สวัสดี “ปัตตานี” ในที่สุดเราก็ได้เจอกันเป็นครั้งแรก จังหวัดที่เขาว่ามีผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ผู้คนน่ารัก อาหารน่ากิน

ทริปนี้เราออกเดินทางท่องเที่ยว 3 วัน 2 คืน ณ บ้านทรายขาว ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี หมู่เล็กๆ  ที่ผู้คนไทยพุทธและอิสลามอยู่ร่วมกันอย่างพี่น้องในผืนป่าสันกาลาคีรี

สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการได้ออกเดินทาง คือการได้พบมิตรภาพที่เราจะไม่มีวันลืม

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำใจจากคนสองศาสนา ภายใต้ความเชื่อที่ต่างแต่อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ทำให้เรารู้ว่า ไม่ว่าเราจะได้ยินข่าวมาแบบไหน

.

จงอย่าเชื่อที่  “เขาว่า” จนกว่าจะเห็นด้วยตาของตัวเอง ปัตตานีน่ารักจริงๆ นะ:)


Day 1 ความทรงจำแรกที่ปลายด้านขวาน

ศาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว

เราเริ่มเที่ยวจากในตัวเมืองปัตตานีก่อน สถานที่แรกที่มาเยือนคือ ศาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติเกี่ยวกับอดีตเจ้าเมืองของที่นี่

ศาลเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยว

มาใต้ทั้งทีก็ต้องกินอาหารใต้ จัดไปกับเมนูแรก “ขนมจีนแกงไตปลา” ร้านขนมจีนเมืองคอน คุณป้าคงเห็นเราแต่งตัวเหมือนนักท่องเที่ยวเลยพูดเตือนไว้ก่อนว่า “ระวังเผ็ดนะ” เราก็คิดว่าคงไม่เผ็ดมาก เลยบอกป้าว่าจัดเต็มเลยค่ะ หนูกินได้ สรุปกินน้ำไปหลายแก้วเลย แต่รสชาติเข้มข้นถึงใจ อร่อยมากๆ ถึงแม้จะเผ็ดมากก็ตาม ><

ไปตอนเที่ยงพอดี ลูกค้าเต็มร้านเลยยย

ตึกเก่าที่ยังมีชีวิต ดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก เลยถ่ายรูปเก็บไว้

มัสยิดกรือเซะ

มัสยิดกรือเซะ ศาสนสถานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี มัสยิดกรือเซะ

หนุ่มน้อยจากยะลา น่ารักเน้อ 🙂

การเดินทางทำให้เรามาเจอยิ้มหวานที่ด้ามขวานไทย >> สาวน้อยจากยะลาในชุดบูดายอ

บรรยากาศรอบๆ มัสยิดกรือเซะ

จากนั้นทางไกด์ก็พาเราและคณะไปดู “กุโบว์” ที่ฝังศพเจ้าเมืองและชาวปัตตานี พร้อมบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังมากมาย

ไม่ว่าใครที่เสียชีวิตก็จะถูกนำมาฝังไว้ที่นี่

แวะไว้หลวงปู่ทวด ที่ วัดช้างให้ วัดเก่าแก่อายุมากกว่า 300 ปี

วัดอยู่ติดกับสถานีรถไฟ งานนี้เราเลยเห็นรถไฟแบบใกล้ชิดถึง 2 ขบวด แต่ดันถ่ายรูปไม่ทันซะงั้น ^^”

บ้านทรายขาว

หลังจากเที่ยวในตัวเมืองจนอิ่มใจก็ได้เวลากลับเข้าที่พัก รถตู้พาเราลัดเลาะออกนอกเมือง จากตึกใหญ่กลายเป็นป่าเขา ป่าทางใต้อุดมสมบูรณ์จริงๆ มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียว เวลาประมาณ 5 โมงเย็นเราก็ถึงหมู่บ้านทรายขาว หมู่บ้านที่เราจะมาท่องเที่ยวกัน ชาวบ้านทั้งไทยพุทธและมุสลิมออกมาตอนรับด้วยรอยยิ้มที่สดใส

ทำไมถึงชื่อว่า “บ้านทรายขาว” เพราะไม่ว่าจะไปขุดน้ำที่ไหน จะเจอทรายสีขาวตลอด เป็นดินเหนียวปนทราย เลยชื่อว่าหมู่บ้านทรายขาว

บ้านทรายขาว

จากนั้นเราก็มีการพูดคุยถึงประวัติของหมู่บ้าน การกินอยู่ กฏต่างๆ ที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน และแบ่งบ้านกัน โฮมสเตย์ของที่นี่มีทั้งของคนไทยพุทธและมุสลิม

บ้านทรายขาว

เราได้อยู่บ้านของแม่ประมูล บ้านหลังเล็กๆ แต่อบอุ่นมากกก คุณลุง คุณป้า ใจดีน่ารัก มีสอนภาษาใต้ให้เราด้วย

บ้านทรายขาว

โฮมสเตย์ที่นี่มีทั้งที่พัก อาหารการกินให้เราแบบเต็มอิ่มมากๆ แต่ต้องเตรียมผ้าเช็ดตัวมาเองนะ

บ้านทรายขาว

มื้อแรกของเราเต็มอิ่มมากกก อาหารใต้ไม่ได้กินยากอย่างที่คิด หลายเมนูต้องขอเติมอีก เราชอบขนมจีนน้ำยาที่สุดแล้ว รสชาติกลมกล่อมมากๆ


Day 2 สองศรัทธาแห่งพื้นป่าสันกาลาคีรี

จุดชมวิวเขารังเกียบ

วันนี้เราตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อนั่งรถขึ้นไปชมวิวหมู่บ้านที่จุดชมวิวเขารังเกียบ อากาศดีมาก ไม่หนาวเลย พระอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้า ฉายให้เห็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่กลางหุบเขา

จุดชมวิวเขารังเกียบ

เหมือนที่เขาว่า “สายตาคือกล้องถ่ายรูปที่ดีที่สุด” ไม่ว่าจะถ่ายมากี่ร้อยรูปก็ไม่เท่าไปเห็นด้วยตา สัมผัสด้วยใจของตัวเอง

จุดชมวิวเขารังเกียบ

เขารังเกียบตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว นอกจากจุดชมวิวสวยๆ แล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการนมัสการพระพุทธมหามุนินท์โลกนาถที่ประดิษฐานบนเทือกเขาสันกาลาคีรี (เขารังเกียบ) แห่งนี้

จุดชมวิวเขารังเกียบ

ที่นี่รถที่พาเราขึ้นมาบนเขารังเกียบแห่งนี้ คุณลุงบอกว่าเป็นรถสมัยสงครามโลกเลยนะ ข้างบนนี้สามารถกางเต็นท์นอนได้ด้วยนะ ขากลับเราเห็นน้องๆ หลายคนเดินขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน ขอบอกว่าทางชันมากกก ใครอยากมาเดินต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมนะ

บ้านทรายขาว

สถานีต่อไปคืออาหารเช้าเพราะหิวแล้ววว ><

บ้านทรายขาว

นั่งรถกินลมชมวิวชิวๆ ยามเช้า

บ้านทรายขาว

ช่วงเช้าคนที่นี่เขาจะไม่ทำข้าวเช้ากินกันที่บ้าน เขาจะนิยมไปนั่งกินข้าวเช้าตามร้านกาแฟในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย เพราะผู้หญิงจะซื้อกับข้าวกลับไปกินที่บ้านกับลูกๆ บรรยากาศยามเช้าจึงคึกคักเป็นพิเศษ

บ้านทรายขาว

หนุ่มๆ ของเรานั่งคุยกันสนุกสนาน ทุกคนน่ารัก ใจดีมากๆ

บ้านทรายขาว

มื้อเช้าที่ปัตตานีที่เห็นคือไก่ทอดสมุนไพร ข้าวยำ ข้าวหมก ทุกอย่างราคา 10 บาท ถูกมากกกก

บ้านทรายขาว

เราเคยเข้าใจว่าคนใต้กินเผ็ด แต่จริงๆ แล้วคนใต้กินหวานด้วยนะ สำหรับเราคือหวานมาก อย่างน้ำชาใส่นม ต้องมีกาน้ำร้อนวางข้างๆ เพื่อเติมน้ำลดความเข้มข้น

บ้านทรายขาว

บ้านทรายขาว

คนที่นี่อยู่กันแบบพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธหรืออิสลาม พอเจอกันก็ทักทายพูดคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

บ้านทรายขาว

บ้านทรายขาว

นั่งรถไปชมสวนทุเรียนกลางป่า ตอนแรกเราคิดว่าสวนทุเรียนก็คือสวนทั่วๆ ไป แต่คุณป้าบอกว่าที่นี่พื้นที่ทำกินน้อย ป่าน้อย เลยต้องอนุรักษ์ไว้ โดยการทำสวนแบบไม่ตัดต้นไม้หรือทำให้ภูเขากลายเป็นเขาหัวโล้น ทุเรียน สะตอ สวนยาง เลยมาอยู่กลางป่าแบบนี้

บ้านทรายขาว

คลุกฝุ่นกันไป

บ้านทรายขาว

เป็นถนนที่ร่มรื่นมากๆ

บ้านทรายขาว

บ้านทรายขาว

บ้านทรายขาว

จากนั้นก็เดินป่าเพื่อไปดูต้นทุเรียนยักษ์

บ้านทรายขาว

ที่นี่ต้นทุเรียนยักษ์ที่สูงมากๆ อยู่ด้วย คือถ้ามาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นต้นทุเรียนอ่ะ ><

บ้านทรายขาว

ทุเรียนป่าที่นี่กลิ่นไม่แรง เนื้อนุ่ม ไม่มีเสี้ยน อร่อยมากๆ

บ้านทรายขาว

แก๊งค์คุณลุงที่พาเราเข้าป่า

บ้านทรายขาว

กลับบ้านไปกินข้าวแป๊บ เดี๋ยวลุยน้ำตกต่อจ้า

บ้านทรายขาว

อาหารเที่ยงก็จัดเต็มเหมือนเดิม อร่อยมากก อร่อยทุกอย่างเลย

บ้านทรายขาว

เงาะที่นี่ลูกใหญ่ เปลือกหนา หวานหอม

น้ำตกทรายขาว

จากนั้นเราเดินทางมาที่น้ำตกทรายขาว น้ำตกที่ชาวบ้านชอบมาเล่นน้ำกัน เรียกได้ว่าเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่เลยก็ว่าได้

น้ำตกทรายขาว

ใครสายชิวก็นั่งเล่นน้ำตกอยู่ใกล้กับทางออกได้ เพราะยิ่งเดิน ยิ่งชัน ทางยิ่งลำบาก กว่าจะมาเจอต้นน้ำในรูปก็ล้มไปหลายรอบ

น้ำตกทรายขาว

ทางก็จะโหดๆ หน่อย แต่ถ้าใครชอบผจญภัยรับรองไม่ผิดหวัง

บ้านทรายขาว

พอกลับมาถึงบ้าน เราก็ได้ชิมรังผึ้งที่คุณลุงเพิ่มเก็บมาสดๆ ร้อนๆ น้ำผึ้งหวานฉ่ำมาก

บ้านทรายขาว

นำใบตองมาห่อรังผึ้งแล้วปิ้งๆ หอมๆ กรอบๆ อร่อยไปอีกแบบ

บ้านทรายขาว

วันนี้เราได้ทำขนมด้วยแหละ ชื่อ “ขนมโค” ขนมของทางใต้ ใช้แป้งข้าวเหนียวผสมกับน้ำอัญชันและน้ำใบเตย อยากได้สีไหนก็ผสมได้เองเลย จากนั้นก็นวดๆๆ จนเนื้อแป้งเนียน เข้ากันดี แล้วสอดไส้ด้วยน้ำตาลก้อน จากนั้นนำไปต้มและคลุกกับมะพร้าว เป็นของกินเล่นที่กินเพลินมากๆ แป๊บเดียวหมด

ยำตะลิงปิง

ยำตะลิงปิง มีทั้งตะลิงปิงและสารพัดผักที่คุณป้าไปเก็บมาจากสวน ผักสดกรอบ น้ำยำอร่อย

มัสยิดกลาง

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถเข้ามาเที่ยวในตัวเมืองปัตตานีตอนกลางคืน เรามากันที่มัสยิดกลาง ตอนกลางคืนสวยงามมากๆ หลายคนมานั่งเล่น พักผ่อนหย่อนใจกันที่นี่

ร้านบลูก้า โรตี ชาชัก

ดึกแค่ไหนเราก็กินนน มาใต้ทั้งทีต้องกินโรตี!! คืนนี้เรามากันที่ร้านบลูก้า โรตี ชาชัก

ร้านบลูก้า โรตี ชาชัก

ชาชักหอมหวานเข้มข้นมากๆ


Day 3 โบกมือลาบ้านทรายขาว จนกว่าเราจะพบกันใหม่

บ้านทรายขาว

วันนี้ก็ตื่นแต่เช้าอีกเช่นเคย เราไปเดินเล่นในหมู่บ้านและหาข้าวเช้ากินกัน

บ้านทรายขาว

เราชอบบ้านเรือนของที่นี่ ดูน่ารัก มีเสน่ห์

บ้านทรายขาว

ร้านนี้แหละ ส่งกลิ่นหอมมาแต่ไกล

บ้านทรายขาว

บ้านทรายขาว

10 บาทเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือบรรยากาศที่แปลกใหม่

ปัตตานี

ปัตตานี

ต้นกล้าทุเรียน

วัดทรายขาว

วัดทรายขาว มัสยิดบาโงลางา

มัสยิดบาโงลางา (มัสยิดโบราณ 300 ปี) มัสยิดที่ผสมผสานศิลปะแบบไทยพุทธและมุสลิมไว้ได้อย่างลงตัว

กลุ่มส้มแขก บ้านทรายขาว

กลุ่มส้มแขก แวะซื้อของฝากกันได้

กลุ่มทอผ้าไหมลายจวนตานี

กลุ่มกล้วยเส้น

อาหารมื้อสุดท้ายที่ปัตตานี แม่ๆ ยังจัดเต็มเหมือนเดิม ขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีๆ จากสองศาสนาที่มีหัวใจเดียวกัน ถ้ามีโอกาส เราจะกลับมาอีกแน่นอนค่ะ 🙂

ใครสนใจเที่ยวชุมชนบ้านทรายขาว ติดต่อ คุณชนินทร์ เศียรอินทร์ โทรศัพท์ 089-7379553, 081-0946016 การท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านทรายขาว ปัตตานี

 

ฝากความคิดเห็น ...