สมัยก่อนมีอยู่ช่วงนึงที่คนนิยมเขียน online diary กัน ส่วนมากจะไปเขียนที่ exteen.com และก็ส่งแลกลิงค์กันไปมาสนุกสนาน เราว่ามันดีตรงที่จุดประกายให้คนที่ไม่เคยเขียนอะไรได้ลุกขึ้นมาลองเขียนดูบ้าง แม้จะเป็นเรื่องชีวิตประจำวันก็ถือว่าดีแล้วที่ได้ลองสร้างสรรค์งานขึ้นมา นั่นก็จัดว่าเป็นบล็อกแบบนึง

mommew บล็อกคุณแม่ลูกสามที่กำลังพยายามหาแนวทางบล็อกที่ชัดเจนของตัวเอง

ความหมายของ BLOG

ในยุคต่อมาก่อนที่ facebook, twitter, IG จะโด่งดัง ผู้คนนิยมเขียน blog เป็นเรื่องเป็นราวในสิ่งที่ตัวเองถนัดหรือสนใจ ใครเชี่ยวชาญเรื่องอะไรก็จะเขียนเรื่องนั้นๆ บ้างก็เขียนคนเดียว บ้างก็เป็นหมู่คณะเล็กๆ (ถ้าใหญ่ก็จะกลายเป็น publisher/สำนักพิมพ์) ประเด็นสำคัญคือบล็อกที่ดีจะต้องมีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ การเขียนปีละ 1-2 ครั้งจัดว่าน้อยเกินไป ส่วนตัวเราคิดว่าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งกำลังดี อย่างน้อยที่สุดเดือนนึงให้ได้สักสองครั้งกำลังแจ๋ว

itong2go บล็อกของเราเองดูจาก 7 บทความล่าสุดแสดงว่าเริ่มหาทิศทางของตัวเองได้แล้ว

7 เหตุผลที่คิดว่า BLOG กำลังจะกลับมา

1. บล็อกไม่ได้หายไปไหน – เพียงแต่ผู้คนลืมไปว่ามันเคยมีอยู่ คนเขียนบล็อกก็ยังอยู่แต่อาจอัพเดทน้อยลงเพราะก็มัวไปอ่านสื่อใหม่อยู่เหมือนกัน ส่วนคนอ่านทั่วไปก็ให้ความสนใจกับ main stream มากกว่า

2. ผู้คนเริ่มเบื่อความไวและเริ่มมองหาเนื้อหาที่มีคุณภาพ – ข้อดีของ social media คือมันไว ไวมาก เราเสพสื่อกันแบบไม่หยุดหย่อน ไม่ได้พักคิดวิเคราะห์ใดๆ ทุกสำนักแข่งกันว่าใครเร็วกว่าชนะ ผลลัพท์คือมีขยะคอนเทนต์เต็มไปหมด คนอ่านต้องการของดีๆใส่สมองไม่ได้ต้องการขยะ

3. ผู้คนจะมองหาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถเข้าถึงได้ – ยุคต่อไปผู้คนจะมีเครื่องมือช่วยค้นหาข้อมูลมากขึ้น สินค้าหรือบริการที่ใช้คำว่า “ครบวงจร” จะไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป คนจะมองหาผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพในด้านนั้นๆ บล็อกที่เขียนเฉพาะเรื่องเฉพาะทางจะได้รับความนิยมกว่าที่เขียนสะเปะสะปะไม่มีทิศทาง

4. ผู้คนบางส่วนจะชอบการอ่านมากกว่าการดูคลิปวีดีโอ – ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ยูทูปครองเมือง แม้แต่เฟซบุ๊คเองก็ยังต้องเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดคลิปวีดีโอ แต่จะมีคนจำนวนหนึ่งที่ชื่นชอบการอ่านเพราะเขารู้สึกว่ามันบังคับได้ ค่อยๆอ่านได้ ไม่ต้องรีบนักก็ได้ การอ่านตัวหนังสือมีข้อดีตรงที่มันได้ใช้จินตนาการต่างจากการดูคลิปหรือดูหนัง

5. ผู้คนจะมองหาอาชีพใหม่ๆ การเป็น blogger คืออีกหนึ่งทางเลือกอาชีพอิสระ – ในยุคหน้าที่อาชีพเดิมๆถูก disrupt โดยโรบอตและ AI ผู้คนจะตกงานกันมากมาย หนึ่งในงานที่หุ่นยนต์ยังไม่สามารถทดแทนได้คือ งานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น อาชีพ blogger จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับหลายคน

6. คนที่เขียนบล็อกอยู่แล้วจะเขียนมากขึ้นและบ่อยขึ้น – คนที่ไม่เคยเขียนอาจจะไม่รู้ แต่คนที่เขียนบล็อกรู้ดีว่าเขาจะเก่งขึ้น จะพัฒนาขึ้นทุกครั้งที่เขียนบล็อก การเขียนออกไปสู่ผู้อ่านจำนวนมากในโลกออนไลน์ซึ่งอาจจะเป็นใครก็ได้ที่เข้ามาอ่าน ทำให้เรามั่วนิ่มไม่ได้ ต้องมีการคิดวิเคราะห์ คิดทบทวนสิ่งที่จะเขียน วางแผนการเขียน กำหนดหัวข้อการเขียน ทำให้เมื่อยิ่งเขียนมากก็ยิ่งเชี่ยวชาญมากนั่นเอง

7. ช่องว่างของการเป็น blogger ยังมีอยู่มาก ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านยังมีน้อย – ส่วนตัวคิดว่าเมืองไทยมีคนเก่งเยอะ คนเชี่ยวชาญเรื่องต่างๆเยอะ แต่การแบ่งปันความรู้กลับน้อยเกินไป ผู้คนคิดว่าอะไรก็ต้องไปโรงเรียนไปมหาวิทยาลัย ทั้งที่จริงความรู้มหาศาลสามารถเผยแพร่ได้ทางอินเตอร์เน็ต ยกตัวอย่างในเชียงใหม่ หาคนที่เป็น blogger จริงๆได้น้อยมาก ส่วนมากคนจะแห่ไปทำเพจกันหมดเพราะเห็นผลเร็วกว่า มุ่งเน้นกันเอาแต่ยอดไลค์ยอดแชร์ทั้งที่คอนเทนต์จริงไม่ได้มีอะไร ดังนั้น ใครที่เข้ามาเขียน blog ตอนนี้จึงถือว่าเป็น blue ocean เลยทีเดียว

แนะนำส่งท้าย

– หลายคนบอกว่าตัวเองไม่เชี่ยวชาญอะไรเลยก็เลยไม่รู้จะเขียนอะไร อันนี้แนะนำให้ดูว่าเวลาว่างเราทำอะไร งานอดิเรกของเราคืออะไร สิ่งที่เราทำแม้ไม่ได้เงินนั่นแหละคือสิ่งที่เราสนใจและมีความเชี่ยวชาญ

– เขียนบล็อกเกี่ยวกับเรื่องอะไรดี มันตอบยากเพราะมีทางเลือกเยอะมาก ถ้าตอบแบบใกล้ตัวเราหน่อยก็น่าจะเป็นพวก รีวิวหนัง รีวิว gadget อุปกรณ์ไอที หรือบล็อกสร้างแรงบันดาลใจ บล็อกสอนทำธุรกิจก็น่าสนใจ สอนลงทุนซื้อหุ้นก็น่าสนใจเช่นกัน

– เขียนบล็อกที่ไหนดี เริ่มยังไงดี บล็อกเราเขียนที่ blogger.com โดยซื้อโดเมนเองต่างหากปีละ 300 บาท ถ้าไม่ซื้อโดเมนก็ได้เหมือนกันแต่ชื่อจะไม่สวย จะเป็น xxxxx.blospot.com มันจะจำยากนิดนึง แต่ตอนเริ่มต้นแนะนำเขียนไปสักเรื่องสองเรื่องก่อนแล้วค่อยซื้อโดเมน หรือจะลองไปเขียนที่ wordpress.com คนก็เขียนเยอะเหมือนกัน อ้อ และที่มาแรงเห็นเขาใช้กันก็ที่ medium.com

– ลองเขียนๆแล้วส่งลิงค์แบ่งกันดู เอามาแชร์กันได้ที่ช่อง comment เลยนะครับ มาร่วมกันสร้างชุมชน blogger ชาวเชียงใหม่ (ที่อื่นด้วยก็ได้) ไปด้วยกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.itong2go.com/2018/05/blog-social-media.html

ฝากความคิดเห็น ...