อย่างที่รู้กันว่าแม่ริมเป็นอำเภอแห่งการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก สวนดอกไม้ สวนสตรอว์เบอร์รี สวนองุ่น ร้านกาแฟดังๆ ฟาร์มสัตว์ หรือรีสอร์ทต่างก็ตั้งอยู่ที่นี่นับไม่ถ้วน ซึ่งคนที่เดินทางไปเที่ยว ก็คงมีจุดหมายในใจแน่นอนอยู่แล้วล่ะ แต่ขอบอกเลยว่าเราจะพลาดมาก หากมองข้ามที่นี่ไป “แม่ริมพลาซ่า” จุดแวะพักนักท่องเที่ยวที่เปิดมาได้เพียง 3 ปีในตัวอำเภอแม่ริม ในโครงการมี 6 ร้านเด็ด ที่เปรียบเหมือนช้างเผือกงามกลางป่าดอย มาสะดุดตานายพรานอย่างเราเข้าอย่างจัง ขอบอกเลยว่าแม้ไม่ไปเที่ยว ก็ควรไปโดนสักที!

ตลาดนัดมีทุกเย็นวันอังคาร เริ่มตั้งแต่ 15.00 – 20.00 น.

ภาพจาก แม่ริมพลาซ่า


 

1. Steak of The Day – สเต็กจานเท่ มีเท่าไหร่ใส่เท่านั้น

Salmon Steak, Shrimp & Squid Ink Lemon – butter sauce 459 บาท

เวลาเปิด – ปิด : 10.00 – 20.00 น. (ปิดวันอาทิตย์ – จันทร์)
เบอร์โทร : 081-2567292
Facebook : Steak of the day

“ของดี ของอร่อย ไม่จำเป็นต้องอยู่ในร้านหรูเสมอไป” นี่คือเสียงจากใจของ เชฟเรย์ – เรวัตน์ ศรีลาชัย เชฟใหญ่ประจำร้านที่อยากสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจ Concept ของร้าน Steak of the day ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคุณหญิงคุณนาย ก็รับประทานอาหารระดับโรงแรมได้จากที่นี่ จากประสบการณ์การทำงานเชฟในโรงแรม Four Seasons มาหลายสิบปี ตั้งแต่เด็กล้างผัก หั่นผัก ปอกมัน มาจนถึง Executive Chef ของโรงแรม จึงทำให้เชฟได้ฝึกฝนประสบการณ์จนช่ำชอง และเมื่อวันหนึ่งถึงจุดอิ่มตัว จึงตัดสินมาเปิดร้านร่วมกับภรรยา พี่หนุ่ย สาวใต้ตาคมที่มีรอยยิ้มพิมพ์ใจใครหลายคนมากว่า 3 ปี

การออเดอร์เมนูอาหารของที่นี่นั้นแตกต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจน เพราะเมนูจะไม่ซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เชฟได้มาในแต่ละวัน ที่นี่จึงไม่มีเมนูเป็นเล่ม มีเพียงไวท์บอร์ดที่พนักงานในร้านจะคอยมายืนถือให้เราดูเท่านั้น

วัตถุดิบของที่ร้านทุกอย่างล้วนผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ Tenderloin จากออสเตรเลีย ที่กำลังย่างบนเตาดังภาพ หรือแม้แต่ผักผลไม้ เชฟก็ยังเลือกใช้ของสดใหม่จากชาวบ้านย่านแม่ริมที่เขาปลูกเอง ขายเอง เรียกได้ว่าเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ผู้บริโภคจึงไม่มีสิ่งไหนที่คลาดสายตาของเขาไปได้

เมนูที่ร้านมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Pasta, Pizza, Steak, Salad ฯลฯ แนะนำ Chilled Gazpacho soup, crunchy sayote, Japanese scallop, salmon tartare ที่สุดของความลงตัวของซุปเย็นสไตล์สเปน รสกลมกล่อมนุ่มหอมลงตัว เสิร์ฟพร้อมกับหอยเซลล์ญี่ปุ่น แซลมอนทาร์ทาร์ เพียงจานละ 299 บาท แต่เมนูนี้อาจจะไม่ได้มีทุกวัน แต่ละครั้งที่ไปทานลูกค้าจึงต้องเสี่ยงดวงเองว่าวันนี้จะได้ทานเมนูไหน และถ้าหากใครที่ชอบจิบไวน์ทางร้านมีจำหน่ายด้วย หรือจะหิ้วไปเองก็ไม่มีค่าเปิดเพิ่ม


Aus. Tenderloin &  Foie gras “Won ton” อาหารจานหลักที่มาถึงแล้วต้องลองกับเมนูเนื้อเทนเดอลอยด์ออสเตรเลียเนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมกับเกี๊ยวหมูตุ๋น Wonton และฟัวกราส์เนื้อเนียน ราคา 699 บาท

 


2. I don’t know – สโลว์ไลเช้าจน I knowฟ์ยาม

I don’t know pancake – แพนเค้กๆนุ่มๆโรยน้ำตาลไอซิ่ง จัดวางในถาดไม้ ลองกินกับเนยถั่วบ้าง ชีสบ้าง ผลไม้ทั้งสดและแห้ง อร่อยแถมน้ำผึ้งก็หอมได้อีก

เวลาเปิด – ปิด : 07.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์ – จันทร์)
เบอร์โทร : 081-2567292
Facebook : I DON’T KNOW

อาหารเช้าน่ะดีต่อสมองและสุขภาพ…ใครๆก็รู้ ทว่าหันไปทางไหนก็เจอแค่โจ๊ก ไส้กรอก ไข่ดาว มันออกจะจำเจไปหน่อยไหมกับมื้อที่สำคัญขนาดนี้ แต่เมื่อมาที่นี่ขอให้ลบความทรงจำ ลืมภาพอาหารเช้าแบบเดิมๆไปได้เลย เพราะหลังจากประสบความสำเร็จอย่างสวยงามกับร้าน Steak of The Day พี่หนุ่ย – นุชนาถ ปาดพรมและเชฟเรย์ ก็มาสานฝันต่อกับร้าน I don’t know ทุ่มเททั้งไอเดีย จินตนาการและความหลงใหลในอาหารลงไปในทุกๆจาน ทุกๆเมนู เพื่อให้เราได้มีมื้อเช้าที่มีคุณภาพ แถมไม่ต้องจำใจทาน ไม่ว่าจะเป็น Giant & Jack ยักษ์ใหญ่เนื้อหอมประจำร้าน ที่มีทั้งไข่ลวก, ไข่คน, ไข่ดาว, Baked Bean, มันอบเนย, เห็ดย่าง, แซลมอนรมควัน เพิ่มเติมด้วยเบคอนและสลัด จานนี้จานเดียวอิ่มไปถึงมื้อเที่ยง หรือจะเป็นอาหารเช้าแบบหวานหอมอย่าง I don’t know pancake ก็เข้าที แพนเค้กหนานุ่ม เสิร์ฟมาพร้อมกับเนยถั่ว เนยช็อกโกแลต ซอสเบอร์รี่ ผลไม้แห้ง ผลไม้สดนานาชนิด ราดทีเด็ดคือน้ำผึ้งดอกลำไยหรือดอกไม้ป่าที่ได้มาจากฟาร์มผึ้งโดยตรงลงไป ทั้งอร่อย ทั้งมีความสุขและสนุกกับการกินมากเลยล่ะ !

Giant & Jack จานใหญ่ขนาดนี้ ไปลุ้นกันเลยว่าใครจะโดนล้มก่อนกันระหว่างยักษ์กับแจ๊ค

 

พิซซ่าเตาถ่าน ใช้เวลาอบเพียง 5 – 6 นาทีเท่านั้น เพราะความร้อนสูงถึง 500 องศา เวลากินจะได้กลิ่นหอมแบบธรรมชาติของถ่านไม้

 

ซ้าย – Juice of The Day เมนูน้ำผลไม้ตามฤดูกาล ใช้น้ำผลไม้สดคั้นโดยไม่ผสมน้ำเชื่อมหรือน้ำตาล แก้วนี้มีแครอท บีทรูทและแอปเปิ้ลผสมกัน
ขวาบน – I know หลังจากไม่รู้มาตั้งนาน พอมาเจอเมนูนี้ก็รู้เลยว่ามื้อเช้าจะกินอะไรดี มีไข่ลวก ไส้กรอกอย่างดี มันผัดเนยและสลัดมะเขือเทศ เห็นง่ายๆแบบนี้ แต่อร่อยจนอยากขอเพิ่ม
ขวาล่าง – ลาเต้ร้อนๆ เสิร์ฟมาในแก้วสีเหลืองเลม่อน สดใสเหมาะกับยามเช้า

บนซ้าย – พี่หนุ่ย กำลังเทคแคร์ลูกค้าที่มาใช้บริการตามคติประจำใจที่ว่า “ทำทุกวันให้มีความสุข พอเรามีความสุข มันก็จะสื่อถึงลูกค้า”
ล่างซ้าย – ลูกค้าประจำของร้าน แม้จะสูงวัย แต่หัวใจสาวเฟี้ยว มักชวนกันมากินอาหารเช้าและดื่มไวน์
บนขวา – แขกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ปลดเกษียณแล้วมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เมืองไทย
ล่างขวา – แม้หน้าตาอาหารจะเหมือนกับไปทานโรงแรม 5 ดาว แต่ชุดมีดส้อมมีไว้ประจำโต๊ะง่ายๆให้ลูกค้าหยิบเอง เพราะอยากสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย สบายๆ


3. Fukuro – โชว์เหนือด้วยความต่าง

ข้าวหน้าไก่ทอดและไข่ ปกติจะเห็นไข่ที่ถูกตีราดลงบนไก่ทอดเลย แต่เซ็ตนี้เชฟเนสเสิร์ฟไข่ที่ถูกนำไปต้มในน้ำซุปโชยุจนเกือบสุก แล้วจึงโปะลงมา เวลากินจิ้มให้ไข่แดงเยิ้มๆไหลออกมานี่ถึงกับฟิน

 

เวลาเปิด – ปิด : 11.00 – 21.00 น. (ปิดวันอังคาร)
เบอร์โทร : 086-7832034
Facebook : Fukuro

ยุคที่อาหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเชียงใหม่อย่างหนักหน่วงขนาดนี้ ถ้าร้านไหนไม่โดดเด่นไปเลย ก็จะโดนกลืนไปท่ามกลางความไม่แตกต่าง แค่เดินเข้าร้านไปก็คงสั่งอาหารได้โดยไม่ต้องดูเมนู แต่ไม่ใช่กับที่ Fukur? เจ้านกฮูกแห่งความโชคดีตัวนี้ เพราะเห็นหัวเรือหลักของร้านคือเชฟเนส ที่อายุเพียงแค่ 29 ปีเท่านั้น แต่กลับมีประสบการณ์แข่งขันทำอาหารมาอย่างโชกโชน และเป็นถึง Chef de Partie ที่โรงแรม Four Seasons มาก่อน ดังนั้นซอสและเครื่องเคียงพื้นฐาน เชฟจึงทำเองทั้งหมดโดยไม่ยอมซื้อของสำเร็จรูปเด็ดขาด (แม้กระทั่งขิงดองและกิมจิ) ส่วนเมนูอาหารก็ถูกประยุกต์โดยไม่ยึดติดกับขนบเดิมๆ คิดค้น Special Menu มาให้ลูกค้าเซอร์ไพรส์ได้ทุกวัน และที่สำคัญคือรสชาติที่ทำให้หลงรักได้ตั้งแต่คำแรก ไม่น่าแปลกใจเล้ยว่าทำไมใครๆถึงติดใจ!

มะเขือย่างมิโซะ Special Menu ที่ต้องนำกลับมาทำบ่อยๆ เพราะลูกค้าถามถึงตลอด เวลาจะใช้แต่ละล็อตถึงโทรไปสั่งให้ชาวไร่ที่อยู่ใกล้ๆเด็ดออกจากต้นมาส่ง สดใหม่ขนาดนี้ มะเขือเลยหวานหอมมาก เสิร์ฟร้อนๆ โรยคัตซึโอะ (ปลาโอแห้ง) มาชูกลิ่น

โรลกุ้งเทมปุระ จานนี้พิเศษตรงที่ใช้กุ้งก้ามกรามทั้งตัวมาทำซูชิ แถมโรยด้วยเกล็ดเทมปุระทอดหอมๆ หัวกุ้งก็ทานได้ด้วย คุ้ม!!


ซ้าย – เชฟเนส กำลังขะมักเขม้นปรุงอาหารอย่างตั้งใจ
บนขวา – Strawberry Soda เมนูนี้ หวาน หอม ชื่นใจ เชฟเชื่อมสตรอว์เบอร์รีเองเช่นกัน
ล่างขวา – เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของร้านนี้เน้นขายเบียร์ Import เบียร์คราฟท์ มีของอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมัน เชค เป็นต้น

 


 

4. ตำนัวครัวอีสาน – ขออีกจานให้พี่ที

เมนูแนะนำ สองเกลอ 140 บาท ปลาทอดสมุนไพร 250 บาท ลาบเป็ด 80 บาท และไก่ย่างตัวละ 190 บาท

 เวลาเปิด – ปิด : 10.30 –  21.00 น. (ปิดวันอังคาร เว้นอังคาร)
เบอร์โทร : 082-3833250
Facebook : ตำนัวครัวอีสาน

หนึ่งร้านอาหารอีสานที่ยกต้นตำรับมาจากอุบลราชธานี ถึงขนาดที่นักร้องชื่อดัง เจนนิเฟอร์ คิ้ม ต้องแวะมาลองตำหน่อไม้หลายครั้งหลายคราเมื่อมาเยือนเชียงใหม่ ด้วยความที่เป็นคนชื่นชอบการทำอาหารและหลงรักอำเภอแม่ริมเข้าอย่างจัง จึงทำให้คุณพิม – ยลธิดา ตัดสินใจย้ายครอบครัวมาอยู่ที่นี่

ตำปูม้าเนื้อแน่นสดๆ 200 บาท และปลาทอดกรอบจิ้มกับน้ำจิ้มสามรสแซ่บถึงใจ

เมนูอาหารมีหลากหลายสารพัดเมนู ทั้งอาหารอีสานและอาหารไทย รสชาติจัดจ้านถึงใจกว่า 100 รายการ โดยเฉพาะเมนูส้มตำที่ยกมาทั้งตำลาวและฟิวชั่น เช่น ตำทะเล ตำหน่อไม้ ตำปูม้า ตำสตรอว์เบอร์รี่ ฯลฯ และการเพิ่มความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในเรื่องวัตถุดิบและขั้นตอนการทำอาหารก็ยิ่งทำให้ครองใจลูกค้าได้อย่างมากมาย

หน้าร้านตำนัว จะมีป้ายขนาดใหญ่ติดอยู่ ร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา

 


 

5. House of Wine – ท่ามากหลบไป นาทีนี้พี่ขอสบายๆ

ร้านเล็กๆ สลัวๆ มีเพลงเปิดเบาๆ และไวน์ที่เรียงเป็นชั้นด้านหลัง ทำให้รู้สึกเหมือนมานั่งดื่มในโรงบ่มไวน์

ภาพจาก แม่ริมพลาซ่า

เวลาเปิด – ปิด : 17.00 – 23.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
เบอร์โทร : 087-8747060
Facebook : H.O.W.

พูดถึงไวน์ หลายคนอาจจะนึกถึงภาพเครื่องดื่มที่น่ายุ่งยากใจ ดูมีพิธีรีตองที่ซับซ้อน ดื่มไปก็เกร็งไปพอๆกับบริกรที่ยืนไพล่หลังจนรู้สึกเมื่อยแทน แต่นิยามของการดื่มไวน์สำหรับ พี่เอก – สุภวัทน์ กรรโมทาร เจ้าของร้านHouse of Wine (H.O.W.) ทั้ง 2 สาขา คือ “การดื่มรสชาติที่มีความสุข” ดังนั้นเมื่อมาที่นี่ เราจะพบกับบรรยากาศผ่อนคลาย ที่ใครๆก็มาเลือกดื่มไวน์ด้วยความรู้สึก ไม่ว่าจะไวน์โลกเก่าหรือไวน์โลกใหม่ ไม่ว่าราคาจะมากหรือน้อย แค่ดื่มเพราะชอบก็เพียงพอแล้ว โดยมีขายทั้งแบบเป็นขวด ราคาประมาณ 900 กว่าบาทขึ้นไป และเป็นแก้ว เริ่มต้นที่ 100 กว่าบาทเท่านั้น นอกจากนี้เรายังสามารถชิมไวน์นิดๆหน่อยๆจากขวดที่ทางร้านเปิดไว้แล้วก่อนตัดสินใจซื้อได้อีกด้วย หรือเมื่อซื้อไวน์เป็นขวดและเปิดดื่มในร้านแล้วไม่ถูกจริต ก็สามารถขอให้คิดราคาแบบเป็นแก้วได้ (ขวดที่เราเปิดนั้น ทางร้านก็เก็บไว้ขายแบบเป็นแก้วต่อไป)  ซึ่งความเอาใจใส่ขนาดนี้ ถือว่าเป็นข้อเสนอที่ดีสุดๆสำหรับนักดื่มมือใหม่ ส่วนใครที่อยากหิ้วไวน์มาเปิดเอง ทางร้านก็คิดค่าเซอร์วิสเพียง 200 บาทเท่านั้น มีทั้งถังชิล แก้วไวน์ บริกรดีๆ และเสียงเพลงเพราะๆ ไว้บริการ

มีบริกรที่พร้อมแนะนำไวน์ที่ใช่สำหรับเรา

พี่เอก เจ้าของร้าน เล่าถึงที่มาของร้านไปด้วย จิบไวน์ไปด้วย คุยกันแบบสบายๆ และฝากมาบอกว่า “แม้ไวน์จะเป็นเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ในตัวและซับซ้อนไปบ้าง แต่ก็ไม่ยากเกินที่จะศึกษา แถมยังดีต่อสุขภาพมากกว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายๆชนิดด้วย” อย่าง Angove Chalk Hill Blue ขวดนี้ เหมาะสำหรับสาวๆ และคนที่กำลังหัดดื่มไวน์ เพราะมีกลิ่นและรสชาติหวานหอมจากองุ่นพันธุ์ Chardonnay และ Sémillon ใครสนใจ ก็ลองไปดื่มไวน์ที่นี่ได้ เพราะแกใจดี ขนาดลูกค้าทำแก้วแตกก็ยังไม่เคยเก็บตังค์เลย !

บรรยากาศร้าน และห้องเก็บไวน์ภายในร้าน จำนวนน้อยกว่าสาขาที่นิมมาน แต่ก็มีหลากหลายชนิด


 

6. Omelette Bakery Cafe – หวานน้อยอร่อยลืมโลก

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 – 19.00 น. (ปิดวันอังคาร)
เบอร์โทร : 087-7865914
Facebook : Omelette

Omelette หากเอ่ยแค่ชื่อหลายท่านคงนึกถึงเมนูหอมๆน่าทานยามเช้า แต่ใครจะรู้ว่าที่นี่ไม่ได้ขายออมเล็ตอย่างใด แต่คือชื่อของเจ้าของร้านนั่นเอง ออม – ปวีณา ทองอินปัน สาวน้อยช่างฝันที่เริ่มต้นจากการที่รู้ว่าตัวเองชอบทานเค้กเป็นชีวิตจิตใจ จึงหาโอกาสที่จะไปร่ำเรียน อีกทั้งยังมีโอกาสได้ฝึกประสบการณ์ในร้านเบเกอร์รีมาหลายปี และเมื่อความฝันถูกจุดประกายเธอจึงตัดสินใจเปิดร้านนี้เมื่อ 4  ปีก่อน

 

คาเฟ่เล็กๆที่มีโต๊ะเพียงไม่กี่โต๊ะ อีกทั้งยังซ่อนตัวอยู่ในมุมลึกของแม่ริมพลาซ่า แต่ด้วยรสชาติบวกกับราคาที่หาซื้อได้ในราคาเพียงชิ้นละ 35-40 บาท จึงทำให้สาวๆต่างหลั่งใหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย (เหตุที่ขายในราคานี้เนื่องจากปกติจะทำให้ส่งให้ร้านกาแฟในตัวเมือง แต่คุณออมเห็นใจลูกค้าที่ตั้งใจเดินทางมาถึงร้าน จึงขายในราคาส่งด้วย)

 

เมนูแนะนำที่ไม่ควรพลาด คือ เครปเค้กชาไทย 45 บาท แป้งเครปเค้กเนื้อนุ่มที่ค่อยๆเรียงชั้น ราดด้วยซอสชาไทยรสเข้มข้นหวานน้อย ยิ่งอร่อยเข้ากัน นอกจากนี้ยังมี เรนโบว์สตรอว์เบอร์รี 45 บาท และสตรอว์เบอร์รีชีสพาย 50 บาท เค้กแครอท บานอฟฟี่ และยังมีสารพัดเมนูชา กาแฟให้ลิ้มลองในราคาย่อมเยาว์เช่นกัน

ร้านเล็กมีเพียงไม่ถึงสิบโต๊ะ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเมนูคุณภาพ

 


 

นอกจาก 6 ร้านน่าลิ้ม โครงการแม่ริมพลาซ่ายังมีศูนย์อาหารที่รสชาติถูกปาก ราคาถูกใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารตามสั่ง ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านก๋วยเตี๋ยวและร้านขายเครื่องดื่ม เด็ดกว่านั้นคือมี Free Wi-Fi ไว้ให้เราได้ล็อคอินใช้อินเตอร์เน็ตกันได้อย่างเต็มที่ ส่วนการบริการด้านอื่นๆก็มีครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นร้านนวดแผนไทย ร้านเสริมสวย โรงเรียนภาษา ศูนย์ฝึกเทควันโด ที่เรียนโยคะ ถือว่าพร้อมสรรพสำหรับคนในพื้นที่ หรือใครจะไปเดินเล่นตลาดนัดที่มีทุกวันอังคาร ซึ่งมักจะมีของกินของใช้ราคาถูกมาขาย ก็น่าสนใจสำหรับคนติดดิน อยู่ง่าย กินง่ายไม่น้อย

บนซ้าย/ขวา – บรรยากาศในศูนย์อาหารที่ช่วงเที่ยงคนทำงานแถวนั้นมักแวะมาใช้บริการ มี Free Wi-Fi ให้บริการด้วย

ล่างซ้าย/ขวา – มีโซนตลาดที่สามารถแวะซื้อวัตถุดิบอาหารได้

การบริการในพลาซ่าครบวงจร มีที่เรียนเทควันโด ที่เรียนโยคะ ร้านหมอฟันก็มี

ภาพจาก แม่ริมพลาซ่า

พิกัด : โครงการแม่ริมพลาซ่า บ้านต้นแก้ว2 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม (ขับรถเลยวัดแม่ริมไปเล็กน้อย จะพบทางเข้าโครงการซ้ายมือ มีธนาคารกสิกรไทยตั้งอยู่ด้านหน้า)

Tips รู้หรือไม่ :

1. การเดินทางไปแม่ริมนั้น เริ่มต้นจากสี่แยกข่วงสิงห์ วิ่งไปทางถนนเชียงใหม่-ฝาง(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 107) ขับตรงไปเรื่อยๆตลอดสาย และเมื่อมาถึงทางลอดดอนแก้ว สามารถขับลงทางลอดไปได้เลย ไม่ต้องติดไฟแดง เพิ่งเปิดใช้บริการใหม่เอี่ยม

2. นอกจากเส้นทางหลักที่นิยมกันแล้ว ยังมีทางลัดอีก 1 เส้นทาง เมื่อขับรถมาถึงค่ายขุนเณร เลยไปเล็กน้อยจะเห็นทางเบี่ยงซ้ายมือ ให้เลี้ยวไปเส้นทางนั้น เมื่อขับตรงไปเรื่อยๆ จนเลยวัดป่าดาราภิรมย์แล้ว จะไปถึงสะพานข้ามคลองชลประทาน (ซอยน้ำตกแม่สาสายเก่า)พอดี ให้เลี้ยวขวา ตรงไปอีกเล็กน้อย จะเห็นทางเข้าโครงการแม่ริมพลาซ่าซ้ายมือ ซึ่งเป็นทางเข้าด้านข้างโครงการ

ทางลัดเลียบคลองชลประทาน นอกจากจะไม่ต้องเผชิญกับการจราจรบนท้องถนนแล้ว ยังได้ขับรถกินลมชมวิวด้วย เพราะสองฝั่งทางเต็มไปด้วยต้นไม้เยอะมาก

ท่านใดมีสถานที่ท่องเที่ยวหรือร้านเจ๋งๆเส้นแม่ริม แนะนำเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

 

ฝากความคิดเห็น ...