พบกันอาทิตย์ละครั้ง คุยกันอาทิตย์ละหน – เจ๋งชวนไปนั่งหลบร้อน กระทำการ “หว่อง” ข้างคูเมือง

         เสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ นอกจากจะมีวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอาหารอร่อยๆ แล้ว เจ๋งว่าการที่จะทำให้เมืองนี้เติบโตต่อไปได้อย่างแข็งแรงก็น่าจะอยู่ที่ “คน” นี่แหละ ที่คอยขับเคลื่อน ให้เมืองแห่งนี้ มีสีสัน และเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน เราเลยมีโอกาสได้เห็นงาน หรือกิจกรรมต่างๆ ถูกคิด และส่งต่อมาเรื่อยๆ เห็นกลุ่มคน สร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ๆ ประดับพื้นที่แห่งนี้ให้มีชีวิตอยู่ตลอดเวลา

ที่เกริ่นมาซะหล่อขนาดนี้ อย่าเพิ่งงงว่าเจ๋งเป็นอะไรไปรึเปล่า แค่อยากจะบอกว่าเชียงใหม่ของเรานี่แหละ ที่มักจะมีร้านเล็กๆ แต่ซ่อนเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ให้เราได้ไปทำความรู้จักเพียบ และล่าสุด ในวันที่อากาศร้อนจนแทบละลาย หน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลม เจ๋งเลยมองหาที่หลบร้อน พร้อมหาเครื่องดื่มสีอำพันมากระดกดื่มให้ชุ่มคอซะหน่อย หลังจากตัดสินใจอยู่นานว่าจะไปจบที่ไหน สุดท้ายก็ได้มาทำความรู้จักกับร้านเล็กๆ ริมคูเมือง ที่ถ้าคุณมาวันจันทร์ คุณก็จะไม่เจอ มาคืนวันพุธก็ไม่เจอ ตกดึกวันเสาร์ก็ไม่มีร้าน เพราะที่นี่ เปิดแบบเฉพาะกิจ “อาทิตย์ละครั้ง” ในคืนวันศุกร์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 6 โมงเย็นจนถึง 5 ทุ่ม หมดก่อนก็กลับบ้าน อินดี้ไปอี้กกก!

บรรยากาศโดยรวมของร้าน In the mood for beer ถึงแม้จะเปิดร้านมาได้ยังไม่ถึงเดือน แต่ตอนนี้กลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มคนที่ชื่นชอบในรสชาติของเครื่องดื่มรสเข้มขมไปแล้ว

บรรยากาศโดยรวมของร้าน In the mood for beer ถึงแม้จะเปิดร้านมาได้ยังไม่ถึงเดือน แต่ตอนนี้กลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มคนที่ชื่นชอบในรสชาติของเครื่องดื่มรสเข้มขมไปแล้ว

my-beer

In the mood for beer ร้านเครื่องดื่มขนาดเล็กๆ (เล็กจริงๆ) เพราะมีรถเข็นคันน้อยบรรทุกเครื่องดื่มอันเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน ร่วมปฏิบัติการกับกองกำลังโต๊ะและเก้าอี้อีก 2 ชุดถ้วน ถ้าใครได้มีโอกาสผ่านไปผ่านมาย่านคูเมืองบริเวณเกือบถึงข่วงประตูท่าแพ อาจจะไม่เห็นร้านนี้อยู่ในสายตาเลยก็ได้ เพราะตัวร้านตั้งอยู่ในตรอกเล็กๆแห่งหนึ่ง ติดคูเมืองเลย (ลองมองหาเอาละกัน) ขายเฉพาะคืนวันศุกร์ จัดแสงทึมสลัว แต่มันช่างเหมาะกับการพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนและคนสนิทหลังจากเหนื่อยงานมาทั้งสัปดาห์มากๆ อรรถรสกันยกกรุ๊ปแน่นอน

พี่เหมา – ธีรวุฒิ แก้วฟอง เจ้าของร้าน In the mood for beer และ My beer friend

พี่เหมา – ธีรวุฒิ แก้วฟอง เจ้าของร้าน In the mood for beer และ My beer friend

คุณธีรวุฒิ แก้วฟอง หรือพี่เหมา ยืนต้อนรับอยู่ในหลังรถเข็นคันเล็กของเขา ผู้ที่เป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของร้าน และผู้ผลิตคราฟท์เบียร์ที่บรรทุกอยู่เต็มคันนี้ด้วยตัวเอง  หลังจัดแจงหาที่นั่งได้เหมาะเจาะ สั่งเครื่องดื่มมาดับร้อน ก็พร้อมเข้าสู่โลกของ In the mood of beer แล้ว

ร้านเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากมิตรภาพระหว่างเพื่อน

 

3 หุ้นส่วนร้าน (จริงๆ มี 4 ท่านนะจ๊ะ) ใช้ร้านนี้ เป็นจุดนัดพบกันทุกคืนวันศุกร์ไปเรียบร้อยแล้ว

3 หุ้นส่วนร้าน (จริงๆ มี 4 ท่านนะจ๊ะ) ใช้ร้านนี้ เป็นจุดนัดพบกันทุกคืนวันศุกร์ไปเรียบร้อยแล้ว

In the mood for beer ถ้านับจริงๆ ตอนนี้อายุยังไม่ได้เดือนเลย แต่ถ้าเอ่ยชื่อ My beer friend คิดว่าสายคราฟท์เบียร์ในเชียงใหม่ต้องคุ้นหูคุ้นตาแน่นอน เพราะคุณเหมาเจ้าของร้านเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเครื่องดื่มแห่งการสังสรรค์มาอย่างยาวนาน จนกลายมาเป็นผู้นำด้านคราฟท์เบียร์ในเชียงใหม่ในที่สุด เริ่มแรกคุณเหมาเล่าว่า ร้านเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของเพื่อน 4 คน ที่ปกติทุกคืนวันศุกร์จะนัดออกมาดื่ม มาพูดคุยกันเป็นประจำอยู่แล้ว จนเริ่มมีความคิดกันว่า ทำไมไม่หาพื้นที่ที่เป็นจุดนัดพบเฉพาะของกลุ่มเราไปเลย จนในที่สุดก็มาตกลงปลงใจกับพื้นที่ขนาดน่ารัก ข้างคูเมืองแห่งนี้ และจุดเริ่มต้นของ In the mood for beer ก็บังเกิดขึ้นในที่สุด

คราฟท์เบียร์กับรถเข็นคันน้อย ในซอยแห่งความลับ
เห็นรถเข็นคันน้อยที่พ่วงท้ายมอเตอร์ไซค์มาแบบง่ายๆ แต่กลับเป็นถังเบียร์ขนาดย่อมๆ เพราะมันสามารถจุเบียร์ได้ถึง 40 ลิตร (2 ถัง) หากขายหมดนั้นก็เป็นจำนวนประมาณ 100 แก้วพอดี และสิ่งที่ทำมาเพื่อคอเบียร์เป็นพิเศษ ก็คือเจ้าถังไม้นี้มีระบบทำความเย็นด้วย โดยจะให้เบียร์ไหลผ่านขดแสตนเลสที่แช่ในถังน้ำแข็งอีกชั้นหนึ่ง ถึงเวลากดออกมาใส่แก้วที ก็เย็นฉ่ำพร้อมจิบ ส่วนเหตุผลที่ต้องมาอยู่ในที่ลึกลับขนาดนี้ เพราะมันถูกต้องตามธีมที่อยากได้ ต้องเป็นซอยมืดๆ เหงาๆ อีกอย่างเป็นถนนส่วนบุคคล (ไม่ได้เป็นทางสาธารณะ) จึงสามารถจำหน่ายสุราได้ และร้านที่เราไปขอจอดรถ เค้าก็มีใบอนุญาตขายเหล้าด้วย ส่วนกับแกล้มที่หลายๆคนถามถึงก็กำลังจะมีแล้ว
“ความหว่อง – ความอินดี้ – ความเปิดวันเดียว”

บรรยากาศร้านจากภายนอก ด้วยขนาดเล็กๆ ติดถนนใหญ่ แต่กลับให้ความรู้สึกส่วนตัวแบบบอกไม่ถูก

บรรยากาศร้านจากภายนอก ด้วยขนาดเล็กๆ ติดถนนใหญ่ แต่กลับให้ความรู้สึกส่วนตัวแบบบอกไม่ถูก

สงสัยมั้ยว่าถ้าจะเปิดแล้วทำไมจะเปิดร้านทั้งที พี่เหมาไม่เปิดให้ครบทั้ง 7 วันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะเลย พี่เหมากระซิบบอกว่า ที่ทำแบบนี้ก็เพราะร้านเราไม่ได้มองถึงผลกำไรเป็นหลัก อยากให้เป็นพื้นที่ของกลุ่มเพื่อนที่จะได้มาพูดคุย มาเจอกัน นั่งจิบเครื่องดื่มที่ชอบ ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ เราเลยได้เห็นพื้นที่หลักๆ แค่สองส่วน ส่วนแรกคือตัวรถบรรจุเบียร์ที่พี่เหมาแกเล่นต่อเองทุกชิ้นส่วน และส่วนที่ 2 เป็นพื้นที่ร้านจัดวางเก้าอี้ขนาดพอเหมาะ พร้อมกับโต๊ะอีก 2 ชุด นั่งกันได้สบายๆ คุยกันได้ยาวๆ ส่วน “ความหว่อง” ที่บอกว่าร้านนี้ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน เนื่องจากพี่เหมาชื่นชอบผลงานของ “หว่อง กาไว” มากๆ มากถึงขนาดจัดแสงในร้านให้คุมโทนหนัง มีความดิบ แต่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพราะฉะนั้นใครที่มาร้านนี้แล้วนิยมชมชอบ สไตล์หว่อง กาไว ถูกใจแน่นอน

 

มาที่นี่ ไม่พูดถึงเรื่องเครื่องดื่มเลยก็คงไม่ได้ พี่เหมาเตรียมเซอร์ไพร์สไว้ให้เหล่ามวลมิตรได้ชิมกันแน่นอน ความพิเศษอยู่ตรงที่แต่ละสัปดาห์จะมีเครื่องดื่มที่ไม่เหมือนกัน สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ เพื่อให้ผู้ที่มาชิมได้สัมผัสกับรสชาติใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นเบียร์ที่เรียกว่า IPA ที่ให้ความขม และหอมในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีข้อจำกัดในด้านการผลิตที่ต้องใช้เวลา เฉลี่ยใน 1 สัปดาห์ จะมีให้ชิมไม่เกิน 50 ลิตรเท่านั้น หมดแล้วก็กลับบ้าน สบายใจ

inthemood-forbeer7

เสน่ห์ของเครื่องดื่มสีอำพัน 

inthemood-forbeer9

ทั้งการจัดแสง จำนวนโต๊ะ และชนิดเครื่องดื่ม ทำให้ร้านนี้มีเสน่ห์แตกต่างอย่างที่เห็น

 

ก็เคยสงสัยเหมือนกันนะว่า เครื่องดื่มที่เขาเรียกว่าคราฟท์เบียร์ กับไอ้แบบที่เรากินๆ กันบรรจุมาในขวดต่างกันยังไง แต่พอได้ทดลอง “งานแฮนด์เมด” กับ “งานอุตสาหกรรม” พบว่ามันต่างกันจริงๆ แฮะ ซึ่งพี่เหมาได้เข้ามาเสริมตรงส่วนนี้ว่า “คราฟท์เบียร์ มันก็เหมือนเราทำอาหารกินเอง มันมีเสน่ห์ในตัวของมัน เราอยากกินเค็ม กินเผ็ด ก็เติมเครื่องปรุงเข้าไปตามรสที่เราต้องการ วันนี้อยากกินน้ำใสๆ หน่อย ก็เติมน้ำลงไปมากหน่อย มันไม่มีสูตรตายตัวหรอกครับ ว่าคุณจะต้องใส่อะไรเท่าไร มันขึ้นอยู่กับทุกอย่าง ทั้งอุณหภูมิ วัตถุดิบ วิธีการหมักบ่ม มีส่วนหมด ตัวอย่างเช่นสงกรานต์ที่จะถึงนี้ มีโครงการที่จะผลิตเครื่องดื่มให้มันเข้ากับเทศกาล เราต่างก็รู้ว่าสงกรานต์เมืองไทย มันร้อนมหาโหดขนาดไหน เครื่องดื่มเย็นๆ น่าจะช่วยดับร้อนได้ดี”

inthemood-forbeer8

เครื่องดื่มที่เข้ามาเติมเต็มรสชาติชีวิต 

การที่มนุษย์เราจะหันมาสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งแบบจริงๆ จังๆ เจ๋งว่าไม่น่าจะให้เรื่องที่ยากเย็นจนเกินไปนะ แต่มันจะมาวัดค่ากันตรงที่เราสนใจทำมันจริงๆ แล้ว เราทุ่มเทให้กับมันดีที่สุดรึเปล่า ซึ่งพี่เหมาเป็นอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่มองว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้ เขาไม้ได้ทำเพราะปัจจัยอื่นๆ เลย นอกจากรสชาติของมิตรภาพ และความสุขที่ได้ทำสิ่งที่เขารัก ซึ่งสิ่งพวกนี้เจ๋งเห็นได้จากคำพูดระหว่างการพูดคุยกัน พี่เหมาเล่าให้ฟังว่า “ช่วงแรกๆ ที่เราทำขาย ก็ขายอยู่แถวๆ นิมมาน จะเปลี่ยนที่เรื่อยๆ เครื่องดื่มก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วยเหมือนกัน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาชิมก็มีทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะฝรั่ง ที่เขามักจะชอบมองหาเครื่องดื่มเฉพาะถิ่น (Local Beer) มาชิม ผมจำได้เลยว่ามีชาวต่างชาติคนหนึ่งซื้อไปชิม แล้วเขาก็เดินหิ้วแก้วไป สักพักเขาเดินกลับมาหาเรา เพื่อจะบอกแค่ว่า เครื่องดื่มของเรามันโอเคนะ เขาชอบ แล้วเขาก็เดินไป แค่นี้ผมก็คิดว่า เราประสบความสำเร็จมากๆแล้ว ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงทดลองตลาด เพื่อจะขออนุญาตผลิตจริงจังต่อไป”

inthemood-forbeer11

ในขณะที่หลายคนกำลังมองเครื่องดื่มแบบนี้ว่าเป็นผู้ร้ายอยู่ เจ๋งก็ไม่ได้ออกมาสนับสนุนให้ไปดื่มกันนะ แค่อยากทำหน้าที่ตัวกลางในการส่งต่อเรื่องราว ของเครื่องดื่มชนิดนี้ ให้คนได้มองเห็นในอีกมุมหนึ่งมากกว่า ซึ่งตอนนี้เชียงใหม่เองก็เปิดกว้างมากพอ ที่จะมีพื้นที่ให้คนได้แสดงออกในสิ่งที่พวกเขากำลังทำ ทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคอย่างเราๆ ด้วย ในการเปิดรับรสชาติใหม่ๆ ให้กับตัวเอง เย็นวันศุกร์ ไม่มีโปรแกรมไปไหน อย่าลืมแวะไปหลบร้อน ประกอบอารมณ์หว่องกันได้ตามอัธยาศัย ที่ In the mood for beer นะ ไม่แน่ว่า อาจจะเจอเจ๋ง นั่งเหงาอยู่แถวนั้นก็ได้

 มุมมองจากด้านในซอย

มุมมองจากด้านในซอย

inthemood-forbeer12

In the mood for beer
พิกัด : In the mood for beer ร้านอยู่ในซอยเล็กๆแห่งหนึ่ง ฝั่งคูเมืองด้านนอก
เวลาเปิด –  ปิด : ร้านเปิดเฉพาะคืนวันศุกร์เท่านั้น เวลา 18.00 – 23.00 น. (ปั๊มเก่า)