เนื่องจากเจ๋งอาศัยอยู่เมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสวรรค์สำหรับเพื่อนๆหลายคนที่อยากมาเที่ยว และมีเพื่อนหลายกลุ่มเดินทางมาจากทั้งกรุงเทพฯ ภูเก็ต หรือ เกาะสมุย เพราะความเคยชินกับการใช้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ในชีวิตประจำวันที่กรุงเทพฯ มักจะมาบ่นให้ฟังเรื่องการใช้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์ที่เชียงใหม่บางคันไม่กดมิเตอร์ และไม่ชินในเรื่องของการต่อรองราคาเวลากับเหล่าบรรดาพี่ๆแท็กซี่ ในเวลาที่จะเดินทางไปไหนมาไหน แล้วตกลงว่าแท็กซี่มิเตอร์ที่เชียงใหม่ หนึ่งในบริการรถขนส่งสาธารณะของเมืองท่องเที่ยวเนี่ย ! ตกลงมันยังไงกันแน่ ? จึงต้องรีบไปหาข้อมูลมาขยายความจริงกันเสียหน่อย และต้องบอกว่าบทความนี้ไม่ได้มีเจตนาไปกระทบใคร เพียงแค่นำความจริงจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องมานำเสนอเท่านั้น

รถแท็กซี่ในเชียงใหม่

ก่อนอื่นต้องบอกว่าที่เชียงใหม่ มีรถแท็กซี่มิเตอร์ ทั้งแบบรถแท็กซี่เช่าขับสีน้ำเงินเหลืองและแท็กซี่ส่วนบุคคล อาจเป็นสีเขียวเหลืองหรือเขียวแดง สังกัดอยู่ 2 สหกรณ์ คือ สหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด มีประมาณ 350 คัน และมีรถขนส่งสาธารณะในสังกัดอย่าง รถสี่ล้อแดงอีก 2,000 คัน และรถตู้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าเก่าดั้งเดิมคู่เชียงใหม่มานาน ที่ Call Center : 053-016500-501 (วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 07.00 – 24.00) และน้องใหม่ คือ สหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ จำกัด ที่เพิ่งเปิดให้บริการประมาณวันที่ 14 ธันวาคม 58 ที่ผ่านมา โดยให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น GRAB Taxi สามารถโทรเรียกแท็กซี่ให้มารับได้  และคิดค่าบริการเพิ่มจากมิเตอร์ 50 บาท  หรือโทร Call Center 053-222-200

ทีนี้เรามาดูกันว่าแท็กซี่มิเตอร์ทั้งสองสังกัด ต้องอยู่ภายใต้ตามกฎเกณฑ์อะไร ? ตามพระราชกิจจานุเบกษาตามประกาศเมื่อวันที่ 16 กันยายน 57 ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง “กําหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารและค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น จากค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร สําหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต” โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป คือวันที่ 17 กันยายน 57  มีรายละเอียด คือ อัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร ระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก 40 บาท  ระยะทางกิโลเมตรที่ 2 ขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่ 10 กิโลเมตรละ 6 บาท ระยะทางกิโลเมตรที่ 10 ขึ้นไป กิโลเมตรละ 10 บาท และในกรณีรถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตรานาทีละ 1 บาท และในจังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดให้เขตกดมิเตอร์ หรือ Meter Zone ตั้งแต่ทางหลวงหมายเลข 3029 จากสี่แยกหน้าศาลากลางยาวไปจนถึงสามแยกแม่เหียะ (ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี หรือวงแหวนรอบสอง) เป็นรัศมีการกดมิเตอร์ ส่วนด้านทิศตะวันตกก็สิ้นสุดถึงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยและชุมชนสุเทพ นอกนั้นที่เป็นนอกโซนกดมิเตอร์ ผู้โดยสารต้องต่อรองกับคนขับเอง

พื้นที่การให้บริการ (ดูรูปขนาดใหญ่ คลิก)

อัตราค่าบริการ GRAB Taxi (ดูรูปขนาดใหญ่ คลิก)

ทั้งนี้ทางด้านแท็กซี่มิเตอร์ สังกัดสหกรณ์นครล้านนาเดินรถ จำกัด จะมีค่าบริการที่แจ้งไว้ชัดเจน ทาง http://www.nakorn-lanna.net/package/แท็กซี่/  ส่วนสหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ จำกัด มีรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องของการรับส่งในยามวิกาลตั้งแต่ 02.00 – 06.00 น.จะมีการคิดค่าโดยสารเพิ่มคือ หากอยู่ในเขตมิเตอร์คิดเพิ่มจากมิเตอร์อีก 100 บาท หากอยู่นอกเขตมิเตอร์ในรัศมี 5 กิโลเมตรคิดเพิ่มจากมิเตอร์ 200 บาท

ความเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 59  ที่ผ่านมา ณ สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ได้มีร่วมลงนามจัดระเบียบแท็กซี่มิเตอร์เชียงใหม่และสี่ล้อแดง โดยมี พล.ต.ต.ปชา รัตนพันธ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ พันเอกเกษมสุข ตาคำ รอง ผบ.มทบ.33 นายวิสูตร บัวชุม ผอ.ททท.สำนักงานเชียงใหม่ นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด และนายกฤษณ์ ศรีเปารยะ ประธานสหกรณ์แท็กซี่เวียงพิงค์ จำกัด เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน ในเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย และส่งเสริมจรรยาบรรณ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของผู้ให้บริการรถแท็กซี่ และรถรับจ้างสาธารณะที่มีต่อนักท่องเที่ยว โดยมีข้อตกลงว่าทั้งสองฝ่ายจะให้ความร่วมมือกัน โดยผู้ประกอบการรถแท็กซี่และรถรับจ้างสาธารณะหรือรถสี่ล้อแดง จะต้องไม่ปฏิเสธรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ไม่เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตรา และสาระสำคัญคือ รถแท็กซี่มิเตอร์จะต้องกดมิเตอร์เมื่อผู้โดยสารเริ่มใช้บริการด้วย  ซึ่งหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายจะติดตามการให้บริการรถขนส่งสาธารณะเหล่านี้ อย่างเข้มงวดตามข้อตกลง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีกับเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ต่อไป….. นั่นคือสิ่งที่ทำข้อตกลงร่วมกันก่อนหน้านี้ ! แล้วเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นยังไงล่ะ? ต้องไปเสาะหาพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกัน

เครื่องมิเตอร์ในรถแท็กซี่

นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่

นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่  เปิดเผยว่า แท็กซี่มิเตอร์ทั้งหมด ยังคงต้องกดมิเตอร์ในรัศมีวงแหวนรอบ 2 หรือทางหลวงหมายเลข 3029 ซึ่งหากคันไหนไม่กดมิเตอร์ผู้โดยสารสามารถร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ขนส่ง ที่หมายเลข 1584 ได้ เพื่อจะดำเนินการลงโทษ โดยมีการปรับเป็นรายบุคคล ซึ่งหากไม่เข็ดหลาบก็จะมีมาตรการพักใช้ใบอนุญาต หรือเกิดขึ้นหลายครั้งจะถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้ ซึ่งโดยปกติทางขนส่งจังหวัดเชียงใหม่จะจัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับตำรวจและทหาร ออกสุ่มตรวจรถสาธารณะเหล่านี้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ก็ยังคงพบกรณีแท็กซี่ไม่กดมิเตอร์บ้างประปราย ส่วนกรณีที่สหกรณ์จะยื่นเรื่องปรับราคาค่าโดยสารเพื่อความเหมาะสมกับพื้นที่นั้น มีการยื่นมาหลายครั้งแล้ว และเคยมีการอนุโลมปรับให้นิดหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามหากยังไม่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคม ซึ่งก็ยังคงต้องใช้อัตราค่าโดยสารเดิมไปก่อน และยังคงเข้มงวดกวดขันในเรื่องของแท็กซี่มิเตอร์ต่อไป

นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด

นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด  เผยกับทีมข่าวว่า  ในกรณีที่มาจากสนามบินเชียงใหม่ยืนยันว่ามี 2 แบบ คือการกดมิเตอร์และการเหมาตามที่ตกลง เพราะช่วงนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงเรื่องอัตราค่าโดยสารเรื่องมิเตอร์อยู่  ซึ่งจะมีการยื่นเสนอไปทางที่ประชุม คจร.(คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก) เพราะไม่ไหว เนื่องจากขณะนี้อัตราอยู่ที่ 2 กิโลเมตรแรก 40 บาท กิโลเมตรต่อไป กิโลเมตรละ 6 บาท ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 12 กิโลเมตรละ 10 บาท ซึ่งไม่ไหวเพราะพื้นที่เชียงใหม่ต่างจากกรุงเทพ จำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการก็ต่างกัน รวมทั้งราคาน้ำมันก็แตกต่างกันไปกว่า 65 สตางค์ต่อลิตร เท่าที่คุยกับคนขับแท็กซี่ก็ทราบว่าหากกดมิเตอร์ตลอดก็ไม่สามารถอยู่ได้ ก็ต้องนำรถไปใช้ในการเหมานำเที่ยวบ้าง ( อัตราค่าบริการ http://www.nakorn-lanna.net/service/ ) เช่นการขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์ หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ  จะไปกดมิเตอร์คงไม่ไหว เพราะพื้นที่แตกต่างกันกับจังหวัดอื่นๆ การบริการการบริหารก็คนละแบบกัน เลยทำหนังสือเสนอทาง คจร.ขอปรับขึ้นเท่ากับ จ.ภูเก็ต คือ 2 กิโลเมตรแรก 50 บาท กิโลเมตรต่อไป 10 บาท และ 12 บาท เป็นต้น และค่าธรรมเนียมคิวสนามบินเที่ยวละ 100 บาท ของเราเพียง 50 บาทเท่านั้น ทั้งนี้ภูเก็ตและเชียงใหม่น่าจะเหมือนกันเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวเหมือนกัน ส่วนกรุงเทพไม่ต้องพูดถึงเพราะผู้ใช้บริการมากอยู่แล้ว ส่วนแนวโน้มในอนาคตสำหรับแท็กซี่เชียงใหม่น่าจะดีขึ้น ต้องใช้เวลาประมาณ 5-10 ปี เพราะคนใช้บริการโบกข้างทางน้อยมาก ปัจจุบันในส่วนของสหกรณ์มีอยู่ประมาณ 10 คิว อาทิ สนามบิน อาเขต โรบินสัน กาดสวนแก้ว สถานีรถไฟ เซ็นทรัลเฟส ฯลฯ

คนขับรถแท็กซี่ (ไม่เปิดเผยนาม) บอกว่า หลังมีการลงนามฯ มาถึงวันนี้ยังเป็นปัญหาเดิมๆ เพราะมีปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะที่สนามบิน ซึ่งเป็นด่านแรกที่ลูกค้าลงมาใช้บริการและต้องการกดมิเตอร์ แต่เราไม่สามารถกดมิเตอร์ให้ได้ อันดับแรกเลยคือค่าคิวรถและค่ารายเดือนแพงมาก ประมาณ 12,000 บาทต่อเดือนต่อคัน และต้องเสียรายปีอีกคันละ 25,000 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากสำหรับอาชีพขับรถแท็กซี่ในเชียงใหม่ หรือหากกดมิเตอร์ไปแล้วตามกฎเกณฑ์ แต่ขาตีรถกลับจะมีลูกค้าเรียกใช้บริการ เพราะคนเชียงใหม่ยังไม่นิยมใช้บริการรถแท็กซี่ ซึ่งทางออกหากทางการท่าลดค่ารายเดือนลงมา ก็คิดว่าน่าจะกดมิเตอร์ได้ สำหรับการขับตระเวนทั่วไปเพื่อรับผู้โดยสารก็ไม่สามารถกดมิเตอร์ได้เพราะอย่างที่บอก มีคนใช้บริการน้อย และระยะทางในพื้นที่กับราคามิเตอร์ยังไม่ลงตัว เรียกง่ายๆว่ายังไม่คุ้ม และแท็กซี่แต่ละคันมีค่าใช้จ่ายสูงต่อเดือน ทุกวันนี้อย่างน้อยต้องมีรายได้วันละ 1,000 – 2,000 บาท ถึงจะอยู่ได้  ซึ่งรถจะวิ่งหรือจอดเฉยๆ ก็ต้องจ่ายค่าคิวอยู่ดี นี่เป็นปัญหาใหญ่ในการกดมิเตอร์ ถามว่าผิดกฎหมายไหมก็ผิด ต้องอาศัยวิธีหลบหลีกการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ขนส่ง ตำรวจ ทหาร ที่ออกตรวจ ถือว่าเป็นที่รู้กันในกลุ่ม ถ้าหากตรวจพบเรื่องการแต่งกายไม่สุภาพรวมทั้งเรื่องมิเตอร์ ก็จะถูกปรับทันที รายละ 2,000 บาท หากจะถามว่าวันนี้สามารถวิ่งแบบกดมิเตอร์ได้ไหม ตอบว่าได้ หากไม่มีการเรียกเก็บค่าคิวที่แพง นี่เป็นปัญหา

รถแท็กซี่จอดรอให้บริการภายในสนามบิน

รถแท็กซี่ภายในสถานีขนส่งอาเขต

ทางออกปัญหานี้จะเป็นอย่างไร ก็คงต้องต้องพึ่งความคิดเห็นหลายฝ่ายร่วมกัน แสดงเหตุผลและความคิดเพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วง เพื่อขนส่งสาธารณะเชียงใหม่บ้านเรา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศ ให้มีมาตรฐานโดยเร็วเสียที ส่วนใครจะใช้บริการรถสาธารณะแบบไหนก็เลือกใช้กันได้ตามสบายทั้งตุ๊กๆ สี่ล้อแดง แท็กซี่มิเตอร์ เพราะขณะนี้ก็มีรถเมล์ประจำทางทั้งในเมือง และนอกเขตเมือง มาเพิ่มเพื่อให้บริการแล้ว

 

ฝากความคิดเห็น ...