“เชียงใหม่” เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน ผู้คนมากหน้าหลายตาล้วนแต่อยากจะเข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของเมืองล้านนาที่เป็นเหมือนกับศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรม ไม่เพียงเท่านั้น “กรุงนพบุรีศรีนครพิงค์” แห่งนี้ ยังขึ้นชื่อลือชาขจรไกลไปทั่วแว่นแคว้น ในเรื่องของ “อาหาร” ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหากผู้ใดได้ลิ้มลองเป็นต้องโยกย้ายวงศาคณาญาติมาตั้งรกรากอยู่ในเมืองแห่งกุหลาบเวียงพิงค์ ด้วยความหลากหลายวัฒนธรรมที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว เนื่องจากหลากหลายชนชาติที่เข้ามาอยู่อาศัย ยังได้พาวิถีชีวิต ความเป็นอยู่  อาหารการกินของชนชาติตนเองเข้ามาด้วย ส่งผลให้เมืองเชียงใหม่เป็นอีกเมืองหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมด้านอาหารการกินที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

 ไม่กี่วันก่อนได้มีโอกาสได้ลิ้มลอง “สุกี้” รสเด็ด หลังจากที่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาเป็นเวลาพอสมควร แม้ว่าจะมิได้มีนามอุโฆษที่จะดึงดูดให้นักชิมทั่วสารทิศมาเชยชม แต่การบรรยายของผู้ที่เคยได้สัมผัสมาแต่ละคนแล้ว เกิดอาการน้ำลายแตกฟอง อยากลงไปชักดิ้นชักงอให้พาไปลิ้มลองให้ได้บัดเดี๋ยวนั้น ในที่สุดก็หาโอกาสที่จะได้พาชิวหาไปเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรสเสียที อันว่า “สุกี้” นั้น แต่เดิมเป็นอาหารของชาวญี่ปุน มีลักษณะเป็นอาหารที่ทานโดยตรงจากหม้อต้ม มีการใส่เนื้อ, ผัก และเครื่องปรุงรสตามชอบใจแล้วแต่ภูมิภาค อันที่จริงแล้วชาวมองโลก็มีวิธีทานอาหารที่คล้ายคลึงกัน แต่สุกี้ในเมืองไทยนั้น มีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนกับต้นแบบดั้งเดิมที่หม้อต้มเดียวกินกันได้หลายคน เรียกได้ว่าทั้งครอบครัว แต่สุกี้ของไทยนั้นจะมีลักษณะเป็นอาหารจานเดียว กินกันเป็นจานเป็นชามไป หลังๆมานี้มีการประยุกต์เข้ากับอาหารจีน โดยนำสุกี้ไปผัด เรียกกันว่าสุกี้แห้ง ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของข้าพเจ้ามาช้านาน

“คุณฮั้ว”   สุกี้กระทะร้อน อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมาหนัก อยู่เยื้องๆกับประตูเชียงใหม่ เลยมานิดหน่อย ถ้าไม่มีอาการพิการทางสายตา คงจะสังเกตเห็นร้านที่มีลักษณะเหมือนรถเข็นข้างทาง อยู่หน้าร้านซ่อมรถซ่อมยางบนถนนเลียบคูเมืองเชียงใหม่ วูบแรกที่เห็นสภาพร้าน ภายในความคิดของข้าพเจ้านั้น อยากจะเอาบาทาไปลูบพักตร์ของคนที่พามาในบัดดล แต่ด้วยความที่เป็นปัญญาชน(ที่ไม่ค่อยจะฉลาดนัก) ก็ข่มอารมณ์เอนกายลงพนักเก้าอี้ ซึ่งเป็นเก้าอี้ที่พบเห็นได้ในงานพิธีมงคลและอมงคลทั่วไปตามวัดวาอาราม อารมณ์ในตอนนี้อยากจะตบโต๊ะ และสบถว่า “บัดซบ” ดั่งเช่นตัวร้ายในภาพยนตร์จีนย้อนยุค พอชำเลืองมองเมนูก็พบว่าอาหารให้เลือกนั้นไม่ได้มีมากนัก แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ สุกี้ และ หอยทอด (บางคนเรียก “หอยกระทะ”) จึงได้สั่งมาลิ้มลองสองอย่าง คือ    สุกี้หมูแห้ง และ ทะเลรวมทอด

ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ผายลมคงยังไม่ทันจะหายเหม็น เมื่อทุกอย่างวางพร้อมอยู่บนโต๊ะ ก็ถึงเวลาต้องโซ้ยแหลกแหกอเวจี คำแรกที่เข้าไปสัมผัสกับชิวหา ทำให้ลืมภาพลักษณ์แย่ๆลงไปในทันที การผัดผสมผสานกันระหว่างวุ้นเส้น ผักกาดขาว เนื้อหมู และน้ำจิ้มสุกี้สูตรเด็ดของทางร้าน มันช่างเข้ากันได้ดีเลยเกิน จนอยากกระโดดตีลังกาใส่เกลียวซักสามรอบไปบอกเจ้าของร้านว่าน้ำจิ้มของท่านช่างเด็ดดวงยิ่งนัก ข้ามไปทางฝั่งทะเลทอดก็มีน้ำจิ้มสูตรเฉพาะเช่นกัน รสชาติไพเราะเสนาะลิ้นไม่แพ้กันเลย ทางร้านเขาจะแบ่งแยกกันชัดเจนว่าอันไหนเป็นน้ำจิ้มสุกี้อันไหนเป็นเป็นน้ำจิ้มหอยทอดทะเลทอด มีป้ายติดอยู่บนโต๊ะทุกตัว สงสัยว่าลูกค้าที่เข้ามาลองลิ้มชิมรสคงจะอร่อยไม่ลืมหูลืมตาจนหยิบน้ำจิ้มใส่กันมั่วไปหมด ขอบอกว่าของเขาดีจริง ไม่อย่างนั้นคงไม่มีที่นั่งรอต่อคิวอย่างกับร้านอาหารตามห้าง หลังจากเพลิดเพลินกับกับอาหารที่หมดไปเมื่อไหร่ก็ไม่ทันรู้ตัว ก็มองไปรอบๆร้าน เฮ้ย!!! ทำไมมีแต่พวกฝรั่งมังค่ามานั่งกิน คนไทยที่มีอยู่แค่สองสามโต๊ะ มันอยากจะตบโต๊ะแล้วสบถว่า “บัดซบ”  อีกซักสองเพลา บุกรุกเข้ามาสยามประเทศแล้ว ยังบังอาจแย่งของอร่อยของแดนสยามไปเสียหมดสิ้น เห็นการณ์นี้คงจะยอมมิได้ เดี๋ยววันหน้าข้าพเจ้าจะพาวงศาคณาญาติมายึดดินแดนแห่งความอร่อยคืนบ้าง คอยดู!!! หลังจากที่ตื่นจากการละเมอเพ้อฝัน ก็นึกถึงคนที่บ้าน จึงได้ซื้อกลับไปฝากเล็กๆน้อยๆ 10 ห่อ!!! แล้วเดินทางกลับบ้านไปอย่างสบายอารมณ์

 

บางทีการที่เราเอาแต่มองรูปลักษณ์ภายนอก อาจจะทำให้เรามองข้ามสิ่งดีๆที่ซ่อนอยู่ภายใน ที่มันมีค่ากว่าหน้าตาที่ดูสวยงาม เฉกเช่นดั่งโลกมนุษย์ หากเราหลงไหลแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี วาจาที่หวานหยดย้อยคล้ายกลืนกินรังผึ้งเข้าไปทั้งฝูง เราก็จะไม่พบเจอคนดีมีของซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกธรรมดาถึงขั้นดูแย่ แล้วก็มาบ่นว่าทำไมไม่พบไม่เจอคนดีๆบ้างเลย ดั่งเช่นขงจื้อเคยกล้าวไว้ว่า “วาจาแสร้งดี ให้ระแวงมนุษยธรรม” รูปดี พูดดี ใครก็ชอบ แต่ถ้าจะให้คบหาด้วยควรดูด้วยว่า คิดดี ทำดี ด้วยหรือไม่ ข้าพเจ้ารู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ตอนแรกตัดสินค่าของ “คุณฮั้ว” สุกี้กระทะร้อนด้วยรูปลักษณ์ภายนอก สร้างทัศนคติที่ไม่ดี ตั้งแง่เอาไว้ แต่พอได้สัมผัสกับตัวตนจริงๆของเขา สิ่งที่เขาขายคืออาหาร ไม่ใช่การจัดร้านหรูหราดูน่ากิน อยากเชิญชวนนักชิมที่ชอบลิ้มลองของอร่อยทั้งหลาย หาโอกาสแวะเวียนมาลิ้มลองซักครั้งแล้วจะพบว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงแค่อาหารอร่อย บางทีท่านชายที่นิยมการเข้าป่า(เดียวกัน) จะได้พบเจอกับ ชายหนุ่มรูปงามกล้าใหญ่ใส่ชุดช่างนั่งรออยู่ตรงม้าม้านั่ง เอื้อนเอ่ยถามท่านด้วยถ้อยคำอันไพเราะว่า “ยาราไนก้า?” (ฮ่าๆๆ)

info. ประตูเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ฝากความคิดเห็น ...