาว่าจะต้องนอนกี่โมง ร่างกายจะต้องพักผ่อนนอนหลับ การนั่งกินเหล้านานๆทำให้อ่อนเพลียนะครับ ร่างกายไม่ได้พักผ่อน เวลาเมาแล้วนอนก็เหมือนกัน จะรู้สึกเหมือนนอนไม่อิ่ม เพราะหัวสมองเรามันเมา 3. ไม่กินข้าว/กับแกล้ม – ไม่ต้องวิเคราะห์อะไร คนเราไม่ได้กินข้าวมันก็ต้องหิวต้องเพลีย แล้วยังเติมเหล้าเข้าไปอีกก็ทั้งเพลียทั้งเมา ร่างกายเราต้องอ่อนล้ากว่าปกติแน่นอน ต้องบังคับตัวเองให้ไปกินข้าวซะ แล้วค่อยกลับมาแดกเหล้า จะได้ไม่เมาไว 4. เพื่อนยุ – อันนี้พวกชอบรับคำท้าจะโดนหนัก ใครจะยุก็ช่างมันครับ เราเมามันไม่ได้เมาด้วย มันแกล้งเราครับ อย่าไปเชื่อมัน กินแบบที่ตัวเองจะกินก็พอ เล่นเกมกับมันแล้วแกล้งกินน้ำเปล่าบ้างก็ได้ บอกมันเลย กูไม่แมน มึงแมนมึงเอาเลย คำแนะนำจากผู้มีประสบการณ์ 1. กินที่บ้าน – ปลออดภัยมาก ประหยัดด้วย กินกับเมียนี่แหละครับ (ระวังอย่าให้เมียกินเยอะ เดี๋ยวเป็นเรื่อง) มีอะไรจะได้คุยกันด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว เมาแล้วนอนเลยไม่ต้องขับรถ 2. ถ้าต้องไปกินร้านกินน้อยๆ – แก้วนึงท่องไว้ว่ากูจะกินนานๆ ปล่อยน้ำแข็งละลายไป ยุงไม่มาไข่หรอกครับ มันจะมากัดเรา อดทนไว้ บอกตัวเองว่า กูจะกลับไปเมาที่บ้าน 3. ตั้งเวลา – ก่อนกินดูเวลาว่ากี่โมงแล้ว และจะกลับหรือจะเข้านอนเวลากี่โมง แนะนำว่าไม่ควรเกิน 3-4 ชั่วโมงก็เพียงพอสำหรับการทำให้ตัวเองเมาแล้ว 4. กินข้าวกินยาให้เรียบร้อย – อันนี้คนปกติที่ไหนก็ทำกันครับ กินข้าวไม่เห็นต้องให้บอก 5. เมาไม่ขับ – ไม่งั้นจะมาเสียใจทีหลัง ลองเอาไปทำกันดูครับ คราวหน้ามาดูกันว่าจะยังมีคนรั่วอีกหรือไม่ เมาได้แต่อย่ามากนะน้องๆ...

Read More

ดูแล้วอยากบอกต่อ “In a better world,2010(Denmark) เพราะความรุนแรงมันทำให้อยู่ร่วมกันบนโลกนี้ได้?”

คำว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น บางครั้งก็อาจไม่จริงเสมอไป จริงว่าเด็กที่ขาดความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวมักจะออกนอกลู่นอกทางได้ง่าย การอบรมสั่งสอนและสภาพแวดล้อมที่ดีในวัยเด็กก็อาจจะช่วยปลูกฝังจิตใต้สำนึกและคุณธรรมที่ดีเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าเด็กทุกคนจะไม่มีความคิด ต้องคอยให้ผู้ใหญ่ป้อนทุกอย่างใส่หัวตลอดเวลา เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่จะตัดสินใจเลือกว่าจะใฝ่ดี หรือชั่ว ก็ขึ้นอยู่กับตนเองอยู่ดี In a better world เล่าถึงสังคมในปัจจุบันที่พบเห็นได้ตามท้องถนน หรือทุกๆที่บนโลกใบนี้ การหย่าร้างของ ครอบครัว, วิถีชีวิตในโรงเรียน, สังคมคนรอบข้างที่พบเพื่อเพียงผ่าน หรือ พบเพื่อปฏิสัมพันธ์ , และ สังคมในระดับโลกที่ห่างไกล ซึ่งเป็นที่ที่บางคนไม่กล้าแม้แต่จะเสนอหน้าเหยียบเข้าไปอย่างแน่นอน ตัวละครแต่ละคนต่างมีเรื่องและวิถีชีวิตของตนเอง แต่หนังเรื่องนี้นำมาผูกปมร่วมกันได้อย่างสนุกและลึกซึ้ง โดยมีประเด็นหลักที่หนังพูดถึง คือความรุนแรงมันทำให้อยู่ร่วมกันบนโลก นี้ได้หรือเปล่า? ซึ่งโดยปรกติ ในความเป็นจริงเราไม่สามารถอยู่ตรงกลางระหว่างแนวคิดสองด้าน เหมือนกับตัวละครที่มักจะโดนรังแก ดูถูกเหยียดหยาม โดนด่าพ่อ ล้อแม่ ที่ต้องเลือกระหว่าง 1. ตอกกลับด้วยความรุนแรง เดินหน้าลุยไม่ให้ใครกล้ามาเหิมเกริมอีก 2. ไม่ต้องไปยุ่งไม่ต้องสนใจ ปล่อยมันไว้อย่าไปแคร์ ซึ่งผลกระทบที่ตามมาย่อมแตกต่างกันออกไปตามตัวเลือกทั้งสอง เพราะบางครั้ง เราสร้างมโนภาพเพียงเพื่อจะทำให้คนอื่นกลัว ให้เชื่อในสิ่งที่เราคิดเพื่อปิดความอ่อนแอของตนเอง และสุดท้ายเราก็กลายเป็นไอ้หน้าโง่คนหนึ่งที่วนเวียนอยู่ในความรุนแรงไม่จบสิ้น คล้ายๆการเมืองในประเทศกำลังพัฒนาที่ไหนสักที่ ที่ต่างขี่หลังเสือแล้วลงมาไม่ได้กันทั้งคู่ สุดท้ายแล้วการให้อภัยจำเป็นแค่ไหนต่อคนที่เราเกลียดชัง? หนังเรื่องนี้ให้คำตอบแก่ทุกท่านได้อย่างแน่นอนครับ In Better World สอนให้ผมเข้าใจว่า เราทุกคนต่างรู้ทั้งรู้ว่า เราต่างก็ต้องการ ปัจจัยที่ดีกว่า ความสะดวกสบาย ชีวิตที่ดีกว่า อะไรๆ ที่ดีกว่า แต่ที่สุดแล้ว เราย่อมมิอาจหลีกหนีไปจาก โลกที่เป็นจริง ชีวิตที่เป็นจริง ในเมื่อเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้คนเดียว ความสุขสบายที่ได้มาจากการอยู่ร่วมกัน โดยปราศจากความเกลียดชัง ที่ทุกคนโหยหา แต่ต่างฝ่ายต่างต้องการชนะ แล้วเราจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร เราไม่สามารถไปบังคับให้ทุกคนเห็นด้วยกับเราทุกเรื่อง รักใครชอบใครก็เป็นสิทธิ์ของคนนั้น การไปชี้หน้าด่าคนอื่นว่าโง่เพราะคิดไม่เหมือนตนเอง คุณรู้ได้ไงว่าเขาโง่? มันกลับยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอย่างไม่มีวันจบสิ้น แค่เราต่างเคารพในความเห็นของกันและกัน ถอยออกมาคนละก้าว ชีวิตดีๆที่ใครต่างตัองการ ก็เดินหน้าต่อไปได้แล้ว ความจริงหนังเรื่องนี้ผมดูมาตั้งแต่2ปีที่แล้ว แต่อดไม่ได้ที่จะเขียนถึง ที่จริงเรื่องนี้ได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสาขาต่างประเทศของออสการ์และ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของลูกโลกทองคำ เมื่อปี2011ด้วยครับ แม้เรื่องจะเนิ่บนาบ บทพูดที่ชวนง่วงในบางครั้ง แต่ตัวละครทุกตัวมีพลังมาก โดยเฉพาะตัวเอกที่เป็นเด็กสองคนในเรื่องดึงคนดูได้อยู่หมัด แสดงเก่งมาก หน้าจริงจัง ขึงขังดูแล้วคงอนาคตไกล บทหนังที่มีมิติ มีแนวคิดหลายด้าน หลายมุมมอง ปัญหาทุกอย่างในเรื่องเราล้วนพบในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ คือดูจบแล้วอิ่มเอมครับ...

Read More

กิจกรรม “ข้าราชการไทย ใจสีขาว”

     กิจกรรมนี้ จัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นโครงการสร้างเครือข่าย “ข้าราชการไทย ใจสีขาว” ขึ้นในวันที่ 28 กรกฎาคม 2555 ณ ชัน G Junction X ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต      โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ ซึ่งสอดรับกับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐอย่างจริงจัง  โดยยึดหลักความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาลที่เป็นสากล เพื่อให้การใช้ทรัพยากร และการพัฒนาประเทศให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อประเทศโดยรวมอย่างแท้จริง และเพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ  โดยใช้วิธีการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์โครงการ บทบาท หน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ท. เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้รับความรู้ความเข้าใจ สามารถเข้าถึง และตระหนักถึงการต่อต้านการทุจริต      ป.ป.ท. จึงจัดกิจกรรมนี้เพื่อเป็นการเฟ้นหาข้าราชการต้นแบบ ภายใต้ชื่อ “ข้าราชการไทย ใจสีขาว” เพื่อพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐ อันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ สร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคีทุกภาคส่วน และเชิดชูเกียรติ คุณความดีของข้าราชการภาครัฐที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ พร้อมทั้งจัดพิธีมอบธงประจำโครงการแก่ “ภาคีเครือข่าย” การแนะนำวิธีสมัครเป็นสมาชิกเครือข่าย “ข้าราชการไทย ใจสีขาว” และชมมินิคอนเสิร์ตปิดท้ายกิจกรรมกับ มอส ปฏิภาณ ปฐวีกานต์ ด้วยค่ะ งานดีๆ แบบนี้ เราก็อยากให้ชาว CMTT ไปร่วมงานกันเยอะๆ นะคะ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการดีๆ...

Read More

Pin It on Pinterest