เชียงใหม่…
ไปไหนก็อาร์ต
 
จาก ‘เจริญกรุง’
ถึง ‘มูลเมือง’
 
จาก ’บุกรุก’
ถึง ‘บุกรก’
 
บางคนอาจจะงงว่าผมโปรยอะไรมาเนี่ย
ฟังแล้วดูงงๆ
 
คือ…เมื่อคราวก่อน
ผมพาเพื่อนๆ ไปเดินลัดเลาะดูงานศิลป์
แถวๆ เมืองเก่าในกรุงเทพฯ
งานที่เกิดจากนิทรรศการศิลปะที่ชื่อว่า “บุกรุก”
ในย่านที่ชื่อว่า เจริญกรุง
 
มาคราวนี้
เลยจะพาเพื่อนๆ ไปเดินลัดเลาะดูงานศิลป์
แบบเหนือๆ กันบ้าง
ตั้งแต่ ย่านมูลเมือง จนถึงอีกหลายย่านในเชียงใหม่
 
เดินแบบผม ก็คงไม่ใช่แค่เดินถ่ายรูปเปล่าๆ ปรี้ๆ
มันต้องเดินไปกินไปถึงจะถูก
เอาว่าสำหรับใครหลายคนที่ดูรีวิวเชียงใหม่มาเยอะแล้ว
ลองมาเดินตามในแบบผม
แล้วคุณ…
จะไม่อ้วนอย่างเดียวดาย
(555…ไม่ค่อยเกี่ยวกันเลย)
 
 
ปะ…ไปลุยกัน
 
ปล. 1 ทริปที่จะเล่านี่ดองมานาน บางอย่างอาจจะไม่ update นะครับ
เพื่อนที่จะไปร้านไหน อาจลองหาข้อมูลเพิ่มนะครับ
ปล. 2 รีวิวมาหลายอันละ ไม่รู้มีใครมาอ่านกันบ้างรึเปล่า
ถ้ามีใครแวะผ่านมา ก็มาทักทาย คอมเมนต์ติชม หรือกดถูกใจกันได้นะครับ
 
ใครที่เคยฟังผมเล่า
น่าจะพอรู้ว่า ผมนี่โคตรชอบเดินเลย
ถ้าไปเที่ยวไหนๆ วิธีเที่ยวที่ผมเลือกใช้มากที่สุด
ก็คือการเดิน
 
แต่มาครั้งนี้
ผมขอนอกใจนิดนึง
อันเนื่องมาจากการที่ได้ดูข้อมูลคร่าวๆ แล้ว
หากคราวนี้ เดินทั้งทริป
กลับกรุงเทพฯ ไป มีโอกาสเข่าเสื่อมสูงมาก…ฮาาาา
 
ผมเองเนี่ย
ชอบโดนเพื่อนหลายคนล้อว่า ‘ไอเด็กกรุงเทพฯ’
อ่าว…แล้วเด็กกรุงเทพฯ มันผิดตรงไหน
จริงๆ คือไม่ผิดอะครับ
แต่ส่วนใหญ่ เราๆ ที่อยู่ในกรุงเทพฯ
ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ขี่มอเตอร์ไซค์กันสักเท่าไหร่
ทำให้พอโตมา ก็เลยขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็นกับเค้า
 
แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว
มาคราวนี้ ผมต้องก้าวข้ามไปให้ได้
(ยิ่งใหญ่…เหมือนจะไปกู้โลก)
ผมเลยใช้มอเตอร์ไซค์เป็นหลัก
ในการทำภารกิจครั้งนี้
(ภารกิจเลยหรอพ่อคุณ)
 
 
 
 
ก่อนอื่นใด
กองทัพต้องเดินด้วยเท้า
ไม่ใช่…ท้องสิ
 
เราเริ่มต้นกันแบบฮิปสะเต้อ
ด้วยอาหารฮิปซะเน้อ
จะเป็นอะไรได้
นอกจาก…ข้าวซอยสิครับ
 
ซึ่งร้านโปรดของผม
แล้วก็คงเป็นร้านโปรดของใครอีกหลายคน
ถ้าได้มาเชียงใหม่
ร้านข้าวซอยอิสลาม
จะเป็นจุดหมายแรกของผมที่ต้องมา
 
 
 
จากฮิปซะเน้อ
ก็ได้เวลาไปหากาแฟกินแบบฮิปๆ ได้แล้ว
 
เพื่อนๆ คงรู้ว่าที่เชียงใหม่
เรียกได้ว่าเป็นเมืองกาแฟเลยทีเดียว
ร้านกาแฟในเมืองนี้น่าจะเป็นหลักหลายร้อยเลยทีเดียว
 
โดยเฉพาะแค่ในย่านนิมมานฯ
ผมว่าก็เป็นร้อยร้านแล้วหละ
แต่ก็คงมีไม่กี่ร้าน ที่เรารู้สึกว่าถูกจริต หรือเรียกง่ายๆ ว่ามันโดน
 
ร้านแรกที่อยู่ในลิสต์ของผม
คือร้าน ‘Khagee’
อ่านว่า ’ขจี’
ร้านสไตล์ มินิมอล ตกแต่งเรียบๆ
ร้านติดถนน ริมแม่น้ำปิง ใกล้สะพานนวรัตน์
 
 
กาแฟดีเลยหละ…
บางช่วงคนอาจเยอะนิดหน่อย ก็ใจเย็นๆ กันนิดนึง
 
หลังจากไปนั่งชิวกันแล้ว
มาเดินทางกันต่อดีกว่า
 
แพลนที่วางเอาไว้คือ
ช่วงบ่ายน่าจะเหมาะกับการไปนั่งชิวต่อที่ ‘บ้านข้างวัด’ เป็นอย่างยิ่ง
ดีนะที่ผมเช่ามอเตอร์ไซค์
ก็เลยแว้นไปได้สะดวกเลย
 
หลายคนคงรู้จักโครงการบ้านข้างวัดเป็นอย่างดี
หรือบางคนอาจจะเคยได้ยิน
สำหรับผมเอง ถึงจะเคยมาที่นี่ 2 รอบแล้ว
แต่ก็ยังรู้สึกว่าถ้ามาเชียงใหม่
ก็ควรจะต้องมาที่นี่อยู่ดี
 
ก่อนจะถึงบ้านข้างวัด
ถ้ามาจากทางซอยเข้าวัดอุโมงค์
จะมีศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าอยู่
หากใครพอมีเวลา
แวะขึ้นไปดูก็มีอะไรน่าสนใจนะ
 
ที่แน่ๆ…คุณต้องได้เจอกวาง
ที่อยู่แบบธรรมชาติ
หรือว่าใครอยากจะถ่ายรูปแนวๆหน่อย
ที่นี่ก็เหมาะอยู่เหมือนกัน
 
 
 
ได้กลับมาที่บ้านข้างวัดอีกครั้ง
ร้านบางร้านก็ยังอยู่
บางร้านก็หายไป
แล้วก็มีร้านใหม่เพิ่มขึ้นมา
 
ทำให้ที่นี่ มีทั้งร้านกาแฟ
ห้องสมุด ร้านขายของงาน craft หรืองาน handmade
ร้านอาหาร work shop สอนศิลปะ
แม้กระทั่งร้านตัดผม
นี่ยังไม่นับมุมถ่ายรูปอีกมากกมาย
สำหรับคอถ่ายรูปทั้งหลาย
มีทุกสิ่งให้เลือกสรรจริงเชียว
 
ถ้าว่างๆ มาใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ค่อนวันเลยหละผมว่า
 
มีร้านไอศกรีมเปิดใหม่
 
 
ร้านงาน craft ยังมีเหมือนเดิม
 
 
มีห้องสมุดให้อ่านเพลินๆ
 
 
ชิวกันมั้ย ^^
 
สำหรับผมดูเหมือนยังมีอีกหลายที่ที่น่าจะต้องไป
ทริปนี้จึงไม่ได้ชิวที่บ้านข้างวัดนานสักเท่าไหร่
เสียดายอยู่เหมือนกัน
 
รีวิวมา 3 วัน
ยังไม่ไปถึงไหน
สโลว์ได้อีก
แหะๆ…
 
มาครั้งนี้ได้ยินมาว่า
มี Balloon Park ที่เชียงใหม่
เอาวะ…เห็นเค้าต้องไปกันถึงเชียงราย
เรามาเชียงใหม่ก็มีเหมือนกัน
ไปซะหน่อยก็ได้
 
แม้จะไกลไปหน่อย
แต่เราก็ดั้นด้นไป
เพราะต้องแว้นออกไปนอกเมืองทางดอยสะเก็ด
เข้าเส้นวงแหวนรอบที่ 3
เพื่อไปเจอกับบรรดาบอลลูน
..
จำนวน 2 ก้อน!!
เอ้ย 2 ลูก…
เอ๊ะ บอลลูนเค้ามีหน่วยนับเป็นอะไรหว่า
ช่างเถอะ…เอาว่ามีแค่ 2 อันเนี่ยแหละ
 
เอาน่า
มาถึงแล้วก็ถ่ายรูปไป
คิดซะว่าขี่รถเล่นมาดูบอลลูนตอนพระอาทิตย์ตก
 
 
 
ก่อนจะจบวัน
เดี๋ยวจะเชย
มาเชียงใหม่
ต้องไปถ่ายรูป ‘ขัวเหล็ก’ ซะหน่อย
ปล. ขัว ก็คือ สะพาน จ๊ะ
 
 
 
เช้าวันใหม่
ว่าจะหาอะไรกินสักหน่อย
ดูไปดูมา ก็ไปสะดุดกับร้านนี้เข้า
เค้าว่ามีเสิร์ฟอาหารเช้าสไตล์เมลเบิร์น
เราก็ควรจะไปลอง Egg Benedict หน่อยมั้ย
ร้านนี้ชื่อ SS 1254372 Café
จะเรียกยากไปไหน
 
 
 
 
ร้านมีคอนเซ็ปให้เหมือนยานอวกาศลำเลียงเสบียงไปยังดวงจันทร์
ผมก็เลยเรียกว่าร้าน Space Ship ละกัน
ที่นี่นอกจากจะมีคาเฟ่แล้ว
ยังเป็นที่แสดงงานศิลปะอีกด้วย
 
 
ส่วนตัว อาหารที่นี่ยังค่อนข้างธรรมดา
แต่บรรยากาศร้านตอนเช้า 
ตอนที่แสงแดดอ่อนๆ
ได้กินอาหารเช้า
ฟังดนตรีคลอจาก ‘จีน มหาสมุทร’
(ไม่แน่ใจว่าเป็นเจ้าของร้าน เป็นหุ้นส่วน หรือว่าอะไร
แต่ตอนเราไป…เห็นนั่งเล่นกีตาร์ ร้องเพลงชิวๆ อยู่ในร้าน)
แล้วได้มองดูงานศิลปะรอบๆตัว
เพลินกันไปตามระเบียบ
 
 
 
ว่าแต่
ไหนว่าจะพาไปดูงานศิลปะ Street Art
งาน Graffiti แบบงานบุกรุก แถวเจริญกรุง
นี่คือยังไม่ไปถึงไหนเลยนะ
 
แหะๆ…อย่างที่บอก
ไปกับเรา มันต้องชิวๆ นะ
อย่ารีบ
ว่าแล้วก็ไปหากาแฟกินก่อนดีกว่า…อิอิ
 
ร้าน SS อยู่แถวนิมมานฯ
ถ้าร้านกาแฟที่นึกถึงอันดับต้นๆ
คงหนีไม่พ้น
Ristr8to
 
ผมเคยมาเมื่อสมัยเปิดแรกๆ
คนนั่งยังพอดีๆ
ไม่คับร้านเกินไป
 
 
แต่มาคราวนี้
โอ้ว…
ไทย จีน ฝรั่ง
นั่งกันล้นร้าน
โดยเฉพาะเมดอินไชน่า
อารมณ์เหมือนทัวร์ลงเลย
ด้วยชื่อเสียงของบาริสต้า
กับกาแฟที่โอเค
ก็ไม่น่าแปลกหรอกที่จะโกอินเตอร์ไปแล้ว
 
จิบกาแฟแล้ว
หาชาจิบกันต่อดีกว่า
เห้ยย…ไหนหละงานศิลป์
ไปซะทีเหอะ
.
ก็บอกว่าไม่รีบไง ^^
 
 
เวียง จุม ออน
เป็นอีกร้านนึง
ที่เวลาผมมาเชียงใหม่ทีไร
ก็ต้องแวะมาที่นี่
 
 
มาที่นี่ตอนสายๆ
แดดอ่อนๆ กำลังดี
ลมเย็นเอื่อยๆ
จิบชาหอมๆ
กับสโคนสัก 2 ชิ้น
พริ้มเลย

 
อย่างที่จั่วหัวเอาไว้
คราวก่อนผมพาเดินดูงาน street art แถวเจริญกรุง
ส่วนคราวนี้ผมก็จะพาไปดูว่า
ที่เชียงใหม่ ก็มีที่ให้เดินดู street art
แบบเพลินๆ
คือ เดินไป กินไป เหมือนกัน
 
จุดหมายของเราอยู่แถวๆ ถนนราชวิถีและก็ถนนมูลเมือง
ถ้าจะเริ่มต้น
ผมเลยขอแนะนำมาสตาร์ทกันที่คาเฟ่เล็กๆ
แต่ชื่อเสียงไม่เล็กตาม
 
ร้าน Graph Cafe ณ เชียงใหม่
 
 
Graph เป็นร้านเล็กมาก ถึงมากที่สุด
คือ มีเก้าอี้ให้นั่งประมาณ 8 ตัว
ดังนั้นมาที่นี่แล้วคนแน่นร้าน
ก็แบ่งๆ กันไป
ชิวๆ กันไปนะครับ
 
 
กาแฟที่นี่ใช้ของเมืองไทยเป็นหลัก
รสชาติจะออกแนวกลางๆ ไม่หนักมาก
ซึ่งโดยรวมถือว่าใช้ได้
แต่ผมกลับชอบ cold brew ของที่นี่นะ
ปรุงได้เก๋ไก๋ดีทีเดียว
 
 
หลังจากจิบกาแฟได้ที่
ได้เวลาเดินลัดเลาะกันแล้ว
 
จากหน้าร้าน Graph Cafe
เราเดินเข้าถนนราชวิถี 2
 
 
 
เดินไปเรื่อยๆ
เจอร้านนึงที่เคยได้ยินชื่อมาเหมือนกัน
‘สมานมิตร’
เป็นทั้งร้านกาแฟ
แล้วก็มีเป็น guesthouse ด้วย
น่ารักดีเหมือนกัน
 
 
เดินไปเดินมาแถบย่านนี้
อารมณ์เหมือนเดินแถวถนนข้าวสารเลย
คือฝรั่งเยอะ
guesthouse เยอะ
ดูแล้วชิวมาก
 
นี่ถ้าได้มาอีก
คราวหน้าผมคงเลือกหาที่พักแถวนี้แน่ๆ
 
 
 
 
ร้าน Graph เมื่อกี้นี้
มีอีกสาขาที่มีอาหารเสริฟ์ด้วย
 
เอาละ ได้เห็นแนว graffiti มั่งละ
 
 
 
สรุปเบ็ดเสร็จสำหรับย่านนี้
ก็มีเพียงเท่านี้
อ่าว…เราก็นึกว่า street art จะมีเป็นแผง
สุดท้ายมีแค่เนี้ยะ
 
แต่สุดท้ายกว่า
คือผมชอบนะ
เดินเพลินดี
มีเวลาสักชั่วโมง สองชั่วโมง
มาจิบกาแฟ
แล้วเดินเล่นถ่ายรูป
ได้มุมมองใหม่ของเชียงใหม่
แบบที่ไม่มีในไกด์บุ้คดี
 
อีกร้านนึง
ถ้ามาเชียงใหม่ แล้วไม่ได้มา
คงเหมือนขาดอะไรไป
PACAMARA
ร้านกาแฟที่เป็น Roaster ด้วย
คือที่ร้านมีกาแฟที่คั่วเอง
 
จากที่สังเกตมีร้านในกรุงเทพฯหลายร้าน
ใช้เมล็ดกาแฟของที่นี่
ฉะนั้นถ้ามาเชียงใหม่
ก็ต้องมาชิมต้นฉบับซะหน่อย
 
 
 
แล้วที่จั่วหัวไว้ซะเยอะเรื่องงานอาร์ต
มีแค่นี้นะเหรอ
 
ไม่สิครับ
คือ จริงๆ เวลาที่ผมแว้นเล่นในตัวเมือง
ก็ได้เห็นงาน graffiti อยู่ประปราย
นอกจากนี้ยังรู้ว่ามีงานอีกจำนวนหนึ่ง
อยู่ที่ตึกร้างทางไป ม.แม่โจ้
 
แต่ถ้าแว้นไปนี่หัวแดงแน่
ผมก็เลยขอแค่ตระเวนในเมืองแล้วกัน
ซึ่งข้อดีของการได้แว้น
คือเราซอกแซกไปได้เรื่อย
แล้วก็ทำให้ผมได้เจอ
art exhibition ริมกำแพงแบบรกๆ
คือ อารมณ์เดินไปในซอยเปลี่ยว
มีบ้านร้าง
กองขยะ
สิ่งปรักหักพัง
แล้วที่สำคัญ กำแพงที่บอก
คือกำแพงของ ‘คุก’
เก๋ไก๋ใช่มั้ยหละ
ปะ…ไปเดินเล่น
ไปบุกความรก ข้างๆ คุกกัน
 
 
นี่…ขนาดทางเข้ายังไม่ธรรมดา
ของแท้ต้องเจ้าพ่อมือเหล็ก มือพลาสติดนี่ผิดที่นะ
 
 
 
 
รูปนี้สำหรับผม มันจี้ดมาก
abstract สุดพลัง
อะไรคือผีตาเดียว กับคิตตี้ถูกเผา!!!
 
มีเป็นห้องแสดงงานด้วย!!

 
 
 
สรุปแล้ว
งานอาร์ตของที่นี่
อาจจะไม่ได้สร้างสรรค์ด้วยศิลปินขั้นเทพ
งานดีบ้าง
ธรรมดาบ้าง
แต่ศิลปะ
มันให้อะไรหลายอย่างเลย
 
ที่นี่อาจจะเป็นแค่ที่รกร้าง
เป็นแค่กำแพงเก่าๆ ที่มีทางเดินรกๆ
 
แต่งานศิลปะไม่ว่าใครจะมองในมุมที่ต่างกันแค่ไหน
บางคนอาจจะมองว่าสวย หรือไม่สวย
แต่อย่างน้อย
มันก็ทำให้ที่นี่มีความน่าสนใจ
มากกว่าความรกร้าง
 
แล้วไม่แน่
ที่นี่อาจจะเป็นที่ฝากผลงาน
ของศิลปินชื่อดังในอนาคตก็เป็นได้
 
 
เดินถ่ายรูปรอบ ‘คุก’ กันพอได้เหงื่อ
แนะนำว่าถ้าใครอยากนั่งพักจิบกาแฟ
ร้านแนวๆ ร้านนี้เหมาะแน่
 
Cerebrum & Friends
ร้านชื่อแปลก
ตกแต่งร้านแนวแปลกๆ
รวมถึงแฟชั่นของพนักงานที่อาจจะดูแปลก
แต่ทั้งหมดมันแนวได้ใจมาก
 
 
 
 
วันที่ไป
ร้านมีถ่ายแบบกับน้องหมาพอดี
เลยเนียนเก็บรูปนายแบบสุดหล่อมา
 
 
นี่เป็นรีวิวแรก
ที่มีความอดทนขนาดนี้
รูปเยอะมาก (สำหรับผมนี่เยอะแล้ว)
อย่างที่เคยบอกหลายที
ผมแม่มโคตรขี้เกียจ + สมาธิสั้น
 
เอาว่ารูปที่เหลือจากทริปนี้ผมลงรวมๆ เลยละกันนะ
มีทั้งที่อ่างแก้ว ใน ม.ช. ที่ตอนนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว
โดยเฉพาะพี่จีนเรา
มากันเป็นคันรถเลยทีเดียว
 
แล้วก็ที่วัดอุโมงค์
ที่ถ้าใครมีเวลา ก็แวะไปสงบจิตสงบใจ
ถ่ายรูปแบบเย็นใจได้
หวังว่ารีวิวนี้
คงทำให้เพื่อนๆ ที่ไปเชียงใหม่
ได้ลองไปดูอะไรแปลกๆ กันมั่ง
ถูกใจ ไม่ถูกใจกันยังไง
คอมเมนต์กันได้นะครับ
 
ปล. ขอบคุณเว็บ reviewchiangmai ที่ให้ข้อมูลเชียงใหม่เพียบเลย
 
แล้วไว้เจอกันใหม่
ขอบคุณครับ
 
อ่างแก้ว มช.
 
อ่างแก้วในช่วงค่ำแสนโรแมนติค 
 
ประตูท่าแพยามค่ำคืนคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว 
 
Simple Market ตลาดขายของยามค่ำคืน คึกคักไปด้วยหนุ่มสาว
 
31 st Cantury musium of comtemporary spirit แกลเลอรี่สุดแนวในซอยวัดอุโมงค์ 
 
วัดอุโมงค์สถานที่พักผ่อนสงบจิตสงบใจ 
 

ขอบคุณ เรื่อง http://pantip.com
Instagram : slowlywind

เรียบเรียง Review Chiangmai

 

ฝากความคิดเห็น ...