ปัญหาใหญ่ของคนอยากลองเบียร์คราฟท์ คือไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตัวไหน ยี่ห้ออะไร เบียร์เป็นแบบไหน

วันนี้เราจะพามาเที่ยวในโลกของคนรักการดื่ม Craft beer เลยละกัน Drink with you. I’m Happy.

I’m Happy.

พิกัด : ถนน ศรีภูมิ ซอย 1 ร้าน แอมแฮปปี้

บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00 – 24:00 น.

สำรองที่นั่งได้ที่ เบอร์ 053-212681

สำหรับร้าน I’m Happy เป็นเป้าหมายของเราในคืนนี้เลยหละ ด้วยความที่ทีเด็ดของร้านอยู่ที่ Beer flight เสิร์ฟทีเดียว 6 แก้ว ขนาด 250 ml ซึ่งจะเลือกกินตัวไหนก็ได้จาก 12 Tap ที่เป็นเบียร์คราฟท์  และอีก 3 Tap ที่เป็นเบียร์ Standard หมดถาดนี่กำลังดีสำหรับการเรียนรู้รสชาติ หลังจากนั้นเราจะสั่งตัวที่อยากลองและตัวโปรดกันมาละ ว่าไปแล้วเราดูนิสัยคนจากประเภทและรสชาติเบียร์ที่เขาดื่มได้เลยหละ

เนื้อ Dry Aged ย่างปานกลาง พร้อมซอสราดและเครื่องเคียง

#highlight

  • Beer flight เสิร์ฟทีเดียว 6 แก้ว ขนาด 250 ml ซึ่งจะเลือกกินตัวไหนก็ได้จาก 12 Tap ที่เป็นเบียร์คราฟท์ และอีก 3 Tap ที่เป็นเบียร์ Standart
  • เนื้อ Dry Aged ที่สามารถเลือกได้ว่าจะเอาไปปรุงแบบไหน โดยเนื้อวัวที่ใช้เป็นแบบ glass fed คือวัวที่เลี้ยงปล่อยทุ่งกินหญ้า พิเศษไปอีกด้วยการเลือกเครื่องเครียงและวิธีปรุงตามใจเราเลย
  • Happy Thai Nacho กับแกล้มที่โคตรเข้ากับ IPA ซอสเนื้อปรุงรสพิเศษบนแผ่นเกี๊ยวทอดที่มีรสเผ็ดบางๆ ตัดหวานเค็มจากพาร์เมซานชีส แนะนำว่าต้องสั่งห้ามพลาด
  • สปาเก็ตตี้พริกแห้งแซลม่อนรมควัน พริกแห้งแซลม่อนสไลด์บาง รสจัดที่ตัดกับเบียร์เหมาะจะรองท้องก่อนตะลุยโลกของเบียร์ในคืนนี้

เบียร์ดำขวัญใจใครหลายคน

เบียร์แต่ละชนิดต่างกันแค่ไหน มาหาคำตอบกัน … นี่แค่เบาๆนะ

Lager (ลาเกอร์) เป็นเบียร์ที่ผลิตโดยการใช้ยีสต์ประเภทหมักนอนก้น (bottom-fermentation yeast) ซึ่งกระบวนการหมักจะเกิดขึ้นบริเวณด้านล่างของถังหมักเบียร์ จึงนิยมเรียกการหมักแบบนี้ว่า เป็น Bottom -Fermentation นิยมใช้อุณหภูมิไม่เกิน 5 องศา หลังจากเสร็จกระบวนการหมักแล้ว ลาเกอร์จะถูกเก็บไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิประมาณ 0 ถึง 32 องศาเซลเซียส เป็นเวลาหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน ก่อนจะนำออกบริโภค ซึ่งจะทำให้เบียร์มีสีที่ใส และมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูง

IPA ย่อมาจาก India Pale Ale เป็นเบียร์ที่ใส่ฮ็อพเยอะขึ้นไปอีกสเต็ปหนึ่งจากเพลเอล เน้นความขม และจะได้กลิ่นที่ชวนกินมากขึ้น เหมาะสำหรับคนชอบเบียร์ขม ซึ่งมาจากดอกฮ๊อปที่ใช้ โดยแต่ละสายพันธุ์จะให้กลิ่นและรสที่ต่างกัน

Ale (เอล) เบียร์สีเข้มเพราะถูกหมักในอุณหภูมิสูงรสชาติแรงกว่าลาเกอร์ เป็นเบียร์ที่เกิดจากการใช้ยีสต์ประเภทหมักลอยผิว (top-fermenting yeast) ซึ่งกระบวนการหมักจะเกิดขึ้นบริเวณด้านบนของถังหมักเบียร์ จึงนิยมเรียกการหมักแบบนี้ว่า เป็น Top-Fermentation และจะใช้อุณหภูมิอบอุ่นปานกลาง (ประมาณ 15-24 องศา เซลเซียส์ ซึ่งอุณหภูมิสูงกว่าการหมักเบียร์ลาเกอร์) เอลจะใช้เวลาหมักประมาณ 7-8 วัน (หรือน้อยกว่า) ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าลาเกอร์

Dunkel (ดุงเคิ่ล)  เกิดจากการนำมอลต์ไปคั่วจนเกรียมและมีสีออกน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ มีกลิ่นหอมของกาแฟหรือช็อกโกแลตเป็นเอกลักษณ์ เรียกกันติดปากว่า “เบียร์ดำ” รสชาติหวานเจือขมจางๆ ให้ความขมจากการคั่ว

Weizen (ไวเซ่น) ตัวนี้ค่อนข้างทานง่ายมีกลิ่นหอมคล้ายผลไม้ ให้ความรู้สึกสดชื่นผลิตจากมอลต์ที่ทำจากข้าวสาลี และใช้ยีสต์ชนิดลอยตัวในการหมักบ่ม

ทำให้มีฟองมาก รสขมเล็กน้อย และมีสีทองใส ถูกใจสาวๆแน่นอน

Witbier (วีทเบียร์) คือเบียร์ที่ทำจากข้าวสาลี หอมนุ่มทานง่าย ถ้าเอาวีทไปคั่วก็จะเรียกว่า Dunkel Weizen หรือดุงเคิ่ล ไวเซน เพิ่มคำว่าดำเข้ามา

Cider (“ไซเดอร์) ทำมาจากน้ำผลไม้ใส่ยีสต์แชมเปญให้รสผลไม้ทานง่าย

แต่ละแก้วมีความโดดเด่นและรสชาติที่แตกต่างกันตามแต่ส่วนผสม

พี่จูนและน้องๆในร้านพร้อมให้ทดลอง และให้ความรู้เรื่องเบียร์แต่ละตัว

ทดลองจิบก่อนตัดสินใจ

แรกเข้าร้านมาไม่ต้องกลัวว่าจะสั่งไม่ถูกเพราะมีน้องๆหน้าบาร์คอยให้คำแนะนำ เรา และจะให้เราทดลองเบียร์แต่ละตัวจนเราเจอตัวที่ชอบ จากนั้นก็ไปนั่งรอสั่งอาหารกินเล่นๆไปเลย (ถ้าสั่งเป็นขวดก็เสิร์ฟเป็นแก้ว) เท่ห์ใช่มั้ยหละดูดีมากๆ

พอพูดถึงความหลากหลายมันน่าสนใจตรงที่เราได้ลองชิมเบียร์จากประเทศต่างๆ มีเบียร์คราฟท์ นำเข้า ทั้งแบบขวด และ แบบสด ถึง 12 Tap ด้วยกัน มาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อังกฤษ สก๊อตแลนด์ และอเมริกา ญี่ปุ่น ไทย เราสามารถเลือกในแบบที่ชอบได้ ความสนุกของเบียร์ประเภทนี้คือ ได้ลองชิมรสสัมผัสของส่วนผสมแต่ละอย่างในนั้น และจดจำความรู้สึกนั้นไว้

เกร็ดความรู้ : การควรถือแก้วเอียงทำมุม 45 องศา เพื่อที่จะกดเบียร์ลงตรงกลางแก้วให้กระทบด้านตรงข้ามของแก้วประมาณครึ่งทางจากปากแก้ว เมื่อถึงระดับหนึ่งให้เอียงแก้วทำมุม 90 องศาและเทเบียร์ลงไปตรงกลางของเหลวในแก้ว เพื่อให้เกิดฟองด้านบนสูงสัก 2 นิ้ว

IBU ย่อมาจาก International Bittering Units เป็นหน่วยเอาไว้วัดความขมของเบียร์ ซึ่งส่วนมากจะเกิดจากฮอปส์ โดยจะมีการระบุเอาไว้ที่ขวด ถ้าต่ำกว่า 40 ก็ไม่ได้รสขมมาก ถ้า 50 ขึ้นไปนี่แน่นอนเลยว่าได้รสขมลึก แต่ไม่ได้ทำให้เบียรืเสียรสชาติ เช่นพวกเบียร์  IPA

มาถึงพระเอกของร้านด้านอาหาร

Dry aged เนื้อชั้นดีนำเข้าจากออสเตรเลีย มีความพิเศษอยู่ที่เป็นวัวที่ปล่อยทุ่งในการกินหญ้า อะไรจะละเอียดขนาดนั้น แต่มันมันผลเรื่องรสสัมผัวจริงๆนะ ซึ่งการถนอมเนื้อแบบ Dry aged จะทำให้เนื้อมีความหอม รสชาติเข้มข้น ทำให้เมื่อนำมาปรุงอาหารจะได้รสสัมผัสที่ดีกว่าเนื้อสด อีกทั้งยังดูดซึมเครื่องปรุงได้ดีอีกด้วย เห็นมั้ยว่าคัดมาแต่ละอย่างรายละเอียดล้วนๆ

ซึ่งเรา สามารถบอกพนักงานได้ว่า ชอบระดับความสุกประมาณไหน เครื่องเคียงชอบหรือไม่ชอบอะไร หรือทานคู่กับเครื่องดื่มชนิดไหน โดยราคาในตู้ขายเนื้อจะเป็นราคาที่รวม Cooking ให้แล้ว หรือจะเอามาทำเบอร์เกอร์ก็ได้เพราะที่นี่มีเนื้อจาก Jim’s burger ส่งตรงมาให้โดยเฉพาะ

ทะเลอบชีส

ทะเลอบชีส ซอสหอมหัวใหญ่อบชีส จิ้มกับขนมปังปิ้งทาเนยบางๆ

สปาเก็ตตี้พริกแห้งแซลม่อนรมควัน,Happy Thai Nacho,ไก่ราดซอสเกาหลี

สปาเก็ตตี้พริกแห้งแซลม่อนรมควัน พริกแห้งแซลม่อนสไลด์บาง

Happy Thai Nacho กับแกล้มที่โคตรเข้ากับ IPA ซอสเนื้อปรุงรสพิเศษบนแผ่นเกี๋ยวทอดที่มีรสเผ็ดบางๆ ตัดหวานเค็มจากพาร์เมซานชีส แนะนำว่าต้องสั่งห้ามพลาด

บรรยากาศของความสนุก

สองทุ่มเป็นเป็นต้นไปมีดนตรีสด  หรือถ้าจะดื่มจนไม่ไหวที่นี่ก็มีห้องพักอีก 6 ห้องไว้รองรับ แต่แนะนำว่าจองห้องก่อนดีที่สุด ห้องเต็มขึ้นมา เมาไม่ขับกลับ Grab ก็มีส่วนลดนะจ๊ะ

ฝากความคิดเห็น ...